โจ๋กระทืบตำรวจอยากกราบเท้าขมา – ญาติอ้าง มารยาทดี ให้เกียรติถอดรองเท้าก่อนถีบ

โจ๋กระทืบตำรวจอยากกราบเท้าขมา – ญาติอ้าง มารยาทดี ให้เกียรติถอดรองเท้าก่อนถีบ

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “บิ๊กเกรียน” แชร์คลิปวิดีโอเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดนกลุ่มวัยรุ่น รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกศีรษะร้าว พร้อมข้อความว่า “เมื่อเวลาตี 3 ขณะที่ดาบตำรวจ สมใจ คงมาลายู ตำรวจจราจร สภ.นครหลวง พระนครศรีอยุธยา กำลังกลับเข้าห้องพัก ได้แวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ พบกลุ่ม วัยรุ่นนั่งมั่วสุมจึงเข้าไปตักเตือน และบอกให้แยกย้ายกลับบ้าน ทำให้กลุ่มวัยรุ่นไม่พอใจ โดยวัยรุ่นบางคนอยู่ในอาการมึนเมา จีงพากันไปดักทำร้าย ด.ต.สมใจ ระหว่างขับรถกลับเข้าห้องพัก ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระโหลกร้าว เลือดคั่งในสมอง”

ภายหลัง ตำรวจสามารถตามจับตัววัยรุ่นได้ทั้งหมด 6 ราย ทราบชื่อคือ นายกิตติศักดิ์ สุขวิชัย 22 ปี, นายวรุฒน์ ศิลปสุข 25 ปี, นายณัฐวุฒิ กังวลทรัพย์ อายุ 26 ปี, นายณัฐวุฒิ เกิดสมบูรณ์ อายุ 24 ปี, นายเตวิช แสงบุญไทย อายุ 18 ปี และ นายพิชิตชัย เจริญฤทธิ์ อายุ 24 ปี

พ.ต.ท.ชัยรัตน์ ถนอมสุข รองผกก.สอบสวน สภ.นครหลวง

วันนี้ (12 ก.พ.61) พ.ต.ท.ชัยรัตน์ ถนอมสุข รองผกก.สอบสวน สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวเป็นเด็กจาก อ.ท่าเรือ ได้ไปเที่ยวดื่มสุรากัน และมี 1 คนในกลุ่มรถเสีย จึงได้ช่วยกันใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์มาส่งที่ อ.นครหลวง ก่อนจะมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับ ด.ต.สมใจ มาที่ร้านดังกล่าว

วัยรุ่น ลงมือทำร้าย โดยใช้เท้าในการทำร้าย ด.ต.สมใจ

จากหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า วัยรุ่นทั้ง 6 คน เป็นผู้ลงมือทำร้าย โดยใช้มือ และเท้าในการทำร้าย ด.ต.สมใจ โดยวัยรุ่นคนหนึ่งใช้เก้าอี้ทุบไปที่ร่างของ ด.ต.สมใจ ไม่แน่ใจว่า เป็นที่บริเวณศีรษะหรือไม่ทำให้ ด.ต.สมใจ บาดเจ็บสาหัส อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ

หลังการจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพยอมรับว่า ดื่มสุราจริงแต่ไม่ได้เมา จนเป็นเหตุให้ทะเลาะวิวาท จึงคาดว่า น่าจะเป็นสาเหตุจากการโดนตักเตือน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไม่อนุญาตให้ประกันตัว เพราะต้องสอบปากคำเพิ่มเติม โดยจะนำตัวทั้งหมดส่งฟ้องศาลในวันพรุ่งนี้ (13 ก.พ.61)

วัยรุ่น ลงมือทำร้าย โดยใช้เท้าในการทำร้าย ด.ต.สมใจ

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ เกิดสมบูรณ์ หรือ “นายเบียร์” 1 ใน 6 ผู้ต้องหาให้การว่าเห็น นายพิชิตชัย เจริญฤทธิ์ หรือ “ต้น” 1 ใน ผู้ต้องหา เข้าไปต่อย ด.ต.สมใจ ก่อน ซึ่งตอนนั้นตนเองอยู่ในร้านสะดวกซื้อ พอออกมาจากร้านได้ถอดรองเท้าถีบ ด.ต.สมใจ ก่อนนำเก้าอี้มาฟาดซ้ำ โดยปฎิเสธว่าไม่ได้เป็นคนหยิบเก้าอี้ แต่เก้าอี้กระเด็นเข้ามาหา เลยนำไปฟาดเข้าที่หน้าอกของ ด.ต.สมใจ หลังก่อเหตุได้รีบขับรถออกไป ไม่ทราบว่าอาการของ ด.ต.สมใจ จะเป็นอย่างไร เพราะไม่ได้หันกลับไปมอง

นายเบียร์ เล่าอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ นายเตวิช แสงบุญไทย หรือ “กอล์ฟ” ผู้ต้องหาอีกรายที่รถเสีย ตนจึงพามาส่งที่บ้าน ซึ่งเป็นอู่ซ่อมรถ พอกำลังจะกลับบ้านที่ อ.ท่าเรือ น้องของตนอยากซื้อน้ำ จึงพากันขับรถจักรยานยนต์เข้าไปในร้านสะดวกซื้อ 3 คัน ก่อนเจอกับ ดาบสมใจ ที่หน้าร้าน

ผู้ต้องหานำเก้าอี้ฟาดด.ต.สมใจ

หลังจากนั้น ด.ต.สมใจ ได้เดินมาจับตัวแล้วบอกให้รีบกลับไป อ้างว่าไม่อย่างนั้นจะจับส่งตำรวจให้หมด ตนจึงขับรถออกจากที่เกิดเหตุไป และย้อนกลับมาอีกครั้งเพราะเพื่อนยังมาไม่ครบ จนกระทั่งเห็นว่า นายต้น เป็นคนต่อย ด.ต.สมใจ ขณะกำลังยืนโทรศัพท์ ตนจึงถอดรองเท้ากระโดดถีบ แล้วใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ตำรวจนายดังกล่าว

นายเบียร์ คนกระโดดถีบยอมรับว่า ฝ่ายของตนลงมือก่อเหตุก่อน มาถึงตอนนี้ตนยังไม่เจอ ด.ต.สมใจ ไม่ทราบว่าอาการจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าได้เจอ ตนก็อยากไปกราบเท้า ด.ต.สมใจ และญาติพี่น้องทุกคน เพราะตนรู้สึกผิดมาก นอนไม่หลับทั้งคืน นอกจากนี้ ตนยังโทรศัพท์ไปบอกเพื่อนอยู่เลยว่า ไม่น่าทำแบบนี้เลย ตอนนี้ตนนึกถึงแต่หน้าลูกเมีย

นายเบียร์ ยังบอกด้วยว่า ตนไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องกับตำรวจนายนี้มาก่อน ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเป็นตำรวจ ขณะก่อเหตุตนมีสติดี ไม่ได้เมาสุรา แต่เห็นว่าเพื่อนเริ่มลงมือต่อย จึงเข้าไปช่วย และไม่ได้มีการคุยกับก่อนว่า จะเข้าไปทำร้ายตำรวจแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ได้มีการตั้งวงกินดื่มสุรากันก่อนที่จะก่อเหตุ แต่ทำไปเพราะความโมโห จึงไม่มีสติ แต่ไม่ได้คิดวางแผนกันมาก่อน

นักข่าวคุยกับ “นายตี๋” (นามสมมติ) เพื่อนผู้ต้องหา

จากนั้น ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายตี๋ (นามสมมติ) เพื่อนของ นายณัฐวุฒิ หรือ “เบียร์” คนกระโดดถีบ เปิดใจว่า รู้จักกับ นายเบียร์ มากว่า 10 ปีแล้ว โดยนายเบียร์ เป็นคนใจร้อน แต่ไม่เคยทำร้ายใคร พอตนเห็นคลิปรู้สึกตกใจ และเสียใจ จึงอยากถามเพื่อนว่า ทำไมถึงทำแบบนั้น

นายตี๋ ยอมรับว่า นายเบียร์เคยมีปากเสียงกับคนอื่นมาก่อน แต่ไม่เคยลงมือทำร้ายใคร ถึงขั้นอาการโคม่า เหมือนตำรวจรายนี้ คิดว่าน่าจะมีสาเหตุทำให้ นายเบียร์ ต้องก่อเหตุรุนแรง หรือใช้อารมณ์ชั่ววูบเช่นนี้ เพราะปกตินายเบียร์ ไม่ใช่คนดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่แต่อย่างใด

ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คนนั้น นายตี๋ ยอมรับว่า ไม่รู้จักมาก่อน เพราะบ้านอยู่คนละอำเภอกัน แต่นายเบียร์ ไปเช่าบ้านอยู่กับเพื่อนกลุ่มนี้ใน อ.นครหลวง อาจเป็นไปได้ว่า นายเบียร์ อาจจะเข้าไปช่วยเพื่อน เพราะเป็นคนรักเพื่อน ตอนนี้ตนอยากจะบอกกับนายเบียร์ว่า สิ่งที่พลาดไปแล้วเอากลับคืนมาไม่ได้ ต่อไปจะทำอะไรให้คิดถึงหน้าลูก และครอบครัวไว้ อยากให้เพื่อนใจเย็นกว่านี้ เพราะตั้งแต่โตมาด้วยกัน ยังไม่เคยมีเรื่องราวแบบนี้มาก่อน

ทั้งนี้ หากนายเบียร์ ได้ออกจากคุกมาตนคิดว่านายเบียร์ น่าจะไปขอโทษผู้เสียหาย และครอบครัว เพราะนายเบียร์ เป็นคนที่มีสัมมาคาราวะ จะเห็นว่าก่อนจะถีบตำรวจรายนี้ นายเบียร์ ได้ถอดรองเท้าให้เกียรติ ก่อนกระโดดถีบอีกด้วย

ที่มา AMARIN TV

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published.