You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > ส่งฝากขังผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านยิงหนุ่มขับเก๋งดับคาด่าน ตำรวจยันไม่จับแพะ แม้ผู้ต้องหายังปฎิเสธ

ส่งฝากขังผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านยิงหนุ่มขับเก๋งดับคาด่าน ตำรวจยันไม่จับแพะ แม้ผู้ต้องหายังปฎิเสธ

ส่งฝากขังผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านยิงหนุ่มขับเก๋งดับคาด่าน ตำรวจยันไม่จับแพะ แม้ผู้ต้องหายังปฎิเสธ

กรณีชาวบ้านพากันไปชุมนุมที่ สภ.แม่สรวย จ.เชียงราย เพื่อขอความคืบหน้าในคดีคนร้ายยิงนายศรชัย สถิตย์รักษ์ดำรง อายุ 35 ปี ที่อยู่ 517 ม.16 ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย เข้าที่ท้าทอยจนเสียชีวิตขณะขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กอ 2137 กรุงเทพฯ ผ่านด่านชุมชนหมู่บ้านแม่ต๋ำ หมู่ 4 ต.ท่าก๊อ ก่อนถึงถนนสายหลักเชียงราย-เชียงใหม่ ประมาณ 30 เมตร เหตุเกิดประมาณ 1 ทุ่ม คืนวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา นั้นพบว่าเมื่อเวลาถึงช่วงบ่ายและชาวบ้านไม่ได้ความคืบหน้าในคดีทำให้พากันลุกฮือเข้าไปยืนอออยู่บริเวณบันไดทางเข้าโรงพัก ขณะที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ภาค 5 ตรวจสอบวิถีกระสุนที่ยิงเข้าไปในรถและนำไปยังที่เกิดเหตุเพื่อจำลองเหตุการณ์

 

ความคืบหน้าวันที่ 4 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านได้พยายามขอเข้าไปดูว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ใดมาดำเนินคดีบ้าง ทำให้ทาง พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสพโชคชัย รอง ผบก.ภ.เชียงราย ซึ่งไปดูแลคดีด้วยตัวเองต้องออกมาชี้แจงกับชาวบ้านไม่ให้มีการบุกรุกเข้าไปภายในอาคาร สภ.แม่สรวย เพราะเกรงจะเป็นความผิดเนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ แต่ชาวบ้านยังคงยืนยันว่าอยากทราบว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วหรือไม่และบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ใด ทำให้ทาง พ.ต.อ.วีระยุทธ ชี้แจงกับชาวบ้านว่าปัจจุบันการดำเนินการได้ผ่านพ้นการควบคุมตัวผู้ต้องหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วโดยศาล จ.เชียงราย ได้ออกหมายจับและตำรวจได้ควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวส่งฝากขังเพื่อการสอบสวนแล้ว

พ.ต.อ.วีระยุทธ ชี้แจงกับชาวบ้านว่าผู้ต้องหาเป็นชาย 1 คน โดยยอมรับว่าเป็นคนที่ยิงปืนในคืนเกิดเหตุจริง 3 นัด และเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องในที่เกิดเหตุทั้งหมดแล้ว 10 กว่าคนก็ให้การสอดคล้องกันว่าเป็นคนยิงจริง แต่เจ้าตัวให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ยิงไปที่ผู้ตายแต่ยิงขึ้นฟ้าทำให้ยังต้องมีการสอบสวนและรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ เพื่อให้มีความรัดกุมต่อไป ซึ่งตำรวจยืนยันว่าไม่ได้เป็นการจับแพะแน่นอน และกระบวนการนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุ ตรวจของกลางและพิสูจน์ทราบด้านต่างๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอย่างไรตามชาวบ้านพยายามจะขอดูตัวผู้ต้องหาและทราบรายละเอียดให้ได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ระบุว่ายังไม่ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสำนวนขออนุมัติหมายจับนายวุฒิชัย อินใจ อายุ 46 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่าเหียง หมู่ 14 ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและเมื่อศษลอนุมัติหมายจับที่ 2/2561 พร้อมควบคุมตัวนายวุฒิชัย ไปส่งฝากขังที่ศาล จ.เชียงราย โดยที่กลุ่มชาวบ้านที่อยู่ภายนอกไม่ทันสังเกต ทำให้หลังการเจรจาระหว่างตำรวจและชาวบ้านแล้วเสร็จทางชาวบ้านยังคงปักหลักอยู่บริเวณด้านหน้า สภ.แม่สรวย โดยยอมถอยออกจากด้านหน้าเพื่อรอคำตอบที่ชัดเจนต่อไป

พ.ต.อ.วีระยุทธ กล่าวว่า ตำรวจเข้าใจเพราะทราบดีว่าผู้ตายเป็นคนดีและช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องการงาน แต่ตามกระบวนการแล้วทางเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วโดยได้ทำการสอบปากคำบุคคลในที่เกิดเหตุและทราบว่าผู้ต้องหาเป็นคนเดียวที่ยิงปืนในที่เกิดเหตุ 3 นัดด้วยปืนขนาด 9 มม.โดยเป็นปืนที่มีใบอนุญาต ป.4 หรือให้มีและใช้อาวุธปัจจุบันทางตำรวจได้นำปืนไปตรวสอบเป็นหลักฐาน รวมทั้งตรวจเขม่าดินปืนจากตัวผู้ต้องหาพร้อมเสื้อผ้าที่สวมใส่ในคืนเกิดเหตุด้วย ด้านพยานต่างๆให้การสอดคล้องไปในทำนองเดียวกันจึงถือเป็นคดีที่ไม่สลับซับซ้อนเลยเพียงแต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงต้องขอฝากขังต่อศาลและหากมีการขอประกันตัวก็จะคัดค้านการประกันตัวต่อไป สำหรับกรณีด่านชุมชนดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นด่านตามนโยบายและเมื่อดูจากหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีไว้เพื่อการดูแลชาวบ้านเท่านั้นไม่ได้มีอำนาจจับกุมแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับผู้ที่เข้าเวรด่านตรวจชุมชนบ้านแม่ต๋ำดังกล่าวมีรายชื่อ 19 คน แต่ระบุในเอกสารว่าขาดเวร 1 คน โดยนายวุฒิชัย มีรายชื่ออยู่ในอันดับ 6 และคืนวันเกิดเหตุนายศรชัยและ น.ส.ศิริรัตน์ เดินทางออกจากหมู่บ้านด้วยรถเก๋งจะผ่านด่านตรวจเพื่อมุ่งหน้าไปยังถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่ เพื่อส่ง น.ส.ศิริรัตน์ ไปทำงานที่ จ.เชียงใหม่ แต่เมื่อผ่านด่านตรวจปรากฎคนในด่านประมาณ 4 คนโบกมือและเมื่อรถขับผ่านด่านตรวจมาได้เพียงเล็กน้อยก็ถูกยิงจนรถเสียหลักพุ่งเข้าข้างทางเป็นเหตุให้นายศรชัยเสียชีวิตและญาติพากันนำศพไปตั้งหน้า สภ.แม่สรวย มาแล้วในคืนแรกและหลังจากนำศพไปเก็บไว้ที่บ้านก็ยังไม่ยอมกำหนดวันฌาปนกิจศพตามประเพณีโดยติดตามมาดูความคืบหน้าในคดีดังกล่าว

ด้าน ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีเหตุยิงนายศรชัย สถิตย์รักษ์ดำรง อายุ 35 ปีเสียชีวิตหลังผ่านด่านชุมชนของฝ่ายปกครองพื้นที่หมู่บ้านแม่ต๋ำ ม.4 ต.ท่าก๊อ ใกล้ ถ.สายเชียงราย-เชียงใหม่ว่า เบื้องต้นทราบว่าเป็นด่านร่วมระหว่างทหารและฝ่ายปกครอง เช่น อาสาสมัครตำรวจบ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน เป็นต้น โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในด่านดังกล่าวไปหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพิสูจน์หลักฐาน โดยเฉพาะหัวกระสุนว่าเป็นของใคร ซึ่งต้องรอให้ผลการตรวจสอบออกมาก่อน หากเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่กระทำผิด ยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องอย่างแน่นอน ขอให้ว่ากันไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งนี้ ตนได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง อ.แม่สรวยแล้วว่าต้องให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อนำคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กรณีชาวบ้านพากันไปชุมนุมที่ สภ.แม่สรวย จ.เชียงราย เพื่อขอความคืบหน้าในคดีคนร้ายยิงนายศรชัย สถิตย์รักษ์ดำรง อายุ 35 ปี ที่อยู่ 517 ม.16 ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย เข้าที่ท้าทอยจนเสียชีวิตขณะขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กอ 2137 กรุงเทพฯ ผ่านด่านชุมชนหมู่บ้านแม่ต๋ำ หมู่ 4 ต.ท่าก๊อ ก่อนถึงถนนสายหลักเชียงราย-เชียงใหม่ ประมาณ 30 เมตร เหตุเกิดประมาณ 1 ทุ่ม คืนวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา นั้นพบว่าเมื่อเวลาถึงช่วงบ่ายและชาวบ้านไม่ได้ความคืบหน้าในคดีทำให้พากันลุกฮือเข้าไปยืนอออยู่บริเวณบันไดทางเข้าโรงพัก ขณะที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ภาค 5 ตรวจสอบวิถีกระสุนที่ยิงเข้าไปในรถและนำไปยังที่เกิดเหตุเพื่อจำลองเหตุการณ์

ความคืบหน้าวันที่ 4 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านได้พยายามขอเข้าไปดูว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ใดมาดำเนินคดีบ้าง ทำให้ทาง พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสพโชคชัย รอง ผบก.ภ.เชียงราย ซึ่งไปดูแลคดีด้วยตัวเองต้องออกมาชี้แจงกับชาวบ้านไม่ให้มีการบุกรุกเข้าไปภายในอาคาร สภ.แม่สรวย เพราะเกรงจะเป็นความผิดเนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ แต่ชาวบ้านยังคงยืนยันว่าอยากทราบว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วหรือไม่และบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ใด ทำให้ทาง พ.ต.อ.วีระยุทธ ชี้แจงกับชาวบ้านว่าปัจจุบันการดำเนินการได้ผ่านพ้นการควบคุมตัวผู้ต้องหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วโดยศาล จ.เชียงราย ได้ออกหมายจับและตำรวจได้ควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวส่งฝากขังเพื่อการสอบสวนแล้ว

พ.ต.อ.วีระยุทธ ชี้แจงกับชาวบ้านว่าผู้ต้องหาเป็นชาย 1 คน โดยยอมรับว่าเป็นคนที่ยิงปืนในคืนเกิดเหตุจริง 3 นัด และเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องในที่เกิดเหตุทั้งหมดแล้ว 10 กว่าคนก็ให้การสอดคล้องกันว่าเป็นคนยิงจริง แต่เจ้าตัวให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ยิงไปที่ผู้ตายแต่ยิงขึ้นฟ้าทำให้ยังต้องมีการสอบสวนและรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ เพื่อให้มีความรัดกุมต่อไป ซึ่งตำรวจยืนยันว่าไม่ได้เป็นการจับแพะแน่นอน และกระบวนการนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุ ตรวจของกลางและพิสูจน์ทราบด้านต่างๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอย่างไรตามชาวบ้านพยายามจะขอดูตัวผู้ต้องหาและทราบรายละเอียดให้ได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ระบุว่ายังไม่ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสำนวนขออนุมัติหมายจับนายวุฒิชัย อินใจ อายุ 46 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่าเหียง หมู่ 14 ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและเมื่อศษลอนุมัติหมายจับที่ 2/2561 พร้อมควบคุมตัวนายวุฒิชัย ไปส่งฝากขังที่ศาล จ.เชียงราย โดยที่กลุ่มชาวบ้านที่อยู่ภายนอกไม่ทันสังเกต ทำให้หลังการเจรจาระหว่างตำรวจและชาวบ้านแล้วเสร็จทางชาวบ้านยังคงปักหลักอยู่บริเวณด้านหน้า สภ.แม่สรวย โดยยอมถอยออกจากด้านหน้าเพื่อรอคำตอบที่ชัดเจนต่อไป

พ.ต.อ.วีระยุทธ กล่าวว่า ตำรวจเข้าใจเพราะทราบดีว่าผู้ตายเป็นคนดีและช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องการงาน แต่ตามกระบวนการแล้วทางเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วโดยได้ทำการสอบปากคำบุคคลในที่เกิดเหตุและทราบว่าผู้ต้องหาเป็นคนเดียวที่ยิงปืนในที่เกิดเหตุ 3 นัดด้วยปืนขนาด 9 มม.โดยเป็นปืนที่มีใบอนุญาต ป.4 หรือให้มีและใช้อาวุธปัจจุบันทางตำรวจได้นำปืนไปตรวสอบเป็นหลักฐาน รวมทั้งตรวจเขม่าดินปืนจากตัวผู้ต้องหาพร้อมเสื้อผ้าที่สวมใส่ในคืนเกิดเหตุด้วย ด้านพยานต่างๆให้การสอดคล้องไปในทำนองเดียวกันจึงถือเป็นคดีที่ไม่สลับซับซ้อนเลยเพียงแต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงต้องขอฝากขังต่อศาลและหากมีการขอประกันตัวก็จะคัดค้านการประกันตัวต่อไป สำหรับกรณีด่านชุมชนดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นด่านตามนโยบายและเมื่อดูจากหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีไว้เพื่อการดูแลชาวบ้านเท่านั้นไม่ได้มีอำนาจจับกุมแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับผู้ที่เข้าเวรด่านตรวจชุมชนบ้านแม่ต๋ำดังกล่าวมีรายชื่อ 19 คน แต่ระบุในเอกสารว่าขาดเวร 1 คน โดยนายวุฒิชัย มีรายชื่ออยู่ในอันดับ 6 และคืนวันเกิดเหตุนายศรชัยและ น.ส.ศิริรัตน์ เดินทางออกจากหมู่บ้านด้วยรถเก๋งจะผ่านด่านตรวจเพื่อมุ่งหน้าไปยังถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่ เพื่อส่ง น.ส.ศิริรัตน์ ไปทำงานที่ จ.เชียงใหม่ แต่เมื่อผ่านด่านตรวจปรากฎคนในด่านประมาณ 4 คนโบกมือและเมื่อรถขับผ่านด่านตรวจมาได้เพียงเล็กน้อยก็ถูกยิงจนรถเสียหลักพุ่งเข้าข้างทางเป็นเหตุให้นายศรชัยเสียชีวิตและญาติพากันนำศพไปตั้งหน้า สภ.แม่สรวย มาแล้วในคืนแรกและหลังจากนำศพไปเก็บไว้ที่บ้านก็ยังไม่ยอมกำหนดวันฌาปนกิจศพตามประเพณีโดยติดตามมาดูความคืบหน้าในคดีดังกล่าว

ด้าน ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีเหตุยิงนายศรชัย สถิตย์รักษ์ดำรง อายุ 35 ปีเสียชีวิตหลังผ่านด่านชุมชนของฝ่ายปกครองพื้นที่หมู่บ้านแม่ต๋ำ ม.4 ต.ท่าก๊อ ใกล้ ถ.สายเชียงราย-เชียงใหม่ว่า เบื้องต้นทราบว่าเป็นด่านร่วมระหว่างทหารและฝ่ายปกครอง เช่น อาสาสมัครตำรวจบ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน เป็นต้น โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในด่านดังกล่าวไปหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพิสูจน์หลักฐาน โดยเฉพาะหัวกระสุนว่าเป็นของใคร ซึ่งต้องรอให้ผลการตรวจสอบออกมาก่อน หากเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่กระทำผิด ยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องอย่างแน่นอน ขอให้ว่ากันไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งนี้ ตนได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง อ.แม่สรวยแล้วว่าต้องให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อนำคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา ข่าวสด

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top