You are here
หน้าแรก > ประเด็นร้อน > นักกล้ามด่าตร.คอตก! ศาลสั่งจำคุก 2 เดือน-พักใบขับขี่ครึ่งปี บริการสังคม 24 ช.ม.

นักกล้ามด่าตร.คอตก! ศาลสั่งจำคุก 2 เดือน-พักใบขับขี่ครึ่งปี บริการสังคม 24 ช.ม.

นักกล้ามด่าตร.คอตก! ศาลสั่งจำคุก 2 เดือน-พักใบขับขี่ครึ่งปี บริการสังคม 24 ช.ม.

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ศาลแขวงปทุมวัน ถ.พระราม 4 พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) ได้นำตัว นายเมฆินทร์ อายุวัฒนมงคล อายุ 34 ปี ชาวลำพูน อดีตนักกีฬาเพาะกาย มายื่นฟ้องคดีด้วยวาจา เป็นจำเลย ในความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2552 , พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 , 370 ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ และผู้ใดส่งเสียง กระทำการอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควรจนทำให้ประชาชนตกใจเดือดร้อน ภายหลังมีการเผยแพร่คลิปในสื่อโซเชียลปรากฏภาพ นายเมฆินทร์ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายมึนเมาชูนิ้วกลางและด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณป้อมตำรวจ สี่แยกศาลาแดง

โดยพนักงานอัยการ ระบุฟ้องด้วยวาจา เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1059/2560 ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงตามฟ้องและคำรับสารภาพ รับฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 60 เวลากลางวัน จำเลยได้ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ หมายเลขทะเบียน 2 กธ 2669 กทม. มาตาม ถ.พระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน ขณะเมาสุรา ในลักษณะไม่สามารถครองสติได้ ซึ่งตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 213 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งกฎหมายกำหนดห้ามมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และจำเลยไม่สวมหมวกนิรภัย (หมวกกันน็อก) ป้องกันอันตราย โดยมีผู้นั่งซ้อนท้ายมาด้วยซึ่งคนโดยสารก็ไม่ได้สวมหมวกนิรภัย ขณะที่รถนั้นไม่ได้ติดป้ายทะเบียนให้เห็นโดยง่ายตามกฎกระทรวง ซึ่งหลังเกิดเหตุ ด.ต.ปวิธ บุญมาสูงทรง ผู้เสียหาย ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ด้านการจราจรประจำแยกศาลาแดง แขวงลุมพินี พบจำเลยนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ จึงขอตรวจสอบใบขับขี่ แต่จำเลยกลับดูหมิ่น ด่าทอ ผู้เสียหายด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมชูนิ้วกลางให้ผู้เสียหาย ถึง 9 ครั้งและยังชี้หน้าผู้เสียหายอีกพร้อมกล่าวถ้อยคำหยาบคายสบประมาทเหยียดหยามเจ้าพนักงานอีกด้วย ก่อนที่จำเลยจะได้บิดเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์จนทำให้เกิดเสียงดัง เหตุเกิดที่ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.

ศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามฟ้อง ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว จำเลย มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 43(2) , 122 วรรคหนึ่งและวรรคสอง , 148 วรรคหนึ่งและวรรคสอง , 160 ตรี , ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 , 370 และ พ.ร.บ.รถยนต์ฯ มาตรา 5(4) , 11 , 60 ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป

จึงพิพากษา ให้จำคุก 2 เดือนปรับ 6,000 บาท ฐานขับรถขณะเมาสุรา , จำคุก 2 เดือนปรับ 2,000 บาทฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ , ปรับ 400 บาทฐานไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ฯ , ปรับ 800 บาทฐานขี่รถจักรยานยนต์ขณะผู้โดยสารไม่สวมหมวกนิรภัย , ปรับ 2,000 บาทฐานไม่แสดงแผ่นป้ายทะเบียนให้ครบถ้วน และปรับ 800 บาทฐานทำให้เกิดเสียงดังฯ รวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 4 เดือนและปรับรวม 12,000 บาท

โดยจำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จึงจำคุกจำเลย 2 เดือนและปรับ 6,000บาท และเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แล้วจำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษ 2 ปีโดยให้คุมประพฤติจำเลยด้วย ให้จำเลยเข้ารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ทุก 3 เดือน ในเวลา 1 ปี และให้จำเลยทำงานบริการสังคมตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมงภายในกำหนด 1 ปี รวมทั้งให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยด้วยมีกำหนด 6 เดือน

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top