You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > กลโกงมิจฉาชีพ! ตุ๋นชาวไร่อ้อยสูญกว่า 10 ล้าน

กลโกงมิจฉาชีพ! ตุ๋นชาวไร่อ้อยสูญกว่า 10 ล้าน

กลโกงมิจฉาชีพ! ตุ๋นชาวไร่อ้อย จัดหาคนงานให้ สุดท้ายเจอทั้งคนพิการ คนตายก็มี สูญกว่า 10 ล้าน

จากกรณีเกษตรกรชาวไร่อ้อย อ.ภูหลวง, อ.หนองหิน, อ.สะพุง จ.เลย ร้องเรียนสื่อมวลชนวอนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยเร่งตามหาแก๊งนายหน้าว่าจะนำแรงงานมาตัดอ้อย โดยมีการทำสัญญาจ้างแรงงาน จ่ายเงินล่วงหน้า พอถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวไร้เงานายหน้าและแรงงาน ชาวไร่อ้อยกว่า 100 ราย ต่างสูญเงินกว่า 6-7 ล้านบาท

ล่าสุดวันที่ 12 ธ.ค. ที่ สภ.ภูหลวง จ.เลย กลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 60 คน ได้ทยอยเข้าแจ้งความ โดยนายเอกสิทธิ์ สุขคำ อายุ 40 ปี บ้านฟากเลย ต.แก๊งศรีภูมิ อ.ภูหลวง จ.เลย ได้เล่าว่า หลังจากที่สื่อได้นำเสนอข่าวออกไป ทำให้ทราบว่าชาวไร่อ้อยถูกหลอกเรื่องแรงงานจากกลุ่มมิจฉาชีพเสียหายจำนวนมาก และได้มาพบกันแลกเปลี่ยนทำให้รู้ว่าพวกตนถูกนายหน้าหลอกและมีการวางแผนกันมาอย่างดี อย่างเช่นคนงานที่นำมาเสนอมีซ้ำกัน และเป็นชุดเดียวกันหมด พอมาสำรวจเอกสารพบเป็นคนพิการก็มี คนแก่ก็มี แต่ซ้ำมาก มีบัตรประชาชนของคนงาน มีเลขที่เดียวกัน หน้าเหมือนกันแต่คนละชื่อ และบางคนก็ทราบว่าตายไปแล้วหลายปี กลุ่มพวกนี้จะเอารายชื่อคนงานมาหลอกและเอาเงินไปก่อน

นายเอกสิทธิ์ กล่าวต่อว่า โดยอ้างต้องเอาเงินไปมัดจำกลุ่มแรงงาน และให้ทำสัญญาเป็นเงินกู้ ซึ่งจะใช้เงินคืนเป็นค่าใช้แรงงานตัดอ้อย ในการทำสัญญาจะส่งทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชนแนบมาด้วย ซึ่งสร้างความเดือนร้อนกับชาวไร่อ้อยเป็นจำนวนมาก บางคนต้องการคนงานมากต้องวางมัดจำคนงานคนละหมื่นบาท ถ้าเอา 30 คน ต้องวางมัดจำไป 300,000 บาท สำหรับตนก็วางไป 100,000 บาท และเพิ่งมาทราบว่าเป็นคนงานชุดเดียวกันหมด มีทั้งคนตาย คนพิการ บัตรประชาชนซ้ำกัน ขณะนี้ชาวไร่อ้อยเดือดร้อนกว่า 100-200 คน ใน 4 อำเภอ มี อ.ภูหลวง อ.หนองหิน อ.วังสะพุง และ อ.ผาขาว ซึ่งทุกปีก็ไม่ค่อยเดือดร้อนกับแรงงานเพราะจะจ้างแรงงานจาก สปป.ลาวมา แต่ปีนี้รัฐบาลได้เข็มงวดกับแรงงานต่างด้าว จึงหันมาให้แรงงานไทย กลับถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวง คาดว่าจะสูญเงินวางค่ามัดจำรวมๆ แล้วไม่น้อยว่า 10 ล้านบาท วันนี้ยังหาคนงานตัดอ้อยยังไม่ได้เลย แถมยังต้องมาถูกหลอกอีก

ด้าน พ.ต.ท.ชาญชัย กุณะวงค์ รอง ผกก.(สอบสวน) กล่าวว่า ชาวบ้านได้เข้ามาแจ้งความทาง สภ.ภูหลวง ได้รับเป็นคดีแล้ว และทราบว่าชาวไร่อ้อยได้ทำสัญญามีทั้งไปทำที่บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ในจุดนี้เราไม่สามารถรับดำเนินคดีได้ เหตุเกิดที่ไหนต้องไปแจ้งดำเนินคดีที่นั่น ส่วนสัญญาที่ทำในเขตภูหลวงเราแจ้งความดำเนินคดี แต่เนื่องจากมีผู้ได้รับความเสียเป็นจำนวนมาก จึงได้ใช้พนักงานสอบสวนถึง 3 ท่าน เพื่อจะแยกแยะว่าให้ไปแจ้งคดี สภ.ไหน เบื้องต้นเข้าข่ายเป็นคดีช่อโกงประชาชน และมีเจตนามีการวางแผนโกงชาวบ้านตั้งแต่แรก

ขอบคุณข้อมุลจาก ข่าวสด

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top