You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > หายสงสัย!! รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เผยแล้ว “ยาหมอแสง” ต่อต้านเชื้อมะเร็งได้จริงหรือไม่ งานนี้มีคำตอบ (รายละเอียด)

หายสงสัย!! รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เผยแล้ว “ยาหมอแสง” ต่อต้านเชื้อมะเร็งได้จริงหรือไม่ งานนี้มีคำตอบ (รายละเอียด)

หายสงสัย!! รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เผยแล้ว “ยาหมอแสง” ต่อต้านเชื้อมะเร็งได้จริงหรือไม่ งานนี้มีคำตอบ (รายละเอียด)

หลังจากที่มีข่าวสมุนไพร ‘หมอแสง’ รักษามะเร็ง ทำให้มีผู้ป่วยโรคมะเร็งและญาติผู้ป่วย จากทั่วประเทศที่ทราบข่าวต่างทยอยเดินทางไปลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี ตลอดเวลา และจากการตรวจสอบพบว่า ในช่วงตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. เป็นต้นมา มีผู้ป่วยรายใหม่ เดินทางมาลงบันทึกประจำวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ทางทีมงานหมอแสงคาดการณ์ว่า ในวันที่ 3 ธ.ค. 60 จะมีผู้ป่วยเดินทางมาขอรับสมุนไพรแก้โรงมะเร็งทั้งรายใหม่และรายเก่า กว่า 10,000 คน

และจากการที่มีกระแสข่าวออกไปทำให้มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก และผู้ป่วยทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยาหมอแสงเป็นความหวังสุดท้าย

ล่าสุดท่านรองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้เปิดเผยว่า สมุนไพรที่หมอแสงได้บอกเอาไว้ว่าใช้อะไรบ้างในสูตรของหมอแสง

ทางท่านรองอธิบดีได้อธิบายว่า เป็นสมุนไพรที่มีงานวิจัยรับรองว่า ต่อต้านเชื้อมะเร็งจริง เพียงแต่ยังไม่มีงานวิจัยที่นำมาใช้กับคนไข้ที่เป็นมะเร็ง แต่ก็ยอมรับว่ามีการทดลองอยู่จริง และได้มีการนำยาของหมอแสงบางส่วนไปตรวจพิสูจน์แล้วว่าไม่มีสารสเตียรอยด์ปนอยู่ ทำให้สามารถตอบได้ว่ากินได้ไม่มีอันตราย แต่รักษามะเร็งได้หรือไม่นั้นยังไม่สามารถตอบได้

ส่วนประกอบ ตามสูตรของหมอแสง 1. ข้าวเย็นเหนือ

ข้าวเย็นเหนือเป็นสมุนไพรไทยที่พบได้มากตามป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ส่วนใหญ่จะพบสมุนไพรข้าวเย็นเหนือทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้าวเย็นเหนือจัดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง โดยจะแตกกิ่งก้านสาขาจากโคนต้น พาดพันต้นไม้อื่นหรือเลื้อยลงตามพื้นดิน ความยาวของเถาอาจยาวได้ถึง 5 เมตร เถามีหนามแหลมที่โคนใบยอดอ่อนโดยมีมือเป็นเส้น 2 เส้นไว้สำหรับยึด

สรรพคุณทางยา

แก้น้ำเหลืองเสีย มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อหนอง แก้เส้นเอ็นพิการ แก้กามโรค มีสรรพคุณรักษาฝี แผลเน่าเปื่อยพุพอง ช่วยให้ฝีและแผลแห้งเร็วขึ้น นอกจากนี้หัวข้าวเย็นเหนือยังมีสรรพคุณแก้ผดผื่นคัน ดับพิษในกระดูก แก้ปัสสาวะพิการ และแก้อักเสบในร่างกาย

2. ข้าวเย็นใต้

ข้าวเย็นใต้เป็นเถาไม้เลื้อยเช่นเดียวกับข้าวเย็นเหนือ ลำต้นมีสีน้ำตาลเข้มโดยมีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน เหง้าหรือหัวข้าวเย็นใต้จะมีลักษณะกลมหรือแบน หรืออาจพบเป็นก้อนและรูปร่างที่ไม่แน่นอน ผิวของเหง้าไม่เรียบ

มีลักษณะเป็นก้อนแข็งนูนและแยกเป็นแขนงสั้น ๆ ความกว้างของเหง้าจะประมาณ 2-5 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 5-22 เซนติเมตร ผิวเหง้ามีสีน้ำตาลเหลืองหรือสีเทาน้ำตาล ตามบริเวณผิวจะพบส่วนที่เป็นหลุมลึกและนูนขึ้น โดยมีรากฝอยขึ้นบริเวณที่เป็นหลุม มักพบปมของรากฝอยที่งอกจากผิวเหง้า และมีรอยแยกแตกเป็นร่อง ๆ

สรรพคุณทางยา สรรพคุณแก้พุพอง แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ปัสสาวะพิการ และแก้พยาธิในท้อง

– ข้าวเย็นเหนือ กับข้าวเย็นใต้ มักใช้ด้วยกันตลอด โดยมี รศ. ดร.อรุณพร อิฐรัตน์ และคณะนักศึกษาจากสาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำการคิดค้นวิจัยสรรพคุณของข้าวเย็นเหนือ

– ข้าวเย็นใต้ โดยศึกษาด้านฤทธิ์ยับยั้งเซล์มะเร็งและเอดส์ รวมไปถึงได้ทำการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งและเอดส์ เช่น ฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านทาน ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ต้านเนื้องอก และกลไกการออกฤทธิ์ทางชีวเคมีของสมุนไพรข้าวเย็นเหนือและข้าวเย็นใต้

3. ดอกพิลังกาสา

เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปตั้งแต่หมู่เกาะริวกิวของประเทศญี่ปุ่น และกระจายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงอินเดียภาคใต้ โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม มีความสูงของต้นประมาณ 2-3 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขาออกรอบต้น แต่ไม่มากนัก ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

สรรพคุณทางยา

ดอก เป็นยาฆ่าเชื้อโรค ใช้เป็นยาแก้พยาธิ มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ผล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปทำลายเซลล์ในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองอุดตัน

4. เห็ดกระถินพิมาน

“เห็ดกระถินพิมาน” หรือ “เห็ดเกือกม้า” หรือที่ชาวบ้านในภาคเหนือเรียกว่า “คะยา” หรือ “หนามขาว” ชาวสุโขทัย เรียกว่า “กระถินป่า” หรือ “กระถินวิมาน” ชาวภาคกลางเรียก “กระถินหางกระรอก” หรือ “กระถินพิมาน”

สรรพคุณทางยา

เห็ดกระถินพิมานมีสรรพคุณในการยับยั้งเซลล์มะเร็งจริง เพราะมีสารโพลีแซคคาไลน์ สารเบตากลูแคน สารไตรโตรปินอย สารเนเชอรัลสเตอรอยด์ ที่เข้าไปช่วยยับยั้งการโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งกรวยไต มะเร็งปอด

รำข้าวอุดมไปด้วยวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย ได้แก่…

1. กลุ่มสารฟอสโฟไลฟิด (Phosp holipids) เช่น เลซิติน (Lecithin) เซฟฟาลิน (Cephalin) ไลโซเลซิติน (Lysolecithin) ซึ่งมีความสำคัญในการนำไปสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ประสาทสมอง และช่วยป้องกันเซลล์ประสาท จากสารที่เป็นพิษและอนุมูลอิสระต่าง ๆ ช่วยลดความเครียด และช่วยเสริมสร้างในด้านความจำ

2. กลุ่มเซราไมด์ (Ceramide) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นการเสริมสร้างเซราไมด์ให้เพียงพอ ทั้งโดยการรับประทานหรือการให้ทางผิวหนังในรูปการทาครีม หรือโลชั่น จะช่วยรักษาผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง ปราศจากริ้วรอยย่นก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้เซราไมด์ยังมีคุณสมบัติเป็น ไวท์เทนเนอร์ (Whitener) ซึ่งสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน อันเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวพรรณได้ดี และยังเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวอีกด้วย

3. กลุ่มคอลโทคอล (Tocols) วิตามินอีธรรมชาติ ในรูปของโทโคเฟอรอล (Tocopherol) และโทโคไทรอีนอล (Tocotrienol) มีประโยชน์ต่อร่างกายในการสร้าง และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกายและยังช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง

4. กลุ่มกรดไขมันไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 6 และ กรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น โดยมีอยู่ประมาณ 33%

5. กลุ่มวิตามิน B – Complex ซึ่งช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น

6. กลุ่มแกมมา – ออไรซานอล มีฤทธิ์ในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ทำให้ลดการตีบตันของหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และยังมีฤทธิ์ในการลดความเครียด และรักษาอาการผิดปกติของสตรีวัยทอง นอกจากนี้ยังเป็นสารอนุมูลอิสระ และยังป้องกันแสงยูวีได้ เมื่อใช้กินหรือใช้ทา ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นและต้านการอักเสบ สารชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงมาก

ที่มา สยามนิวส์

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top