10 ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับประจำเดือนที่คุณควรเข้าใจซะใหม่ว่าไม่ได้เป็นอันตรายอย่างที่คิด

ผู้หญิงทุกคนต้องเผชิญปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน อย่างน้อยๆก็อาการไม่สบายตัว หรือปวดประจำเดือนมาทุกเดือนก็แล้ว เชื่อได้เลยว่าคุณต้องเคยได้ยินข้อห้ามต่างๆระหว่างมีประจำเดือน ซึ่งมีทั้งความจริงและไม่ใช่ความจริง วันนี้จึงอยากให้คุณเข้าใจใหม่ว่าอาการที่มีระหว่างที่มีประจำเดือนนั้นไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรงอย่างที่คุณคิด !!!

1. ประจำเดือนคือเลือดเสียที่ร่างกายขับออกมาทุกเดือนใช่หรือไม่?

ไม่ใช่ครับ ความจริงก็คือเลือดประจำเดือนคือเยื่อบุผนังมดลูกที่หลุดออกมาปนกับเลือดจากเส้นเลือดฝอยที่มาเลี้ยงเยื่อบุผนังมดลูก แต่ที่เห็นเป็นสีดำคล้ำ เนื่องจากเลือดออกน้อยและมาตกค้างอยู่ในช่องคลอด ก่อนที่จะไหลออกสู่ภายนอก จึงกลายเป็นสีคล้ำและเหมือนเลือดเก่า ปกติประจำเดือนจะเป็นน้ำเลือด จะไม่เป็นก้อนหรือลิ่มเลือด แต่อาจมีลิ่มเลือดได้ในกรณีที่มีเลือดออกมากๆ

2. ถ้างั้นมีประจำเดือนออกมาน้อย แสดงว่าเลือดเสียสะสมอยู่ในร่างกายนะซิ?

ความจริงก็คือปริมาณเลือดที่ไหลออกมาแต่ละเดือน มักจะมาสม่ำเสมอในปริมาณที่เท่าๆกันในแต่ละรอบเดือน แต่ถ้าเวลาเครียดหรือมีปัจจัยทางสุขภาพที่ไปรบกวนระบบสมดุลของฮอร์โมนที่ไปควบคุมระบบสืบพันธุ์ จะมีผลกระทบทำให้เลือดประจำเดือนมีปริมาณมากหรือน้อยก็ได้ครับ

3. ถ้าประจำเดือนออกมาน้อย ต้องหายาสตรีมารับประทานเพื่อขับเลือดให้ออกมาเยอะๆ ใช่ไหม?

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าปริมาณประจำเดือนจะขึ้นอยู่กับสุขภาพและอารมณ์ ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องหายาน้ำสตรีหลากหลายยี่ห้อมารับประทานเพื่อขับประจำเดือนออกมาแต่อย่างใด ความจริงแล้วยาน้ำสตรีเหล่านี้จะมีส่วนผสมของสมุนไพรที่มีผลไปเร่งการบีบตัวของมดลูกบ้าง และปริมาณแอลกอฮอลล์ที่เป็นส่วนผสมก็มีปริมาณความเข้มข้นสูง ในบางยี่ห้ออาจเทียบได้กับกินเบึยร์เลยครับ คุณผู้หญิงบางคนพอดื่มเข้าไปแล้วก็รู้สึกวูบวาบเพลินๆดีครับ ถ้าไม่กินมากจนเกินไปแทน

4. เวลามีประจำเดือน ห้ามอาบน้ำเย็นเดี๋ยวไข้จับ?

เวลามีประจำเดือนนั้น ฮอร์โมนเพศในร่างกายผู้หญิงจะแปรปรวน ไม่สมดุล อาจมีผลทำให้คุณผู้หญิงที่สุขภาพไม่ค่อยดีอยู่แล้ว จะทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง การอาบน้ำเย็นอุณหภูมิต่ำๆ เย็นจนเกินไป หรือแช่น้ำเย็นนานๆ จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายต้องปรับตัวลดลงตามไปด้วย บางครั้งอาจเกิดการเจ็บป่วยได้ แต่ความจริงก็คือคุณสามารถอาบน้ำอุณหภูมิปกติธรรมดาที่ไม่เย็นจัดได้ หรือเลือกอาบน้ำอุ่นในช่วงนั้นก็ได้ หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว รีบสวมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นเท่านั้นก็เพียงพอ

5. เวลามีประจำเดือน ห้ามรับประทานน้ำแข็ง หรือของอะไรที่เย็นๆ ?

เป็นข้อห้ามแบบเดียวกับการอาบน้ำเย็นนั่นแหละครับ จากการสัมภาษณ์พบว่าในคุณผู้หญิงบางคนระบุว่าทำให้ประจำเดือนออกน้อยลง และมีอาการปวดท้องมากกว่าธรรมดา ทั้งนี้อาจเกิดจากมดลูกบีบตัว ความจริงก็คือถ้าสุขภาพดี รับประทานได้ไม่มีผลอย่างไร

6. ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนขณะมีประจำเดือนจะมีผลทำให้ประจำเดือนหยุดหรือกลายเป็นประจำเดือนกะปริบกะปรอยและทำให้มีประจำเดือนครั้งต่อไปล่าช้ากว่าปกติ?

โดยทั่วไปไม่ห้ามรับประทาน ความจริงก็คือน้ำมะพร้าวจะมีสารอาหารแบบเดียวกับฮอร์โมนเพศ มีผลต่อประจำเดือนได้ อาจทำให้ประจำเดือนหยุดแต่ไม่เป็นทุกคน ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณน้ำมะพร้าวที่ดื่ม ปริมาณฮอร์โมนในน้ำมะพร้าวแต่ละลูกซึ่งไม่เท่ากัน และการตอบรับต่อร่างกายของแต่ละคนซึ่งแตกต่างกัน

7. ห้ามออกกำลังกายเป็นอันขาด เวลามีประจำเดือน ?

เป็นความเชื่อผิดๆ แน่นอน ในกรณีนี้ เพราะในเวลาที่มีประจำเดือนนั้น เยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกตัวออกมาจะมีสารที่เรียกว่า โพรสตาแกลนดิน ออกมาด้วย สารนี้จะทำให้มดลูกบีบรัดตัวรุนแรงจนปวดประจำเดือน ถ้าหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอแล้วก็จะมีการหลั่งสารที่เรียกว่า เอ็นโดฟิน ออกมา สารนี้บางทีเรียกว่า สารแห่งความสุขเพราะจะทำให้เกิดความสุข ผ่อนคลาย หายเครียดตามมากลับดีซะอีกครับ

8. ห้ามมีเพศสัมพันธ์ในเวลามีประจำเดือน?

ไม่ใช่ข้อห้ามหรอกครับ เพราะถ้ามีเพศสัมพันธ์อย่างสุขสม ก็อาจทำให้อารมณ์ดีและหายปวดประจำเดือนไปได้เหมือนกัน ความจริงก็คือควรจะระวังเรื่องของความสะอาดให้มากกว่าปกติเท่านั้นเพราะการติดเชื้อจะเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงนี้และอาจทำให้ลุกลามเข้าไปในมดลูกได้

ถ้าจะมีอะไรกันในช่วงเวลานั้นแล้ว ขอให้ฝ่ายชายสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง หรือถ้าอยากจะมีสัมผัสรักโดยไม่มีอะไรมากางกั้น คุณผู้ชายอย่าลืมฟอกล้างทำความสะอาดส่วนนั้นของตนเองให้สะอาดดีเสียก่อน ค่อยบรรเลงเพลงรัก และควรจะจบบทรักลงด้วยการหลั่งภายนอกจะสะอาด และปลอดภัยกว่าสำหรับเธอ

9. ห้ามอาบน้ำในคลองและในทะเล ในระหว่างมีประจำเดือน?

ความเชื่อเรื่องนี้ เหตุผลคงจะอยู่ที่ว่าน้ำในแม่น้ำลำคลองรวมทั้งทะเลนั้น อาจจะไม่สะอาดพอ เนื่องจากมีของสกปรกหรือน้ำเสียไหลลงไปปนเปื้อน เชื้อโรคในน้ำดังกล่าว อาจหลุดเข้าไปในช่องคลอดและผ่านปากมดลูกที่เปิดให้ประจำเดือนไหลออกมา เข้าไปภายในโพรงมดลูก ทำให้เกิดการติดเชื้อจนช่องคลอดอักเสบตามมาได้ง่าย ดังนั้นจึงได้ห้ามลงไปอาบแบบแช่ จึงควรตักอาบเอาก็ได้นะครับ แบบนี้ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่ถ้าจะอาบหรือว่ายน้ำ ก็ขอให้เลือกสระว่ายน้ำที่สะอาด และควรหมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยที่สะอาดหรือจะสอดผ้าอนามัยชนิดสอดที่เรียกกันว่า แทมพอน ไว้ด้วย เพื่อซึมซับเลือดประจำเดือนไม่ให้ไหลออก มาปนเปื้อนกับน้ำในสระ สำหรับสาวๆนักดำน้ำ ก็ให้รักษาความสะอาดของร่างกาย ใส่ผ้าอนามัยที่สะอาดและเปลี่ยนบ่อยๆ เมื่อรู้สึกรำคาญตัวก่อนลงทะเลก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ

10. รับประทานยาแก้ปวดประจำเดือนทุกเดือนจะเป็นอันตรายหรือไม่?

ควรหาสาเหตุก่อนว่าเป็นอาการปวดประจำเดือนที่ผิดปกติหรือไม่ หากอายุ 30 ปีขึ้นไป ปวดประจำเดือนตลอดระยะเวลาของการมีประจำเดือน และอาการปวดทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกเดือนให้ปรึกษาแพทย์ทันที แต่ถ้าอายุไม่เกิน 30 ปีหรืออายุยังน้อย มีอาการปวดเฉพาะวันแรกให้รับประทานยาแก้ปวดได้ ปัจจุบันมียาแก้ปวดประจำเดือนโดยเฉพาะ ซึ่งจะไปลดสารที่หลั่งออกมาจากมดลูกซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของอาการปวดประจำเดือน ยานี้ค่อนข้างได้ผลดี แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเสมอ เพราะอาจแพ้ยาได้ ยาตัวนี้ควรกินพร้อมอาหารเพราะมีผลไประคายเคืองต่อทางเดินอาหารได้

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published.