You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > ชาวศรีสะเกษ 2 หมื่นลุกฮือ! อยู่มาชั่วอายุคน ไม่มีที่อยู่-ที่ทำกิน

ชาวศรีสะเกษ 2 หมื่นลุกฮือ! อยู่มาชั่วอายุคน ไม่มีที่อยู่-ที่ทำกิน

ชาวศรีสะเกษ 2 หมื่นลุกฮือ! อยู่มาชั่วอายุคน ไม่มีที่อยู่-ที่ทำกิน

ชาวบ้านศรีสะเกษกว่า 20,000 คน 7 หมู่บ้าน 2 ตำบล ชุมนุมเรียกร้องขอออกโฉนดที่ดินทำกินและอยู่อาศัยมาหลายชั่วอายุคนนับ 100 ปี ในเขตที่ดินสาธารณประโยชน์โนนป่ายางกว่า 4,000 ไร่ แกนนำเผยทางราชการออก นสล.ทับที่ดินชาวบ้านที่อยู่อาศัยมาช้านานแล้วจัดให้เช่าที่ดินของตนเองโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน ชาวบ้านเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องแต่เรื่องเงียบหาย วอน “ลุงตู่” ช่วยด้วย

วันนี้ (7 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านโนนแย้ ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้มีตัวแทนชาวบ้านจำนวนทั้งสิ้นกว่า 20,000 คน จาก 7 หมู่บ้าน 2 ตำบล ประกอบด้วย ชุมชนโนนสำนัก บ้านโนนแย้ บ้านโนนหล่อ บ้านวังไฮ ชุมชนโนนสำราญ ต.หนองไผ่ และบ้านโนนแดง บ้านเพียนาม ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่จำนวนทั้งสิ้นกว่า 5,000 ครอบครัว นำโดย นางทองคำ ไชยชาญ อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 11 ชุมชนโนนสำราญ ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งทั้งหมดอาศัยอยู่ในเขตที่ดินสาธารณประโยชน์โนนป่ายางมานานหลายชั่วอายุคน ได้พากันมารวมตัวชุมนุมและลงชื่อเพื่อเรียกร้องขอที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่ครอบครองอยู่มาร่วม 100 ปี แต่ต่อมาถูกทางราชการกันพื้นที่ให้เป็นที่สาธารณประโยชน์โดยที่ไม่ได้มีการสอบถามตรวจสอบข้อเท็จจริงจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้แต่อย่างใด

บรรดาแกนนำชาวบ้านได้พากันปราศรัยเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ให้ผู้ที่มาร่วมชุมนุมได้ทราบ รวมทั้งแจ้งถึงขั้นตอนในการต่อสู้เรียกร้องขอโฉนดที่ดินจากทางราชการโดยไม่ยินยอมที่จะเช่าที่ดิน ซึ่งเป็นที่ดินของตนเองที่อยู่อาศัยมานับ 100 ปีแต่อย่างใด

นางทองคำ ไชยชาญ แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า ตนและญาติพี่น้องได้อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มานานหลายชั่วอายุคนแล้ว ก่อนปี พ.ศ. 2462-2464 ก่อนที่จะมีการสร้างทางรถไฟสายนครราชสีมา-อุบลราชธานี โดยมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าที่สาธารณประโยชน์โนนป่ายาง หรือที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ต.หญ้าปล้อง ได้ขึ้นทะเบียนไว้เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2468 ซึ่งต่อมาปี พ.ศ. 2497 มี พ.ร.บ.ที่ดิน ชาวบ้านได้แจ้งครอบครองที่ดินโดยใช้เอกสาร ส.ค.1 เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2498 แต่ปรากฏว่าขอออกโฉนดที่ดินโดยใช้ ส.ค.1 ไม่ได้ ซึ่งชาวบ้านได้รวมตัวกันร้องเรียนไปแล้ว

และต่อมาปี พ.ศ. 2432 มี พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเข้ามาแก้ปัญหาถอนสภาพที่ดินโนนป่ายาง ทั้ง 4,125 ไร่ แต่ทางราชการไม่ได้บอกกล่าวแก่ชาวบ้านแต่อย่างใด พอถึงปี พ.ศ. 2538 กปร.จ.ศรีสะเกษ ได้สั่งให้ กปร.อ.เมืองศรีสะเกษ ไปจัดทำแนวเขตที่ดินโนนป่ายางอีก เพื่อจะกันไว้เป็นที่สาธารณะรอบที่ 2 ซึ่งเป็นการทำไปโดยพลการ โดยไปกั้นที่ดินของชาวบ้านโดยไม่บอกกล่าว ไม่มีการทำประชาคม ได้พื้นที่ดินไปเนื้อที่ 1,531 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา และชาวบ้านได้รวมตัวกันร้องเรียนเรื่องนี้แล้ว

นางทองคำกล่าวต่อว่า ต่อมาปี พ.ศ.2539 สภา ต.หนองไผ่ได้มีการจัดประชุมกรรมการสภาตำบลเพื่อให้ลงชื่อลงมติรับแผนที่แนวเขตที่สาธารณประโยชน์รอบที่ 2 เพื่อจะออก นสล.แล้วให้ชาวบ้านเช่า แต่ชาวบ้านไม่ยินยอมได้พากันคัดค้าน เนื่องจากว่าเป็นการดำเนินการเองโดยที่ชาวบ้านในพื้นที่ไม่รู้เรื่อง แต่ทางราชการได้ขึ้นรูปแบบแผนที่ดินที่จะกันไว้เป็นที่สาธารณประโยชน์รอบที่ 2 ซึ่งสภา ต.หญ้าปล้องได้นำมติที่ประชุมครั้งที่ 2/2539 ลงวันที่ 25 มี.ค. 2539 เสนอต่อ กปร.จ.ศรีสะเกษ ซึ่ง กปร.จ.ศรีสะเกษไม่ได้ทบทวนสอบทานตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ลงมติเห็นชอบกับคณะกรรมการ กปร.อ.เมืองศรีสะเกษ และได้นำเสนอไปยัง กปร.ส่วนกลาง ซึ่งได้เห็นชอบกับ กปร.จ.ศรีสะเกษ และสั่งให้ดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) แล้วจัดให้ชาวบ้านเช่าที่ดินของตนเองที่อยู่อาศัยมานาน ถ้าชาวบ้านไม่เช่าจะดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งชาวบ้านได้รวมตัวกันคัดค้านมาอย่างต่อเนื่อง ได้ยื่นหนังสือคัดค้านไปยังหลายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ปรากฏว่าเรื่องเงียบหาย ไม่มีการดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านแต่อย่างใด

นางทองคำกล่าวต่อว่า พวกตนจึงขอเรียกร้องให้นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ที่เป็นคนใจซื่อ มือสะอาด ไม่มีหน้าบ้านหลังบ้าน เป็นบุคคลที่เชื่อถือได้ เข้ามาแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมานานนับ 100 ปี โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษยกเลิกมติ กปร.2/2539 ลงวันที่ 25 มี.ค. 2539 และทำให้ถูกต้องและเป็นธรรมตามข้อเท็จจริง

และตนขอฝากความหวังไว้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือลุงตู่ นายกรัฐมนตรีขวัญใจชาวบ้านผู้ยากไร้ ขอให้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านโนนป่ายาง โดยการแก้ปัญหาแบบธรรมาภิบาล ให้ชาวบ้านมีที่อยู่ที่ทำกินเป็นของตนเอง โดยขอให้ออกโฉนดที่ดินในเขตโนนป่ายาง จำนวน 4,125 ไร่ ให้แก่ชาวบ้านด้วย เนื่องจากเคยร้องทุกข์ไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกส่วนแล้ว แต่ว่าไม่ได้มีการช่วยเหลือชาวบ้านแต่อย่างใด

ที่มา MGR Online

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top