ช่วยอุดหนุน ‘ยายแจ่ม-ตาเภา’ อยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจของกันและกัน แม้วันที่ยากลำบาก

ไวรัลไทยแลนด์วันนี้เราจะพาไปรับรู้เรื่องราวของสองตายายสู้ชีวิต พลัดถิ่นบ้านเกิดเมืองนอนเข้ามาทำมาหากินในกรุงเทพ ด้วยอายุที่มากแล้วสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ จึงตัดสินใจใช้ความสามารถที่มีคือ งานฝีมือด้านการจักสาน พักทอ ซึ่งหลายคนอาจคุ้นชินตากับภาพสองตายาย บริเวณรถไฟฟ้าอารีย์ ซึ่งเราจะพาไปรู้จักทั้งสองท่านกันเลย หลังจากเพจ MThai ได้เผยแพร่เรื่องราวของสองตายายทั้งสองท่านนี้ ทำให้กลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นโพสต์ดังกล่าวกว่า 900 คอมเม้นท์ มีการแชร์ถึง 2,800 ครั้งและไลกค์โพสต์นี้กว่า 11,000 ไลค์

โดยมีข้อความที่โพสต์ว่า
“กำลังใจกัน และกัน สองตายาย เลี้ยงชีพยุค COVID ด้วยเสียงแคน และงานฝีมือถักทอ
ตาเภา และยายแจ่ม สองตายายที่ตัดสินใจเดินทางจากตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ มากรุงเทพฯ ประทังชีวิตอยู่ด้วยการขายเครื่องสาน และเป่าแคน อยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.00 – 18.00 น.”

ยายแจ่มเล่าว่า ตนเองได้เดินทางจากจังหวัดสุรินทร์ขึ้นมาเพื่อหารายได้ในกรุงเทพฯ ด้วยความที่ตนเองอายุ 78 ปีแล้ว ส่วนสามีก็อายุ 75 ปี สิ่งที่พอจะทำได้ก็คืองานฝีมือ จึงเลือกยึดอาชีพทำเครื่องสานเพื่อหารายได้ประทังชีวิต ส่วนคุณตาเภา เมื่อก่อนเคยทำอาชีพแกะสลัก แต่ด้วยอายุที่เยอะแล้วจึงเลิกทำไป หันมาเป่าแคนสร้างเสียงดนตรีให้กับคนที่เดินผ่านไปมาเหมือนศิลปินเปิดหมวก

ช่วงที่โรค COVID-19 ระบาดหนัก ยายแจ่ม และตาเภา ก็ไม่ได้ไปไหน ยังคงมานั่งขายเครื่องสาน และเป่าแคนอยู่ที่เดิม แต่รายได้ก็ลดน้อยลงไปมาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่ออกจากบ้าน ส่วนเงินเยียวยาจากทางรัฐบาลก็ไม่ได้รับ เพราะตนไม่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ทำให้ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดมากขึ้น


“อยู่สุรินทร์ก็ไม่มีงานทำ สู้มาหากินที่กรุงเทพฯดีกว่า”
“บางครั้งก็เหนื่อย และท้อเหมือนกันนะ แต่ก็ยังดีมีสามีที่คอยอยู่ข้างๆ ช่วยกันดิ้นรนต่อสู้กันต่อไป” ยายแจ่มกล่าวปิดท้าย

เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ได้รับความสนใจจากโลกออนไลน์มาก เรื่องนี้ไม่เพียงสร้างกำลังให้แก่ผู้ที่พบเห็นแต่ยังสื่อถึงความรักของสองท่านนี้ ซึ่งยิ่งใหญ่มาก ๆ แม้จะเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่หากว่ามีคน ๆ หนึ่งคอยอยู่ ๆ ให้กำลังใจซึ่งกันและกันเชื่อว่า จะผ่านพ้นไปได้หรือแม้เส้นทางจะยาวไกลแค่ไหน ลำบากแค่ไหน จับมือกันไว้ให้แน่น ๆ นั่นแหละคือความสุขที่แท้จริง

ขอบคุณภาพจาก : กฤติกรจิตติอร่ามกูล เนื้อหาจาก : MThai