You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > ถอนตัวแล้ว!! “ทนายเกรียงไกร” ทนายครูปรีชา คดีหวย 30 ล้าน ยืนยันถอนตัวแล้ว

ถอนตัวแล้ว!! “ทนายเกรียงไกร” ทนายครูปรีชา คดีหวย 30 ล้าน ยืนยันถอนตัวแล้ว

ถอนตัวแล้ว!! “ทนายเกรียงไกร” ทนายครูปรีชา คดีหวย 30 ล้าน ยืนยันถอนตัวแล้ว

เกี่ยวกับควันหลงหวย 30 ล้านอลเวง ล่าสุด….

“เจ๊พัช” โดนแล้ว “บิ๊กหมู” พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ยันส่งหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาพร้อม “ครูปรีชา” และ “เจ๊บ้าบิ่น” รวม 3 คน ฐานสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ให้มารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 16 มี.ค.นี้ รายต่อไปคือหนุ่มที่อ้างว่าเห็น “ลุงจรูญ” เก็บลอตเตอรี่ได้ แต่เปลี่ยนคำให้การทีหลังก็ไม่รอด “เจ๊เกียว” เผยพบครูปรีชาบ่นโดนหลายเรื่องจนสะบักสะบอม แต่พร้อมสู้คดีในชั้นศาล เชื่อได้หมายเรียกเมื่อไหร่ ให้ความร่วมมือตำรวจไปตามนัดแน่นอน ทนายเกรียงไกรเผย ขอถอนตัวจากการเป็นทนายให้ครูปรีชาแล้ว เตรียมส่งคำร้องให้ศาลวันจันทร์ (12 มี.ค.) นี้ อ้างเป็นเพราะคดีอาญาถึงศาลแล้ว

กรณีอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 5 ใบ มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี เบื้องต้นจากการตรวจสอบของตำรวจ บช.ภ.7 เชื่อว่าลอตเตอรี่เป็นของนายปรีชา เตรียมเรียก ร.ต.ท.จรูญมารับทราบข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร จึงเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ประกอบกับกระแสสังคมกังขาการทำงานของตำรวจ บช.ภ.7 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงมีคำสั่งให้โอนคดีมาให้กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลังรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับครูปรีชาและนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่นมาดำเนินคดีแล้ว ต่อมาส่งหลักฐานให้ตำรวจ บก.ปปป.ดำเนินคดี พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี ความผิดมาตรา 157 นอกจากนี้ยังเตรียมออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องกับครูปรีชา อีกจำนวนหนึ่งมาแจ้งข้อกล่าวหา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 11 มี.ค. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผบช.ก.เผยความคืบหน้าการดำเนินคดีขบวนการแอบอ้างเป็นเจ้าของหวย 30 ล้านบาทว่า วันที่ 12 มี.ค.คณะทำงานจะประชุม เพื่อสรุปการออกหมายเรียกนายฐนุกร หรือแผน เหลืองใหม่เอี่ยม ที่อ้างว่าเป็น ผู้เห็น ร.ต.ท.จรูญก้มเก็บลอตเตอรี่ภายในตลาดเรดซิตี้ การออกหมายเรียกดังกล่าวเพื่อมารับทราบข้อหาฐานร่วมกันกระทำผิดกับนายปรีชา ใคร่ครวญ และนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น เนื่องจากการกระทำดังกล่าวไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น แม้นายฐนุกรจะเปลี่ยนคำให้การภายหลัง แต่เป็นเรื่องที่จำนนต่อพยานหลักฐาน

“เราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด อีกทั้งเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกนายปรีชา นางรัตนาพร และ น.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช แม่ค้าขายลอตเตอรี่ เพื่อแจ้งข้อหาฐานสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หลังเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา พล.ต.ต.สุทธิไปก่อนหน้านี้แล้ว กลุ่มบุคคลที่มีหมายเรียกดังกล่าวคณะทำงานจะพิจารณาอีกทีว่า จะเป็นตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุน ภายในสัปดาห์ หน้าคาดว่าจะชัดเจนมากยิ่งขึ้น คดีดังกล่าวจะแยกทำเป็นอีกสำนวนจากคดีหลัก สำหรับการพิจารณามาตรา 157 บช.ก.จะพิจารณาสำนวนให้ครบถ้วนที่สุด ก่อนส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาทำสำนวนส่งให้อัยการฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตต่อไป” ผบช.ก.กล่าว

พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวต่อไปว่า สำหรับกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือกัน เพื่อไม่ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธินั้น ขอให้ประชาชนเชื่อใจ เราจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ทุกอย่างดำเนินการตามพยานหลักฐาน ตำรวจเป็นเพียงกระบวนการยุติธรรม ขั้นต้น ตำรวจต้องส่งสำนวนให้อัยการส่งฟ้องและศาลเท่านั้นที่มีอำนาจตัดสินความผิด คนทำผิดต้องว่ากันไปตามผิดไม่มีการละเว้น เรื่องนี้แม้เริ่มต้นเกิดจากความเชื่อ แต่ภายหลัง พล.ต.ต.สุทธิแก้ไข คำให้การ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ถือเป็นการสอบสวนโดยมิชอบ และส่อไปในทางทุจริต ตรงนี้ตนพูดชัดเจน ประชาชนไม่ต้องกังวล ตนจะดูเองทุกเรื่อง

