น้ำวิเศษ? ชาวบ้านแห่ตัก ‘น้ำทิพย์สีเหลือง’ ดื่มกิน-นำมาหยอดตา เชื่อรักษาโรคได้

น้ำวิเศษ? ชาวบ้านแห่ตัก ‘น้ำทิพย์สีเหลือง’ ดื่มกิน-นำมาหยอดตา เชื่อรักษาโรคได้

ชาวบ้านจังหวัดอุตรดิตถ์และพื้นที่ใกล้เคียง แห่ตักน้ำที่มีลักษณะสีเหลือง ในบ่อน้ำกลางสำนักสงฆ์ขุมบัวไปดื่ม และอาบ โดยเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หลังมีเรื่องเล่ายาวนานว่า สามารถรักษาคนตาบอดให้มองเห็น และหากนำไปหยอดตาก็จะป้องกันโรคต้อได้เป็นอย่างดี

ชาวบ้านนาอิน หมู่ที่ 1 ตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ รวมถึงชาวบ้านจากพื้นที่อื่นๆ เดินทางมาตักน้ำจากบ่อที่เชื่อว่าเป็นบ่อน้ำทิพย์ ที่สำนักสงฆ์ขุมบัว เพื่อนำกลับไปดื่ม และใช้รักษาโรคต่างๆ โดยบ่อน้ำดังกล่าวมีความกว้างเกือบ 1 เมตร ลึกประมาณ 4 เมตร อยู่กลางสระบัวของสำนักสงฆ์ ซึ่งก่อนจะตักน้ำขึ้นมานั้น ทุกคนจะไหว้ขอขมาอนุญาตก่อน ซึ่งน้ำที่ตักขึ้นมานั้นจะมีลักษณะสีเหลือง แตกต่างจากน้ำในสระน้ำขุมบัวที่มีลักษณะใส

ชาวบ้านเชื่อว่า การตักน้ำจากบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ไปอาบหรือดื่มกิน จะเกิดความเป็นสิริมงคล ที่สำคัญเชื่อว่าสามารถรักษาโรคได้ด้วย โดยเฉพาะโรคผิวหนัง และโรคเกี่ยวกับตา เพราะหากนำไปหยอดตาจะช่วยไม่ให้เกิดต้อเนื้อ ต้อหิน ต้อกระจกกับผู้สูงอายุ

คุณตาใย สุติมา อายุ 87 ปี ชาวบ้านนาอินบอกว่า เป็นความเชื่อตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ยาวนานหลาย 10 ปี โดยมีการเล่าต่อกันว่า มีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพิชัย ดวงตามองไม่เห็น นำหมาก 1 คำ ยาสูบ 1 มวน พร้อมด้วยเงินจำนวน 1 บาทมาถวายเป็นค่าครูบูชา ก่อนนำน้ำในสระบัวแห่งนี้หยอดตา ปรากฏว่าดวงตาที่บอดกลับมามองเห็นอีกครั้ง จึงทำให้ชาวบ้านเชื่อถือสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

พระพงศ์เพ็ชร วิสารโท ผู้ดูแลสำนักสงฆ์ขุมบัวบอกว่า การที่ชาวบ้านเดินทางมาตักน้ำในบ่อแห่งนี้ไปดื่ม หรืออาบนั้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่สามารถนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาหักห้ามได้ ซึ่งก่อนที่จะบริโภคนั้น ก็ได้แนะนำไปว่าให้ต้มสุกเพื่อฆ่าเชื้อก่อน

โดยบ่อน้ำทิพย์จุดนี้มีความสำคัญกับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง เพราะแหล่งน้ำอื่นๆ จะลดลงหมด แต่ในบ่อปริมาณน้ำจะมีเท่าเดิม ชาวบ้านจึงมาตักน้ำที่บ่อแห่งนี้ไปใช้อุปโภค บริโภคในครัวเรือนด้วย ที่สำคัญ ชาวบ้านจะไม่จับสัตว์ทุกชนิดในพื้นที่ใกล้สระบัวไปรับประทาน เพราะเชื่อด้วยว่าจะมีเหตุไม่ดีเกิดขึ้นกับตนเองและคนรอบข้าง

นางศรีไพร จันทร์เยี่ยม เจ้าหน้าที่พยาบาลชำนาญการรักษาราชการแทนหัวหน้าศูนย์ส่งเสริมสุขภาพตำบลนาอิน บอกว่า หลังจากนี้ก็จะต้องนำน้ำในบ่อดังกล่าว ส่งให้กรมวิทยาสาตร์การแพทย์ตรวจสอบ เพื่อยืนยันให้แน่ชัดว่าจะไม่มีสารใดๆ เจือปน

ขอบคุณข้อมูลจาก AMARIN 

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *