คดีพลิก! ตบหัวลูกดับ แม่19 รับสิ้น ไม่ใช่ขนมติดคอ ผัวใหม่เป็นพยาน

คดีพลิก! ตบหัวลูกดับ แม่19 รับสิ้น ไม่ใช่ขนมติดคอ ผัวใหม่เป็นพยาน

แม่ใจโหดรับสารภาพแล้ว พลังมือตบลูกชายวัย 2 ขวบดับไม่ใช่่เกิดจากขนมอาลัวติดคออย่างที่ให้การในตอนแรก รับเพราะเครียดและเพิ่งเสพยาบ้ามาจึงพลั้งมือทำร้ายร่างกายลูกจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากกรณีที่ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 2 ขวบ กินขนมอาลัวแล้วติดคอ ถูกส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น เบื้องต้นพ่อเลี้ยงให้การอ้างว่าเด็กได้ขอกินขนมอาลัวเข้าไปจนติดคอ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนจนพบพิรุธหลายอย่าง ขณะที่ผลการชันสูตรศพพบว่ามีเลือดออกในสมอง และร่างกายมีร่องรอยถูกทำร้าย

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พ.ต.อ. ทรงศักดิ์ ชัยรักษา ผกก.สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พร้อมด้วย ร.ต.อ.วัชพงษ์ จำนงอุดม รองสารวัตร (สอบสวน) เจ้าของคดี และชุดสืบสวน ได้นำตัวน.ส.ปาณิศา พลีใหญ่ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ด.ช.เอ พร้อมด้วยนายนิสสรณ์ นาชมพู อายุ 34 ปี สามีใหม่ มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากทั้ง 2 คนตกเป็นผู้ต้องสงสัยร่วมกันฆ่า ด.ช.เอ

จากการเค้นสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ น.ส.ปาณิศาผู้เป็นแม่ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนทำร้ายลูกชายจนเสียชีวิตเองเนื่องจากเกิดความโมโหและเกิดความเครียดรวมถึงเพิ่งเสพยาบ้าเข้าไปด้วย หลังจากที่ทะเลาะกับนายนิสสรณ์ โดยก่อนเกิดเหตุหลังจากตนเลิกงานกลับมาบ้าน ได้หยอกล้อเล่นกับลูกชายด้วยการใช้มือตบที่ใบหน้าแต่ลูกชายตีคืนจึงเกิดความโมโห ใช้มือตบเข้าที่ศีรษะลูกอย่างแรงจนลูกชายมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด อ้างทำไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้น  จนกระทั่งวันเกิดเหตุได้ปล่อยให้ลูกอยู่กับนายนิสสรณ์ตามลำพัง และได้ซื้อขนมอาลัวให้ลูกชายกิน หลังจากกินขนมอยู่ๆลูกชายก็มีอาการหายใจไม่ออกจนแน่นิ่งไป ทีแรกคิดว่าเพราะขนมติดคอจึงรีบอุ้มลูกไปขอความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

กระทั่งมารู้ว่าผลการชันสูตรของแพทย์ออกมาว่ามีเลือดออกในสมอง น่าจะเกิดจากฝีมือของตนที่ทำร้ายร่างกายลูกชาย แต่ก็ยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ทำความรุนแรงในครอบครัว และเสพยาเสพติด ก่อนที่จะขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดกบินทร์บุรีต่อไป

ส่วนนายนิสสรณ์ หลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเอาขนมอาลัวให้ด.ช.เอ กินจนติดคอนั้น ผลชันสูตรไม่พบว่ามีขนมอาลัวอยู่ในลำคอแต่อย่างใด ตำรวจได้กันไว้เป็นพยาน พร้อมกับแจ้งข้อหา เสพยาเสพติด และได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อไป

ที่มา ข่าวสด

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published.