You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > แพทย์แฉ!! สภาพคนไข้ ผ่านไป 6 เดือน หลังกินยา “หมอแสง” หวังรักษามะเร็งด้วยความเชื่อ..?

แพทย์แฉ!! สภาพคนไข้ ผ่านไป 6 เดือน หลังกินยา “หมอแสง” หวังรักษามะเร็งด้วยความเชื่อ..?

แพทย์แฉ!! สภาพคนไข้ ผ่านไป 6 เดือน หลังกินยา “หมอแสง” หวังรักษามะเร็งด้วยความเชื่อ..?

หลังจากที่มีคนไปต่อคิวรับยารักษามะเร็งของหมอแสงกันนับหมื่นราย ล่าสุดทีคนไข้รายหนึ่งออกมาโพสต์ภาพอัพเดตอาการล่าสุดของตัวเองหลังกินยาหมอแสงนาน 6 เดือนเพื่อรักษามะเร็งเต้านม ปรากฏว่ามีแผลลุกลามอย่างหนัก จนเป็นที่วิพากษ์วิจารย์ในดลกโซเชียลกันเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ล่าสุด แพทย์ออกมาแฉความจริงที่แสนเจ็บปวดจากฟากผู้ป่วย “เหมือนถูกหลอก แต่ปลอบใจตัวเองว่า เราเลือกเอง” ซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังฉายา “หมอเทวดา” ย้ำชัดว่า “ยาหมอแสง” อาจไม่สามารถรักษามะเร็งและโรคร้ายอื่นๆ ได้ อย่างที่มีคนกล่าวอ้างเอาไว้ เผยภาพผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแผลลุกลาม หลังเข้ารับยาหมอแสงนาน 6 เดือน เสียดายแทนคนนับหมื่นที่พลาดโอกาสหาย หลังเลือกตายเพราะความเชื่อ

แฉความจริงอีกด้าน “ยาหมอเทวดา” รักษาไม่ได้ผล!!

[โพสต์จากแพทย์ท่านหนึ่ง ที่ รศ.นพ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์ เอามาแชร์]

“ผ่านไป 6 เดือน คนไข้ที่รับยาหมอแสง เริ่มทยอยมาในสภาพนี้…เศร้าครับ”
รศ.นพ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์ ศัลยแพทย์ด้านศีรษะ คอ เต้านม Faclty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โพสต์ความจริงอีกด้านของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผ่านแฟนเพจ “บันทึกเรื่องน่ารู้ by Dr.Adune”

โพสต์ดังกล่าวนั้นบอกเล่าเรื่อง “ความเจ็บปวด ที่ได้จากการรักษาสมุนไพร ที่ไม่ค่อยมีคนเล่าให้ฟัง” เกี่ยวกับผลการรักษาด้วย “แคปซูลสมุนไพร” หลังรับยาจากคนธรรมดาที่ถูกเรียกว่า “หมอเทวดา” คนธรรมดาที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพิ่งออกใบรับรองให้เป็น “หมอพื้นบ้าน” อย่างเป็นทางการ “หมอแสง”

ส่วนภาพที่นายแพทย์อดุลย์แนบมาในโพสต์เดียวกันนี้ด้วย คือภาพแผลลุกลามของผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ที่ถูกโรคร้ายกัดกินกล้ามเนื้ออย่างหนักจนเต็มหน้าอก โดยอธิบายเอาไว้ว่าเป็นภาพที่อาจารย์หมอท่านหนึ่งเอามาให้ดูเมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งยังบอกอีกว่าช่วงเดือนนี้ (มี.ค.) เป็นช่วงที่มีคนไข้ลักษณะนี้มาหาหมอมากขึ้นๆ เรื่อยๆ เนื่องจากหมอพื้นบ้านรักษา จึงหันหน้ามาพึ่งแพทย์แผนปัจจุบัน

[ผู้คนมากมายนับหมื่น มาต่อคิวขอรับยา ด้วยความเชื่อ]
“คนที่เป็นแบบนี้ มักจะไม่ค่อยกล้าเล่าให้คนอื่นฟัง เหมือนถูกหลอก แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าก็เราเลือกเอง หมอ ส. เขาก็หวังดี คนแนะนำให้ไปหา เขาก็หวังดี ทำนองนี้ เป็นวิธีคิดแบบไม่โทษคนอื่น ไม่มีใครไปต่อว่า

คนที่แนะนำให้ไปกินสมุนไพร และคนที่แนะนำคนไข้ไปใช้สมุนไพร ก็อาจเชื่อโดยสนิทใจ ก็ฟังเขาบอกมา เมื่อผู้ป่วยต้องเผชิญกับสภาพเช่นนี้ ก็มักจะไม่ไปป่าวประกาศว่า สมุนไพรไม่ได้ผล คิดว่าคนอื่นอาจจะได้ผล คงเป็นที่ตัวเรามั้ง ที่มีกรรม เลยไม่ได้ผล

ไม่อยากให้คนไทยเราคิดแบบนี้นะครับ เพราะเป็นการทำให้คนอื่นไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เราควรบอกต่อ บอกให้รู้ว่า มีคนไข้จำนวนหนึ่ง (ซึ่งมากพอควร) เสียโอกาสในการรักษา เพราะหลงเข้าใจว่า สมุนไพรจะได้ผล มาช่วยกันดีกว่าไหมครับ บอกความจริงให้คนไทยด้วยกันรับรู้ จะได้ไม่เสียโอกาสที่จะรักษาโรคให้หายได้”

[“หมอแสง” กับสมุนไพร ส่วนประกอบของยา]

แม้แต่ตัวของหมอแสงเอง ก็ยังไม่เคยออกมายืนยันเลยสักครั้งว่า ตัวยาสมุนไพรในแคปซูลของเขาเหล่านั้น สามารถรักษาโรคมะเร็งได้จริง เพียงแต่เคยกล่าวอ้างว่า ก่อนจะเอามาใช้กับผู้คนอย่างทุกวันนี้ เคยทดลองใช้กับสุนัขจรจัด ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งอวัยวะเพศแล้ว ปรากฏว่าเจ้าตัวที่ถูกทดลองมีอาการดีขึ้น จึงเริ่มนำไปแจกจ่ายผู้ป่วย และหลังจากนั้น 2 ปี จึงได้นำมาใช้กับลูกสาวของตัวเองที่ป่วยเป็นมะเร็งเหมือนกัน

“คนที่หายไปก็มีอยู่แล้ว เพราะหามกันมา ก็แสดงว่าเขาไม่อยู่แล้วล่ะ” หมอแสง-แสงชัย แหเลิศตระกูล เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเอาไว้อย่างนั้น สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า สมุนไพรเหล่านั้นจะช่วยชีวิตใครเอาไว้ได้หรือไม่ หรือช่วยได้แค่ไหน แค่มองว่าตัวเองเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับคนหมดหวังแล้วเท่านั้นเอง

[ยาหมอแสง ในรูปแบบแคปซูล]

“ผมจะบอกก่อนเลยว่า คนที่เริ่มเป็นมะเร็ง ไปหาหมอก่อน เพราะว่าตัวเราไม่ใช่หมอ หมอเขาเก่งกว่าเราเยอะ ไอ้สมุนไพรทางเลือก ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าทางเลือก ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ค่อยว่ากัน ไม่ไหวก็มาเราจะแบ่งปันให้ ในเมื่อคุณหมดหนทางแล้ว เราก็แบ่งปันกันไปนะครับผม คนที่มาหาจริงๆ ส่วนมากจะอาหารหนักแล้ว เราก็แบ่งปันกันไปเท่าที่ทำไหว แต่ถ้ายังไม่หนัก เพิ่มเริ่ม ให้ไปหาหมอก่อน

ถามว่ามีถูกร้องเรียนไหม ก็ยังไม่มีนะครับ แต่เราป้องกันตัวเอง เพราะมันเป็นทางเลือกสุดท้าย เราก็ให้ไปลงบันทึกประจำวัน (ที่สถานีตำรวจ) ว่ามีความประสงค์จะมาขอแบ่งปันยาไปกิน โดยไม่เอาผิดเรา ถ้าเกิดเป็นอะไรไป เราต้องป้องกันตัวเอง ถึงจะไม่เกิน เราก็กลัวไง เพราะคนที่มาก็หมดหนทางแล้ว ส่วนเรื่องโฆษณา ผมไม่เคยทำเลย ไม่อยากจะบอกใครด้วยซ้ำ ผมขี้เกียจทำ เพราะผมมีแต่เสีย กับเสมอตัวเท่านั้นแหละ”

หนึ่งชีวิตจะเชื่อฝั่งไหน? “หลักฐาน” หรือ “ลมปาก”

[ส่วนประกอบสมุนไพร ที่หมอแสงเอามาใช้ทำยา]

…รวบรวมสมุนไพร่ ทั้ง ข้าวเย็นเหนือ, ข้าวเย็นใต้, ดอกพิลังกาสา, เห็ดกระถินพิมาน, รำข้าวนาปี, รังนก ฯลฯ นำมาอบ บ่มนานกว่า 6 เดือน จนส่วนประกอบทุกอย่างแห้ง แล้วเอามาปั่นผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงนำมาอัดใส่แคปซูล บรรจุใส่ซอง ซองละ 10 เม็ด ผ่านกระบวนการดูดความชื้น แล้วจึงนำออกไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ป่วย…

ทั้งหมดนั้นคือกรรมวิธีการผลิตยาของหมอแสง ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “ยาเทวดา” สามารถรักษาโรงมะเร็งได้ แต่ถึงอย่างนั้น ในฐานะของหมอคนหนึ่ง เจ้าของแฟนเพจ “หมอหนุ่ม” ก็ยังคงยืนยันที่จะไม่สนับสนุนยาตัวนี้ ตราบใดที่ยังไม่มีบทพิสูจน์ที่น่าเชื่อถือออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน และจะไม่ยินยอมเขียนใบรับรองแพทย์ให้แก่ผู้ป่วยที่ยังรักษาได้ แต่ขอไปรับยาจากหมอเทวดา ที่ไม่เคยมีการยืนยันที่แท้จริง

[เผยขั้นตอนการผลิต]

“ผมว่าเรื่องนี้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมาโดยตลอดในวงการแพทย์ของเรานะครับ โดยเฉพาะแพทย์ที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการรักษามะเร็งอย่างผม ซึ่งผมอ่านข่าวเกี่ยวกับหมอแสงที่ไร ผมก็ต้องคิดหนักทุกครั้ง ว่าตอนนี้ประชาชนชาวไทยคิดอะไรกันอยู่ ผู้ใหญ่ด้านสาธารณสุขในบ้านเมืองเราคิดอะไรกันอยู่ เรากำลังถอยหลังทางการแพทย์ของประเทศไทยให้กลับไปสู่ยุคเก่าแก่อย่างนั้นหรือ

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ ซึ่งผมเขียนมาหลายครั้งแล้ว นั่นคือการจะบอกว่ายาตัวหนึ่งนั้นรักษาโรคนี้ได้ มันต้องมีการ “พิสูจน์” ครับ ไม่ใช่เพียงแค่ลมปากที่พูดต่อๆ กันมา มีคนรับยา 100 คน อาการดีขึ้น 1 คน ก็เอาคนดีขึ้น 1 คนนั้นมาโฆษณา โดยที่ไม่พูดถึงอีก 99 คนที่อาการแย่ลง และจริงๆ แล้ว 1 คนที่ดีขึ้นนั้น ดีขึ้นด้วยตัวเขาเองหรือจากยาก็ไม่สามารถบอกได้

ดังนั้น มันต้อง “พิสูจน์” ครับ ว่ายาดีจริง รักษาได้จริง และรักษาได้จริงแล้ว ก็ต้องดีกว่าหรือเทียบเท่ากับการรักษาอื่นๆ ในปัจจุบัน ที่มีหลักฐานว่ารักษาโรคนี้ได้ดีด้วยนะครับ เอาง่ายๆเลย ไม่ต้องพูดถึงขึ้นตอนการสกัดยา การได้มาของยา การทดลองความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง และการทดลองหาผลข้างเคียงในคนนะครับ เอาขั้นตอนสุดท้ายคือการพิสูจน์เลยว่า ยานี้รักษาได้จริง

นั่นคือให้คนที่เป็นโรคมะเร็งชนิดเดียวกัน ระยะเท่ากัน และปัจจัยอื่นๆ เหมือนกัน แบ่งมาคนละครึ่ง ครึ่งหนึ่งให้กินยาหมอแสงจริงๆ อีกครึ่งให้กินยาที่เม็ดคล้ายยาหมอแสง แต่ไม่ใช่ยาหมอแสง แล้วมาเทียบกันเลยว่า ใครจะแน่กว่ากัน

ถ้ายาหมอแสงรักษาได้จริง คนที่กินยาหมอแสงต้องอาการดีกว่ายาหลอกครับ แน่นอนการทำแบบนี้ผมว่าคงไม่ผ่านจริยธรรมการวิจัยหรอกครับ แต่ผมจะชี้ให้เห็นว่า การจะบอกว่ายาตัวนี้รักษามะเร็งได้ มันต้องมาจากขั้นตอนลักษณะแบบนี้ครับ ไม่ใช่มาจากลมปาก และการโฆษณาชวนเชื่อ

ผมไม่เคยห้ามคนไข้ของผมที่จะไปรับยาหมอแสงนะครับ ถ้าคนไข้คนนั้น ผมรักษาไม่ได้แล้ว หรือการแพทย์แผนปัจจุบันอื่นๆ รักษาไม่ได้ผลเท่าไหร่ เพราะมันเป็นเหมือนทางเลือกสุดท้ายของผู้ป่วยมะเร็งครับ ที่ต้องการที่พึ่งอื่นๆ

แต่ผมจะไม่ยอมให้คนไข้ที่ผมรักษาได้ หรือยังมีวิธีการรักษาแผนปัจจุบันอื่นๆ ที่ยังรักษาเขาได้ ไปรับยาหมอแสงแน่นอนครับ เพราะมันคือการเสียโอกาสของคนไข้อย่างน่าเสียดาย นี่คือสิ่งที่ผมกังวลมากครับ

ข่าวออกมาบอกว่ามีคนไข้มะเร็งหลายหมื่นคนเดินทางไปรับยา ซึ่งผมคิดว่าในจำนวนนั้นต้องมีคนไข้ที่เป็นมะเร็งระยะต้น ระยะกลาง หรือระยะที่ยังรักษาได้เดินทางไปด้วยแน่นอน และมันคือการเสียโอกาสของคนไข้อย่างมากครับ เสียโอกาสที่จะได้รับการรักษาที่ “พิสูจน์” แล้วว่ารักษาได้จริง เพราะโรคเหล่านี้มันก็มีเวลาของมันครับ

[วิธีใช้ยาที่แนบมา อธิบายแก่ผู้ป่วย]

ดังนั้นแล้ว พิสูจน์มาเถอะครับคุณหมอแสง ว่ายาของคุณมันรักษามะเร็งได้จริง ให้ผมสบายใจที่จะเขียนใบรับรองแพทย์ให้คนไข้ของผม ว่าผมเขียนได้บุญที่เขียน ไม่ใช่ได้บาป เพราะเขาจะไปตายเร็วขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายมากมายเพื่อเดินทางไป

และท่านผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องก็ช่วยขยับออกจาก comfort zone กันหน่อยนะครับ มาดูแลตรงจุดนี้ด้วยครับ ผมรู้ว่าท่านรู้และคิดแบบเดียวกับผม เพราะเราเรียนมาแบบเดียวกัน แต่ไม่รู้อะไรผูกท่านไว้ให้นั่งอยู่แต่เก้าอี้ ไม่ออกมาจัดการ

สุดท้าย อยากจะบอกผู้ป่วยทุกท่านครับ พยายามคิดวิเคราะห์ให้เป็นวิทยาศาสตร์นะครับ เชื่อในสิ่งที่ “พิสูจน์” ได้ ไม่ใช่เชื่อเพียงแค่ “ลมปาก” ที่พูดต่อกันมาครับ พิสูจน์ให้ผมเห็นเถอะครับว่ามันใช้ได้จริง ให้ผมมีความมั่นใจที่จะเขียนใบรับรองแพทย์ให้กับคนไข้ระยะสุดท้ายของผม ให้ผมมั่นใจว่าผมส่งเขาไปสู่สิ่งที่ดี ไม่ใช่ไปเพื่อตายเร็วขึ้น”

 

[“หมอแสง” ถ่ายภาพกับ ใบรับรองจาก “กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก” ให้เป็น “หมอพื้นบ้าน”]

ข่าวโดย ผู้จัดการ Live
ขอบคุณภาพ: อมรินทร์ทีวี, เวิร์กพอยท์ทีวี, แฟนเพจ “คนรักหมอแสง”

Loading...

Similar Articles

สุดรันทด!! เผยเรื่องราวชีวิตคุณตาแก้ว ต้องฝืนเดินเท้าครึ่งวัน เพื่อไปขอข้าวให้ยายกิน อดมื้อกินมื้อ แค่ยืนยังแทบไม่ไหว

เปิดคำทำนายนางสงกรานต์ปี’61 นาม ‘นางมโหธรเทวี’ เสด็จยืนเหนือหลังนกยูง

เผยเรื่องประทับใจ ลุงสวมรองเท้าแตะ เข้าวางดอกไม้จันทน์ไม่ได้ ก่อนเจอชายใจดีช่วยเหลือ

“ไผ่ยักษ์เมืองน่าน”ใหญ่สุดในโลก ใช้ได้ทุกส่วน ต่างประเทศแห่ต่อยอด สร้างรายได้หลักล้าน

งวดนี้เตรียมเฮ 4 ราศีหลังดวงตกจะพบโชคใหญ่ แบบไม่ทันคาดคิดมาก่อน

สุดยิ่งใหญ่ อลังการ รำบวงสรวง เปิดงานบูชาองค์พญานาค ริมโขง ทำบุญเข้าพรรษาวันแรก

Leave a Reply

Top