ปลดหนี้ 20 ล้านใน4ปี! ด้วยการปลูกต้นหอมส่งยี่ปั๊ววันละ 9 ตันรับเต็มๆเดือนละ 3 แสน

ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนนั้นจะต้องรู้จักต้นหอมกันเป็นอย่างดีเพราะต้นหอมได้มาก็ถูกมาทำเป็นอาหารได้อย่างหลากหลายอีกทั้งนำมาใส่เป็นเครื่องเคียงซะส่วนใหญ่ จึงไม่แปลกที่ต้นหอมนั้นแกเป็นของคู่ครัวเรือนทุกหลังเลยก็ว่าได้ ดจีงไม่แปลกที่ต้นหอมนั้นกลายเป็นสิ่งที่ต้องการทางตลาดเป็นอย่างมาก

ซึ่งนั่นก็ทำให้มีชาวเกษตรกรมากมายหันมาปลูกต้นหอมการเพาะต้นหอมนั้นเป็นพืชที่มีอายุในการเพาะปลูกสั้นใช้เพียงแค่ 45 วันก็สามารถมีผลผลิตเก็บไปขายได้อีกทั้งยังสามารถปลูกขายทำรายได้ดีตลอดทั้งปีและปลูกได้ในดินทุกประเภท และในวันนี้ทางทีมงานนั้นจะพาทุกคนมาพร้อมกับที่ผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกต้นหอมขายซึ่งนั่นก็คือคุณโสภณวิชญ์ แซ่ลิ้ม หรือคุณวัน เกษตรกรหนุ่มวัย 37 ปีที่เป็นคนจังหวัดราชบุรี

โดยคุณวันนั้นเคยเติบโตมาในครอบครัวที่ปลูกอ้อยจนกระทั่งเมื่อปีพ.ศ 2540 ก็ได้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจจึงทำให้ไม่สามารถขายอ้อยได้เนื่องจากโรงงานน้ำตาลปิดตัวลงและทำให้ทางบ้านนั้นตัดสินใจลดปริมาณในการปลูกอ้อยลงและหันมาปลูกพืชผักสวนครัวในการขายแทนซึ่งก็จะมีทั้ง มันสำปะหลังคะน้า หัวไชเท้า รวมถึงต้นหอม ด้วยโดยมีการนำผลผลิตเหล่านี้มาขายทดแทนกับรายได้ที่หายไป

ซึ่งมีการใช้พื้นที่ในการปลูกนั้นเพียง 500 ไร่และในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในช่วงนั้นคุณวันอยู่เพียงแค่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและยังไม่ได้มาช่วยงานที่บ้านอย่างเต็มตัวจนกระทั่งเมื่อปี 2546 ก็รู้ว่าคุณพ่อของคุณวันนั้นเป็นหนี้ทั้งในและนอกระบบรวมกันทั้งหมด 20 ล้านจึงได้มีการตั้งปณิธานว่าในฐานะที่ตัวเองนั้นเป็นลูกชายคนที่ 2 จึงจะต้องการปลดหนี้ 20 ล้านของต้องครอบครัวให้ได้

เป็นคนวันนั้นได้เรียนจบในสาขาวิชาการตลาดมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยโดยในช่วงแรกตัวเขาก็ปฏิเสธการทำเกษตรมาตลอดและเลือกที่จะทำงานกินเงินเดือนแทนเกิดการค้าขายตรงและขายประกันซึ่งในตอนนั้นการค้าขายของเขากำลังเป็นไปได้ดีแต่เราก็เกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้เขานั้นต้องกลับกลายเป็นเกษตรกรเพราะว่าปัญหาที่บ้านนั่นเอง นั้นโดยในตอนนั้นเขาถูกที่บ้านเรียกตัวไปช่วยขายผักเพราะพี่สะใภ้แพ้ท้องจึงทำให้เขาตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดราชบุรีและในช่วงนั้นก็เป็นช่วงเดียวกับที่เขานั้นได้ทราบถึงหนี้สินของครอบครัวและมีความตั้งใจที่จะช่วยครอบครัวปลดหนี้

โดยตัวเขาได้มีการวางแผนจากการขายต้นหอมซึ่งมาช่วยจัดการในเรื่องของการบริหารในลักษณะที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางและขายส่งไปยังตลาดเองซึ่งในปีแรกนั้นสามารถขายต้นหอมได้ถึงวันละ 3 ตันปีที่ 3 เพิ่มเป็นวันละ 10 ตันและปีที่ 4 ก็เกือบเป็น 15 ตันต่อวันแต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงวันละ 9 ตันเพราะเนื่องจากปริมาณเยอะเกินจึงทำให้เกิดปัญหาดูแลไม่ทั่วถึงบ้างก็ถูกเสียหายบ้างก็ถูกขโมย

แต่ในปัจจุบันพื้นที่การปลูกต้นหอมของคุณวันนั้นมีทั้งหมดประมาณ 300 ได้และมีเครือข่ายทางด้านเกษตรกรอีกทั้งยังมีการปลูกพืชสลับหมุนเวียนโดยมีการปลูกต้นหอม 1 ไร่ก็จะให้ผลผลิตต่อวันประมาณ 2 ตันและส่งขายตลาดให้ได้ประมาณ 29 ตันจึงจะทำให้มีรายได้เฉลี่ยวันละ 1,000 บาทนับเป็นเดือนก็ตกเดือนละ 300 บาทหากเป็นปีก็ตกปีละ 3 ล้านบาท

สำหรับต้นทุนในการปลูกต้นหอมนั้นก็จะมีประมาณ 20,000 บาทไอ้ตัวราคาต้นหอมนั้นจะขึ้นอยู่ตามฤดูกาลและตลาดหน้าร้อนโดยในหน้าร้อนต้นหอมจะมีราคาแพงขึ้นซึ่งขายได้ในกิโลกรัมละ 100-150 บาทแต่ในหน้าฝนจะมีราคาที่ตกลงจะขายได้อยู่ในกิโลกรัมละ 50-60 บาทส่วนหน้าหนาวจะขายได้เพียงแค่กิโลกรัมละ 5-10 บาทเท่านั้น

ในส่วนของการเก็บนั้นก็จะมีการจ้างแรงงานชาวบ้านมาช่วยกันเก็บต้นหอมและแยกเป็นมัดมัดละ 1 กิโลกรัมเพื่อส่งขายให้กับสินค้าทางเกษตรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางเดี๋ยวจะมีการขายส่งตามลักษณะตัวแทนจำหน่ายที่ขายออกไปตามต่างประเทศบ้าง
โดยกระบวนการการปลูกต้นหอมในก็จะมีดังนี้

1.การเลือกสายพันธุ์
เราจะใช้หัวพันธุ์จากอุตรดิตถ์ ที่เป็นพันธุ์เขียวให้ผลผลิตสูงขึ้นจะตกกิโลกรัมละ 50-100 บาทโดย 1 ไร่จะใช้หัวพันประมาณ 60 ถึง 80 กิโลกรัมและก่อนที่จะลงปลุกฉันจะมีการตัดจุกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เห็นใบเหลียงด้านในและมีการปรับดินลงไปประมาณ 3-4 จากนั้นก็นำพามาคุมไว้และรดน้ำให้ชุ่มชื้น
2.การเตรียมดิน
สำหรับการเตรียมแปลงปลูกมันก็จะมีการยกแปลงปลูกประมาณ 1 เมตรโดยมีระยะห่างกันต่อต้นประมาณ 15 เซนติเมตรโดยต้นหอมนั้นเป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุยซึ่งจะได้ผลต่อการให้ผลผลิตมากที่สุดและก็จะมีการรดน้ำวันละ 2 ครั้งสำหรับการบำรุงดูแลรักษาก็จะมีการใส่ปุ๋ยบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยคอกผสมกับปุ๋ยเคมีซึ่งปุ๋ยเคมีจะใช้สูตร 16 10 10 แต่ให้ทั่วเฉลี่ย 50 กิโลกรัมต่อไร่หลังจากปลูกไปได้ประมาณ 25 วันก็จะมีใส่ปุ๋ยธรรมดาสูตร 16-16-16 โดยใช้ประมาณ 50 กิโลกรัมต่อได้ด้วยเช่นกัน

เริ่มต้นหอมนั้นจะต้องมีอายุประมาณ 40 ถึง 45 วันจะสามารถเก็บเกี่ยวได้เพราะต้นหอมโตเต็มวัยก็จะได้ใบสีเขียวสดซึ่งสามารถขายได้ซึ่งการขายต้นหอมนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 45 วัน สามารถทำผลผลิตจากต้นหอมได้ถึง 2000 กิโลกรัมซึ่งเข้ากับบ้าน 15 วันนั้นหากขายได้ 50 บาทต่อกิโลกรัมก็จะเฉลี่ยทั้งหมดรายได้อยู่ที่ 1 แสนบาทซึ่งในระยะเวลา 4 ปีหลังจากที่หักค่าใช้จ่ายทุกอย่างผู้ชายคนนี้ก็สามารถขายต้นหอมจนสามารถปลดหนี้ให้กับที่บ้านจนหมด