มาแล้ว ฉบับเต็ม “เฮียมาร์ค” กับ “หมี สังคมอักเสบ” ปะทะคารมณ์เดือดลางรายการ ลั่นไม่มีใครกลัวใครหรอก!!!

มาแล้ว ฉบับเต็ม “เฮียมาร์ค” กับ “หมี สังคมอักเสบ” ปะทะคารมณ์เดือดลางรายการ ลั่นไม่มีใครกลัวใครหรอก!!!

หลังจากมีประเด็นเป็นเรื่องราวจาก เฟสบุ๊คผู้ใช้ชื่อว่า Pitbullzone ได้เผยแพร่ภาพสด ซึ่งเป็นวีดีโอที่เฮียมาร์คเตรียมไปออกรายการ แต่ได้เจอคู่อริ ที่เรียกว่าได้มีการด่ากันในโลกออนไลน์ ซึ่งทางเฮียมาร์ค ก็ได้เดินเข้าไปทักทายและให้ดูโฉมหน้า หลังจากนั้นดูเหมือนว่าจะมีการพูดคุยกัน และมีการถกเถียงกันเกิดขึ้น…หลังจากนั้น ทางคุณ หนุ่ม กรรชัย ก็ได้เข้ามาเคลียร์ แล้วได้บอกให้เฮียมาร์คใจเย็นๆ

ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาโดยตลอด จนเมื่อเฮียมาร์คเตรียมไปออกรายการของคุณหนุ่ม กรรชัย ก็ได้ไปเจอคูอริดังกล่าวและเกิดการถกเถียงกันอย่างที่เห็น และตล่าสุดเฮียมาร์คและหมี สังคมอักเสบ ได้ไปออกรายการ โนกระแส ที่หนุ่มกรรชัย เป็นพิธีกร ซึ่งได้มาเคลียร์ประเด็นกันกับเรื่องที่เกิดขึ้น และทั้งนี้ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนามาด้วย เพื่อมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับประเด็นพระเวสสันดร ที่มีประเด็นก่อนหน้านี้

 

ซึ่งทางเฮียมาร์คฉุนจัด ที่ถูกตามด่า ซึ่งถามว่าจะด่าอะไรนักหนา สี่ตัวมีใครบ้างในเพจบอกมา จะไล่กระทืบให้ กูอยากเจอ ซึ่งทางหมีสังคมอักเสบก็ฉะไม่น้อยหน้า บอกยุดนี้ผมไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว เฮียมาร์คโต้กลับ แน่จริงโผล่หน้าออกมา ใช้ชื่อจริงสิ เหมือนกูโดนด่าอยู่คนเดียว มีที่ไหนชื่อจริงไม่เผย หน้าไม่เห็น ใช้ชื่อสังคมอักเสบ กี้ก่อนเข้ารายการถ้าเห็นหน้ามาก่อนเจออ่ะ ผมต่อยหน้าคุณแน่ เรียกได้ว่าการเถียงกันกลางรายการ ทำเอานักวิชาการและหนุ่ม กรรชัย ถึงกับห้ามแทบไม่ไหว เพราะต่างคน ต่างฉะกันเดือดจริงๆ ทำเอานักวิชารการบอกว่า เจอสองท่านนี้ต้องเรียบร้อยเลยจริงๆ เพราะกลัว

และล่าสุดในรายการโหนกระแส ที่มีการพูดคุยกันในประเด็นนี้ ระหว่างเฮียมาร์ค และหมีสังคมอักเสบ ซึ่งทางด้านเฮัยมาร์คได้ออกมาโพสต์ข้อความหลังจบรายการว่า…

“ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา มันด่าผมมาโดยตลอด แต่ในรายการวันนี้มันทำเป็นพูดดี และวันนี้ผมพลาดด้วย ที่ไปออกรายการเจอกับมัน .. ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่ามันจะกล้ามา และมันบอกให้ผมเอาหลักฐานที่มันด่าผมมายืนยัน ถามหน่อย ใครจะเตรียมมา ผทตั้งใจไปพูดเริ่องอื่น ไม่คิดว่าจะต้องมานั่งทนข่มอารมณ์ ทำใจเย็นคุยกับคนที่ด่าผมเสียๆหายๆมาตลอด ..
***หมายเหตุ ***
คลิปนี้คือฉบับเต็ม โดยช่วงท้ายๆ เป็นช่วงที่ไม่มีออกอากาศในรายการทีวีครับ”

แต่ถ้าถามว่าเรื่องราวดังกล่าวก่อนหน้านี้มีมายังไง ซึ่งก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะเกิดเรื่อง ทางเพจ สังคมอักเสบ โพสต์ข้อความว่า ในที่สุดวันที่ทางเพจเรารอคอยก็ใกล้มาถึง อ เพจนี้คนที่เข้ามาใหม่อาจไม่ทราบ แต่เพจนี้ถือกำเนิดมาจากแอดมินสามคน (แต่ก่อนมีสี่) สามแอดมินที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยพูดคุยกัน
แต่สิ่งที่เราสามคนมีเหมือนกันคือ เป็นพวกที่สังคมรังเกียจถูกขับไล่ ถูกรุมด่าจากเพจข่าวต่างๆที่นำเสนอข่าวดังในตอนนั้น นั่นคือ คดีจอมทรัพย์
เจอไล่จนไม่มีที่จะสิง เฟสเจอยิงจนต้องกลายเป็น อวตาร เพจสุดท้ายที่เราไปสิงกันคือ Pittbullzone เพียงแค่เราคิดไม่เหมือนเจ้าของเพจ เขาก็บล็อกไม่ให้เราสามคนแสดงความเห็น และในวันนั้นเอง มาร์ค แหนบ ก็พูดว่า


“พวกมึงไปเปิดเพจกันเองเลย เปิดเพจมาแข่งกับกู แล้วมึงอยากจะคิดอะไรก็คิดไป”
พวกเราสามคนจึงรวมตัวกันขึ้นเปิดเพจอีกเพจเป็น พันธมิตรกับ เพจแมวใต้ถุนศาล
คนกดไลค์วันแรก 7-9 คน เหงาเหี้ยๆ พูดอะไรไปก็ไม่มีใครฟัง ไร้สำเนียงใดที่คนจะได้ยิน
แต่เราก็ยืนหยัดนำเสนอให้สังคมเห็นว่า
ครูจอมทรัพย์ “น่าจะ” ไม่ใช่แพะ ที่เราใช้คำว่า “น่าจะ” เพราะเราเคารพกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม แต่สิ่งที่อยู่ในใจเรามาเสมอคือ
ครูจอมทรัพย์ ไม่ใช่แพะ แต่เป็นกลุ่มคนที่พยายามขัดขวางและทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ด้วยเรื่องดราม่า
อีกไม่กี่วัน ผลตัดสินเรื่องนี้ก็จะออกมา
ถ้าศาลยก เราก็จะประกาศชัยชนะ เพราะมันคือการต่อสู้ของพวกเราจริงๆ การต่อสู้ที่พวกเราเป็นกลุ่มแรกๆของประเทศนี้ที่สวนกระแสว่า
ครูจอมทรัพย์ ไม่ใช่แพะ
แต่ถ้าศาลลง เราพร้อมจะกล่าวคำขอโทษและไร้ข้อโต้แย้งใด เพราะประเทศนี้ดำรงอยู่ได้ด้วยกฏหมาย และเราเคารพคำตัดสินทุกกรณี

 

 

หลังจากนั้น ทางเพจ โพสต์ว่า กูว่าไอ้เหี้ยมาร์คแหนบเนี่ย มีปัญหาเรื่องการอ่านมาก ไม่แปลกใจนะที่ตัวมันและลูกเพจเกือบทั้งหมดของมันทำไมดูโง่ๆ
จนวันนี้กูก็ยืนยันไงว่า ครูจอมทรัพย์เป็นแกะ ไม่ใช่ แพะ ไอ้ควาย
มึงไม่ต้องเจอกูที่ไหนแล้วด่าหรอกนะไอ้หน้าหนังหีไอ้ลูกกะหรี่ แม่มึงแต่มัวขายหีอยู่สะพานปลาเหรอไงถึงอ่านไม่ออกว่า
เพจกูเชื่อจนถึงที่สุดว่า ครูจอมทรัพย์เป็นแกะแน่นอน คำร้องขอฟื้นคดีต้องถูกยก
และเพจกูไม่ได้เดิมพันเหี้ยอะไรกับมึง มีแต่เดิมพันว่าคนอย่างมึงไม่มีปัญญาฟ้องกูตามที่มึงขู่ มึงไประลึกชาติให้ดีๆ ถ้ากูจะท้ามึงมีเรื่องเดียวคือ ตอนที่มึงขู่ว่ามีเบอร์โทรกู มีรูปกู กูท้ามึงว่า
“แน่จริงไปฟ้องกูเลย กูท้า แต่มึงไม่มีปัญญา”
อ้อ.. และมีอีกเรื่องที่เดิมพันคือ มึงเป็นลูกกะหรี่จริงไหมแค่นั้นเองไอ้ควาย
ส่วนเรื่องท้าพนันนั้น มีคลิ๊ปเป็นหลักฐานว่ามึงพนันกับพี่อัจไว้ ในเดิมพันที่ 1,000,000 บาท มึงจะให้เป็นล้านหรือสิบล้านก็เรื่องของมึง เพราะในรายการเดิมพันแค่ 1,000,000
ถ้าคดีนี้ยกคำร้อง มึงเตรียมหามาจ่ายเขาแล้วกัน หรือถ้ามึงชนะมึงก็หาวิธีทวงเขาเอา
โง่ฉิบหาย กี่เดือนกี่ปีก็ยังโง่เหมือนเดิม

ลองอ่านในคอมเมนต์ของมาร์คก่อนนะครับ… ว่ามันแก้ตัวอย่างไรในกรณีที่มันพูดถึง เวสสันดรชาดก
จริงๆแล้วแหนบตั้งคำถามว่า “หามาสิว่าผมด่าพระพุทธเจ้าตรงไหน ผมด่าคนแต่งชาดก”
คืออย่างนี้นะครับ
เรื่องพระเวสสันดรนั้นเนื้อเรื่องก็มาจากพุทธวจนะนี่ล่ะ คงไม่ต้องแปลนะว่าพุทธวจนะแปลว่าอะไร มีปรากฏในพระไตรปิฏกด้วยว่าเรื่อง เวสสันดร นี้พระพุทธเจ้าเทศน์โปรดพระญาติที่กรุงกบิลพัสด์
มีปรากฏชัดเจนในพระไตรปิฏก
ก็ในเมื่อพระพุทธเจ้าเป็นคนตรัสไว้ ก็เท่ากับว่าพระพุทธเจ้าเป็นคนแต่งหรือเล่า แบบนี้ยังต้องให้คนมาหาอีกไหมว่า มาร์คแหนบด่าพระพุทธเจ้าตรงไหน
คือมาร์คความรู้น้อยมาก จริงๆแล้วเรื่องชาดกเรื่องนี้มีนัยยะแฝงไว้มากมายและยังมีหลักของ ทศพิธราชธรรม แฝงไว้ในตัวละครอย่างลึกซึ้ง การที่มาร์คด่าเรื่องนี้เท่ากับตำหนิไปถึงสิ่งที่เรียกว่า ทศพิธราชธรรม ด้วย
สำหรับไทยนั้น พระเวสสันดรชาดก นั้นก็ได้ถูกถอดความมาจากพระไตรปิฏกแต่ได้แปลเป็นคำกลอนเพื่อให้เหมาะสมจะเทศน์ให้ญาติโยมฟังเข้าใจง่าย
ซึ่งมาร์ครู้ไหมว่า การแต่งชาดกเป็นภาษาไทยนั้น พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านทรงพระราชนิพนธ์เองถึงสามกัณฑ์ แถมยังมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้าปรมานุชิตโนรส เป็นผู้ร่วมประพันธ์อีกด้วย และถ้าจำไม่ผิดจะมีเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ด้วย
สังคมโปรดพิจารณาเอาเองนะครับว่า มาร์คแหนบบอกว่ามันด่า ผู้แต่งชาดกนี้หมายความว่าอย่างไร
คนแบบนี้ขอให้สังคมพิจารณาเอาเองครับ
จริงๆแล้ว การแต่งชาดกในแบบไทยเนื้อหาผิดจากของเรื่องจากพุทธวจนะมากไหม หมีบอกได้เลยว่า “ผิดจากพุทธวจนะไปบ้าง”
เพราะการแต่งชาดกไทยนั้น ได้มีการใส่รายละเอียดและจังหวะเพื่อให้เขากับการขับชาดกซึ่งเป็นท่วงทำนองที่หมีเองยังศึกษาไม่ถึง แต่การวางคำออกมาในลักษณะคำกลอน
สรุปนะครับ ที่มาร์คว่าด่าคนแต่งชาดกเรื่องนี้จะหมายถึงใครได้บ้าง
สังคมโปรดพิจารณาและค้นหาความจริงที่หมีพูดถึงได้เลย
ปล. ถ้าจำไม่ผิดเนี่ย ในภาษาบาลี จะออกเสียงว่า วิศวันดร (ผู้อยู่เหนือโลก)

และวานนี้ ทางเพจสังคมอักเสบ ได้โพสต์ว่า หมีว่าตอนนี้ในประเด็นของ แหนบ ที่ด่าเรื่อง พระเวสสันดร นั้น ทุกคนกำลังหลงประเด็นอยู่นะครับ เพราะเอาจริงๆเรื่องนี้นั้นไม่ใช่เพียงเรื่องศาสนาแต่ยังเป็นเรื่องของการหมิ่นเหม่ที่จะทำผิดกฏหมายอาญา 112 อีกด้วย
หมีขอแสดงความคิดเห็นก่อนว่า โดยส่วนตัวแล้วหมีนั้นมีความเชื่อมั่นว่ากฏหมาย 112 ในบ้านเรานี้มีความรุนแรงเกินไป และขอบเขตกว้างมากเกินไปซึ่งบางทีการตีความนั้นก็เป็นสิ่งที่ประชาชนอย่างเราไม่อาจเข้าใจได้นะครับ
สิ่งหนึ่งที่หมีกังวลเป็นอย่างมากคือ คนที่ไปคอมเมนต์ในเรื่องนั้น ว่า เขาทราบหรือไม่ว่า พระเวสสันดรชาดกฉบับภาษาไทยนั้นเป็นพระราชนิพนธ์ในล้นเกล้ารัชกาลที่สี่ด้วย การที่ออกปากด่าผู้แต่งพระเวสสันดรนั้นแน่นอนครับว่าจะต้องกระทบถึงทั้งสองสถาบันหลักของประเทศนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยเหตุผลที่กล่าวไปในโพสต์ก่อนว่า พระเวสสันดรเป็นเรื่องจากพระไตรปิฏกที่อยู่ใน “พระสูตร” เท่ากับมีหลักฐานอ้างอิงว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสเอง และ ฉบับภาษาไทยรัชกาลที่สี่มีส่วนพระราชนิพนธ์ ซึ่งเคยมีศาลตัดสินมาแล้วว่า การเขียนหมิ่นรัชกาลที่สี่นั้นมีความผิดฐาน 112 ด้วย
จริงๆแล้วหลากหลายเรื่องราวในพระพุทธศาสนานั้น เป็นเรื่องที่เราวิจารณ์ได้วิเคราะห์ได้ แต่ก็ต้องศึกษาให้ดีก่อนจะออกมาวิพากษ์และวิจารณ์ บางเรื่องเราต้องวิจารณ์ด้วยความรู้ไม่ใช่พูดจาเอามันส์ไปเรื่อย
อย่างเช่นตัวหมีเอง อ่านแล้วมีข้อสงสัยไหม มี แต่สิ่งที่หมีสงสัยนั้นจะแสดงไปด้วยความเคารพเป็นพื้นฐานเสมอ
สิ่งที่แหนบพูดนั้น หมีเคยตั้งคำถามมาตั้งแต่อายุ 13 ปีแล้วล่ะครับ ซึ่งตอนนั้นหมีเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่วัดดาวดึงษ์ (สำนักเรียนบาลีย่านอรุณอมรินทร์) ไม่เพียงแต่เรื่องพระเวสสันดร หมียังสงสัยเรื่องมหาปุริสลักษณะด้วย


ถ้าท่านใดเคยอ่าน ท่านลองเอาลักษณะที่อยู่ในนั้นมาคิดตามแล้วหลับตานึกภาพดูสิครับ
หมีเคยสงสัยเรื่อง พระพรรษาของพระพุทธเจ้าในอดีตแต่ละพระองค์ แถมสงสัยในเรื่องส่วนสูงของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์
หมีสงสัยเรื่อง พระพุทธเจ้าเคยแลบพระชิวหาของตัวเองออกมาแล้วเอามาพันรอบพระพักตร์ของพระองค์ท่านเอง
ยิ่งอ่านยิ่งเจอความสงสัย… และมันเกินความสามารถของหมีที่จะตามหาความจริง หมีเลยศึกษาเรื่องราวอื่นๆประกอบเพื่อให้ส่วนอื่นมาเติมเต็มสิ่งที่เราสงสัย บางเรื่องก็มีคำตอบและบางเรื่องเป็นปริศนาต่อไป
เราต้องโตพอจนรู้ว่า วันนี้เรื่องพระไตรปิฏกนั้นเป็นสิ่งที่เถียงกันไปก็ไม่จบ ถ้าไม่แสดงความคิดเห็นผิดเพี้ยนจากตัวบทจริงๆเราก็ไม่สามารถตัดสินอะไรได้เลย โดยเฉพาะวาทกรรมที่ว่า พระสูตรไม่สามารถแก้ไขได้ พระวินัยสามารถแก้ไขได้เล็กน้อยตามยุคสมัย อีกฝ่ายก็สงสัยได้เช่นกันว่าเรื่องนี้ต้องผ่านการแก้ไขมา
แต่ฝ่ายที่เชื่อมั่นก็จะบอกว่า มีการพูดชัดเจนว่า “พระสูตรไม่สามารถแก้ไขได้” ซึ่งเถียงกันไปก็ไม่จบครับ
ดังนั้นเรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องที่ผู้จะวิจารณ์ต้องศึกษาให้พอรู้ แค่คำว่าพอรู้อย่างหมี หมียังไม่กล้าวิจารณ์เลยครับ เพราะเชื่อว่ายังมีหลายสิ่งหลายอย่างในศาสตร์นี้ที่เรายังไม่รู้อะไรเลย
ดังนั้นกรณีมาร์คนี้คืออะไร ?… แค่สิ่งที่เขาพูดมาเรื่องประวัติศาสตร์และศาสนาหมีปิดประตูตายใส่หน้าไปแล้ว คนๆนี้ไม่มีความรู้อะไรเลย
แต่จะอยู่เฉยๆก็ไม่ได้เพราะการพูดโดยไม่รู้คะนองปาก เปิดช่องทางให้พวกไม่รู้เหมือนมาคอมเมนต์เสียๆหายซึ่งกระทบกับสองสถาบันหลักของประเทศแบบนี้ มันก็น่าจะต้องเอามาพิจารณากันให้จงหนักนะครับ

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published.