You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > รังแก ปชช.!!! ตายายร้องสื่อ หลังถูกเจ้านายในสำนักนายก ร้องเป็นผู้มีอิทธิพล บุกรุกป่า ช้ำหนักบ้าน วัว ถูกอายัด คิดฆ่าตัวตาย

รังแก ปชช.!!! ตายายร้องสื่อ หลังถูกเจ้านายในสำนักนายก ร้องเป็นผู้มีอิทธิพล บุกรุกป่า ช้ำหนักบ้าน วัว ถูกอายัด คิดฆ่าตัวตาย

รังแก ปชช.!!! ตายายร้องสื่อ หลังถูกเจ้านายในสำนักนายก ร้องเป็นผู้มีอิทธิพล บุกรุกป่า ช้ำหนักบ้าน วัว ถูกอายัด คิดฆ่าตัวตาย

วันที่ 10 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางอู๊ด สอนสุข อายุ 60 ปี และ นายชู สอนสุข อายุ 66 ปี ตายายสองผัวเมีย มีอาชีพรับจ้างและเลี้ยงวัว อาศัยอยู่กับหลานสาว อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 ม.7 ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน หลังถูกข้าราชการระดับสูงคนหนึ่ง ร้องเรียนกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพล บุกรุกพื้นที่ป่าและทำลายป่า เนื้อที่ 5 ไร่เศษบริเวณบ้านเขาดิน ม.7 ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าจับกุมอายัดทรัพย์สิน บ้าน รถจักรยานยนต์ คอกวัว และ วัว จำนวน 13 ตัว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งที่ที่ดินดังกล่าวเป็นเพียงพื้นที่ดอนกลางทุ่งนา และทั้งสองใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเลี้ยงวัวทำกิน มานานกว่า 60 ปีแล้ว

นางอู๊ด สอนสุข เล่าว่า ตนอาศัยอยู่บนที่ดินแห่งนี้มาตั้งแต่เกิด อยู่มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ เมื่อก่อนชาวบ้านหลายสิบครัวเรือน ก็มาอาศัยอยู่ แต่ก็ได้ขยับขยายออกไป แต่ครอบครัวตนมีฐานะยากจน จึงยังคงอาศัยอยู่บนที่ดินแห่งนี้ และอยู่มานาน 60 ปีแล้ว แต่เมื่อปี 2557 ได้มีข้าราชการระดับสูงคนหนึ่ง ได้มาซื้อที่นารอบๆบริเวณที่ดินที่ตนอาศัยอยู่ และไปร้องเรียนกับหน่วยราชการ กล่าวหาว่าตนเป็นผู้มีอิทธิพล บุกรุกที่สาธารณะ ต่อมาก็กล่าวหาว่าบุกรุกพื้นที่ป่า ทั้งที่ที่ดินแห่งนี้ เป็นเพียงพื้นที่ดอน ไม่มีต้นไม้หวงห้าม มีแต่ต้นมะขามเทศ สะเดา มะม่วง มะพร้าว ซึ่งบางต้นสมัยรุ่นพ่อแม่ได้ปลูกไว้ แต่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด จู่ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้ามาจับและอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตน รวมทั้งวัว 13 ตัวด้วย โดยห้ามตนเคลื่อนย้ายหรือขายวัว ปิดทางทำมาหากินของตนและครอบครัว แม้ตนจะร้องให้หน่วยราชการช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครช่วยเหลือได้ ทำให้รู้สึกเครียดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ และหวาดกลัวอิทธิพลของข้าราชการระดับสูงคนนี้มาก จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ระหว่างพาวัวไปเลี้ยงกลางทุ่ง เห็นต้นไม้ใหญ่และเชือก จึงหยิบเชือกมาพันคอ หวังจะผูกคอตายทั้งสองคนผัวเมีย แต่ฉุกคิดถึงหลานสาว กลัวไม่มีใครดูแล จึงวางเชือกลงได้แต่นั่งร้องไห้กันสองคน จึงวอนขอสื่อมวลชนช่วยนำเสนอข่าว ขอให้ผู้มีอำนาจเข้ามาช่วยเหลือคนยากจนไม่มีที่ทำกินแล้วยังถูกคนมีสีรังแก

ขณะที่ชาวบ้านในหมู่บ้าน เมื่อทราบเรื่อง ต่างเดินทางไปให้กำลังใจกับสองตายาย และยืนยันว่าสองตายายไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลใดๆ เป็นเพียงคนรับจ้างหาเช้ากินค่ำ และที่ดินดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นพื้นที่ป่าไม้ ชาวบ้านหลายคนก็เคยอาศัยอยู่ที่แห่งนี้มาก่อน จึงไม่ทราบว่าผู้ร้องเรียนต้องการอะไรกันแน่

ทั้งนี้สืบเนื่องจากการที่ นางภัทรภร ฐิติยาภรณ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท ว่านางอู๊ด และนายชู ได้บุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณบ้านเขาดิน ม.7 ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท และเมื่อวันที่ 7 ส.ค.60 เวลา 17.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้เข้าไปจับกุมและยึดทรัพย์ของสองตายาย ฐานกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐานก่อสร้าง แผ้วถางหรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน

และในวันที่ 8 ส.ค.60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล กล่าวว่า ได้มีผู้ใหญ่ในสำนักนายกรัฐมนตรีมาขอความเป็นธรรมการบุกรุกพื้นที่ป่า และใช้อิทธิพลข่มขู่ได้รับความเดือดร้อน จึงได้ประสานกับกรมป่าไม้ และผู้การตำรวจป่าไม้ ให้เข้าดำเนินการ สืบสวนจับกุม พบว่าพื้นที่ดังกล่าว เมื่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินแล้ว ไม่มีเอกสารสิทธิสำหรับที่ดิน เข้าข่ายเป็นป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 4 และเข้าข่ายยึดถือครอบครองป่า ตามมาตรา 54 นอกจากนั้นยังเข้าข่ายการกระทำให้เสื่อมสภาพตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และมาตรา 108 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงได้ทำการตรวจยึดที่ดินไว้

และเมื่อวันที่ 9 ส.ค.60 พนักงานสอบสวน สภ.สรรพยา ได้เรียกตัวนายชูและนางอู๊ดให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา และได้ปล่อยตัวไป แต่ได้บันทึกอายัดทรัพย์สิน ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวใต้ถุนโล่ง ห้องน้ำตั้งอยู่ติดกับบ้าน รถจักรยานยนต์ คอกวัว 2 คอก และวัวจำนวน 13 ตัว โดยห้ามทำการต่อเติม เคลื่อนย้าย หรือ จำหน่ายใดๆทั้งสิ้น ทำให้ต้องประสบปัญหาหนักเพราะวัวที่เลี้ยงได้กู้เงินมาซื้อ จะขายปลดหนี้ก็ไม่ได้ จึงร้องสื่อมวลชนให้ช่วยเหลือ

ขอบคุณข้อมูลจาก TNews

Loading...

Similar Articles

พี่หมื่นฟีเว่อร์!!ดัง ปัง ฮอตสุดๆเวลานี้ ยกให้เค้าโป๊ป ธนวรรธน์ ไปไหนออเจ้าแห่กรี๊ดดดไปถ้วนทั่ว (มีคลิป)

ไม่ต้องง้อช่าง!! บ้านไหน แอร์ไม่เย็น มีแต่ลม ลองทำตามนี้ใช้งบแค่ 200 บาท แค่นี้ก็เย็นฉ่ำ เหมือนแอร์ใหม่!!

พูดกลับไปกลับมา!!? “นายแผน” ยืนยันคำให้เดิมเห็น “หมวดจรูญ” ก้มเก็บลอตเตอรี่จริง

หนุ่มตุ๊กตุ๊กถูกรางวัลที่ 1 หลังตามซื้อเลขนี้มา 2 ปี! รวยเละ 48 ล้าน ญาติเยอะขึ้นมาทันทีจนต้องปิดบ้านหนี

คุณยายวัย 84 สู้ชีวิตเพียงลำพัง เข็นรถขายขนมไทย ก่อนลูกค้าเดินมาซื้อ ยายพูดมาประโยคเดียว น้ำตาร่วง!! (ชมคลิป)

เปิด 5 ราศีคนดวงดี มีเกณฑ์ “ถูกหวยหนัก” ในรอบ 10 ปี เตรียมปลดหนี้ รับทรัพย์ได้เลย

Leave a Reply

Top