You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > อัปยศวงการตำรวจ “อัจฉริยะ” แฉแหลก พล.ต.ต. หวย 30 ล้าน เอี่ยว 6 คดีดัง เคยดึงสำนวน ทำคดีพลิก

อัปยศวงการตำรวจ “อัจฉริยะ” แฉแหลก พล.ต.ต. หวย 30 ล้าน เอี่ยว 6 คดีดัง เคยดึงสำนวน ทำคดีพลิก

อัปยศวงการตำรวจ “อัจฉริยะ” แฉแหลก พล.ต.ต. หวย 30 ล้าน เอี่ยว 6 คดีดัง เคยดึงสำนวน ทำคดีพลิก

จากกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบก. ปปป. ออกมาแถลงความคืบหน้าคดีล็อตเตอรี่ 30 ล้านบาท และเผยถึงความชัดเจนในการดำเนินคดีกับ “ครูปรีชา ใคร่ครวญ” และพวก พร้อมดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึง “พล.ต.ต. สุทธิ พวงพิกุล” อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เบื้องต้นกับพนักงานสอบสวนในคดี 2 นาย ไว้เป็นพยาน และดำเนินคดีตาม ม.157 ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล เพียงคนเดียว ก่อนยันว่า พล.ต.ต. สุทธิ ไม่ได้ทุจริต แต่ทำงานไม่รอบคอบ

ล่าสุดรายการโหนกระแส วันที่ 12 มี.ค. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.20 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจ “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมผู้ที่เกาะติดประเด็นนี้ไม่ปล่อย และ “ทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด” ทนายฝั่ง “ลุงจรูญ” ที่เปิดโปงขบวนการดังกล่าว

ทนายตั้ม : “จริงๆ ผมพอใจในภาพรวม แค่ติดใจในเรื่องเล็กๆ ที่เขาบอกว่าทางฝ่ายตร.ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คือผู้การไม่ทุจริต ซึ่งผมก็แย้ง ถึงแม้ตอนแรกเขาไม่มีเจตนาทุจริต ไม่มีเจตนาเรียกผลประโยชน์จริง แต่สิ่งที่เขาทำ คือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งก็มีเจตนาทุจริตในการทำสิ่งไม่ดีแล้ว ถึงแม้จะไม่มีผลประโยชน์ในตอนนั้นแล้วก็ตาม ผมก็มีแค่ประเด็นนี้ประเด็นเดียว นอกนั้นโอเค เขามาแถลงตรงๆ เลยว่าเขาจะดำเนินคดีกับผู้การในมาตรา 157 หรือสองทางฝ่ายครูให้การเป็นเท็จทุกอย่างก็ถือว่าเป็นการให้ความจริงกับสังคม ตอบตรงไปตรงมา มาตรา 157 เป็นข้อหาปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นผู้ใด ตามกฎหมายนี้ไม่จำเป็นต้องมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างสมมติว่าเราไปแจ้งความแต่ตร.ไม่รับแจ้ง โดยที่เขาไม่มีผลประโยชน์ใดๆ กับเรา หรือผลประโยชน์กับใคร ตำรวจก็มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหนาที่แล้ว ซึ่งกฎหมายตัวนี้ มีทั้งละเว้นและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่จำเป็นต้องมีผลประโยชน์ อย่างเคสนี้ ถ้าผู้การปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตามที่ควรจะทำ ก็มีความผิดแล้ว”

ทนายตั้มมองยังไง?
ทนายตั้ม : “ผมก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าคดีนี้มันแปลกๆ จากการที่ทำสำนวนหรืออะไร แต่เราไม่สามารถรู้ได้ ต้องชื่นชมกองปราบกับสอบสวนกลาง ที่สามารถเอาตำรวจที่เป็นพยาน ร้อยเวร กับพันตำรวจโท เอามาแล้วให้การเรื่องข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งเป็นผลร้ายกับเขาทั้งสองคนด้วยนะ แล้วให้การตามข้อเท็จจริงและยันว่ามีคนระดับสูง เป็นคนสั่งการให้มีการบิดสำนวน ซึ่งอันนี้ค่อนขางเซอร์ไพรส์ในการที่ตำรวจสองคน ซึ่งเป็นนายตำรวจเล็กๆ ยอมพูดความจริงออกมาและให้การว่าเรื่องราวเป็นยังไง”

สรุปทุจริตหรือไม่ทุจริต?
ทนายตั้ม : “ทุจริตอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าทางท่านผู้บัญชาการสอบสวนกลางท่านอาจจะคิดว่าทางผู้การคนนี้ยังไม่ได้รับผลประโยชน์ แต่มันก็มีความผิดอยู่แล้ว”

คุณอัจฉริยะ มองยังไง?
อัจฉริยะ : “ก็ระดับผู้อำนวยการตำรวจสอบสวนกลาง และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้การกองคดี ออกมาแถลง หากไม่มีพยานชัดแจ้งคงไม่กล้าแถลง เรื่องครูปรีชาที่แถลงเท็จทั้งหมด พยานเท็จจริงทั้งหมด และเรื่องของพลตำรวจตรีรายนี้ ที่มีการแก้สำนวน 32 ครั้ง”

ทนายตั้มรู้เรื่องนี้มั้ย?
ทนายตั้ม : “ผมรู้ว่ามีการแก้ แต่ไม่รู้ว่าแก้ถึง 32 ครั้ง พี่อัจเคยเล่าให้ฟังแล้ว”

อัจฉริยะ : “คือทางปอท. โดยปปป.เนี่ย ให้ปอท. สามารถกู้ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของร้อยตำรวจเอกธีรยุทธ์ได้ และมีการแก้สำนวนถึง 32 ครั้ง เขาแถลงไปแล้วนะ ปปป. เพิ่งแถลงไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าสามารถกู้ไฟล์ได้ ตรวจพบว่าร้อยตำรวจเอกธีรยุทธ์มีการแก้สำนวน อย่างการให้การไม่ตรงกัน 32 ครั้ง และมีการซัดทอดไปถึงตัวนายพลคนนี้ เป็นผู้สั่งการให้ร้อยตำรวจคนนี้แก้ไขถึง 32 ครั้ง ซึ่งจริงๆ แล้วทุจริตมั้ย ผมบอกได้เลยว่านี่คือการทุจริตอย่างร้ายแรง และในส่วนของผม ผมมองว่าเป็นความอัปยศของกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง เพราะการแก้ไขสำนวนถือว่าร้ายแรงมาก เราไม่รู้หรอกว่าเรื่องนี้ก่อนหน้านี้เกิดมากี่คดีแล้วที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น พอมีเหตุการณ์นี้ เป็นข่าวดัง พี่ตั้มเขาไปร้องสื่อมวลชน จนตอนนี้ กระทั่งกองปราบปราม กองบัญชาการสอบสวนกลาง ปปป. ตรวจพบว่ามีการแก้ไขสำนวน 32 ครั้ง มันเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก แล้วที่สำคัญคือวันนี้ที่ผู้การวินัยต้องตั้งกรรมการสอบวินัย การที่ตำรวจออกมาบอกต่อหน้าประชาชนว่านายพลคนนี้มีวุฒิการศึกษาต่ำ ซึ่งก็คือเป็นผู้ไร้ความสามารถ ซึ่งข้อ 4 วงเล็บ 2 บอกเลยว่าการสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากข้าราชการ ตามมาตรา 100 วงเล็บ 3 ให้สั่งได้เมื่อตำรวจคนนั้นขาดคุณสมบัติ หรือมีข้อห้ามดังต่อไปนี้ วงเล็บ 2 ไร้ความสามารถ”

อาจจะมีวุฒิภาวะต่ำ ไม่เชี่ยวชาญการสอบสวนหรือเปล่า?
ทนายตั้ม : “จริงๆ คนระดับนี้ เป็นผู้การจังหวัด ต้องผ่านงานทุกประเภท แล้วจะบอกว่าตัวเองไม่มีความถนัด แล้วจะปกครองคนยังไงเขาต้องปกครองคนทั้งจังหวัด ที่ผมได้ข่าวมา เดี๋ยวคงมีนายตำรวจคงถูกให้ออกแน่นอน เร็วๆ นี้”

อัจฉริยะ : “ก็ไร้ความสามารถไง ต้องถูกออกจากราชการแน่นอน เพราะคุณขาดคุณสมบัติการเป็นข้าราชการตำรวจแล้ว”

ผบ.ตร. บอกว่าลักษณะเหมือนการติดกระดุม ติดผิด เรื่องนี้อธิบายให้หน่อย?
ทนายตั้ม : “ก็มันผิดตั้งแต่ผู้การแล้ว ตั้งแต่ผู้การทำสำนวนผิดพลาดมา แล้วเม็ดบนๆ คือภาค 7 อาจไม่อยากติดผิด แต่เมื่อผิดมาก็ผิดตลอด ผบ.ตร. คงหมายถึงภาค 7 ไม่มีส่วนอะไร แต่จริงๆ แล้ว ในระดับภาค คณะทำงานก็อยากติติงนิดหนึ่งเราก็ควรตรวจดูสำนวนให้รอบคอบซะก่อน ก่อนจะทำคดีอะไร จะบอกว่าไปเชื่อหมดทุกอย่างไม่ได้ การส่งอะไรมา ก็ต้องใช้ดุลพินิจ ยิ่งเป็นคณะทำงานของภาค ก็ต้องเชี่ยวชาญ มีวุฒิภาวะ ที่สูงกว่า”

แต่ที่แน่ๆ ทางผู้การท่านนั้นออกมายืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น รวมครั้งแรกที่เชิญคุณจรูญเข้าไปเพราะเห็นว่าเป็นตำรวจเก่า น่าจะคุยกันรู้เรื่อง?

อัจฉริยะ : “แล้วเป็นหน้าที่ผู้การเหรอ ผู้กำกับไม่มีเหรอ พนักงานสอบสวน ร้อยเวรไม่มีวุฒิภาวะเหรอ”

เรื่องนี้น่าจะไม่ต้องถึงระดับผู้การ?
อัจฉริยะ : “มันไม่ใช่หน้าที่ผู้การ หวังดีอะไร คุณทำหน้าที่อะไร ตำรวจมีหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน ไม่มีหน้าที่ไกล่เกลี่ย ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่หน้าที่ผู้การด้วย มันไม่เหมาะสม สุดท้ายความไม่เหมาะสมของคุณ คุณเอาหน้าที่การงานของคุณมาทุจริต สั่งแก้สำนวนสอบสวนถึง 32 ครั้ง”

ถามพี่อัจหน่อย ลองเล่าสตอรี่ให้ฟังหน่อย มองเรื่องนี้ยังไง?
อัจฉริยะ : “อย่างที่บอกว่าตอนแรกกระบวนการจะตบทรัพย์แค่ครึ่งเดียว เอาแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ คือ 15 ล้าน มีแค่ครูปรีชา แม่ค้า ทีนี้ปรากฏว่าพอเขาไปคุยกับพนักงานสอบสวน ตอนหลังรู้ถึงพันตำรวจโทที่ว่า สุดท้ายก็ไปถึงผู้การจังหวัด เขาก็โทรไปรายงาน มีเอี่ยวด้วย กะว่าเอาครึ่งเดียว โดยไปอายัดเงินคุณลุงจรูญได้ไง”

แต่เขาบอกว่าเขาไม่ได้อายัด เขาแค่ขอความร่วมมือกับทางธนาคาร ธนาคารก็ให้ความร่วมมือกลับมา?
ทนายตั้ม : “จริงๆ ธนาคารมีสิทธิ์ปฏิเสธได้ ธนาคารเขามีระเบียบอยู่ แต่ตำรวจเขามาขอความร่วมมือก็เลยต้องยอม ผู้การเป็นคนสั่งอายัดนั่นแหละตามที่พี่อัจบอก”

อัจฉริยะ : “ตอนนั้นคิดว่ากินหมูไง เอาพันตำรวจโทไปก่อน คิดว่าข่มร้อยตำรวจโทได้ แต่ปรากฏว่าเจอหมูเขี้ยวตัน ลุงจรูญไม่ยอม พลตำรวจตรีมาเล่นเองเลย แล้วผมได้ยินลุงจรูญเล่าให้ฟัง มีคำพูดนึงเจ็บปวด ครูปรีชาเป็นคนซื่อสัตย์ จะให้ทางนี้รับให้ได้ว่าเก็บหวยได้ ทางนี้ไม่ยอม ผู้การก็บอกเขาให้ 15 ล้าน ก็จบๆ กันไป แต่เขาก็ไม่ยอม มันเลยพากันตายหมู่เลย พอตกกระไดพลอยโจน ไปออกรายการด้วยผู้การ ถูกซัดตายคาจอ ปฏิเสธพัลวัน ลิ้นพันกันหมดเลย จากเดิมที่ต้องปั้นพยานเท็จ ก็ต้องหาพยานเท็จมา เพราะเป็นข่าวดังแล้ว ความซวยมาเยือนต้องปั้นพยานเท็จ ที่สำคัญพันตำรวจโท ต้องโดน เป็นพยานไม่ได้ เพราะเป็นผู้บงการร้อยตำรวจเอกอีกทีหนึ่ง”

ทนายตั้ม : “พันตำรวจโทคนนี้ จริงๆ เขาแสบพอสมควร เขามีหลายเรื่องหลายราวมาก มีหลายเรื่องที่เขามาร้องเรียน ล่าสุดที่บอกว่าพี่พรทิพย์ แก้คดีเช็ก ไปๆ มาๆ กลายเป็นยาเสพติด เรื่องหวยเขามาเกี่ยวข้องในเรื่องการเดินงาน คอลโทรล รายงานนายแบบนี้ หาพยาน ประสานทุกอย่างแล้วเป็นคนที่เอาง่ายๆ เรียกผลประโยชน์และไปจัดสรร”

อัจฉริยะ : “ตอนอยู่ที่สุพรรณ มีการสั่งให้พนักงานสอบสวนแก้สำนวนในคดีหนึ่งเป็นคดีทางแพ่ง ติดสัญญาซื้อขายที่ดิน แล้วศาลสั่งไม่ฟ้องตัวผู้ต้องหา จนทำให้พนักงานสอบสวนคนนั้นยิงตัวตายปี 57”

ทนายตั้ม : “ใช่ครับ คนที่มาร้องเขาก็ทักผมมาในแชต คุยไปคุยมา มีการดำเนินโทษทางวินัยด้วย แต่ตอนหลังนายตำรวจระดับสูงคนนี้เขาไปไกล่เกลี่ย ขอโทษขอโพย แล้วไม่รู้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ผมก็จำเรื่องไม่ได้ จนมีการถอนเรื่องออกไป แต่ทีนี้คดีอาญายังอยู่เพราะยังไม่เกินอายุความ”

อัจฉริยะ : “เอาอีกคดีมั้ย จำคดีแม่น้องพลอยได้มั้ย ที่แม่ถูกอุ้มไปฆ่าเผานั่งยาง ก็คนนี้แหละ สำนวนหาย พลตำรวจตรีคนนี้แหละ”

อัจฉริยะ : “แม่น้องพลอยเขาประสานมา ว่าอยากมาคุย เพราะสำนวนสอบสวนหายไปและเรียกไปบ้านเหมือนกันเลย นายพลคนหนึ่งเรียกแม่น้องพลอยไปบ้าน บอกว่าอย่าเอาเรื่องเอาราว ปล่อยให้เรื่องเงียบ เขาก็เหมือนต้องยอมไป กำลังจะนัดเจอกันอยู่ นอกจากคดีที่พี่อัจบอก จำคดีเบนซ์ชนฟอร์ดได้มั้ย ก็ไม่ได้มีการตรวจแอลกอฮอล์ ตอนหลังพบว่านายตำรวจคนนี้เข้าไปเกี่ยวข้องสำนวนคดีด้วย”

อัจฉริยะ : “ไม่ต่ำกว่า 6 คดี”

ทนายตั้ม : “คดีดังๆ คดีใหญ่ ลองไปย้อนดูบทสมภาษณ์ได้ จริงๆ เขาอาจเป็นคนดวงไม่ดีก็ได้มั้ง พออยู่ที่ไหน ความซวยก็เข้ามา(หัวเราะ)”

เรื่องถูกสะกดจิต?
ทนายตั้ม : “ท่านผู้บัญชาการสอบสวนกลางคนเปรียบเปรยแหละว่าครูปรีชาเป็นคนพูดเก่ง อาจจะพูดน้ำไหลไฟดับ เป็นคนธรรมะธัมโม เหมือนที่เรามาคุยกันในรายการ ไปพูดกับใครเขาอาจจะเชื่อและคล้อยตาม คงไม่เกี่ยวกับวิชาสะกดจิต คงเปรียบเปรย”

อัจฉริยะ : “ต้องให้นายตำรวจคนนี้ออกจากราชการก่อน เพราะเสียภาลักษณ์มาก ผมบอกตรงๆ คดีที่เราพูดถึง สร้างความอัปยศให้กระบวนการยุติธรรมของเราอย่างร้ายแรง”

ท่านขอเวลา 15 วันแล้วจะกลับมาชี้แจง?
อัจฉริยะ : “ให้ 2 วันก็แย่แล้ว 48 ชม.ก็ตายแล้ว”

ทนายตั้ม : “เรื่องนี้เป็นความผิดชัดแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสารภาพความผิดไปหมดแล้ว ไม่รู้จะเก็บคนแบบนี้ไว้ทำไม ยิ่งเก็บไว้นานก็จะยิ่งเสื่อมเสียองค์กรตำรวจเหมือนพี่อัจฉริยะบอกนั่นแหละ”

อัจฉริยะ : “ดูสิ คดีแม่น้องพลอยสำนวนหาย เรียกเขาไปตกลงที่บ้าน อย่าเอาเรื่อง”

ก่อนหน้านี้มีเพจผู้พิพากษาท่านหนึ่งโปรยว่าเป็นไปได้ว่าล็อตเตอรี่ 30 ล้าน อาจไม่ใช่ทั้งของปรีชาและจรูญเหมือนกัน?

ทนายตั้ม : “เรื่องนี้ผู้พิพากษาไม่ได้เสนอเลยว่าล็อตเตอรี่ไม่ใช่ของทั้งคู่ เพียงแต่นักข่าวอาจไปอ่านจากโพสต์ของเขาแล้วไปคิดเอาเอง เพราะผมไปอ่านหลายรอบแล้ว เป็นโพสต์ที่มีการแชร์ๆ กันมาก่อนแล้ว เหมือนมีคนส่งมาในข้อความของอดีตผู้พิพากษาคนนี้แล้วเขาก็เอามาโพสต์ เป็นคนอื่นแสดงความคิดเห็นก่อนหน้านี้แล้ว แต่ถ้าจะถามว่าอาจไม่ใช่ของทั้งสองคนแล้วจะเป็นของใคร ถ้าออกแนวนี้ก็ค่อนข้างมโนไปหน่อย มันต้องมีพยานหลักฐาน ตัวเขาเองก็ต้องออกมาว่าเป็นของฉัน แต่นี่ไม่มีใครออกมาเลย ชาวเน็ตบางส่วนอาจตั้งข้อสังเกต คิดฝันไปเอง แต่อดีตผู้พิพากษาคนนี้ไม่ได้โพสต์ว่าล็อตเตอรี่อาจไม่ใช่ของทั้งสองคน”

ตัวละครหรือพยานคนอื่นๆ ที่จะทยอยเข้ามาโดนหมายจับ มีอะไรบ้าง?
อัจฉริยะ : “ไม่ได้โดนหมายจับหรอก โดนหมายเรียก อย่างเจ๊พัชโดนเป็นผู้สนับสนุน คนที่ขายทางเจ๊บ้าบิ่น คนนี้โดนเป็นผู้สนับสนุน เจ๊ก. ก็เข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุน ที่ออกมาพูดอย่างโน้นอย่างนี้ คนนี้ก็ถูกสอบปากคำที่กองปราบ รองลงมาคือเจ๊บ้าบิ่น”

ทนายตั้ม : “อันนี้ให้การเท็จ เพราะภาค 7 ก็ให้อย่างหนึ่ง มาให้กองปราบอีกอย่างหนึ่ง แสดงว่าต้องมีอันใดอันหนึ่งที่เท็จแล้ว ให้ภาค 7 ว่าเห็นคุณลุงจรูญ แต่ให้กองปราบว่าคลับคล้ายคลับคลาว่าเห็น”

อัจฉริยะ : “รองลงมาคือดุษฎี ให้การเท็จว่าเห็นล็อตเตอรี่ 31 ต.ค. อยู่ดีๆ มากลับคำว่าเห็นวันที่ 27”

ทนายตั้ม : “อันนี้พี่อัจฉริยะเป็นคนเปิดประเด็น เป็นคนตั้งข้อสังเกตว่าจริงๆ ว่าวันนั้นที่ทางฝ่ายครูบอกว่าเจอใส่ชุดไทย พี่อัจฉริยะเขาไปตรวจมาว่าวันนั้นไม่ใช่วันศุกร์ วันศุกร์คือ 27 เจ้าหน้าที่เลยไปเช็กต่อ แล้วก็ปรากฏว่ามาตลาด 27 ไม่ใช่ 31 ซึ่งเป็นวันอังคาร”

ดร. โดนมั้ย?
อัจฉริยะ : “วันที่ 14 มีนา อีก 2 วัน ผมจะไปมอบหลักฐานสำคัญให้กองปราบปราม ว่าดร. อับราฮัมลินคอร์น เขาบอกว่าประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา คือดร. อับราฮัมลินคอร์น (หัวเราะ) อายเขามากเลย ผมมีลูกเรียนจบปริญญาโท จะบอกลูกอย่าไปเรียนดร. สถาบันนี้ อายมาก จะไปมอบหลักฐานว่าเขาแอบอ้างสถาบัน แสวงหาผลประโยชน์”

ไม่เกี่ยวข้องกับทางหวย?
อัจฉริยะ : “เขาโยงมาถึงหวยด้วย แต่สิ่งที่เรามีหลักฐานสำคัญคือแอบอ้างสถาบันและแสวงหาผลประโยชน์ มีการเปิดบริจาคให้เงินเข้าบัญชีส่วนตัว อันนี้มีหลักฐานสำคัญ”

ฟ้าล่ะ?
อัจฉริยะ : “ผมไม่กล้าพูด เดี๋ยวฟ้องผม ไม่รู้ ต้องถามพี่ตั้ม”

ทนายตั้ม : “โดนครับโดน มีคดีพรบ. คอมพ์ ที่เขาน่าจะทำอะไรผิดไว้ แต่ตอนนี้ถึงแม้จะออกมาบอกว่าไม่ขอยุ่งกับเรื่องนี้ ความผิดสำเร็จแล้ว ยังไงก็ต้องโดน น่าจะมีหลายคดีด้วยผู้หญิงคนนี้ โดนแน่”

อัจฉริยะ : “ผมเห็นเขามองพี่หนุ่ม ตาเป็นมันเลย(หัวเราะ) ผมไม่ได้เอ่ยชื่อเขานะ”

ตอนนี้ผ่อนคลายขึ้นมั้ย?
ทนายตั้ม : “จริงๆ ไม่ได้ถาโถมมาฝั่งนี้ ถาโถมช่วงผมไปญี่ปุ่น พอภาค 7 แถลงมาอย่างนั้น ในช่วงนั้นผมไม่ได้อยู่ใกล้ๆ เขา แต่พอกลับมาคดีไปอยู่ที่กองปราบ ก็รู้สึกคดีได้รับความเป็นธรรม ก็สบายใจ ไม่มีอะไรน่าวิตก หรือเครียด ตอนนี้พยานฝ่ายเขาก็ไม่ลงรอยกันแล้ว บางคนมีการเอาตัวรอด มีการประสานไป ต่างคนต่างเอาตัวรอด วันนี้เขาทะเลาะกันแล้ว”

มีสายบอกมาแล้ว?
ทนายตั้ม : “มีสายบอกมีการทะเลาะกันทางฝ่ายครูและฝ่ายพยานของเขาเอง”

แล้วเรื่องเงินของลุงจรูญจะได้คืนเมื่อไหร่?
ทนายตั้ม : “ต้องรอขั้นตอนทางคดีแพ่ง เมื่อมาวิเคราะห์ดีๆ ถ้าเราจะทำเรื่องถอนอายัดตอนนี้ เราต้องขอสำนวนของกองปราบ เพราะเจ้าหน้าที่กองปราบเป็นคนเพิกความ ทีนี้ถ้าเอามาที่ศาลกาญจนบุรี ทางฝ่ายเขาจะเห็นหลักฐานคำให้การอะไรบ้าง เขาอาจจะได้เปรียบในคดีอาญาที่เขาต้องไปเผชิญโชคในอนาคต ผมก็เลยคุยกับทางคุณลุง คุณลุงบอกว่าไม่รีบเลย เอาที่ทนายเห็นควรเลย เลยมีความเห็นว่าปล่อยให้คดีอาญาผ่านไปก่อน ให้ขึ้นไปบนศาล มีการสืบพยาน ให้พยานหลักฐานเปิดเซอร์ไพรส์ให้เขาเห็น แล้วเราค่อยขอเอกสารหลักฐานมาเพื่อสืบในคดีแพ่งต่อ”

ในมุมศาลเอง หนักใจมั้ยในการไปต่อสู้กันในชั้นศาล?
ทนายตั้ม : “ไม่หนักใจเลย จริงๆ ต้องชมกองปราบกับสอบสวนกลางเลย ที่เขาหาพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเราไม่สามารถหาเองได้ เราก็สามารถใช้หลักฐานตรงนี้ มาใช้ในคดีแพ่งเพื่อให้คุณลุงได้รับความเป็นธรรมได้”

แพ่งวันไหน?
ทนายตั้ม : “ขึ้นศาลต้นเดือนพ.ค. 1 2 3 4 สืบโจทก์ 7 8 แล้วโดดไป 10 มั้งครับ คดีอาญาตอนนี้ยังอยู่ชั้นสอบสวน ตำรวจมีความเห็นสั่งฟ้องไป พออัยการสั่งฟ้องก็ไปที่ศาล ก็จะไปนัดกัน ทีนี้ทางฝ่ายนั้นจะรับหรือปฏิเสธ ถ้าวันที่เขาฟ้อง เขาสารภาพก็ตัดสินได้เลย แต่ถ้าไม่รับ ก็มีวันนัดฟ้อง วันคุ้มครองสิทธิ์ และวันสืบพยาน ทุกอย่างจะเสร็จภายในปีนี้”

มีการพูดกันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ว่าจะสอบสวนกลาง เวลาขึ้นศาลกับตำรวจอาจต่างกัน บนศาลอาจใช้หลักฐานและพยานมากกว่านั้น?

ทนายตั้ม : “ผมว่าพยานเขาไม่ได้มีไปมากกว่านี้เลย ที่บอกว่ามีพยาน 40 ปาก เอามาจริงๆ เหลือแค่ 6-7 ปากแล้วบอกเลยพยานคนไหนไปขึ้นศาลแล้วให้ความเท็จก็โดนอีก ถึงเวลาอยากดูเหมือนกันว่ามีพยานคนไหนที่กล้าขึ้นไป เพราะมันเป็นเรื่องอิสรภาพของตัวเองแล้ว”

อัจฉริยะ : “มั่นใจว่าไม่ขึ้น เลือกเอา อยากเป็นพยานหรืออยากเป็นจำเลย เลือกเอา ถ้าเบิกพยานเท็จต่อศาล จำคุก 7 ปี วันที่รอคอย (หัวเราะ) แต่ก็ต้องขอบคุณท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ผู้บังคับการกองปราบที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝีมือดีมาดูคดีนี้ ทำให้ตรงกับข้อเท็จจริง อย่างน้อยก็เป็นการบอกข้อเท็จจริงแล้วว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง มีพันตำรวจโทร่วมกระทำความผิด เรื่องครูปรีชาและพวก ท่านมีหลักฐานชัดแจ้ง ต้องขอบคุณประชนทั่วประเทศ ทั่วโลก และพี่หนุ่ม ที่เปิดโอกาสให้เราได้ชี้แจงและแสดงข้อเท็จจริง”

 

ณ ตอนนี้พันตำรวจโทท่านนั้นถูกกัน?
อัจฉริยะ : “ก็ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ไม่รู้จะปล่อยทำไมคนแบบนี้”

ทนายตั้ม : “ก็ใจเย็นนิดหนึ่งก่อน รอให้ตำรวจสรุปสำนวนก่อน ค่อยๆ ไปทีละสเต็ป เพราะเขามีคดีที่ต้องขึ้นศาลด้วย”

อัจฉริยะ : “ผมไม่อยากให้เขาทำงาน เดี๋ยวไปแก้สำนวนอีก”

สุดท้ายทนายตั้มอยากพูดอะไรบ้าง?
ทนายตั้ม : “จริงๆ ต้องขอบคุณพี่อัจฉริยะนะ เพราะเหมือนมาเปิดเผยความจริงให้กับสังคม ใหข้อมูลข้อเท็จจริงที่ลึกๆ และต้องขอบคุณ คุณหนุ่มที่เปิดที่แรกเลย ไม่งั้นคงไม่มีคนติดตามมากมายขนาดนี้ และขอบคุณทุกกลังใจที่ให้ครอบครัวลุงจรูญและทีมงาน ด้วยกำลังใจเหล่านี้ ทำให้พวกเรากล้าสู้สายดาร์ก โดยไม่มีความหวั่นใจ และเราจะดำเนินการกับตำรวจที่กระทำความผิดให้ถึงที่สุดแน่นอน”

 

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top