ผบช.ก.กล่าวด้วยว่า ส่วน พล.ต.ต.สุทธิจะปฏิเสธหรือรับสารภาพ ตำรวจไม่ได้กังวล ใครจะให้การอย่างไรก็เป็นสิทธิ แต่เรารวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนให้มากที่สุด ยิ่งปฏิเสธ ยิ่งดี ผลการกระทำจะบอกเองว่า ใครทำผิด อย่างไร ก็ตามการส่งหมายเรียกผู้สนับสนุนในความผิดมาตรา 157 เจ้าหน้าที่ส่งหมายเรียกทางไปรษณีย์ด่วนให้ผู้ต้องหา ให้มารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 16 มี.ค.นี้ ส่วนกรณีจะให้ พล.ต.ต.สุทธิออกจากราชการหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และหน่วยงานต้นสังกัด รวมถึงหน่วยงานที่ตรวจสอบเรื่องวินัยเป็นผู้พิจารณา

“สำหรับนายตำรวจ 2 นายที่ถูกกันไว้เป็นพยาน เราจะบริหารงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อไม่ให้มีช่องว่างในการต่อสู้คดี จึงต้องดูว่ามีพยานหลักฐานอื่นประกอบด้วยหรือไม่ ตำรวจจะต้องหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาเปรียบเทียบ เบื้องต้นบุคคลที่สอบปากคำไปนั้น ต้องการทราบว่า ใครเป็นผู้สั่งการและสั่งผ่านใครมา เพื่อให้ขยายผลไปถึงระดับผู้สั่งการในการกระทำผิด” พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าว

ส่วนที่ความเคลื่อนไหวของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ จ.กาญจนบุรี นางปณัญชยา สุขพูล หรือเจ๊เกียว พยานคนสำคัญของครูปรีชา ยังเปิดแผงขายลอตเตอรี่ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม หรือวัดใต้ตามปกติ เปิดเผยว่า วันก่อนพบกับนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ขณะไปขายลอตเตอรี่ที่ตลาดนัดร่มแฝกด้วยกัน และยังพบครูปรีชาออกมาซื้อกับข้าวด้วย เพราะเป็นตลาดนัดใกล้บ้าน จากการสอบถามครูปรีชา ทราบว่า โดนหลายเรื่องจนสะบักสะบอม ครูบอกเหนื่อยมากช่วงนี้ แต่ยังยืนยันไม่ได้รับสารภาพตามที่เป็นข่าว ส่วนสภาพจิตใจของทั้งครูปรีชากับเจ๊บ้าบิ่นยังปกติ ยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมจะต่อสู้ให้ความจริงกระจ่าง แต่ยังไม่ได้คุยรายละเอียดเรื่องหมายเรียกข้อหาใหม่คือ สนับสนุนเจ้าหน้าที่ประพฤติมิชอบ แต่ถ้ามีหมายเรียกจริงคิดว่าควรจะไปรายงานตัวใครเรียกก็ไปให้ความร่วมมือเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงนี้ครูปรีชาไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเหมือนเดิมเป็นเพราะอะไร เจ๊เกียวตอบว่า พูดมากไปเรื่องไม่จบ ยังไงต้องรอให้ศาลตัดสิน แต่สำหรับตนที่ยังพูดอยู่เพราะสงสารนักข่าว จึงให้ข้อมูลเล็กๆน้อยๆ แต่ไม่อยากตอบโต้อะไรกับใครให้เป็นกระแสสังคม เพราะสุดท้ายต้องให้ศาลตัดสิน ส่วนคำพูดของ พล.ต.ท.ฐิติราช หนอง-หารพิทักษ์ ผบช.ก.ที่ระบุว่าครูปรีชาสะกดจิตหมู่นั้น คงแค่เป็นการพูดเปรียบเทียบ ไม่มีการสะกดจิตหมู่แน่ รวมทั้งประเด็นที่ว่ามีหลักฐานไม่พบสัญญาณโทรศัพท์ของครูปรีชาที่ตลาดนัดเรดซิตี้ในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ตรงนี้ขอบอกว่าการตรวจสอบเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่เมื่อตนเจอครูปรีชาจริงก็บอกว่าเจอ

ด้านนางพัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช ผู้ต้องหาที่เพิ่งถูกออกหมายเรียกรายล่าสุด ไม่ได้ไปขายลอตเตอรี่ แต่ให้ลูกชายไปขายแทนที่วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ อ.เมืองกาญจนบุรี ลูกชายของนางพัชริดา กล่าวว่า ต้องการให้แม่พักผ่อน เพราะเมื่อวานขายทั้งวันแล้ว ส่วนเรื่องหมายเรียกข้อหาใหม่ แม่ยังไม่ได้รับ คาดว่าคงจะเป็นวันจันทร์ (12มี.ค.)

ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถามความคืบหน้าของคดีจากนายเกรียงไกร นาควะรี ทนายความของครูปรีชาได้รับการเปิดเผยว่า ตอนนี้ไม่ได้เป็นทนายให้ครูปรีชาแล้ว ที่ผ่านมามีนายสุพัฒน์เป็นทนายให้ตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนตนเข้ามาช่วยในคดีอาญา เมื่อเรื่องถึงศาลแล้วให้ทนายสุพัฒน์ดำเนินการต่อ ส่วนตนต้องถอนตัวโดยจะไปยื่นคำร้องขอถอนตัวต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีในวันที่ 12 มี.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม นายเกรียงไกรยังบอกด้วยว่า ขณะนี้มีหนังสือจากศาลอาญาให้ครูปรีชากับเจ๊บ้าบิ่นไปรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 19 เม.ย.61 ด้วย

ต่อมาเวลา 18.15 น. ที่พระลานพระราชวังดุสิต นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อมด้วย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจเกษียณเดินทางมาเที่ยวชมงานอุ่นไอรักคลายความหนาวพร้อมครอบครัว ก่อนเที่ยวชมงานให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีคดีหวย 30 ล้าน ท่ามกลางประชาชนที่ขอถ่ายรูปด้วยพร้อมทั้งให้กำลังใจว่า “หมวดจรูญสู้ๆ”

ทนายตั้มกล่าวว่า ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเจ๊พัช เจ๊บ้าบิ่น และครูปรีชาเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาสนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และจะมีข้อหาอื่นเพิ่มเข้ามาอีก เพราะจากการกระทำความผิดมีหลายกรรม เรื่องนี้เป็นขบวนการ หากไม่เป็นขบวนการไม่สามารถทำได้ขนาดนี้ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ ส่วนตัวผู้บังคับการจังหวัดกาญจนบุรี มองว่ามีนายตำรวจระดับสูงอยู่ร่วมขบวนการฉกลอตเตอรี่จากลุงจรูญและยัดข้อกล่าวหา แล้วเอาเงินของคุณลุงไป ตนบอกไว้ตั้งแต่ต้นว่า มีนายตำรวจระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ แถลงข่าวเหมือนกับว่า อดีต ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ ทนายตั้มตอบว่า ตนคิดว่า พล.ต.ท.ฐิติราชต้องการจะสื่อว่า ไม่มีเจตนาทุจริตในตอนแรก แต่มาตอนหลังมันมีความผิดเพราะ ว่าไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร เป็นความผิดอาญามาตรา 157 ทั้งนี้ที่ว่าทำเป็นขบวนการ เพราะว่าน่าจะคิดวางแผนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนว่า จะทำอะไรอย่างไร เติมสำนวนให้สมบูรณ์แบบหรือแก้ไขสำนวนลงวันที่ย้อนหลัง เพราะตอนนี้ข้อเท็จจริงปรากฏออกมาแล้วว่า มีเจ้าพนักงานตำรวจเข้าไปช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากจะเตือนอะไรพยานคู่กรณีหรือไม่ ทนายตั้มกล่าวว่า ตอนนี้หมดเวลาเตือนแล้ว เพราะ ผบช.ก.เตือนมานานแล้ว เมื่อไม่ยอมรับสารภาพต้องถูกดำเนินคดีทุกคน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้เรียกลุงจรูญเข้าไปสอบปากคำ หากตำรวจเรียกเมื่อไหร่เราพร้อมที่จะให้ปากคำ เรื่องนี้ฝ่ายครูปรีชาแจ้งความว่า ลักทรัพย์ พอสอบไปเป็นการยักยอก แต่ไม่แน่ใจว่ายักยอกหรือเปล่า กลายเป็นรับของโจร ตอนนี้มี 3 ข้อหา แต่ถ้าตำรวจมีความเห็นว่าเรื่องของหมวดจรูญไม่มีความผิด จะทำเรื่องสั่งไม่ฟ้องไปให้อัยการ ให้อัยการมีความเห็น เรื่องของหมวดจรูญจะจบลง ส่วนเงินรางวัลที่ถูกอายัดอยู่จะดำเนินการอย่างไร คุยกับหมวดจรูญแล้วว่า เราจะยังไม่ถอนอายัดเพราะว่าจะเป็นเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบทางคดี

ด้าน ร.ต.ท.จรูญ วิมูล กล่าวว่า รู้สึกสบายใจตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ที่กองปราบปรามและตำรวจสอบสวนกลางแถลงข่าวครั้งที่ 2 เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ แม้ว่าจะไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ส่วนที่เหลือขออยู่เฉยๆดีกว่า เป็นลุงเฉย และจะเก็บไว้ในใจ ผู้สื่อข่าวถามว่า ติดใจการทำหน้าที่ของอดีต ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรีหรือไม่ ร.ต.ท.จรูญกล่าวเพียงสั้นๆว่า ขออยู่เป็นลุงเฉยดีกว่า

ที่มา ไทยรัฐ

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top