สุรินทร์!! เดือดร้อนหนัก หลังพายุฤดูร้อนซัดบ้านพังเกือบ 100 หลัง ชาวบ้านยังผวา

จากเหตุการณ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ บ้านโนนสง่า ม.8 ต.กระเทียม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ที่ผ่านมา โดยพายุ ได้พัดเอาบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย ไปจำนวน 68 หลังคาเรือน โรงงานประกอบสมุนไพร 1หลัง ศาลาการเปรียญวัด 1 หลัง รถยนต์ 3 คัน ได้รับความเสียหายและมีบ้านเรือนประชาชนที่พังเสียหายอย่างหนักอีก 4 หลังคาเรือน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใดตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 

นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้เดินทางมาที่ ศูนย์ผู้ประสบภัยบ้านโนนสว่าง เพื่อตรวจสอบความเสียหายพร้อมตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบกับพายุฤดูร้อนถล่ม นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนประกอบด้วย เหล่ากาชาด จ.สุรินทร์ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น ต.กระเทียม ชมรมพัฒนาสตรีและเด็ก จ.สุรินทร์ นำโดย น.ส.กัญญาณัฐ นิลวัฒน์ ประธานชมรมพัฒนาสตรีและเด็ก จ.สุรินทร์ ชมรมนักวิทยุและโทรทัศน์ จ.สุรินทร์ ได้เดินทางเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

 

 

พระสุนทร พลญาโน เจ้าอาวาสวัดโนนเจริญราษฏร์ กล่าวว่า ศาลาการเปรียญเพิ่งสร้างหลังคาเสร็จยังไม่ถึงปี มูลค่าประมาณเกือบล้านบาท เป็นศาลาที่ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นมา และทางสำนักพุทธและเจ้าคณะจังหวัดจะลงมาตรวจสอบในวันนี้ ส่วนในพื้นที่บ้านโนนสว่าง เหตุการณ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างหนักเพิ่งเกิดครั้งแรก มีชาวบ้านเดือดร้อนประมาณ 50-60 หลังคาเรือน

 

 

นายหมอน ปานเพชร อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/1 บ.โนนสง่า ต.กระเทียม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ชาวบ้านที่ประสบภัย เล่าว่า เหตุเกิดช่วงบ่ายประมาณ 2 เมื่อวานนี้ โดยพายุได้พัดถล่มมาเร็วมากประมาณ 10 นาที จนบ้าน 2 ชั้นของตนพังลงมา ในขณะเกิดเหตุภรรยาและลูกของตนเองอยู่ใต้ถุนในบ้าน พอพายุพัดแรงจึงวิ่งขึ้นชั้นบนของบ้าน จากนั้นบ้านก็ถล่มลงมาโชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ เพราะวิ่งขึ้นบนบ้านได้ทัน หากอยู่ใต้ถุนบ้านคงตายไปแล้ว ซึ่งบ้านตนได้รับความเสียหายทั้งหมด รถก็ถูกบ้านทับอยู่ด้านล่าง

 

 

นายจำนง บุญจง นายกอบต.กระเทียม กล่าวว่า ในพื้นที่ตำบลกระเทียมมีบ้านโนนสง่า เพียง 1 หมู่ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก บ้านเรือนชาวบ้านเสียหายทั้งหมด 68 หลังคา ศาลาวัด 1 หลัง โรงเรือนเลี้ยงไหม 1 หลัง จากบ้านเรือนทั้งหมด 180 ครัวเรือน เสียหายสิ้นเชิง 4 หลัง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนับว่ารุนแรงมาก หลังจากที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2548 เบื้องต้นทาง อบต.ได้ออกสำรวจและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมรายงานให้กับทางอำเภอและจังหวัดทราบ เพื่อรับการช่วยเหลือต่อไป

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ข่าวสด

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *