รู้ขั้นตอนก่อนไป จะได้ไม่เสียเที่ยว เกณฑ์ใหม่สอบใบขับขี่ 2562

ซึ่งในปีนี้เข้าสู่ปี 2562 แล้วแน่นอนว่ามีใครหลายคนคิดอยากจะทำใบขับขี่กันแต่ใครหลายคนอาจจะยังไม่ลุกลำดับขั้นตอนของการสอบใบขับขี่ในปี 2562 นี้โดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็อยากจะพาทุกคนมาดูขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถยนต์ 2562 ให้รู้กันเสียก่อนเพื่อลดอาการเบื่อสนามเพื่อให้คุณทราบว่าจะเจออะไรบ้างซึ่งจะมีช่องทางอะไรบ้างนั้นลองไปดูกันเลย

โดยในครั้งแรกสามารถไปติดต่อสอบถามได้ที่กรมขนส่งในบริเวณกรุงเทพและปริมณฑลซึ่งมี 5 พื้นที่อันได้แก่ …
1.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร)
ติดต่อหมายเลข 0-2271-8888 ต่อ 4201-4 หรือสอบถาม 1584
2.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 (ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล)
ติดต่อหมายเลข ติดต่อหมายเลข 0-2415-7337 ต่อ 204-205
3.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 (ถนนสวนผัก ตลิ่งชัน)
ติดต่อหมายเลข 0-2433-4773
4.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 (ถนนสุขุมวิท ตรงข้ามซอยสุขุมวิท 62/1)
ติดต่อหมายเลข 0-2333-0035
5.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 4 (ถนนสุวินทวงศ์ หนองจอก)
ติดต่อหมายเลข 0-2543-5512

สำหรับผู้ที่จะไปในส่วนจังหวัดแต่ละภูมิภาคนั้นก็สามารถติดต่อและเช็คไปที่เบอร์โทร หรือติดต่อไปยังเว็บไซต์ dlt.go.th กันได้เลย

เอกสารที่ต้องเตรียม
– บัตรประชาชนตัวจริง
– สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
– ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
– ใบรับรองการอบรม (กรณีผู้ทำการอบรมนอกกรมขนส่ง)

สำหรับการทดสอบนั้นก็จะมี 3 อย่างด้วยกันนั่นก็คือ การทดสอบทาสมรรถนะร่างกายของเรา การสอบข้อเขียน และสอบปฏิบัติการขับขี่รถยนต์นั้นเอง โดยการเข้าสอบในครั้งนี้จะต้องมีการเข้าอบรมเพื่อสร้างสำนึกการขับขี่บนท้องถนนด้วยก่อนที่จะเข้าสู่การสอบภาคปฏิบัติโดยต้องใช้เวลาในการอบรมทั้งสิ้น 5 ชั่วโมงซึ่งในบางครั้งอาจจะพบปัญหาเนื้อเรื่องห้องอบรมเต็มจึงจำเป็นจะต้องจองคิวไว้ก่อนแต่ถ้าหากใครเคยไปไปอบรมมาแล้วการมีใบรับรองการอบรมจะสะดวกมากที่สุด…

ทดสอบทาสมรรถนะร่างกายของเรา
– ทดสอบตาบอดสี
– ทดสอบสายตาทางลึก
– ทดสอบสายตาทางกว้าง
– ทดสอบการตอบสนองของเท้า

สอบข้อเขียน
ด้วยการสอบสวนใหญ่น่าจะเป็นเกี่ยวกับการรวมป้ายจราจรกฎจราจรเบื้องต้นโดยข้อสอบจะเป็นข้อสุ่มต่างๆเป็นจำนวน 50 ข้อใดเป็นข้อสอบแบบปรนัยมีให้เลือกถึงซึ่งหากจะผ่านเกณฑ์การสอบข้อเขียนนั้นจำเป็นจะต้องมี 15 คะแนนขึ้นไปหรือทำได้ประมาณ 45 ข้อคิดเป็น 90 เปอร์เซ็นต์ของข้อสอบทั้งหมดซึ่งถ้าหากข้อสอบไม่ผ่านก็ต้องยุติลงและกลับมาสอบมาอีกครั้งหนึ่งโดยไม่เกิน 90 วัน

สอบภาคปฏิบัติ โดยจะมีกำหนดไว้ 3 ด้านด้วยเช่นกันซึ่งจะมีดังนี้
1. ขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

โดยจะเป็นการขับรถในระยะช่องเดินรถที่มีระยะประมาณ 12 เมตรเดินหน้า 1 ครั้งและถอยหลัง 1 ครั้งโดยไม่ขับชนหรือเบียดเสาหลักที่ตั้งวางเรียงกันไว้ทั้งซ้ายและขวาและอยากให้เครื่องยนต์ดับในขณะทดสอบอยู่อย่างเด็ดขาด
ชมคลิปเพื่อเรียนรู้
https://www.youtube.com/watch?v=UOQVwqJ75hY
2.ขับรถเดินหน้าแล้วหยุดเทียบทางเท้าหรือจอดเทียบฟุตบาท

โดยการทดสอบนี้ทางด้านซ้ายของตัวรถจะต้องจอดขนานให้อยู่ข้างๆฟุตบาทหรือห่างจากขอบทางไม่เกินประมาณ 25 เซนติเมตรโดยทั้งล้อหน้าและล้อหลังจะต้องทับเส้นที่กำหนดกันชนหน้าจะต้องไม่เกินจุดอยู่ข้างทางและห่างจากเส้นหยุดรถไม่เกิน 1 เมตร
ชมคลิปเพื่อเรียนรู้
https://www.youtube.com/watch?v=3khq4gfmwjs
3. ถอยรถเข้าซอง

โดยในการถอยรถเข้าซองนั้นจะเป็นการสอบเข้าจอดออกและออกจากช่องว่างทางด้านซ้ายซึ่งสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ไม่เกิน 7 ครั้งจะต้องไม่ชนหรือเบียร์ในพื้นที่ที่กำหนดและจะต้องขนานกับขอบทางหรือเสาหลักทางด้านซ้ายกระจกข้างต้องไม่ล้ำเกินเส้นออกมา
ชมคลิปเพื่อเรียนรู้
https://www.youtube.com/watch?v=T_lay5-pJJQ
โดยสำหรับการทดสอบนี้จะต้องมีการฝึกฝนมาก่อนเพราะมีผู้สอบตกเป็นจำนวนมากและสำหรับรถที่มีกล้องถอยหลังและเซ็นเซอร์ถอยหลังจะถูกปิดด้วยเทปกาวปิดภาพและให้ใช้ทักษะในการขับรถเท่านั้นในการสอบ

เมื่อผ่านการทดสอบแล้วจะมีการชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปติดบัตรโดยมีค่าคำขอร้อง 5 บาทและค่าใบอนุญาตขับขี่รถส่วนรถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 200 บาทรวมทั้งสิ้น 205 บาทเพียงเท่านี้ก็จะจบการสอบและได้รับใบขับขี่รถยนต์ซึ่งทั้งหมดนะถ้าหากไม่ติดอะไรก็สามารถจบขั้นตอนได้ภายในวันเดียว

ขอขอบคุณภาพข้อมูลจาก เว็บไซต์ postnoname และ ชาแนล ครูวิทยา สอนขับรถ