“เฮียมาร์ค” สุดจะทน จวกยับ ตำแหน่งสูงขนาดนี้วุฒิภาวะต่ำ ผู้บังคับบัญชาก็ไม่ต่างกัน

“เฮียมาร์ค” สุดจะทน จวกยับ ตำแหน่งสูงขนาดนี้วุฒิภาวะต่ำ ผู้บังคับบัญชาก็ไม่ต่าง กัน

ตกเป็นกระแสสังคมอีกรอบ เมื่อโซเชียลตั้งคำถามหลังท่านผบ.ตร.แถลงข่าวหวย 30 ล้านอีกรอบวานนี้

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชากาตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้ากรณีพิพาทเกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล และ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ในส่วน การดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี หลัง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนแล้วเสร็จ โดยยอมรับว่าคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะติดกระดุมผิดเม็ดตั้งแต่แรก ส่วนในเรื่องของสำนวนมอบให้เป็นหน้าที่ คณะทำงานที่เกี่ยวข้อง

ด้าน พล.ต.ต. กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ชี้แจงว่าหลังรับแจ้งความจาก พล.ต.ท.ฐิติราช ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน พบว่า พล.ต.ต.สุทธิ ได้ดำเนินการ แก้ไขสำนวนในส่วนของสาระสำคัญของเรื่อง อาทิ วันเวลา สถานที่เกิดเหตุ จึงต้องดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ส่วนตำรวจอีก 2 ที่เกี่ยวข้องทางพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่า ต้องกันไว้เป็นพยาน เนื่องจากยังไม่มีพยานหลักฐานอื่นชัดเจน หลังจากนั้นทาง พนักงานสอบสวนจะทำสำนวนส่งให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการ

ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช มองว่า เหตุการณ์ที่นำมาสู่การดำเนินคดีกับ อดีตผู้บังคังการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ไม่ได้เกิดจากทุจริต แต่ทำงานด้วยวุฒิภาวะต่ำ ขาดความชำนาญในการสืบสวนสอบสวน และจึงทำให้เชื่อตามพยานหลักฐานที่ ครูปรีชา นำมากล่าวอ้าง ซึ่งขัดกับ ร.ต.ท.จรูญ ที่ไม่มีพยานหลักฐานใดเลยมากล่าวอ้าง จึงทำการปรับแก้สำนวนให้กลมกลืน โดยไม่ได้ยึดตามหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

ส่วนประเด็นการอายัดเงินในบัญชีของ ร.ต.ท.จรูญ นั้นยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นความผิดหรือไม่ และคงต้องไปหารือกันอีกครั้ง เพราะกรณีเคยเกิดข้อพิพาทมาแล้วในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ตำรวจไม่ดำเนินการอายัดบัญชี แล้วกลายเป็นกรณีลักทรัพย์ แต่แม้ปัจจุบันเงินของ ร.ต.ท.จรูญ ถูกอายัดอยู่ ตัวเงินก็ไม่ได้สูญหายไปไหนอีกทั้ง ดอกเบี้ยก็ยังวิ่งตามปกติ

ขณะเดียวกัน จากสอบสวน พล.ต.ต.สุทธิ และภรรยา ไม่มีความรู้จักเป็นการส่วนตัวกับเจ๊พัช เจ๊เกียว และ เจ๊บ้าบิ่น ส่วนจะมีการพิจารณาออกหมายจับกับกลุ่มแม่ค้าที่เข้ามาให้การหรือไม่นั้น ตำรวจจะคำนึงถึงความเป็นธรรม และความสะดวกของประชาชนเป็นตัวตั้ง ที่เกิดเหตุมี 3 คน แต่ศาลพิจารณาออกหมายจับแล้ว 2 คน ส่วนอีก 1 คนอยู่ระหว่างพิจารณา ถ้าไม่เข้าขอกฎหมายจำเป็นจะไม่ออกหมายจับ แต่อาจทำเเค่เพียงการออกหมายเรียกเท่านั้น

สำหรับการดำเนินคดีทางวินัยกับ พล.ต.ต.สุทธิ นั้น พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการวินัย กล่าวว่า ถือเป็นดุลยพินิจของผู้บัญชาการต้นสังกัด ที่จะดำเนินการ ที่จะมีดุลยพินิจให้พักราชการ หรือ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ทั้งนี้คดีสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่า 30 ล้านบาท ถูกแบ่งการดำเนินคดีออกเป็น 3 ส่วน คือ คดีระหว่างครูปรีชา กล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ ซึ่งคดีนี้จบแล้ว , คดีระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ กล่าวหา ครูปรีชา และ คดีสุดท้ายคือการดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ

ส่วนความคืบหน้าด้านของ ทนาย ตั้ม ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องราวดังกล่าวดังนี้

สรุปว่าผู้การสุทธิกระทำความผิดโดยสุจริตเหรอ?

 

ล่าสุด มาร์ค พิทบูล ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องราวดังกล่าวเอาไว้ดังนี้

ถ้ามีตำแหน่งสูงระดับนี้ แต่ยังมีวุฒิภาวะต่ำ ก็แสดงว่าผู้บังคับบัญชาของเขา คนที่แต่งตั้งเขา ก็น่ามีวุฒิภาวะไม่ถึงด้วย จึงมองคนผิด ใช้งานคนผิดประเภท ไม่ตรงกับความรู้ความสามารถ .. มันคงถึงเวลาต้องปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ อย่างถอนรากถอนโคนแล้วครับ !!

Cr.SpringNews / ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ / Pitbullzone

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *