You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > การปลูกมะระให้ได้ราคางาม! กวาดกำไรถึง 8 แสนบาท!

การปลูกมะระให้ได้ราคางาม! กวาดกำไรถึง 8 แสนบาท!

มะระอาจจะเป็นพืชผักที่หลายคนนั้นอาจจะไม่ค่อยชอบทานเท่าไหร่แต่บอกเลยว่าหนูมีคุณประโยชน์มากหากนำมะระมาประกอบอาหารด้วยที่ถูกวิธีก็จะทำให้มะระนั้นไม่ขมและอร่อยเป็นอย่างมาก

ซึ่งมะระนั้นก็ถือเป็นพืชที่สามารถทำเงินได้เช่นกันโดยสามารถอะไรได้อย่างมากมายซึ่งวันนี้ทางทีมงานจะนำบทความดีดีเกี่ยวกับมะระมาให้ทุกคนได้ทราบกัน

โดยวันนี้นั้นเราจะเอาเรื่องราวของคนประหยัด ทัดดอกไม้ ซึ่งเป็นเจ้าของสวนมะระและประสบความสำเร็จกับการปลูกมาระโดยเขาได้เล่าว่า..

ครอบครัวของเขานั้นได้ทำอาชีพปลูกผักมาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่คุณย่าซึ่งก็ทำการสืบทอดอาชีพนี้กันมาจนมาถึงรุ่นของตัวเองซึ่งคุณประหยัดก็อยากจะอยู่อาชีพนี้เพราะว่าทั้งชีวิตและอยู่กับมันมาตลอดโดยตนนั้นได้ปลูกผักอยู่ประมาณสามชนิดนั้นก็คือคะน้า คื่นช่าย และ มะระ

โดยตอนนั้นมีแผนการปลูกซึ่งจะปลุกในช่วงที่คาดว่าจะได้ราคาดีและผักนี้จะสามารถไปเก็งราคาได้โดยเขายังบอกอีกว่าผักใบเนี่ยเปลี่ยนตรงที่เก็บได้เพียงแค่ครั้งเดียวซึ่งถ้าต่อราคาโกยก็ไม่สามารถขายได้เพราะจะได้ไม่คุ้มหากไม่โดนราคาก็จะเจ๋งอีกทั้งราคานั้นยังเปลี่ยนแปลงเร็วและคาดการณ์ยากอีกต่างหากซึ่งการปลูกมถระนั้นสามารถเก็บผลผลิตได้นานและรายครั้งจึงมีโอกาสที่จะอัพราคาหรือขายราคาแพงได้

โดยปกติทั่วไปแล้ว มะระ จะแพอยู่ในช่วงที่หน้าแล้งเท่านั้นก็คือเดือนประมาณเมษาถึงพฤษภาคมโดยในช่วงนี้จะสามารถเก็บผลผลิตได้ยากเพราะว่าเข้าสู่หน้าฝนคนปลูกน้อยจะทำให้ช่วงนี้มาร้านนั้นมีต้นไม่ค่อยโตไวแล้วก็ระบาดซึ่งก็เป็นช่วงที่มาร้านนั้นมีราคาแพง

และนี่ก็คือเทคนิคการปลูกมะระ

เริ่มแรกจะต้องทำการเพราะตาก่อนโดยคุณประหยัดนั้นได้ใช้ พันศรแดง. เพราะเป็น 1000 ที่มีลูกดกลายสวยส่งผลก็สวยและไม่แหลมจนเกินไปอีกทั้งยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกด้วย

จากนั้นก็นำเมล็ดของมันไม่อยากใส่ถุงดำ 12 ไร่ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 10 กระป๋องซึ่งมีราคากระป๋องละ 1200 บาทหรือนับเป็นเราลัที่จะต้องหยอดเมล็ดลงไปก็คือประมาณ 500 หลุม

เมื่อได้ต้นกล้าประมาณซัก 10 ถึง 12 วันก็สามารถย้ายลงมาปลูกในแปลงที่เราเตรียมไว้โดยระยะของการปลูกนั้นจะต้องห่างกันประมาณ 1.2 เมตรซึ่งจะมีการทำทางสวนนั่นก็คือเป็นแบบกระจกหรือแบบสามเหลี่ยมซึ่งจะทำได้อย่างง่ายและรวดเร็วและประหยัดต้นทุนอีกทั้งยังตลบได้ดีโดยมีงบในการลงทุนอยู่ที่ประมาณ30,000 กว่าบาท

หลังจากที่ประมาณปลุกได้หนึ่งอาทิตย์นั้นเราก็ทำการใส่ปุ๋ยโดยใส่ปุ๋ยทุกๆเจ็ดวันครั้งใช้สูตร 16-16-16

หากในกรณีที่ยันไม่แตกก็จะใช้ปุ๋ยหัวหน้าสูงนั่นก็คือ25-7-7 พอติดแล้วก็นำมาใช้สูตรเดิม

เอามาละนั้นติดลูกค้าเปลี่ยนมาใช้สูตร 15-15-15

ในส่วนของใบต้นมะระนั้นให้ใช้ชุดพลเลนส์ดินดีฟูช่วยให้ตอนนั้นเติบโตได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งเร่งต้นเร่งการแตกแขนง และใช้ธาตุอาหารเสริมมาพ่นทุกๆเจ็ดวัน

การปลุกมะระนั้นเราต้องคำนึงถึงว่ามะระถือเป็นพื้นที่มีศัตรูพอสมควรซึ่งชาวสวนทั้งหลายนั้นจะกลัวกันเป็นอย่างมาก ทั้งไวรัส ทั้งเพลี้บไฟ ราน้ำค้างจึงทำให้จะต้องมีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันไว้ตลอดเวลา

หลังจากที่ปลุกปลาแล้วประมาณ 50 ถึง 60 มันก็สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้โดยความถี่ในการเก็บเกี่ยวน่าจะอยู่ที่หนึ่งถึงสี่ครั้งต่อวันถ้าผลออกมาเยอะก็จะต้องไปเก็บทุกวัน

หลังจากที่เก็บมาแล้วก็นำมาขัดแยกใส่ถุงถุงละห้ากิโลซึ่งจะมีการจัดตามเบอร์ว่าตามขนาดของมันโดยจะขายอยู่ในราคาที่แตกต่างกันซึ่งส่วนนี้ก็สามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดีโดยขายเป็นกิโลละเริ่มต้นที่ 20 บาทหาดทรายใหญ่หน่อยก็อยู่กิโลละ 30 บาทซึ่งสามารถสร้างรายได้ได้ถึง 800,000 บาท. โดยควรประหยัดนั้นได้เริ่มลงทุนไปตอนแรกประมาณที่ 200,000 บาทซึ่งบอกได้ว่ากำไรเยอะมาก

อย่างไรนั้นการปลุกมะระก็ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอยู่พอสมควรฉะนั้นใครที่สนใจก็ต้องมีเงินทุนแล้วก็มีความรู้ในการปลุกด้วยเพื่อที่จะทำให้ผลผลิตของเรานั้นไม่ต้องเสียหาย

Similar Articles

Top