You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่! เพาะเลี้ยงอึ่งเพ้าในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงขายกำไรงาม ขายได้กิโลละ 250-300 บาท

สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่! เพาะเลี้ยงอึ่งเพ้าในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงขายกำไรงาม ขายได้กิโลละ 250-300 บาท

สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่! เพาะเลี้ยงอึ่งเพ้าในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงขายกำไรงาม ขายได้กิโลละ 250-300 บาท

เรียกได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจแนวใหม่สำหรับ ” อึ่งเพ้า ” ที่สมัยนี้หากใครเลี้ยงไว้ขายสามารถทำงานได้กิโลกรัมละ 250-300 บาทเลยทีเดียว แต่หากใครไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆมาฝากกันครับ

การเพาะเลี้ยงอึ่งเพ้าในบ่อซีเมนต์ อาชีพอิสระทำเงินได้ ขายได้กิโลละ 250-300 บาท
อึ่งเพ้า เป็น อึ่งที่ถือว่าเริ่มหาได้ยากแล้วในธรรมชาติ นำมาทำอาหารป่าได้อร่อย หากินได้แค่ฤดูฝนเท่านั้น อึ่งเผ้า อึ่งปากขวด หรืออึ่งโกก หรืออึ่งข้างลายนั้นเป็นอึ่งชนิดเดียวกันครับ ราคานั้นก็ไม่เบาเลยหละครับสูงถึงกิโลกรัมละ 250-300 บาท เลยทีเดียวด้วยการที่เป็นที่นิยมกินกันมากและกำลังขาดตลาด การเพาะอึ่งเพ้าขายจึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่กำลังมาแรงในตอนนี้

อึ่งเผ้า มีลักษณะเฉพาะตัวคือ มีความยาวจากหัวจรดถึงก้นประมาณ 73 มิลลิเมตร ลำตัวอ้วนป้อม มีลักษณะเด่นคือ หน้าสั้นมาก ปากแคบและทู่ไม่มีฟัน ไม่เหมือนกับกบหรืออึ่งอ่างชนิดอื่น ๆ ตาเล็ก ขาสั้น แผ่นเยื่อแก้วหูเห็นไม่ชัด ลำตัวสีน้ำตาลดำหรือสีเทาดำ ใต้ท้องสีขาว บางตัวอาจมีจุดกระสีเหลืองกระจายอยู่ทั่ว เท้าทั้ง 4 ข้างมีพังผืดเกาะติดอยู่ ใช้สำหรับว่ายน้ำ และมีสันใต้ฝ่าเท้าหลังใช้สำหรับขุดดิน

อึ่งเผ้า พบในภูมิภาคอินโดจีน ในประเทศไทยจะพบเฉพาะพื้นที่ที่อยู่เหนือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้นไป โดยมีพฤติกรรมอาศัยโดยขุดโพรงดินที่เป็นดินปนทรายและอาศัยอยู่ภายใน ในป่าที่มีความชุ่มชื้นใกล้กับพื้นที่ชุ่มน้ำ ในฤดูร้อนจะซ่อนตัวในโพรงแทบตลอด เมื่อฝนตกจะออกมาหากิน โดยหากินในเวลากลางคืน

อึ่งเผ้าจะผสมพันธุ์และวางไข่ในช่วงต้นฤดูฝน โดยจะทำการผสมพันธุ์วางไข่เร็วกว่าอึ่งอ่างหรือกบชนิดอื่น ลูกอ๊อดมีลำตัวป้อมและโปร่งแสง ลำตัวเป็นสีเหลือง มีส่วนบนและส่วนล่างเป็นสีดำ จะหากินอยู่ในระดับกลางน้ำ โดยจะว่ายทำมุมประมาณ 45 องศาเซล เซียส อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ ไปไหนมาไหนพร้อมกันเป็นฝูง ปัจจุบันมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มาก เพราะการถูกจับมาบริโภคและสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไป

การเพาะเลี้ยงอึ่งอึ่งเพ้าในบ่อซีเมนต์
ลักษณะบ่อเพาะเลี้ยง
– บ่อซีเมนต์ ขนาด 2X4X1 เมตร ผนังเรียบ
– พื้นบ่อเป็นทรายละเอียดหนา 50 เซนติเมตร อีกฝั่งหนึ่งทำเป็นบ่อน้ำขอบบ่อเสมอกับพื้นดินทราย
– หลังคาคลุมด้วยสแลนท์พลางแสง 80 เปอร์เซ็นต์
– ขอบบ่อด้านบน วางแผนสังกะสีให้ด้านหนึ่งของสังกะสีเลยเข้ามาในบ่อประมาณ 15 นิ้ว กันอึ่งหนีออกบ่อ
– ติดตั้งสปริงเกอร์ และ หลอดไฟฟ้า ในบ่อ 1 จุด

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์อึ่ง
พ่อพันธุ์แม่พันธุ์อึ่งนั้น สามารถรวบรวมได้จากธรรมชาติ บริเวณป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน (พบมากในช่วงฝนตกหนักครั้งแรกของฤดูฝน) เมื่อรวบรวมมาได้แล้วให้คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ดังนี้

เพศผู้
– ลำตัวมีสีดำเข้มข้างตัวมีลายดำจุดขาว
– ลำตัวเล็ก และ ยาวกว่าเพศเมีย

เพศเมีย
– ลำตัวสั้น และ ใหญ่กว่าตัวผู้
– ข้างตัวมีลายจุดขาวอมเหลือง ผนังท้องบางมองเห็นไข่
– ตัวเมียที่มีไข่เต็มท้องโดยหงายดูที่ท้องจะเห็นไข่ลักษณะสีดำ

วิธีการเพาะพันธุ์อึ่งเพ้า
ใช้อัตราส่วนเพศผู้ : เพศเมีย (1:1) จำนวน 1 – 2 คู่ ต่ออ่าง ใส่น้ำครึ่งอ่าง เมื่อเห็นไข่ลอยเต็มอ่างภายใน 11 – 12 เซนติเมตร ให้แยกพ่อแม่พันธุ์ออกจากอ่าง ( แม่พันธุ์ 1 ตัวให้ไข่ 8,000 – 10,000 ฟอง) ไข่จะฟักออกเป็นตัวภายใน 24 ชั่วโมง

การให้อาหารอึ่งเพ้า
ใน 3 วันแรกลูกอ๊อดไม่กินอาหาร เมื่อลูกอ๊อดอายุ 4 วัน เริ่มให้ไข่แดงต้มสุกบดให้ละเอียดวันละ 1 ครั้งในตอนเช้า ประมาณ 1/4 ฟองต่ออ่างเมื่อลูกอ๊อดอายุ 7 วัน เริ่มให้อาหารปลาดุกเล็กโปรตีน 32 เปอร์เซ็นต์ 100 กรัมต่ออ่าง ให้วันละ 1 ครั้ง จนลูกอ๊อดอายุประมาณ 45 วัน หางลูกอ๊อดเริ่มหลุด หลังจากลูกอ๊อดหางหลุด อึ่งจะพัฒนาเหมือนตัวเต็มวัย และจะออกจากอ่างลงบนพื้นทรายในบ่อประมาณ 3 วัน อึ่งจะฝังตัวในทรายบนพื้นบ่อ กรณีให้อาหารเสริม เช่น ปลวก และแมลง ให้เปิดสปริงเกอร์วันละ 1 ครั้ง และเปิดไฟล่อแมลงในบ่อตอนกลางคืน

วิธีการจับอึ่งจากการเพาะเลี้ยง
– โดยการนำแผ่นสังกะสีวางบนหลังคาที่คลุมด้วยสแลนต์ แล้วจึงใช้น้ำฉีดที่แผ่นสังกะสี (เป็นการเลียนแบบฝนตก) อึ่งเผ้าที่ฝังตัวอยู่ในทรายจะออกมา
– ปล่อยให้น้ำท่วมพื้นบ่อ อึ่งจะขึ้นมาบริเวณผิวน้ำสามารถคัดขนาดได้ตามต้องการ

เมนูอาหารป่าที่นิยมนำอึ่งเพ้าไปประกอบอาหาร

ต้มอึ่ง จิ้มแจ่ว เมนูยอดฮิตแสนอร่อย

อึ่งย่าง อีกเมนูที่น่าทาน

 

อึ่งเปาะหรืออึ่งสมุนไพร เมนูแสนอร่อย นำอึ่งมาสับรวมกับสมุนไพรปรุงรสแล้วยัดไปในตัวอึ่ง มัดคอ ตากแห้ง เก็บไว้ได้นานนำไปย่าง
เรียบเรียงข้อมูลโดย : www.postnoname.com , เพจ วิชาชีวิต
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพประกอบจาก : www.วิถีชีวิตเกษตรพอเพียง.com , ศูนย์ความรู้ของคนรักการทำเกษตร

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top