หนังคนละม้วน ต๊ะ ซัดกลับ ไอซ์ ลูกชายโจ เรียกมาดูใจพ่อทำไมไม่มา

ต๊ะ วินรวีร์ ใหญ่เสมอ หรือ ต๊ะ บอยสเก๊าท์ ได้เดินทางมาร่วมงานศพ โจ บอยสเก๊าท์ ที่วัดสายไหม เมื่อมาถึงก็ไปเคาะโลงแล้วบอกว่า “กลับมาแล้วนะ ไปทำธุระที่พิษณุโลกมา” จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตา พร้อมกับ บุ๋ม แฟนสาว ระบุว่า …

“วันนี้ก็บอกเขาว่ากลับมาแล้ว เมื่อวานต๊ะต้องไปที่พิษณุโลก เพราะว่าเคลียร์ทางนั้นไม่ได้มันจะมีความเสียหายเลยต้องไป กลับมาถึงเมื่อเช้า สภาพจิตใจตอนนี้ยังไม่โอเคตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง ผมยังทำใจไม่ได้ เขาเป็นบัดดี้ผมมา 27-28 ปี หลับตาก็มีแต่เรื่องเขา วันที่เกิดเหตุผมพยายามง้างปาก เพราะโจเกร็งไปหมด คือผมไม่กล้าทำ CPR เพราะว่า 1 ผมไม่มีองค์ความรู้จริงๆ มันทำยังไง และอีก 1 เรื่อง ผมเคยมีประสบการณ์ตอนไปเตะฟุตบอลการกุศลแล้วมีผู้ใหญ่ท่านนึงมาล้มต่อหน้าผมอาการเดียวกันเลยตาตั้ง ชัก เกรง ผมก็ช่วยทำ CPR ให้ ปรากฏว่าไปเสียชีวิตในรถโรงพยาบาล ผมเลยไม่กล้าทำ ผมไม่รู้ว่าเขาเสียชีวิตเพราะผมทำไม่เป็นหรือเปล่า ตรงนั้นผมเลยไม่กล้าทำกับโจ พอดีตรงนั้นมีคนส่งเสียงมาว่ามีคนเป็นหมอ ผมเลยฝากความหวังไว้ที่พวกเขา”

 

 

“โจไม่เคยมีอาการอะไรมาก่อน โจเหมือนจะดูว่าไม่แข็งแรง แต่ไม่เคยไม่สบายอะไร นานๆ จะเห็นเป็นโรคกระเพาะ มันไม่มีลางบอกเหตุอะไรเลยที่จะบอกว่าวันนั้นเป็นคอนเสิร์ตสุดท้ายแล้ว หลังจากนี้เราต้องใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เรื่องโจทำให้ค่อนข้างปลงพอสมควรนะว่ามันไวมาก ผมว่าไม่ถึง 4-5 นาทีช่วงเวลาสำคัญตรงนั้น ถ้าเราสามารถทำอะไรได้เราคงไม่สูญเสียอย่างนี้”

วันที่เราพาเพื่อนไปส่งโรงพยาบาล เรารู้ว่าเพื่อนจะไม่อยู่แล้ว มีพยายามพูดอะไรกับเพื่อนหรือเปล่า?

“ยังไม่เชื่อ ยังพูดกับบุ๋มเลยว่าไม่นะ ความรู้สึกเราไม่มีเลย ส่วนใหญ่เวลาจะเจออะไรร้ายๆ บางทีมันมีความรู้สึกบอก แต่ของโจไม่มีความรู้สึกเลย แต่ของบุ๋มมี ตอนที่ซาวด์เช็คเราไปกัน 2 คนเพราะว่าดิ๊บไม่ว่าง พอเสร็จเดินข้ามไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน”

บุ๋ม “วันนั้นพี่โจซ้าย พี่ต๊ะอยู่ขวาก็ควงกันไปปกติ แล้วตอนเดินบุ๋มก็บอกว่าพี่โจเรารู้จักกันมาเกือบ 13 ปีแล้ว เราเป็นพี่น้องกันนะ ต่อไปพี่โจจะทำอะไรให้มีบุ๋มมาอยู่ในนั้นด้วย แล้วก่อนหน้าวันเดียวก็คิดถึงมาก จะขับรถไปหาพอโทรไปแล้วเขาติดถ่ายละคร อีกวันนึงก็ส่งข้อความไปว่าพี่โจอยู่ไหนไปสนามหลวงกันมั้ย เขาบอกไปงานศพป้าที่สุพรรณ เพิ่งได้มาเจอกันวันเล่นคอนเสิร์ตเลย”

ต๊ะ “คือโจค่อนข้างที่จะห่วงพ่อ เพราะว่าตัวเขาไม่ค่อยได้ใกล้ชิดพ่อเท่าไหร่ ส่วนคุณแม่ก็เสียไปแล้ว พี่ชายก็เสียไปแล้ว สิ่งที่เขาห่วงเห็นชัดๆ เลยน่าจะเป็นเรื่องพ่อเรื่องเดียวตรงที่ว่าเขายังดูแลพ่อได้ไม่เท่าที่เขาต้องการ ถ้ามันยังเห็นเรา ถามมันว่าอยากฝากอะไรถึงผม เรื่องนี้เขาน่าจะห่วงมากที่สุด”

บุ๋ม ” เขาเคยคุยกับบุ๋มว่าอยากเก็บเงินซื้อนาฬิกาให้พ่อ”

 

 

ตอนนี้มีเรื่อง น้องไอซ์ ลูกชายพี่โจ เคยทราบมั้ยว่าเขามีลูก?

ต๊ะ “คือเคยทราบ โจเคยพูดให้ฟังว่าเคยมีประสบการณ์ตั้งแต่เด็กๆ ยังไม่เข้าวงการว่าเคยมีแฟนแล้วมีลูกกัน ครั้งสุดท้ายที่ได้ฟังเรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้ เขาบอกว่าไปนัดเจอกับลูกชายไปกินข้าวกัน ลูกชายโตแล้ว พูดถึงไม่บ่อยนะ”

เหมือนหลายคนไม่รู้ว่าพี่โจมีลูก เมื่อวาน น้องไอซ์ ก็มางาน แล้วบอกว่าเป็นลูก?

ต๊ะ “น่าจะใช่ครับ น่าจะเป็นลูกจริง แต่ตรงนี้ผมพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะว่าไงดี ผมยังไม่เคยเจอ แล้วไม่รู้ว่าอะไรยังไง เพราะว่ามันมีเรื่องอยู่นิดนึง วันที่เกิดเหตุการณ์นี้ หมอต้องการคนที่เป็นญาติจริงๆ เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับความเป็นความตาย เราไม่ใช่ญาติเขาก็ต้องหา เพื่อนในกลุ่มพยายามที่จะทำยังไงดี ลงคลิป ลงข้อความ จนมีคนนึงเอะใจขึ้นมาว่าเคยเห็นโจคุยกับลูกในเฟส คนนั้นเลยต่อสายไปถึงน้อง แล้วเพื่อนผมพี่ปราบต์ปฎลเป็นคนคุย

เขาก็แจ้งว่าค่อยๆ คุยว่าน้องชื่อนี้ใช่มั้ย? เป็นลูกโจใช่มั้ย? เขาก็ตอบว่าใช่ พี่ปราบก็บอกพ่อโคม่าอยู่มาดูพ่อหน่อยมั้ย? บ้านอยู่ไหน? เขาตอบว่าบ้านอยู่ธุรกิจบัณทิต มารพ. ลาดพร้าวได้มั้ย? เขาบอกมาไม่ได้ ไม่ว่าง จะว่างอีกทีวันอาทิตย์”

“คือตอนนั้นพี่ปราบยังไม่บอกว่าโจเสีย โคม่า ต้องการให้มาดูพ่อหน่อยมั้ย จนเขาไม่ตอบรับ เหมือนว่าพ่อจะตายแล้ว ไม่มีความรู้สึกนั้น มีแต่ความเย็นชาจนพี่ปราบไม่ไหวแล้วบอกว่าตอนนี้พ่อตายแล้ว จะมาดูมั้ย เขาบอกไม่ว่าง คือตายแล้วยังบอกไม่ว่างอีก แล้วเมื่อวานก็มีข่าวดราม่ากันคือวันนั้นบอกไม่ว่าง คือผมไม่ติดใจว่าเป็นลูก ลูกมาไหว้พ่อ ทีนี้มาถึงการที่จะสำนึกบุญคุณพ่อเนี่ย ต้องเข้าหาปู่ บอกปู่ ป้า น้าว่าคือลูกโจ ไม่ใช่บอกนักข่าวก่อน

 

 

 

เดี๋ยวกำลังตามหาคนชื่อดราก้อนนั่น คนที่ยืนข้างเด็กเมื่อวานนี้ คือมา Live สดโชว์ในงานเพื่อนผมรดน้ำศพมันสมควรมั้ย เป็นใคร? อยู่ส่วนไหนของชีวิตโจ? มาเอากระแส มาถ่ายรดน้ำศพเพื่อนผม คือผมไม่พอใจ เป็นใคร? มาแอบอ้าง มาไลฟ์สด เพื่อนผมนอนตายอยู่ ต้องให้เกียรติคนตาย”

“วันที่โจเสียมีนักข่าวโทรมาถามพี่ว่ารู้เรื่องลูกโจมั้ย ผมเลยตอบเต็มปากว่าไม่รู้เรื่อง เพราะพี่ไม่รู้ รู้แค่ว่าโจเล่าให้ฟังเฉยๆ ว่าเคยมีลูกนะตอนเด็กๆ แล้วเคยไปหาลูกมา ผมรู้แค่สองแมสเสจนี้”

 

 

ต๊ะ “ไม่อยากว่าเด็ก คือตอนรับโทรศัพท์เขาอาจจะไม่กลั่นกรอง แล้วโจไม่ได้เลี้ยงดูกันมาเลยอาจทำให้มีอารมณ์ตรงนั้น ความรักพ่อ ความสนิทกับพ่ออาจจะไม่ได้มีมากจนทำให้มันรู้สึกว่ามันควรจะทำยังไง”

“แต่ทีนี้เราไม่ได้โทษมันก็คือลูกชายของเรา ก็คือหลานเรานี้แหละ มาเถอะ มาไหว้พ่อ แต่อย่าทำให้เกียรติยศ ชื่อเสียงเพื่อนเสียหายกับเรื่องแบบนี้ ตอนนี้ก็ไม่ได้แอนตี้เขานะ ถ้ามันเป็นหลาน จริงๆ มันก็คือหลาน ใครก็ได้ที่จะเข้ามาหาโจตอนนี้ เพราะว่าโจตายแล้ว จะทำอะไรก็ได้ แต่อย่าทำให้โจเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือแย่ลงมันไม่ใช่”

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Sanook

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *