ตายายวัย 90 ทำบุญหวังชาติหน้ากลับมารักกัน ตลอดชีวิตบริจาคกว่า 15ล้านช่วย”รพ.-ร.ร.-วัด”

ตายายวัย 90 ทำบุญหวังชาติหน้ากลับมารักกัน ตลอดชีวิตบริจาคกว่า 15ล้านช่วย”รพ.-ร.ร.-วัด”

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก โดยสีสันวันวาเลนไทน์ปีนี้ พาไปดูคู่รักนักบุญ อยู่อย่างพอเพียงที่จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นคู่รักของคุณตาเพิ่ม กับ คุณยายฉ่ำ ชาวบ้านเกาะ ทั้งคุณตาและคุณยายมีอายุย่างเข้า 90 ปี ครองรักกันมายาวนานถึง 62 ปีแล้ว ภายในบ้านเลขที่ 48 ม.1 ต.บ้านเกาะ อ.เมืองสมุทรสาคร และที่น่าแปลกนอกจากความรักที่สามารถครองกันมาได้อย่างอายุมั่นขวัญยืนตามคำอวยพรของคนโบร่ำโบราณนั้น

สิ่งที่กำหนดชะตาบ่งชี้ให้สองตายายมาเป็นคู่เนื้อนาบุญกัน นั่นก็คือ คุณตาเพิ่ม กับ คุณยายฉ่ำ เกิดวันเสาร์เหมือนกัน เกิดเดือน ก.ย.เหมือนกัน และเกิดพ.ศ.2472 ปีเดียวกัน แต่ที่ต่างกันก็ตรงที่คุณตาเพิ่มเกิดวันเสาร์ที่ 6 ก.ย. 2472 ส่วนคุณยายฉ่ำเกิดวันเสาร์ที่ 13 ก.ย. 2472 ห่างกันเพียง 7 วันเท่านั้น

คุณตาเพิ่ม เล่าว่า ตนพบรักกับคุณยายฉ่ำได้เพราะญาติทั้งสองฝ่ายแนะนำและจับแต่งงานกัน ซึ่งสมัยนั้นก็ไม่ได้ขัดใจพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายเห็นสมควรเหมาะสมกัน ก็ตกลงปลงใจแต่งงานครองเรือนร่วมกันมาตั้งแต่อายุ 27 ปี แล้วก็ช่วยกันทำมาหากินด้วยอาชีพดั้งเดิมของครอบครัว คือการทำนากับเย็บจาก เงินทุกบาทที่ได้มาก็ใช้จ่ายอย่างรู้คุณค่าเก็บหอมรอมริบเอาไว้ใช้ยามแก่เฒ่า เพราะไม่มีลูกที่จะมาเป็นที่พึ่งยามเป็นไม้ใกล้ฝั่ง รู้กิน รู้ใช้ อยู่อย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงสอนไว้

“ครั้นพอแก่ชราลงเมื่อตอนอายุ 60 ปี ได้จัดพิธีทำบุญเสริมมงคลชีวิต แต่ก็มีคนมาทักว่าเราสองคนชงกัน ให้หมั่นทำบุญสร้างพระใหญ่เสริมสร้างชีวิตที่ดี ซึ่งตากับยายก็ไม่ได้เชื่ออะไรมากนักในเรื่องปีชง แต่เชื่อในเรื่องบุญทำกรรมแต่ง หากเราหมั่นทำบุญ บุญกุศลก็จะหนุนนำให้เราอยู่อย่างมีความสุขทั้งในชาตินี้และชาติหน้าและสมหวังในหลายสิ่งหลายอย่างที่ตั้งใจไว้ ซึ่งคุณยายฉ่ำก็เห็นดีด้วย” คุณตาเพิ่ม กล่าว

คุณตาเพิ่ม เล่าต่อว่า ดังนั้น จึงได้เริ่มขายแปลงนาที่มีอยู่ทั้งหมดรวมกัน 66 ไร่ เพื่อนำเงินที่ได้รับมาเอาไปบริจาคให้กับโรงพยาบาล 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลสมุทรสาคร โรงพยาบาลกระทุ่มแบน และโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) นอกจากนี้ ยังบริจาคเงินและที่ดินให้กับวัดหลายแห่ง และสร้างอาคารเรียนให้อีกด้วย จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจตุตถดิเรกคุณาภรณ์ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2560

ส่วนเรื่องความรักและหลักการครองเรือนที่ตนกับคุณยายฉ่ำมีให้กันนั้น ด้าน คุณยายฉ่ำ ได้บอกถึงความประทับใจที่มีต่อคุณตาเพิ่มจนทำให้การครองเรือนมีมาได้อย่างยาวนาน คือ ความเข้าใจกัน ไม่ขัดแย้ง ไม่ทะเลาะกัน และที่สำคัญคือ การทำบุญร่วมกัน

ขณะที่คุณตาเพิ่ม บอกว่า วิธีการครองเรือนที่ทำให้อยู่ด้วยกันได้อย่างยาวนานและมั่นคงที่อยากจะฝากถึงหนุ่มๆ สาวๆ คนรุ่นหลังสมัยนี้ก็คือ การหมั่นสร้างความดีร่วมกัน ทำดีต่อกัน ช่วยกันทำมาหากิน อยู่ด้วยกันอย่างพอเพียง ไม่ทะเลาะกัน มีความรักให้กันเสมอ มีความเชื่อใจกัน และที่สำคัญคือ ต้องสร้างบุญ สร้างกุศลร่วมกัน เพื่อที่ชาติหน้าจะได้เกิดมาคู่กันอีกและสมหวังในบางสิ่งที่ขาดหายไปในชาตินี้ด้วย ส่วนผลของบุญที่ทำร่วมกันและเห็นผลในชาตินี้คือ การได้ครองคู่กันมาอย่างยาวนานถึง 62 ปี และการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงทั้งสองคน แม้วันนี้แต่ละคนจะมีโรคประจำตัวบ้าง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นโรคที่ร้ายแรงอะไรมากนัก และยังโชคดีที่ได้เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลสมุทรสาคร หมั่นมาตรวจสุขภาพให้ตลอด

นอกจากนี้ คุณตาเพิ่มกับคุณยายฉ่ำยังได้ทำพินัยกรรมสั่งเสียไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า หากคนใดคนหนึ่งเสียชีวิตลง ก็ให้ทำการสวดศพคนละ 3 คืน จากนั้นก็ให้เก็บศพคนที่เสียชีวิตก่อนเอาไว้ รอจนกว่าอีกคนจะเสียชีวิตตามไป เมื่อสวดศพคนที่สองแล้วเป็นเวลา 3 คืน ให้เป็นไปตามความเห็นชอบของผู้จัดการศพว่าสมควรจะทำพิธีเผาศพทั้งสองตายายเมื่อไหร่ ก็ให้ทำการเผาได้ แต่ก่อนเผาต้องสวดอีก 2 คืน และต้องเผาพร้อมกันที่เดียวกัน โดยใช้เมรุอยุธยา 2 หลัง

ส่วนค่าทำศพทั้งหมดตลอดจนรายจ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำศพ ตั้งแต่เริ่มต้นจนแล้วเสร็จทุกขั้นตอนรวมถึงเงินบริจาคที่จะมอบให้แก่วัดด้วยนั้น ทางคุณตาเพิ่มและคุณยายฉ่ำ ได้ทำหนังสือพินัยกรรมสั่งเสีย 1 ฉบับ ไว้เป็นที่เรียบร้อยอย่างละเอียดทุกขั้นตอนแล้ว และสำหรับเงินที่คุณตาเพิ่มกับคุณยายฉ่ำ ที่ได้ร่วมกันตั้งใจบริจาคให้กับวัด โรงเรียน และโรงพยาบาลนั้นรวมเป็นเงินในขณะนี้ไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท

ที่มา ข่าวสด

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *