พลิกชีวิต หนุ่มเก็บของเก่าขาย กลายเป็นเศรษฐีพันล้าน จากสิ่งที่ทุกคนทิ้งไม่เห็นคุณค่า

พลิกชีวิต หนุ่มเก็บของเก่าขาย กลายเป็นเศรษฐีพันล้าน จากสิ่งที่ทุกคนทิ้งไม่เห็นคุณค่า

หลายคนทำงานเหมือนๆกัน แต่ถ้ามีคนใดคนหนึ่งสามารถมองเห็นโอกาสและจับโอกาสนั้นได้ เขาก็จะสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จได้ ไวกว่าคนอื่น ก็อย่างกับเรื่องราวของชายหนุ่มเก็บขยะคนนี้ หวังว่าจะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนได้

ในสายตาของคนทั่วๆไป คนเก็บขยะขายต้องเป็นคนที่ยากจน การที่จะอาศัยอาชีพเก็บขยะขายให้ร่ำรวยคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ได้มีคนที่สามารถรวยได้จริงๆจากการเก็บขยะขาย

ชายหนุ่มคนนี้เก็บขยะขายในเมืองเสิ่นหยาง ประเทศจีน มีอยู่วันหนึ่ง เขาได้คิดค้นขึ้นมาว่า ถ้าเขานำกระป๋องมาหลอมเป็นโลหะขาย มันจะขายเป็นเงินได้หรือเปล่า

จากนั้นเขาก็ตัดกระป๋องให้เป็นเศษๆ แล้วนำมาหลอมเป็นโลหะสีเทาเงินก้อนเล็กๆ และลงทุนอีกสามพันบาทเพื่อส่งไปสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุเพื่อทำการตรวจสอบ ผลออกมาก็พบว่าโลหะที่เขาได้เป็นโลหะแมกนีเซียมอลูมิเนียมอัลลอยด์ที่มีค่ามากๆ

ในตอนนั้น ราคาอลูมิเนียมในตลาดคือเจ็ดหมื่นถึงเก้าหมื่นบาทต่อตัน กระป๋องหนึ่งกระป๋องมีน้ำหนัก 18.5 กรัม รวมแล้วราวห้าหมื่นสี่พันกระป๋องถึงจะมีน้ำหนักถึงหนึ่งตัน ถ้านำมาหลอมเป็นโลหะแล้วค่อยขายอีกที เขาก็จะได้เงินมากกว่าเดิมถึงเจ็ดเท่า ดังนั้น เขาจึงรีบตัดสินใจจะรับซื้อกระป๋องมาหลอมแล้วขาย ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของเขา ลักษณะการทำงานของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลง ชีวิตของเขาก็ดีขึ้นไปพร้อมๆกัน

เพื่อให้ได้กระป๋องมากขึ้น เขาได้ขึ้นราคากระป๋องที่รับซื้อให้สูงขึ้น ยังได้ทำนามบัตรที่มีราคาและที่อยู่รับซื้อแจกจ่ายให้กับคนเก็บขยะขายทุกๆคน หนึ่งสัปดาห์ต่อมา หลายๆคนเริ่มนำกระป๋องมาขายให้เขา จนเขาได้กระป๋องเยอะถึง 1.3 แสนกระป๋อง ราว 2.5 ตัน ภายในวันเดียว

เมื่อทุกคนขายกระป๋องให้เขาเสร็จ ต่างกลับไปหาเก็บขยะต่อ ชีวิตของพวกเขาไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ชายหนุ่มคนนี้สิ แค่แป๊บเดียว ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ตอนนี้เขามีงานโรงงานหลอมโลหะของเขาเอง ในระยะเวลาหนึ่งปีโรงงานของเขาหลอมแท่งอลูมิเนียมออกมาได้มากกว่า 240 ตัน และสามารถทำรายได้มากกว่า 12 ล้านภายในเวลาสามปีเขาจากคนเก็บขยะขายคนหนึ่ง ได้ก้าวกระโดดเป็นเศรษฐีในทันที

สำหรับคนเก็บขยะอย่างเขา สามารถคิดค้นสิ่งแปลกใหม่ออกมาได้ บอกได้เลยเขาไม่ธรรมดานะ แถมยังรู้จักเอาโลหะไปให้สถาบันตรวจเช็คดู เขาเป็นคนฉลาดจริงๆและยังกล้าลงทุนเงินสามพันเพื่อทำการตรวจเช็ค ถ้าเป็นคนเก็บขยะทั่วๆไปคงเสียดายเงินไม่กล้าที่จะลงทุน นี่แหละ ความแตกต่างระหว่างนักลงทุนกับคนใช้แรง

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนเก็บขยะ แต่เขารู้จักคิด กล้าลงมือทำและรู้จักใช้วิธีที่ถูกต้อง ในที่สุด เขาก็ได้ประสบความสำเร็จในชีวิต

ในโลกนี้ไม่มีใครจะจนไปตลอดทั้งชีวิต ตราบใดที่เราเชื่อว่าเราสามารถกลายเป็นคนร่ำรวยได้ สักวันเราก็สามารถทำให้เป็นจริงได้

ถึงคนจนจะมีเงิน แต่ถ้าพวกเขาไม่กล้าเสี่ยงลงทุน กลัวเงินที่มีอยู่จะสูญเสียไป จนต้องพลาดโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนที่ดี ส่วนคนรวยกล้ารับความเสี่ยงที่ได้มีการพิจารณาและไตร่ตรองดีแล้ว จึงสามารถจับโอกาสได้และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับตัวเอง แม้ว่าบางทีอาจจะมีการขาดทุนไปบ้างก็ตาม พวกเขาเข้าใจดีอยู่แล้วว่า ไม่มีอะไรจะได้มาง่ายๆทุกอย่างต้องมีการลงทุน

ขอบคุณข้อมูลจาก สยามนิวส์

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *