ฮือฮา..!! พระหนุ่ม ถ่ายภาพสรีระ “พ่อท่านคล้าย” ในโลงแก้ว ถึงกับตะลึงหนัก เมื่อติดภาพปริศนามาด้วย ?

ฮือฮา..!! พระหนุ่ม ถ่ายภาพสรีระ “พ่อท่านคล้าย” ในโลงแก้ว ถึงกับตะลึงหนัก เมื่อติดภาพปริศนามาด้วย ?

(8 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรานงานเมื่อคืนที่ผ่านมา (7 ส.ค.) ได้มีชาวโลกโซเชี่ยลจำนวนมากเข้าไปชม แชร์และแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊ก “นครออนไลน์” ซึ่งนำภาพถ่ายซึ่งถ่ายโดยพระภิกษุรูปหนึ่งจาก จ.กระบี่ ถ่ายภาพสรีระพระครูพิศิษฐ์อรรถการ “พ่อท้านคล้าย วาจาสิทธิ์” ในโลงแก้ว ที่ประดิษฐ์ภายในพระเจดีย์วัดธาตุน้อย ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช มาโพสต์ โดยเป็นภาพถ่ายสรีระของพ่อท่านคล้าย ในโลงแก้ว แต่กลับพบว่าที่มุมภาพด้านล่างซึ่งเป็นแท่นประดิษฐานโลงแก้วและเป็นช่วงปลายเท้าของสรีระพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ กลับปรากฏเป็นภาพพระภิกษุชราขึ้นอีก 1 ภาพ เป็นภาพพระภิกษุชรารูปดังกล่าวยืนก้มหน้า แต่เป็นภาพขนาดเล็กแนวตั้งกว้างประมาณ 1 ซ.ม. ยาว ประมาณ 2.5 ซ.ม.เท่านั้น

 

หลังจากการโพสต์ภาพดังกล่าวผ่านไปเพียง 3 ชม.มีคนเข้ามาชมกว่า 6,400 ครั้ง แชร์อีกว่า 1,400 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็นกันไปต่าง ๆ นา ๆ หลายร้อยครั้ง โดยสาวใหญ่เชื่อว่าภาพที่ปรากฏให้เห็นคลบ้ายกับภาพพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ และเป็นภาพที่เกิดจากอภินิหารและบารมีของพ่อท่านคล้าย ที่แสดงให้เห็นเพื่อบ่งบอกว่าผู้ที่ถ่ายภาพเป็นผู้มีบุญ จะมีโชคลาภ หากมีความทุกข์หรือมีปัญหา อุปสรรคในเรื่องใดก็จะหมดทุกข์ หมดปัญหา ต่อไปชีวิตจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป อย่างไรก็ตามมีคนที่เข้ามาชมอีกส่วนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่าภาพดังกล่าวไม่ได้เกิดจากปาฏิหาริย์ใด ๆ แต่เป็นภาพที่ถ่ายช่วงที่มีพระภิกษุรูปหนึ่งเดินขึ้นมาและกำลังจะก้าวข้ามประตูเข้าในในห้องที่ประดิษฐานสรีระพ่อท่าคล้ายพอดี ทำให้เกิดเงาสะท้อน เมื่อกดชัตเตอร์ถ่ายภาพจึงสะท้อนติดภาพพระภิกษุรูปดังกล่าวอยู่ด้านล่างของโลงแก้วดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนแสดงความคิดเห็นว่าเป็นการตัดต่อภาพและนำมาโพสต์เผยแพร่ทางโลกโซเชี่ยลเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง บางคนถึงขนาดระบุว่าเป็นความพยายามหลอกลวง แหกตาประชาชน

ต่อมาได้มีผู้ที่ถ่ายภาพดังกล่าว ใช้ชื่อในเฟซบุ๊คว่า “นาย อ็อตแอ็ดคิวดก” เข้ามาโพสต์ชี้แจงว่า “อาตมาเป็นพระ เป็นคนถ่ายภาพดังกล่าวเอง โดยได้เดินทางมานำผ้าขึ้นห่มเจดีย์วัดธาตุน้อย หรือ “เจดีย์พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์” และถือโอกาสขึ้นไปกราบสรีระพ่อท่านคล้าย ก่อนจะถ่ายภาพสรีระพ่อท่านคล้ายที่นอนสงบนิ่งในโลงแก้ว เมื่อนำมาเปิดดูก็นึกสงวัยว่ามีภาพอะไรเล็ก ๆ อยู่มุมขวามือด้านล่าง จึงซูมขยายขึ้นมาอยู่ก็เห็นเป็นภาพพระภิกษุชรายืนก้มหน้าอย่างชัดเจน อาตมาเป็นพระไม่มุสา ไม่ได้ตัดต่อหรือตกแต่งภาพใด ๆ ทั้งสิ้นถ่ายมาอย่างไรก็โพสต์อย่างนั้น ส่วนที่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่าอาตมาถ่ายในขณะที่มีพระภิกษุอีกรูปหนึ่งเดินขึ้นมาและกำลังจะผ่านประตูพอดีทำให้เกิดแสงสะท้อนมาปรากฏที่แท่นประดิษฐานโลงแก้วตามที่เห็นนั้น อาตมายืนยันว่าตอนที่อาตมาถ่ายไม่มีพระภิกษุรูปอื่น ๆ เดินเข้ามาบริเวณประตูเลย”

สำหรับประวัติพระครูพิศิษฐ์อรรถการ(คล้าย จันทสุวัณโณ) หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน,พ่อท่านคล้ายวัดพระธาตุน้อย “ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์” เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช นามเดิมว่า “คล้าย สีนิล” เกิดตรงกับ วันที่ 27 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด จ.ศ.1238 ร.ศ.95 ที่บ้านโคกทือ ตำบลช้างกลาง กิ่งอำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล มีพี่สาว 1 คน ชื่อนางเพ็งเป็นภรรยานายซ้าย เพ็ชรฤทธิ์ ไม่มีบุตรสืบสกุลแต่มีบุตรบุญธรรมหนึ่งคน ชื่อนายครื้น เพ็ชรฤทธิ์ พ่อท่านคล้าย มีลักษณะนิสัย เป็นคนมีมานะอดทน ขยันหมั่นเพียร อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของบิดามารดาและครูอาจารย์อย่างเคร่งครัด สุภาพ เรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย นิสัยอ่อนโยนละมุนละไม จึงเป็นที่รักของบิดามารดา ครูอาจารย์และญาติมิตรเป็นอันมาก เมื่ออายุ ๑๕ ปี เด็กชายคล้าย ประสบอุบัติเหตุในการถางป่าทำไร่โดนต้นไม้ทับที่บ้านญาติของท่านที่ จ.กระบี่ กระดูกปลายเท้า สามนิ้วแตกละเอียด รักษาไม่หาย ด้วยกำลังใจที่เด็ดเดี่ยว พ่อท่านคล้ายได้ใช้มีดตัดปลายเท้าออกด้วยตัวเอง และใช้ยาพอกจนหายเป็นปกติ แต่ขาของพ่อท่านคล้ายนั้นเสียข้างหนึ่ง คือ ขาด้านซ้ายขาดตั้งแต่ตาตุ่มลง ท่านเลยต้องใส่กระบอกไม้ไผ่แทน”

พ่อท่านคล้าย ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2438 (อายุ 19 ปี) บรรพชาที่วัดจันดี ต.หลักช้าง บรรพชาโดยอาจารย์ พระอธิการจันเจ้าอาวาสวัดจันดี (ทุ่งปอน) และพ่อท่านสามารถท่อง พระปาฏิโมกข์จนได้แม่นยำ ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ.2439 ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ อุทกุกเขปสีมา (ศาลาน้ำ) วัดวังม่วง โดยมีพระอาจารย์กราย คังคสุ วัณโณ เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สังข์ สิริรตโน เจ้าอาวาสวัดไม้เรียง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทอง ปทุมสุวัณโณ เจ้าอาวาสวัดวังม่วงเป็นพระอนุสาวนาจารย์ และมีพระอาจารย์ล้อม ถิรโชโต เป็นผู้ให้สรณคมน์และศีล ได้รับฉายาว่า จันทสุวัณโณ แล้วได้ไปจำพรรษา อยู่ที่วัดทุ่งปอน หรือวัดจันดี

การศึกษาเบื้องต้น พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เริ่มศึกษาเบื้องต้นที่บ้าน โดยบิดาเป็นผู้สอน เรียนวิชาคำนวณ และวิชาอักษรโบราณ จนสามารถอ่านออกเขียนชำนาญ ทั้งหนังสือไทยและหนังสือขอม ต่อมาศึกษาต่อในสำนักนายขำ ที่วัดทุ่งปอน บ้านโคกทือ จนจบหลักสูตร ต่อมาได้ไปฝึกหัดเล่นหนังตะลุงกับนายทองสาก ประกอบกับพ่อท่านคล้ายมีหน้าตาดี น้ำเสียงไพเราะ จึงมีคนติดใจการเล่นหนังตะลุงของท่านมาก ต่อมาปี พ.ศ.2441 พ่อท่านคล้าย ได้เข้าศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี เรียนมูลกัจจายนะ ในสำนักพระครูกาแก้ว (ศรี) ณ วัดหน้าพระธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จบหลักสูตรมูล พอแปลบาลีได้ ศึกษาอยู่เป็นเวลา 2 พรรษา ปี พ.ศ.2443 ต่อมาได้ศึกษาทางวิปัสสนากัมมัฎฐานที่สำนักวัดสามพัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีอาจารย์หนูเจ้าอาวาสเป็นผู้สอน ปี พ.ศ.2445 พ่อท่านคล้าย ได้กลับมาอยู่จำพรรษาวัดหาดสูง ใกล้ตลาดทานพอ ในสำนักพระครูกราย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพ่อท่าน เพื่อศึกษาวิปัสสนาและไสยศาสตร์ โดยเหตุที่พระครูกราย เป็นอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาและทรงวิชาคุณทางไสยศาสตร์ในสมัยนั้น ปี พ.ศ.2447 พ่อท่านคล้าย ได้ไปจำพรรษาที่วัดมะขามเฒ่า อำเภอระโนด จังหวัดสงขลาเพื่อศึกษาภาลีและอภิธรรมเพิ่มเติม ปีพ.ศ.2448 พ่อท่านกลับจากวัดมะขามเฒ่า มาจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งปอน (จันดี) ตลอดเวลาที่ท่านจำพรรษา ณ ที่ใดก็ตาม ท่านได้ศึกษาค้นคว้าภาษา บาลี วิชาโหราศาสตร์ และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ติดต่อกันมาโดยมิได้ประมาท ด้านการก่อสร้างก็ได้สร้างใว้ตามวัดต่างๆพอสมควร

ในปี พ.ศ.2448 พระปลัดคง เจ้าอาวาสวัดสวนขัน ลาสิกขาบท คณะอุบาสกอุบาสิกาของวัดสวนขัน ได้ร่วนกันเสนอไปยัง ท่านพระครูกรายเจ้าคณะแขวงฉวาง ขอแต่งตั้ง”พ่อท่านคล้าย”เป็นเจ้าอาวาส วัดสวนขันแทน ท่านพระครูกรายก็เสนอไปยังเจ้าคณะเมือง (ม่วง เปรียญ) ครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณพระศิริธรรมมุนี เจ้าคณะเมือง ได้แต่งตั้งให้พ่อท่านคล้ายเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขันแต่นั้นมา ซึ่งวัดสวนขันเป็นวัดราษฎร์ เดิมตั้งอยู่ที่ วัดราษฎร์บำรุง ปัจจุบันชาวบ้านเรียกวัดคุดด้วน เพราะตั้งอยู่ริมฝั่งคลองคุดด้วน มีพระปลัดคงเป็นเจ้าอาวาส แต่ที่ตั้งเป็นที่ไม่เหมาะบางประการ เนื่องจากฤดูน้ำก็ถูกน้ำท่วมบ่อย ๆ และสถานที่คับแคบ จึงทำการย้ายวัดขึ้นไปทางเหนือของคลองคุดด้วน สร้างวัดขึ้นมาใหม่ใน ป่าไม้ขันอันเป็นที่สวนของอุบาสกผู้มีศรัทธาถวายให้วัด และพร้อมใจกันตั้งชื่อวัดว่า วัดสวนขัน วัดสวนขันปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ตำบลสวนขัน กิ่งอำเภอช้างกลาง จ.นครศรีฯ พระปลัดคงได้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก พระปลัดคงเป็นลูกศิษย์ของพระครูกราย ต่อมาลาสิกขาบทพระครูกรายเสนอพ่อท่านคล้ายให้เป็นพ่อท่านคล้าย ตลอดมาเป็นเวลา65ปี จนถึงวันมรณภาพ

ต่อมาใน ปี พ.ศ.2505 นายกลับ งามพร้อม อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9 ตำบลช้างกลาง อำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช (ปัจจุบันเป็น อ.ช้างกลาง) ได้ยกที่ดินโคกไม้แดง มีเนื้อที่40ไร่ ถวายพ่อท่านโดยมอบให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ที่ดินแปลงนี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟคลองจันดี ประมาณ 1 กิโลเมตร พระครูพิศิษฐ์อรรถการได้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นในที่ดินแปลงนี้ เริ่มก่อสร้างเมื่อ 14 มกราคม 2505 ตรงกับวันขึ้น 9 ค่ำ เดือนยี่ ปีฉลู เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่นายประคอง ช่วยเพ็ชร ถวายมาจากกว๊านพะเยา (ปัจจุบันเป็นจังหวัดพะเยา) โดยยึดรูปแบบมาจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารทั้งหมด ส่วนทุนรอนในการก่อสร้างได้มาจาก พ่อค้า คหบดี ข้าราชการ และประชาชน ฝ่ายสงฆ์มีพระใบฏีกาครื้น โสภโณ เจ้าอาวาสวัดจันดีในสมัยนั้น เป็นผู้อำนวยการสร้าง ฝ่ายฆราวาสมี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ราชเดช เป็นประธาน พระเจดีย์องค์นี้มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 27 เมตร สูง 70 เมตร การก่อสร้างสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ องค์พระเจดีย์ มองเห็นเด่นแต่ไกล ถ้านั่งรถไฟเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ก่อนขบวนรถจะถึงสถานีคลองจันดี จะมองเห็นพระเจดีย์อยู่ทางซ้ายมือ นอกจากนี้พ่อท่านคล้ายได้สร้างพระเจดีย์ไว้หลายองค์ ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขัน เจดีย์บ้านควรสวรรค์ ตำบลนาแว อำเภอฉวาง เจดีย์วัดยางค้อม อำเภอพิปูน และที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขันอำเภอพระแสง และเจดีย์หน้าถ้ำขมิ้น บนภูเขาอำเภอนาสาร

พ่อท่านคล้าย จัดได้ว่าเป็นนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ตลอดชีวิต ทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ได้เดินทางไปพัฒนาในที่ต่าง ๆ มากมาย สร้างถนน สะพานมากมาย ด้วยเมตตาบารมีและความเคารพศรัทธาของศิษย์และประชาชน เช่น สร้างถนนเข้าวัดจันดี ถนนจากตำบลละอายไปพิปูน ถนนจากวัดสวนขันไปยังสถานีรถไฟคลองจันดี ถนนจากตำบลละอายไปนาแว ถนนระหว่างหมู่บ้านในตำบลละอาย สะพานข้ามคลองคุดด้วนเข้าวัดสวนขันสะพานข้ามแม่น้ำตาปีจากตลาดทานพอไปนาแว สะพานข้ามคลองเสหลา หน้าวัดมะปรางงาม สะพานข้ามคลองจันดี เป็นต้น

เมื่อครั้นถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2513 ตรงกับแรม 9ค่ำ เดือน12 ปีจอ พ่อท่านจะต้องเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ เนื่องในงานพุทธาภิเษกที่คณะพุทธบริษัท ได้นิมนต์ไว้ เวลา 16.00 น. ของวันเดินทาง คณะศิษย์เป็นว่าพ่อท่านอาพาธกะทันหัน จึงนิมนต์พ่อท่านขึ้นรถด่วนเข้ากรุงเทพ ถึงวันรุ่งขึ้นได้นำพ่อท่านเข้าโรงพยาบาลพระมงกุฎในวันนั้น แพทย์ได้พยายามรักษาจนเต็มความสามารถ เป็นเวลา 14 วัน อาการมีแต่ทรงกับทรุด ครั้งถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2513 เวลา 23.05 น. พ่อท่านคล้าย มรณภาพด้วยอาการสงบ รวมอายุได้ ๙๖ ปี เมื่อบำเพ็ญกุศลครบ ๑๐๐ วัน จึงได้บรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ในวัดพระธาตุน้อยจนถึงปัจจุบัน.

 

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ค “นครออนไลน์”

ข้อมูล/ประวัติพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์/ http://www.tumsrivichai.com/

ขอบคุณภาพเพิ่มเติมเจดีย์วัดธาตุน้อย / http://www.siamfreestyle.com/

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *