เผยสาเหตุ เด้งฟ้าผ่า อธิบดีแรงงาน เพราะ “ไม่ทำเรื่องของบซื้อ “เครื่องสแกนม่านตา”ราคาพันล้าน

แฉมูลเหตุม.44ฟ้าผ่าเด้ง”วรานนท์”ไม่ทำเรื่องของบซื้อ “เครื่องสแกนม่านตา”ราคาพันล้าน แรงงานต่างด้าว เผยเจ้าของโครงการตัวย่อ”ดร. อ.”เสนอนายกฯทำ

 

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงปมมีคำสั่งมาตรา 44 เด้งด่วนนายวรานนท์ ปีติวรรณ อดีตอธิบดีกรมการจัดหางาน ไปเป็นรองปลัดกระทรวง จนเป็นเหตุให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงานพร้อมทีมงานลาออกจากตำแหน่ง ว่า ประเด็นความไม่พอใจของนายกรัฐมนตรี ต่อการที่กระทรวงแรงงานออก พ.ร.ก.ต่างด้าว ที่มีโทษปรับสูงถึง 8 แสนบาท ถูกคัดค้านจนต้องออกมาตรการเยียวยาชะลอโทษ 180 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 ธ.ค. นี้ หรือปัญหาแรงงานต่างด้าว การพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวนับล้านคนที่อาจไม่เสร็จตามกำหนด ตลอดจนบุคลิกส่วนตัวและการทำงานของนายวรานนท์ ที่อาจไม่เข้าตาโดนใจเป็นเพียงประเด็นรองที่ไปช่วยเสริมการเด้งนายวรานนท์เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องที่อาจเป็นเหตุสำคัญจนต้องใช้มาตรา 44 คือ เรื่องไม่สนองนโยบายรัฐบาล ที่ให้ทำเรื่องเสนอของบกลางจัดซื้อเครื่องสแกนม่านตา เพื่อใช้กับแรงงานต่างด้าว แต่นายวรานนท์ ไม่ทำ และ พล.อ.ศิริชัย ก็เห็นด้วยกับนายวรานนท์ เนื่องจากการพิสูจน์สัญชาติ ที่ประเทศต้นทางรับรอง และการออกบัตรประจำตัวชั่วคราวที่ทำอยู่ เพียงพอแล้ว จึงไม่จำเป็นสแกนม่านตาอีก รวมทั้งการจัดเก็บข้อมูลม่านตา น่าจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ไม่ใช่กระทรวงแรงงาน

 

นายวรานนท์ ปีติวรรณ อดีตอธิบดีกรมการจัดหางาน

 

แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกรมเจ้าท่า มีเครื่องสแกนม่านตาประมาณ 30 เครื่อง ซึ่งเป็นชุดแรกในไทย และกรมการจัดหางานได้ขอยืมใช้มาระยะหนึ่ง ในกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ต้องลงเรือประมง ซึ่งจะต้องผ่านศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก เพราะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง การเก็บข้อมูลจากม่านตาก็เหมือนพิสูจน์ดีเอ็นเอว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับบัตรประจำตัวที่ถืออยู่ ซึ่งจะทำให้การตรวจสอบซับซ้อนมากขึ้น โดยการจัดซื้อเครื่องดังกล่าวมี “ดร. อ.” ที่นายกฯ ไว้ใจ เป็นคนเสนอให้กระทรวงแรงงานไปทำเรื่องของบกลางในการจัดซื้อเป็นของตัวเองมานานกว่า 1 เดือน มีกำหนดให้เสร็จก่อนวันที่ 1 พ.ย. แต่เรื่องไม่คืบจึงอาจไม่พอใจในความล่าช้า คำสั่งเด้งจึงออกมาในวันที่ 1 พ.ย. พอดี  ส่วนเหตุที่นายวรานนท์ไม่สนองนโยบาย ก็เพราะไม่อยากเป็นแพะหากมีเงินทอน เพราะไม่ใช่คนต้นคิดจัดซื้อประกอบกับไม่มีหนังสือสั่งการอย่างเป็นทางการจากนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน มีเพียงนายกฯที่บอกปากเปล่าให้เร่งดำเนินการเท่านั้น โดยบอกด้วยว่าเครื่องสแกนม่านตาที่ต้องใช้จำนวนมากและระบบเก็บรักษาข้อในมูลระยะยาว ซึ่งเป็นงบผูกพันมีมูลค่ารวมเป็นพันล้านบาท

 

“เครื่องสแกนเก็บม่านตา ราคาชุดละ 1 แสนบาท ต้องใช้จำนวนมาก เพื่อให้เพียงพอกับแรงงานต่างด้าวหลายล้านคน หลักการทำงานของระบบนี้ จะมีฮาร์ดแวร์,ซอฟแวร์ในการเก็บ เป็นเหมือนถังเก็บข้อมูลเอาไว้ สุดท้ายคือเครื่องตรวจ ถ้าเก็บไว้แล้วตรวจไม่ได้ จะเก็บไว้ทำไม กระบวนการและเม็ดเงินมีจำนวนมหาศาลและเป็นงบผูกพันที่ต้องดูแลต่อเนื่องระยะยาว แต่กรมการจัดหางาน ไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะบัตรที่ประเทศต้นทางรับรองก็พอแล้ว ไม่ต้องการไปรู้ดีเอ็นเอม่านตา และตามหลักสากล ยังเป็นเรื่องปฎิญญาสากลว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน เป็นการเข้าไปละเมิดสิทธิในเรื่องของมนุษย์ จะเอาม่านตาไปทำอะไรต้องมีเหตุผลอธิบาย มีกฎหมายรองรับ และต้องมีปัญญาในการเก็บรักษาข้อมูล แต่ครั้งนี้ถ้าเอาม่านตามาแล้วต้องส่งไปให้บริษัทไมโครซอฟในอเมริกาเก็บไว้ซึ่งต้องเสียค่าดูแลต่อปีระยะยาว การจะเปิดดูข้อมูลต้องจ่ายให้อเมริกา 45 บาทต่อคน แล้วต่างด้าว 3 ล้านคน ต้องจ่ายเท่าไหร่ เมื่อ กกจ. ไม่ได้มีภารกิจตรงนี้ นายวรานนท์จึงไม่ทำ และรัฐมนตรีก็ไม่เห็นด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

 

 

แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวอีกว่า โครงการนี้ “ดร.อ.” คนใกล้ชิดนายกฯ ให้กรมการปกครองทำ แต่ไม่ทำ จึงโยนมาที่กระทรวงแรงงาน แต่ก็ถูกปฎิเสธอีก เพราะเห็นเป็นงานความมั่นคง ไม่เกี่ยวกับแรงงาน แต่มีการรับคำสั่งตรงจากนายกฯ ให้ประสานกับ “ดร.อ.” มาจี้ให้นายวรานนท์เร่งทำ แต่ไม่มีหนังสือสั่งการเป็นหลักฐาน นายวรานนท์จึงปล่อยเกียร์ว่าง

 

 

ด้าน นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า มองว่านายวรานนท์ เป็นคนทำงาน แต่เรื่องการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวยังเป็นแนวคิดเดิมๆ ถ้าให้ตนเดาคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเรื่องของการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวที่อาจมีความล่าช้าอยู่ รัฐบาลคงกังวลว่าอาจจะไม่ทัน 1 ม.ค. 2561 หรือไม่ แต่การโดนม. 44 เด้งฝ่าผ่าแบบนี้ทั้งๆ ที่เรื่องการโยกย้ายข้าราชการสามารถทำได้ผ่านกระบวนการปกติของหน่วยงาน ที่มีรมว.แรงงานเป็นหัวหน้าหน่วยงานนั้น ซึ่งอาจจะมีปัญหาอะไรมากกว่านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผู้ดูแลเรื่องการจัดการแรงงานต่างด้าวกลางคันนี้ตนก็หวังว่าจะแก้ปัญหาได้ดีขึ้น.

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เดลินิวส์

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *