อาชีพใหม่มาเเรง!! “เลี้ยงไก่สวยงาม” ฮิตติดลมบน เลี้ยงขายในบ้านชิลล์ชิลล์ รายได้เดือนละแสน

อาชีพใหม่มาเเรง!! “เลี้ยงไก่สวยงาม” ฮิตติดลมบน เลี้ยงขายในบ้านชิลล์ชิลล์ รายได้เดือนละแสน

จัดว่ากำลังฮิตในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์สวยงาม สำหรับ “ไก่โปแลนด์” หรือ ไก่หัวจุก เพราะมีขนขึ้นบนหัว มีทั้งขนแบบเรียบและขนกลับ มีหลายสี อาทิ สีขาว สีกระ สีดำ อีกตัวคือ “ไก่ซิลกี้” หรือ ไก่ผ้าไหมจีน ไก่ที่มีขนนุ่มเป็นพิเศษ ดุจราวเส้นไหม มีสีสวยงามและมีหลากหลายสีสัน ซึ่งไก่ทั้ง 2 สายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดมาจากทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกา

คุณศักดา บรรพจุลจินดา หรือคุณนิ้ง อายุ 48 ปี อดีตผู้ช่วยผู้จัดการส่งเสริมการตลาด ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ที่ผันตัวเข้าสู่ธุรกิจสัตว์เลี้ยงสวยงามมานาน 10 กว่าปี ปัจจุบันเป็นเจ้าของฟาร์ม Doxxa House ตั้งอยู่ใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สถานที่แห่งนี้เป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ซิลค์กี้ และไก่โปแลนด์

คุณนิ๊ง เล่าว่า ในอดีตเคยทำงานประจำ ตำแหน่งสุดท้าย คือ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาดห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ หน้าที่การงานดี มั่นคง แต่ทว่ารายได้ไม่ขยับ หนที่สุดตัดสินใจลาออก เบื้องต้นทำฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัขพันธุ์ชิวาวา รายได้ดี แต่ขณะเดียวกันตลาดก็แข่งขันสูง เลยหันมาเลี้ยงไก่สวยงาม นั่นคือ ไก่โปแลนด์ และไก่ซิลกี้

“ผมเริ่มเลี้ยงไก่ 2 สายพันธุ์นี้ เมื่อปี 57 โดยสั่งลูกไก่มาจากจังหวัดพะเยา 6 ตัว คละสี ราคาตัวละ 600 บาท ในช่วงแรกเลี้ยงไว้ดูเล่น เลี้ยงๆ ไป รู้สึกชอบ ประกอบกับมีคนรู้จักมาเห็นและขอซื้อ เลยศึกษาเพิ่มเติม และทำเป็นธุรกิจจริงจัง สร้างรายได้ให้ครอบครัวไม่ต่ำกว่าเดือนละแสนบาท”

สำหรับการขยายพันธุ์ไก่ คุณนิ้ง บอกว่า เลือกที่จะนำเข้า ‘ไข่ไก่’ เพื่อมาฝักเป็นลูกเจี๊ยบ การนำเข้าไข่ไก่ความเสียหายน้อยกว่าการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ ที่จะต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย อาทิ ต้องขอใบอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ ต้องผ่านด่านตรวจโรค กว่าจะถึงมือผู้ซื้อ ไก่อาจได้รับความเสียหายและไม่สมบูรณ์

“ผมเลือกนำเข้าไข่ไก่จากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนำมาฟักต่อด้วยเครื่องอบ ช่วงเดือนที่ซื้อไข่ไก่ เป็นช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. โดยหลังจะได้ไข่ไก่มาแล้วก็นำเข้าตู้อบซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 20-21 วัน ก็จะออกมาเป็นลูกเจี๊ยบ”

สำหรับสถานที่เลี้ยงไก่ คุณนิ้ง ใช้พื้นที่ประมาณ 100 ตารางวา ทำกรง แยกเป็นสัดส่วน มีประตูปิดมิดชิด ใช้แกลบรองพื้นไว้เพื่อดูดกลิ่นจากมูลไก่ สัดส่วนการเลี้ยง เฉลี่ยตัวผู้ 1 ตัว ต่อตัวเมีย 3 ตัว ปัจจุบันผลิตลูกไก่ได้เดือนละ 170 – 200 ตัว

ย่านมีนบุรี หนองจอก เป็นที่รู้กันว่า เป็นแหล่งทำมาค้าส่ง โดยเพาะสัตว์เลี้ยงสวยงามในกลุ่มสัตว์ปีกหลายชนิด และเป็นแหล่งค้าส่งสัตว์ปีกมาเนิ่นนาน นับตั้งแต่ยุคตลาดนัดจตุจักรยังไม่เปิดทำการ ตลาดค้าขายเสื้อผ้าและสัตว์เลี้ยงเท่าที่มีในขณะนั้น เป็นตลาดที่เปิดขายในเวลากลางคืน บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง แม้กระทั่งปัจจุบัน มีตลาดนัดจตุจักร โซนสัตว์เลี้ยง แหล่งเพาะขยายพันธุ์ค้าปลีกและส่ง ย่านมีนบุรีและหนองจอก ก็ยังคงเป็นแหล่งใหญ่ที่พ่อค้าคนกลางรับมาขายต่อพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดจตุจักรอีกทอด

คุณวสันต์ สมานตระกูล เจ้าของสมานตระกูลฟาร์ม ให้ข้อมูลว่า สัตว์เลี้ยงสวยงามในกลุ่มสัตว์ปีก มีความต้องการสม่ำเสมอทุกปี มีเพียงปีที่ไข้หวัดนกระบาดเท่านั้นที่การซื้อขายสัตว์ปีกหยุดชะงักไปนาน 2-3 ปีให้หลัง แต่ก่อนหน้าและหลังจากหมดปัญหาไข้หวัดนกระบาด สัตว์ปีกทุกชนิดก็กลับมามีคุณภาพและขายได้ราคาตามเดิม

สมานตระกูลฟาร์ม เป็นแหล่งซื้อขายสัตว์ปีกในกลุ่มของไก่สวยงามมากว่า 30 ปี คุณวสันต์ เล่าว่า ในอดีตคุณพ่อรับราชการครู คุณแม่เป็นแม่บ้าน เงินเดือนข้าราชการสมัยนั้นไม่มาก จึงต้องหารายได้เสริม คุณแม่จึงคิดเลี้ยงไก่สวยงามเพื่อส่งขาย และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นกอบเป็นกำ ส่วนตัวของคุณวสันต์เอง เห็นคุณแม่เลี้ยงและเพาะไก่ขายตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกอบกับคุณพ่อป่วย จึงตัดสินใจไม่เรียนต่อ และเลือกสานต่องานเพาะเลี้ยงไก่สวยงาม เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

“ไก่สวยงามที่คุณแม่เพาะขาย เป็นไก่ญี่ปุ่น ไก่งวง ไก่ต๊อก ไก่ซีไบรท์ และไก่เก้าชั่ง ทั้งหมดนี้มีแม่ค้ามารับซื้อถึงบ้าน นำไปขายที่ตลาดนัดสนามหลวง เมื่อผมได้เข้ามาทำฟาร์มแทน ก็ใช้ประสบการณ์ที่มีตั้งแต่เล็ก โดยไม่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากที่ไหน”

โชคร้ายมาเยือน เมื่อไข้หวัดนกเข้ามาระบาดในประเทศไทย สมานตระกูลฟาร์มแห่งนี้ได้รับผลกระทบไปด้วย คุณวสันต์ จำเป็นต้องทำลายไก่ทิ้งทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดมากไปกว่านี้ แต่วิกฤตในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้หยุดเลี้ยงไก่สวยงามไปนาน 2-3 ปี ซึ่งระหว่างนั้น ฟาร์มสัตว์ปีกที่ไม่ประสบปัญหาการระบาดของโรค ยังคงมีลูกไก่ฟักออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดซื้อขายสัตว์ปีกขณะนั้นหยุดชะงักเกือบทั้งระบบ หากคุณวสันต์ยังมีไก่สวยงามอยู่ในฟาร์ม อาจประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักก็เป็นได้

โรคระบาดของไข้หวัดนกในครั้งนั้น ทำให้คุณวสันต์คิดวางมือจากการทำฟาร์มไก่สวยงาม แม้ว่าจะยังรักและหลงใหลในไก่สวยงาม แต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทำให้คุณวสันต์ทำใจไม่ได้ แต่ในที่สุดคุณลุง เจ้าของลำไทรฟาร์ม ฟาร์มสัตว์ปีกสวยงามชื่อดัง ก็เป็นผู้จุดประกายการเลี้ยงไก่สวยงามให้กับคุณวสันต์ใหม่ โดยซื้อไก่งวงจำนวนหนึ่งมาให้เริ่มต้นเลี้ยง

ปัจจุบัน สมานตระกูลฟาร์ม มีไก่สวยงาม 7 ชนิด ได้แก่ ไก่งวง ไก่ต๊อก ไก่เนื้อดำ ไก่โปแลนด์ขนกลับ ไก่โปแลนด์ขนเรียบ ไก่ญี่ปุ่นสีทอง ไก่ญี่ปุ่นสีดำ ไก่ญี่ปุ่นสีขาว ไก่ซีไบรท์ และไก่บราม่า

“ทุกสัปดาห์ จะมีแม่ค้ารับซื้อลูกไก่จากฟาร์มไปขายส่งให้กับตลาดนัดจตุจักรอีกทอด คิดเฉลี่ยลูกไก่ที่ออกจากฟาร์มไปเดือนละประมาณ 300-400 ตัว ขณะที่มีลูกค้าปลีกมาดูไก่สวยงามและซื้อปลีกจากฟาร์มไปอีกจำนวนไม่ถ้วน”

พื้นที่เลี้ยงไก่ทั้งหมดราว 1 ไร่ แบ่งเป็นเล้าขนาดจุพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ให้เดินเล่นได้สบาย รอบเล้าทำทรงสูงโปร่งให้อากาศถ่ายเทได้ พื้นเล้าใช้ทรายหยาบ ดูดซับความชื้นจากมูลไก่ และสะดวกต่อการทำความสะอาดและจัดเก็บมูลไก่

คุณวสันต์ กล่าวว่า การเลี้ยงไก่ที่นี่เน้นการเลี้ยงอิงธรรมชาติให้มากที่สุด เริ่มต้นจากลูกไก่ โดยลูกไก่ที่ฟักออกจากไข่จะไม่เปิดไฟส่องสร้างความอบอุ่นให้ หากสภาพอากาศปกติ เพราะต้องการให้ลูกไก่ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศตามธรรมชาติให้ได้ ยกเว้นอากาศหนาวมาก จึงเปิดไฟส่องสร้างความอบอุ่นให้ใน 1-2 วันแรกเท่านั้น ส่วนในเวลากลางคืน ลูกไก่จะงดส่องไฟสร้างความอบอุ่น แต่จะถูกจับเข้ากล่องแทน เพื่อป้องกันยุง ซึ่งการอนุบาลด้วยวิธีนี้ คุณวสันต์ มองว่าเป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับลูกไก่ เมื่อลูกไก่ปรับสภาพให้เข้ากับสภาพอากาศตามธรรมชาติได้แล้ว เมื่อลูกค้าซื้อลูกไก่ไป โอกาสรอดของลูกไก่ของสมานตระกูลฟาร์มจะมีสูงกว่าแห่งอื่น

ในทุกๆ วัน คุณวสันต์จะเก็บไข่ของแม่ไก่แต่ละสายพันธุ์ จดบันทึกว่าได้ไข่มาวันไหน จากนั้นรอเวลา 5 วัน จึงนำไข่ไก่ที่ได้เข้าตู้ฟัก เปิดอุณหภูมิ 99 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 38 องศาเซลเซียส กลับไข่ทุก 4 ชั่วโมง หลังจากแม่ไก่ให้ไข่ 10 วัน ต้องนำไข่ไก่มาส่องหาเชื้อ ไข่ใบใดมีเชื้อก็นำเข้าตู้ฟักต่อ หากใบใดไม่มีเชื้อก็นำไปรับประทาน

ความสะอาดในโรงเรือนเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นเรื่องอาหารการกิน คุณวสันต์ ให้อาหารไก่วันละ 2 มื้อ เช้าและเย็น อาหารที่ให้เป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับไก่พื้นเมือง + อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับไก่ไข่ + ข้าวเปลือก โดยคุณวสันต์ อธิบายว่า อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับไก่พื้นเมือง เป็นตัวลดต้นทุน เพราะราคาถูก แต่ต้องเพิ่มโปรตีนให้กับไก่ด้วยการใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับไก่ไข่ผสม และเพิ่มข้าวเปลือก ให้เป็นตัวช่วยย่อยในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ เกือบทุกวันจะต้องนำผักตบชวา หญ้าขน มาหั่นฝอยเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ไก่กิน เพราะหญ้าจะช่วยระบายความร้อนให้กับตัวไก่ และการเลี้ยงอิงธรรมชาติโดยการปล่อยให้ไก่ออกมาคุ้ยเขี่ยกินเศษหิน กรวด ทราย เศษเปลือกหอย ตามธรรมชาติบ้าง จะช่วยเรื่องระบบย่อยสำหรับไก่ได้ดีมาก

อาหารสำหรับไก่ยังจำเป็นมากสำหรับสมานตระกูลฟาร์ม เพราะนอกจากอาหารหลากหลายข้างต้นที่ให้แล้ว หากมีเวลาคุณวสันต์จะเอาใจไก่ด้วยการนำข้าวกล้องมานึ่งสุก ผสมอาหารนกเขาใหญ่ ซึ่งมีเมล็ดพืชหลายชนิดปนอยู่ เพราะเชื่อว่าอาหารที่ได้จากเมล็ดพืชธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยให้ไก่สวยงามในฟาร์มมีความแข็งแรง สุขภาพดี และเมื่อสุขภาพสมบูรณ์ก็จะให้ผลผลิต (ไข่) ได้ดี อีกทั้งโอกาสเจ็บป่วยจะน้อยลงด้วย

“พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ทั้งหมดในฟาร์ม ไม่เคยให้วัคซีนเลย แต่ก็ไม่พบว่าป่วยเป็นโรคร้ายแรงอะไร หากจะพบก็แค่ไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น ซึ่งสมานตระกูลฟาร์มเลือกการป้องกันมากกว่าการรักษา ไม่รอให้ไก่ป่วย แต่จะให้วิตามินหรือยาผสมน้ำป้องกันไว้ก่อน เมื่อเห็นว่าสภาพภูมิอากาศเสี่ยงที่จะทำให้ไก่ป่วยได้”

ความนิยมไก่สวยงามแต่ละชนิด คุณวสันต์ บอกว่า ไม่เหมือนกัน ขึ้นกับตลาดไก่สวยงาม แต่ถ้าช่วงนี้ความนิยมในไก่โปแลนด์และบราม่า ค่อนข้างสูง

ความน่ารักของไก่สวยงามแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน แต่สำหรับไก่โปแลนด์และไก่บราม่า คุณวสันต์ อธิบายไว้ ดังนี้

ไก่โปแลนด์ มี 2 ชนิด ได้แก่ ไก่โปแลนด์ขนเรียบ และไก่โปแลนด์ขนกลับ ทั้ง 2 ชนิด ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ความน่ารักของไก่โปแลนด์คือ มีจุกบนหัว รูปทรงจุกบนหัวเกือบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสคล้ายหมวกแก๊ปที่ทหารโปแลนด์สวมในอดีต ถิ่นกำเนิดไม่ชัดเจน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์สัตว์ปีก เชื่อว่า ไก่สายพันธุ์นี้ถูกนำมาจากประเทศสเปนสู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อชาวสเปนมาติดต่อกับชาวโลว์แลนด์ อีกทั้งยังเป็นไก่ที่ให้ไข่ขนาดกลาง ไก่จะมองเห็นไม่ชัดเพราะมีขนจุกบนหัว และอาจมีเคราใต้คางหรือไม่มีก็ได้

ไก่โปแลนด์ทั้งขนกลับและขนเรียบ ที่สมานตระกูลฟาร์ม มี 3 สี ดำ ขาว และกระลาย ความนิยมกระลายจะมากกว่าสีขาวและสีดำ

ไก่โปแลนด์ ให้ไข่ครั้งละ 12-13 ฟอง การปล่อยผสมจะปล่อยรวมสีให้ผสมพันธุ์เอง เมื่อลูกไก่ฟักออกมาเป็นตัวก็จะทราบได้ทันทีหลังฟักออกจากไข่ว่าเป็นสีอะไร

ส่วน ไก่บราม่า มีขนาดและรูปร่างโดดเด่นกว่าไก่ชนิดอื่น เพราะมีขนาดใหญ่ แต่น้ำหนักไม่ได้มากอย่างที่เห็นด้วยตา เพราะเนื้อไก่จริงๆ ไม่มากนัก ส่วนขนจะเยอะและพองฟู ทำให้ดูเหมือนไก่ตัวใหญ่ เลี้ยงง่าย เพศผู้จะรูปร่างสูงใหญ่กว่าและมีหงอนบนหัว ส่วนเพศเมียจะรูปร่างเล็กกว่า

ไก่บราม่า เป็นไก่สายพันธุ์ดั้งเดิมของแถบ Brahmaputra ของประเทศอินเดีย เชื่อว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไก่ป่า แต่ไก่บราม่านั้นสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งเป็นไก่เนื้อและไก่ไข่ มีนิสัยเยือกเย็น เป็นมิตร

ไก่บราม่า เป็นไก่ที่มีขนบริเวณขาและเท้า มีผิวสีเหลืองให้ไข่สีน้ำตาล ไก่พันธุ์นี้ฝรั่งให้ฉายาว่า King of chicken และเป็น Gentle Giant Chicken เหมาะที่จะเป็นไก่ของครอบครัว มีความสง่างาม นิ่ง และไม่ทำลายต้นไม้

ความน่ารักเฉพาะไก่ 2 สายพันธุ์ ที่จำแนกให้เห็น ก็พอให้ตัดสินใจได้ว่า ควรรักหรือชอบไก่สวยงามถึงขั้นเลี้ยงไว้ดูเล่นเป็นเพื่อนคลายเหงาก็คงไม่ยากนัก

สมานตระกูลฟาร์ม เปิดให้คนรักไก่สวยงามเข้าชมและเลือกซื้อลูกไก่ได้ในราคาไม่แพง ราคาลูกไก่ทุกชนิดตัวละ 150 บาท ยกเว้นลูกไก่บราม่า ตัวละ 250 บาท ความสมบูรณ์แข็งแรงของลูกไก่ที่นี่ เมื่อเลี้ยงและเจริญเติบโตมาท่ามกลางธรรมชาติจะติดตัวไปกับลูกไก่ทุกตัว เมื่อลูกค้าซื้อไป หากไม่แน่ใจจะเดินทางมาดูด้วยตัวเองที่ฟาร์ม คุณวสันต์ สมานตระกูล ก็ไม่ขัดข้อง

ติดต่อได้ที่ สมานตระกูลฟาร์ม เลขที่ 32/1 หมู่ที่ 5 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ หรือโทรศัพท์สอบถามเส้นทางกันก่อน ที่โทร. (083) 131-9826

ด้านอาหารไก่ เจ้าของบอกว่า มีรำข้าว ปลาป่น ข้าวโพด หากจะให้ขนไก่ดีและสวยงามก็เน้นอาหารจำพวกโปรตีน ซึ่งทางฟาร์มจะเสริมด้วยหนอนนก พ่อพันธุ์แม่พันธุ์อายุ 8 เดือนก็เริ่มมีการผสมพันธุ์ไดแล้ว

สำหรับจุดเด่นของ ไก่ซิลค์กี้ อยู่ที่เส้นขน จะคล้ายกับเส้นไหม ขนปุกปุยตัวกลม ฟรุ๊งฟริ๊ง น่ารัก ที่ฟาร์มของคุณนิ้งจะมีหลายสี อาทิ สีดำ สีขาว สีเทา สีครีม เด็กๆ และผู้หญิงค่อนข้างชื่นชอบ ส่วนไก่โปแลนด์ จะมีจุกบนหัว เท่ๆ คล้ายจิ๊กโก๋ มีหลากหลายสี ทั้งสีกระ สีดำ ขนแบบเรียบ และแบบขนกลับ

ด้านราคาการซื้อขาย เจ้าของฟาร์ม บอกว่า หากเป็นลูกไก่ซิลกี้ ช่วงอายุ 1 เดือน ราคาอยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนลูกไก่โปแลนด์ ราคาอยู่ 500-2,000 บาท ไก่รุ่นหรือไก่อายุ 3-4 เดือน ราคาจะอยู่ประมาณ 2,500 -3,000 บาท และไก่พร้อมผสมจะขายเป็นคู่ คู่ละ 10,000 บาท รายได้จากการจำหน่ายไก่สวยงามแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท

เห็นแบบนี้แล้วใครที่กำลังมองหาอาชีพใหม่ๆ อาชีพ ” เลี้ยงไก่สวยงาม ” ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แถมยังทำเงินดีซะด้วย ไม่แน่ว่าแค่การเลี้ยงอาจทำให้คุณกลายเป็นเศษฐีในพริบตาก็ได้นะ

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *