You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > ไม่ต้องซื้อใหม่! “พัดลมเสีย” ไม่หมุน หมุนช้า! ซ่อมเองได้ ใช้งบเพียงแค่ 20 บาท (ชมคลิป)

ไม่ต้องซื้อใหม่! “พัดลมเสีย” ไม่หมุน หมุนช้า! ซ่อมเองได้ ใช้งบเพียงแค่ 20 บาท (ชมคลิป)

กลายเป็นปัญหาโลกแตก เมื่อซื้อพัดลมมาใหม่ ใช้ได้ปีกว่า กลับหมุนช้า ไม่เย็น หรือลมเบา เราซ่อมเองได้ ใช้งบเพียง 20 บาทเท่านั้นก็กลับมาเย็นเหมือนใหม่ ไปดูกันเลย

อาการเสียพัดลมไม่หมุนเกิดจากตัว Capacitor ที่ทำงานร่วมกับ Motor ของพัดลมเสีย Capacitor หรือที่บางคนเรียกว่า ตัว C หรือบางคนเรียกตัว CAP ไม่ผิดแต่อย่างใด จริงๆ แล้ว อาการพัดลมหมุนช้า ไม่หมุนนั้น โดยมากเกิดได้จาก 2 สาเหตุหลัก ๆ ก็คือ Motor เสีย และตัว Capacitor ค่ามันเสื่อมหรือเสียนั่นแหละ ซึ่งโอกาสที่จะเป็นไปได้มากที่สุดก็เป็นเจ้าตัว Capacitor นี่แหละ ส่วนอาการอื่นๆ ที่อาจจะเกิดตัว Capacitor เสียได้อีกก็คือ พัดลมไม่หมุน หรือ ต้องหมุนด้วยมือก่อนถึงจะทำงาน หรือ ทำงานไปซักพักก็ค่อยๆ หยุด จับตัว Capacitor เปลี่ยนได้เลยเช่นกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะตรวจเช็คดูก่อนนะว่าแกนหมุนไม่ได้ฝืดมาก อันนั้นเกิดจากไม่ค่อยได้ถอดมาล้างทำความสะอาด เป่า ปัด ฝุ่นบริเวณมอเตอร์เลย ซึ่งควรทำเป็นประจำ 2-3 เดือนซักครั้งนึงหากเราใช้งานทุกวันแต่ใช้ยาว จะได้ถอดมาทำความสะอาดเลย

เครื่องมือที่ใช้ซ่อมพัดลมไม่หมุนก็มีดังนี้ครับ
1. ไขควงแฉก
2. คีมตัดหรือ Cutter ก็ได้
3. หัวแร้ง
4. ตะกั่วบัดกลี
5. ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือตัว Capacitor
6. ส่วน Meter วัดไฟจะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่ค่อยจำเป็น เอามาเช็คเพื่อให้เห็นว่าตัวที่เสียเกิดจากตัว Capacitor

 

นี่ตัว Capacitor ราคา 20 บาทเอง ซื้อได้ที่ร้านอมร หากใครมีโอกาสไปเดินบ้านหม้อก็อาจจะหาได้ในราคา 10-15 บาท หรือร้านที่ขายอะหลั่ยเครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วแต่สะดวก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใช้ค่าแบบไหนสำหรับตัวที่เราจะซ่อม ก็ต้องถอดร์อพัดลมมาดูก่อน ซึ่งโดยทั่วๆ ไป (เกือบทุกยี่ห้อทุกรุ่น) ก็จะใช้ค่า 1.5uF(Micro Farad) 400V แต่เพื่อชัวร์ก็ควรจะถอดรื้อดูก่อน หรือเอาตัวอย่างไปถามที่ร้านขายได้เลย บอกคนขายว่า Capacitor พัดลม

 

 

ขั้นตอนแรกก็ถอด ๆ ก่อนเลย ก่อนที่จะถอดอย่าลืมดึงปลั๊กก่อนนะ เกือบ ทุกยี่ห้อของพัดลมเจ้าตัว Capacitor จะอยู่ติดกับ Motor แต่บางรุ่นจะอยู่ที่ปุ่มกด speed เพราะหากลากสายยาวไป สายที่เพิ่มขึ้นก็อาจจะทำให้ค่า Capacitor เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ เพราะฉะนั้นบริษัทผู้ผลิตก็จะเอาไว้ติดกับ Motor โดยจะมีน๊อต 2 ตัว ต้องถอดน๊อตตัวบนก่อน จากนั้นก็ถอดตัวที่ท้าย

หลังจากนั้นก็จะได้หน้าตาแบบนี้ ตัว Capacitor ก็คือที่ลูกศรชี้ไว้นั่นแหละ ขันน๊อตตัดสายออกมาได้เลย ไม่มีขั้ว ตอนต่อกลับต่อยังไงก็ได้ เอามาตรวจวัดให้ดู ค่าที่ได้ของตัวนี้คือ 0.444 uF ซึ่งค่าปกติจะเป็น 1.5 uF เสียแน่นอน
ซึ่งถ้าค่าน้อยกว่านี้อาจจะทำให้พัดลมไม่หมุนเลยก็ได้ ค่าที่โชว์ในรูปคือ 444.2 nF (Nano Farad) ซึ่งก็เท่ากับ 0.4442 uF (Micro Farad) ซึ่งก็คล้ายๆ กับ 1000 มิลลิกรัม เท่ากับ 1 , 1000 เท่ากับ 1 กิโลกรัม นั่นแหละ ซึ่งจริงๆ ค่าพวกนี้มันแบ่งย่อยได้ลงไปอีก มิลลิ —> ไมโคร —> นาโน —> พิโก้ ใครเรียนมาทางสายวิทย์อาจจะคุ้นเคย

จากนั้นก็ปอกสายไฟตรงปลายเพื่อพัดกลี ต้องระมัดระวังไม่ไปทำให้ส่วนอื่นๆ ของพัดลมเสียหายนะ เพราะขดลวด motor จะเล็กมากๆ ขายเอาได้ง่าย จริงๆ ขั้นตอนนี้ใครไม่มี หัวแร้ง ตะกั่ว ก็สามารถใช้วิธีการพันสายไฟได้ เพียงแต่ต้องพันเข้ากันให้แน่นหนาที่สุด และหลังจากนั้นต้องพันด้วยเทปพันสายไฟอีกครั้ง อันนี้จำเป็นมากๆ นะไม่งั้นไฟช๊อตเอาได้

 

เสร็จแล้วก็จัดเก็บตำแหน่ง ขัดน๊อตยึดตัว Capacitor หรือหากตัวใหม่ที่ซื้อมาไม่มีขาสำหรับยึดน๊อต เหมือนที่ซื้อมาก็ใช้กาวสองหน้าได้ จากนั้นก็ใส่ฝาครอบคืนตำแหน่ง ใส่ขาที่สำหรับดึงให้พัดลมส่าย คืนตำแหน่ง

 

เห็นไหมว่า การซ่อมพัดลมอาการพัดลมหมุนช้าหรือพัดลมไม่หมุนนั้นเราเองสามารถซ่อมได้เพี่ยงแค่ 20 บาทเท่านั้น หากเราเอาพัดลมไปซ่อมที่ร้านรับรองต้องมี 200-300 บาทแน่นอน และอีกอย่างเราเองก็ภูมิใจที่ได้ทำอะไรด้วยตัวเองโดยเริ่มจากการซ่อมพัดลมไม่หมุนนี่แหละ

 

— คลิป —

 

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top