เสียงธนูของ “ว่าวจุฬา” วิถีชีวิตของชาวอีสาน ในหน้าหนาว ที่ใกล้จะหายไป

วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2560) ช่วงบรรยากาศฤดูหนาว บ้านในพื้นที่บ้านพะไล ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมประดิษฐ์ว่าวจุฬาติดธนู และเล่นว่าวจุฬาโต้ลมหนาว ทำให้ช่วงระยะนี้ในพื้นที่มักจะได้ยินเสียงธนูจากว่าวจุฬาก้องกังวานไปทั่วบริเวณ

นายสนอง ยันจอหอ อายุ 48 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ประดิษฐ์ และเล่นว่าวจุฬาบ้านพะไล เปิดเผยว่า ในช่วงระยะนี้ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวมีลมแรง ชาวบ้านในหมู่บ้านได้ใช้พื้นที่ใต้ถุนบ้านของตัวเองนั่งเหลาไม้ไผ่ทำโครงว่าวจุฬา ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำในช่วงฤดูหนาวของชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ ซึ่งในปัจจุบันว่าวสำเร็จรูปหาซื้อได้ง่าย แต่มีขนาดเล็ก และขึ้นลอยบนฟ้าได้ไม่สูง ขณะที่ว่าวจุฬาที่ทำแบบโบราณมักหาชมได้ยากขึ้นทุกวัน ตนจึงได้รวมตัวกันกับชาวบ้านจำนวนกว่า 10 คนในหมู่บ้าน ประดิษฐ์ว่าวจุฬาแบบโบราณขึ้นมา เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู

 


วิธีทำว่าวจุฬาเริ่มจากหาไม้ไผ่จากแถวบริเวณหมู่บ้านมาเหลาเป็นโครงว่าว โดยต้องใช้ไม้ไผ่ที่แก่ เพราะมีความเหนียว สามารถดัดให้โค้งงอได้ดี จากนั้นจะวัดสัดส่วนตัวว่าวเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน คือ ส่วนหาง ส่วนตัว และส่วนหัว แล้วเหลาไม้ไผ่มาดัดเป็นรูปดาว 5 แฉก ตามรูปแบบของว่าวจุฬาโบราณ ซึ่งสามารถทำขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กได้ตามใจชอบ แต่ส่วนใหญ่ว่าวจุฬานิยมทำขนาดสูงประมาณ 1.50 เมตร ส่วนกระดาษที่ติดเป็นตัวว่าวนั้น ปัจจุบันนิยมใช้แผ่นพลาสติกแทนกระดาษแก้ว เพราะมีความคงทนกว่า และโต้ลมได้ดี ซึ่งว่าวจุฬาแบบโบราณจะติดธนูไว้ส่วนบนของหัวของว่าว เพื่อให้เกิดเสียงดังก้องกังวาน โดยธนูของว่าวจุฬาทำจากใบตาลฝนจนบาง แล้วนำไปขึงเข้ากับไม่ไผ่ให้มีลักษณะคล้ายคันธนู เมื่อใบตาลที่ขึงตึงถูกลมพัดก็จะเกิดการเสียดสีเปล่งเสียงออกมาเป็นจังหวะคล้ายเสียงดนตรี ดังก้องกังวานไปไกลเป็นกิโลเมตร โดยว่าวจุฬา 1 ตัว ใช้เวลาประดิษฐ์นานประมาณ 1 วัน

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : 77jowo.com

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *