สาวไทยหนึ่งเดียว ‘ขับรถสิบล้อในอเมริกา’ รายได้ไม่ธรรมดา

ขึ้นชื่อว่าการทำงาน การที่จะค่าตอบแทนที่สูง ๆ ต้องแลกมาด้วยความรับผิดชอบที่สูงด้วย บางคนทำงานในออฟฟิศก็เช่นกัน ภาระหน้าที่ในการทำงานนั้นก็ต่างแตกกันตามค่าตอบแทน วันนี้เราจะไปพบกับอาชีพใหม่ อาจจะใหม่ในบ้านเรา แต่สำหรับต่างประเทศแล้ว มีมานานและค่าตอบแทนสูงมากด้วย นับกันเป็นรายนาทีกันเลยทีเดียว อาชีพนี้สำหรับหลายคนคงจินตนาไม่ออกแต่อาจจะพอผ่านหูผ่านตามาบ้าน นั่นคืออาชีพขับรถส่งของนั่นเอง แต่พิเศษไปกว่านั้นคือ มันคือรถเทรลเลอร์หรือเรียกง่าย ๆ ภาษาบ้าน ๆ ที่เข้าใจคือรถสิบล้อนั่นเอง อาชีพขับสิบล้อในอเมริกา นั้นคือเป็นอาชีพเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนนสูง เพราะคนขับต้องมีความชำนิชำนาญและขับรถตลอดเวลา ประมาทไม่ได้เลย อีกทั้งต้องคอยระวังเรื่องการขนสินค้า หากทำสินค้าแตกเสียหายก็โดนหักเงิน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นอาชีพที่มีค่าตอบแทนสูงมาก ต้องอดทนและรับผิดชอบสูง

สาวไทยคนนี้ชื่อ คุณปิ๋ม-สุภาวดี นามชารี สาวไทยวัย 25 ผู้ยึดอาชีพขับรถบรรทุกในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี แต่กว่าจะมีใบอนุญาตสำหรับขับรถบรรทุกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คุณปิ๋ม-สุภาวดีเธอเกิดในครอบครัวที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับรถขนของ โดยพ่อและแม่ของเธอต้องขับรถบรรทุกส่งของ ซึ่งต้องออกต่างจังหวัดเป็นประจำ ทำให้เธอนั้นเติบโตและเลี้ยงดูมากับคุณตาคุณยาย โอกาสเดียวที่เธอจะได้อยู่กับพ่อและแม่ ต้องอาศัยช่วงวันหยุดหรือปิดเทอมเพื่อที่จะนั่งรถบรรทุกส่งของและเดินทางติดตามไปกับพ่อแม่ของเธอ นั่นก็ทำให้เธอได้ซึมซับกับประสบการณ์การขับรถบรรทุกส่งของตั้งแต่เด็กๆ ตอนวัยเด็กคุณปิ๋ม ก็เหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วๆ ไป ที่การทำไร่ไปนา นอนกลางดินกินกลางทราย หรือแม้แต่งานรับจ้างทั่วไป เป็นสิ่งที่เธอทำประจำ หรืออะไรที่พอจะช่วยให้เขาแบ่งเบาภาระทางบ้านได้

เมื่อเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษา เธอตัดสินใจเดินตามความฝัน เข้ามาทำงานในอเมริกา เริ่มแรกเธอก็เหมือนเด็กไทยส่วนใหญ่ที่ทำงานตามร้านอาหารไทย แต่ทำได้สักพักเธอกลับคิดว่า งานบริการไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัดและชีวิตคนเราถ้ามุ่งมั่นและไม่หยุดที่จะทำในสิ่งที่ฝัน เลยตัดสินใจเข้าสมัครเรียนจริงจังเกี่ยวกับการขับรถส่งของในอเมริกา และสอบผ่านใบอนุญาตขับรถส่งของ จนวันนี้เธอได้ทำตามความฝัน ได้ทำอาชีพที่รักและถนัด โดยรายได้ของคุณปิ๋ม เมื่อหักภาษีหักครึ่งกับบริษัทต้นสังกัดแล้ว เฉลี่ยอยู่ที่ 1,900 กว่าเหรียญ หรือตีเป็นเงินไทยเกือบๆ 60,000 บาทเลยทีเดียว!

ไปดูบทสัมภาษณ์บางส่วนบางตอนของเธอกันเลย
คำถาม : เริ่มหัดขับรถครั้งแรกตอนไหน ? คำตอบ : คุณพ่อ และญาติๆ จะเป็นคนขับรถบรรทุกกันหมด รวมๆ จะมีรถอยู่ประมาณ 140 กว่าคัน ทำครบวงจร ประมูลทำถนน ทำหลายอย่าง พ่อก็มักจะพานั่งไปบนรถบรรทุกตั้งแต่เด็กเลย เพิ่งจะมาหยุดช่วงเข้า ม.ต้น ไม่มีความคิดเบื่อเลย มีแต่แบบอยากไป เวลาไปขนหิน ไปโรงโม่ ก็ตื่นเต้น หินมันกองใหญ่เบ้อเริ่ม เราก็ไปเก็บหินมาใส่อ่างปลาที่บ้าน มีฟีลแบบอยากไปอีก อาทิตย์หน้ามารับอีกนะ จริงๆ เริ่มขับรถตั้งแต่ ป.6 เลย หนูขอพ่อขับรถกระบะเกียร์กระปุก คือตอนนั้นขายังไม่ถึงเลยนะ พ่อก็เอาหมอนมาซ้อนให้นั่ง 2-3 อัน แล้วก็หัดขับ แต่ว่าก็เป็นเรื่องไม่ดีนะ แต่นี่หมายถึงหนูอยากขับ คือพ่อแม่ไม่มีลูกผู้ชาย แล้วหนูก็ชอบทำอะไรแบบเด็กผู้ชาย พ่อเลยสอนให้ หนูจะเป็นผู้หญิงที่ห้าวๆ นิสัยเหมือนผู้ชาย เล่นกับผู้ชายมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิง เพราะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง

คำถาม : รายได้ดีไหม ? คำตอบ : เขาจ่ายชั่วโมงละประมาณ 8.5 เหรียญดอลลาร์ ก็ถือว่าไม่เยอะ เป็นมินิมั่มเวทของที่เมืองนี้ ตอนนั้นแม่ให้ตังค์มาแค่ 500 เหรียญ ก็ประมาณ 15,000 บาทไทย แต่หนูก็ไม่ได้ใช้เงินตรงนั้นเลย เพราะพอมาถึงประมาณ 3-4 วันหลังจากเราหาบ้าน เรามีงานอยู่แล้วที่รองรับไว้ เราก็มาทำงาน แล้วเราทำงานโรงแรมด้วย มีข้าวกินตลอด โรงแรมที่เราทำมันจะเป็นโรงแรมห้าดาว แล้วจะมีแต่คนรวยอยู่ เขาก็จะมีทิป มีอะไรไว้ให้ ฝรั่งเขาจะชอบเอาทิปไว้ให้ในหมอน เราก็ได้ในแต่ละวัน ก็ค่อนข้างจะโอเคกับตรงนั้น มีกับข้าวที่โรงแรม บางทีก็มีขนมปัง ที่เขาให้เรากินได้ ก็เลยไม่ค่อยใช้ตังค์อะไรมาก ถือว่าได้รายได้น้อยมั้ย ถ้าเทียบกับตอนนี้ก็คงไม่ทำ เพราะว่าน้อยมากแต่ตอนนั้นเราเป็นนักเรียนอยู่มาจากไทย ไม่มีรายจ่าย ไม่มีค่ารถ ค่าบ้าน เราก็อยู่ได้

คำถาม : มาขับรถบรรทุกได้ไง ? คำตอบ : หลังจากที่หนูอยู่อเมริกาได้สักพักก็มีแฟน คบกันมาตั้งแต่เรามาเลย ประมาณปีสองปีถึงตัดสินใจแต่งงาน หลังจากแต่งงานช่วงที่ทำกรีนการ์ดที่นี่จะใช้ระยะเวลาค่อนข้างเกือบปี ระหว่างที่รอเขาก็จะให้ Work Permit มา เราสามารถทำงานได้ถูกกฎหมาย บังเอิญได้ไปรู้จักพี่ผู้หญิงคนไทยที่ร้านอาหารเขามีแฟนเป็นฝรั่ง แฟนเขาเป็นคนขับรถบรรทุก แล้วแฟนเขาก็มากินข้าวที่ร้าน เลยมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนคุยกัน ด้วยความที่เราก็อยากรู้อยากเห็นว่า อาชีพรถบรรทุกที่อเมริกาเป็นยังไง เขาก็บอกว่าที่อเมริกาผู้หญิงเขาก็ขับเยอะนะ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ลองไปดูสิ พอได้กรีนการ์ด หนูก็ออกจากที่ทำงานร้านอาหาร แล้วก็ไปเรียนขับรถบรรทุกเลย เพราะในใจคิดไว้นานแล้ว ว่าจะไปทำอาชีพนี้ เราก็แค่รอช่วงเวลาที่ทุกอย่างมันเรียบร้อย

คำถาม : ความแตกต่างระหว่างรถบรรทุกไทยกับอเมริกา ? คำตอบ : แตกต่างแทบทุกอย่างเลย งานของที่นี่จะเยอะกว่าที่ไทย ที่บ้านเรางานเยอะก็จริง แต่เงินที่ได้มามันไม่คุ้มกับค่ารถค่าน้ำมัน มีคนส่ง inbox มาคุยกับหนูว่า คุณผ่อนรถที่อเมริการู้มั้ยเท่ากับที่ฉันผ่อนรถบรรทุกที่นี่เลย หนูเข้าใจนะ อย่างบ้านหนู พ่อจะผ่อนรถเหมือนกัน แต่ว่าด้วยความที่เราวางเงินดาวน์สูงเราก็จะได้ผ่อนน้อย แต่คนที่วางเงินดาวน์ต่ำเขาต้องผ่อนถึงเดือนละแปดหมื่นเจ็ดหมื่นบาทไทยถือว่าเยอะอยู่นะ อย่างพ่อหนู ช่วงที่งานน้อยก็จะไม่วิ่งรถเลย เพราะรู้ว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย คำนวณดูแล้วได้กำไรแค่พันเดียว มันไม่คุ้ม เพราะว่า รถใหญ่เวลาซ่อมมันแพงมากกว่ารถเล็กๆ ฉะนั้นมันไม่คุ้มในการที่ไปทำงานได้กำไรวันละพัน จะจอดไว้เลย แต่ที่อเมริกางานจะเยอะมาก และมีความทันสมัย เขาจะมีแอปฯสำหรับขับรถบรรทุก เราสามารถเลือกงานได้เลย ว่าจะไปส่งของระยะเท่านี้กี่กิโลเมตรแล้วจะได้ค่าตอบแทนเท่านี้ เขาจะมีข้อมูลทุกอย่างให้เราเลือกเอาเลย มันง่ายมาก อีกอย่างกฎหมายของที่นี่ เขาดูแลทั้งคนใช้รถ ใช้ถนน คนที่ขับรถใหญ่ตำรวจเขาก็จ้องดูเราพอสมควร เพราะเราเป็น Professional Driver ต้องรู้จักวิธีรักษารถ ขับรถให้ดีกว่าชาวบ้านชาวเมืองเขา และกฎหมายที่อเมริกาก็เคร่งครัดมาก บ้านเราง่ายกว่า แต่ที่นี่ไม่มีเคลียร์ถนน ไม่มีเคลียร์ทาง มันทำไม่ได้

สุดท้าย เธอทิ้งท้ายไว้ว่า สิ่งที่สำคัญในการขับรถบรรทุก นั่นคือ ‘สติ’ เพราะถ้าพลาด คือชีวิตเรา หรือไม่ก็คนที่เราไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลย
และนี่คือบทสัมภาษณ์บางส่วนบางตอนสำหรับคนที่สนใจทำงานนี้ ถึงแม้ค่าตอบแทนจะสูงแต่บอกเลยว่าไม่ง่ายเลย เพราะต้องอาศัยประสบการณ์และต้องผ่านการสอบเพื่อขอใบอนุญาตขับรถ ตามมาตรฐานของอเมริกา นั่นเอง

ขอบคุณรูปภาพจาก ChaRee Pim