เกือบหายสาบสูญ..!? “กันแจเบ้า” หายากมากใกล้สูญพันธุ์ ของดีเมือง อีสาน น้อยคนนักที่จะได้เห็น (คลิป)

เกือบหายสาบสูญ..!? “กันแจเบ้า” หายากมากใกล้สูญพันธุ์ ของดีเมือง อีสาน น้อยคนนักที่จะได้เห็น (คลิป)

ของดีเมืองอิสานที่คนรุ่นใหม่ไม่มีใครเคยรู้จักหรือพบเห็นมาก่อน ซึ่งนับว่าเป็นของดีชาวอีสานเลยก็ว่าได้ หรือบางท่านอาจจะเคยเห็นแต่ก็ไม่รุ้ว่ามันคืออะไร หรือมีวิธีหามันจากที่ไหน เจ้าสิ่งนี้ก็คือ กันแจเบ้า หรือ จุดจี่เบ้า ที่คนชาวอีสานมักจะนำมาเป็นอาหาร ซึ่งในปัจจุบันนี้นับว่าหายากมากๆหรือบางที่อาจจะไม่มีเลยก็ว่าได้ เนื่องจากในยุคสมัยคนชาวนาหรือขาวเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ค่อยใช้วิถีชีวิตแบบเดิมๆกันแล้ว ซึ่งนิยมใช้เครื่องจักรเป็นเครื่องทุ่นแรงและเพิ่มผลผลิต จึงทำให้ระบบนิเวศนั้นสูญเสียไป ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้พูดถึงเกี่ยวกับเจ้า จุดจี่เบ้า ไว้ว่า

ที่บ้านเจ้า เขาเอิ้นว่าอีหยัง บ้านผมเรียกว่า ” กันแจเบ้า” กุดจี่เบ้า หรือ จุดจี่เบ้า ช่วงเดือน พฤศจิกา – กุมภาพันธ์ เด็กน้อยอีสานสมัยก่อน ตอนเช้าๆ จะถือเสียม สะพายกะต่า หรือหิ้วคุ เดินตามท่งนา เลาะตีนบ้าน หรือ เลาะไปตาม เดิ่นนาดินทราย หัวป่า เนินทรายเพื่อเสาะหา ขวยจุดจี่ ส่วนมาก หาตามกองขี้ วัวขี้ควาย เพื่อขุดจุดจี่ ส่วนมากสิได้ กุดจี่คุ่ม กดจี่หวาย กุดจี่แดง ต่างเลาะหาแมลงเหล่านี้มาเป็นอาหาร ส่วนกุดจี่เป้า หากเจอ ถือว่าเป็นโชค ดีใจจนเนื้อเต้น เนื่องจากหากยาก มักทำรัง หรือ ทำขวย หลบสายตา พบส่วนมาก ตามหัวป่า หัวบะ เดิ่นนาดินทราย บางขวย ก็เป็น ขวยฮ้างต้องอาศัยช่างสังเกต

การขุดก็ไม่ง่าย เพราะค่อนข้างอยู่ลึก บางขวย ลึกเป็นวา ทั้งนี้การขุดต้องหารู หรือ”แปว” มันให้พบ ขุดไม่ดี ดินถม “ แปว” หาไม่เจอ เรียกว่า “ แปวตัน “ การได้ กุดจี่เบ้า ขวยเดียว ก็พอแล้ว เพราะ อย่างน้อยก็ 5 ลูกขึ้นไป โชคดีก็ได้ 11 ลูก แบกกลับบ้าน หัวร่อเอิกอาก อารมณ์ดี ส่วนมาก เบ้า จะมีจำนวนคี่ ไม่พบเป้าในขวยเดียวกัน จำนวนคู่ “ ทำไมเบ้าถึงมีคี่ “ การขุดเบ้าต้องไปขุด 2 คนขึ้นไป เพราะคนหนึ่ง เป็นคนขุด คนหนึ่งเป็นคน “ขวัก” หรือ โกยดิน จากสาเหตุเบ้ามีจำนวนคี่ จึงต้องแบ่งปันกัน ระหว่าง 2 คน เช่น คนขุด มักจะได้มากกว่า “คนขวัก”

ซึ่งต้องมีอีกคนเสียสละ นั่นจึงเป็น สมการแห่งการเรียนรู้การแบ่งปัน ของลูกอีสานโดยแท้ เมื่อเด็กได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วยกัน ที่สำคัญได้เหนื่อยยากร่วมกัน แบ่งปันกัน ย่อมมีความผูกพัน แม้เบาบางแต่ ค่อยๆ ซึมซับเข้าในหัวใจ ที่ธรรมชาติเป็นผู้สอน ในแง่ความเกี่ยวพันทางลึก จะเห็นได้ว่าวงจรชีวิตของแมงกุดจี่ กับควาย กับ วัว ชาวบ้าน มีความเชื่อมโยงกัน ถ้าขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไป จะทำให้ขาดความสมดุล เช่น ในปัจจุบัน จำนวนควายลดลง ส่งผลให้แมงกุดจี่หายากขึ้นและลดจำนวนลง เพราะขยายพันธุ์ได้น้อยลง และหากไม่มีแมงกุดจี่คอยกินมูล ก็จะส่งผลให้เกิด ความไม่สมดุล ทางนิเวศน์ หน้าดิน ขาดความอุดม วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลง

เมื่อใดที่ ชาวนาขาด วัวควาย พื้นดินขาดแมงกุดจี่ นั่นย่อมหมายถึงผืนดิน ที่ใช้ปลูกข้าวในอีสาน ขาดแร่ธาตุอันเป็นประโยชน์ ในการเติบโตของพืช จำต้องพึ่งสารเคมีสูงขึ้น ทุกปี ต้นทุนสูงขึ้น ทำนาด้วยความยากลำบาก สถานการณ์ปัจจุบัน กุดจี่เบ้า หายากยิ่งขึ้น ยังคงมากมีตาม จังหวัดที่ยังรักษา วิถีชาวนาอีสานไว้อย่างแน่นแฟ้น ยังมี วัวควายจำนวนมากในพื้นที่ เช่น บุรีรัมย์( บางอำเภอ) ศรีษะเกษ อุบล ฯ มุกดาหาร อุดร ขอนแก่นตอนบน และ หนองบัวลำภู กุดจี่เบ้าเข้าขั้น วิกฤต ใกล้สูญพันธ์จากพื้นที่ ได้แก่ สุรินทร์ ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม สกลนคร หนองคาย เด็กน้อยอีสานบางคน สมัยนี้ ไม่เคยไปขุด กุดจี่เบ้า หรือ รู้จักกุดจี่เบ้า ซึ่งน่าเศร้าในแนวลึกวิถีอีสาน

นี่แหละวิถีชิตของชาวอีสานโดยแท้จริงๆ แชร์เก็บไว้ให้เด็กรุ่นลูกลูกรุ่นหลานดูกันนะคะ

ชมคลิป

ความคิดเห็นชาวเน็ต

 

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *