นางฟ้าซาลอน ตัดพ้อช่วยคนแต่ถูกหน่วยงานรัฐ, นักการเมืองท้องถิ่นตำหนิ แต่ยังฮึดสู้ทำดีต่อไป

หากใครที่เล่นโซเชียล อาจจะรู้จัก เพจนางฟ้าซาลอน ของนายฤชวีพัฒน์ จิราวัฒน์มงคล หรือ กอล์ฟ ช่างตัดผมจิตอาสา ผู้โด่งดังในโลกออนไลน์ ที่คอยให้ความช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก-คนพิการ แต่จู่ ๆ เจ้าตัวก็ได้โพสต์ข้อความตัดพ้อลงบนเฟซบุ๊กว่า ถูกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นโทรศัพท์มาต่อว่า ว่าการที่ตนลงพื้นที่ไปช่วยเหลือคนพิการนั้นทำให้ตัวเขาและหน่วยงานเดือดร้อน ซึ่งนางฟ้าซาลอน ได้เผยว่า การที่ตัวเองลงไปช่วยเหลือคนเหล่านั้น ก็ไม่เคยคิดที่จะพาดพิง หรือตำหนิหน่วยงานของรัฐใด ๆ เลย เพราะการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์นั้นเป็นหน้าที่ของคนไทยทุก ๆ คน ที่ต้องช่วยกัน โดยไม่ต้องรอคำสั่ง เพราะมนุษยธรรมนั้นมัวแต่รอคำสั่งไม่ได้

 

 

และล่าสุด (17 ตุลาคม 2560) กอล์ฟ เจ้าของเพจนางฟ้าซาลอน ได้เปิดเผยถึงกรณีที่โพสต์ข้อความตัดพ้อดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตนเดินทางไปยังพื้นที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี หลังมีคนแจ้งว่าครอบครัวหนึ่งมีพ่อพิการทางการเคลื่อนไหว ขยับร่างกายไม่สะดวก ส่วนลูกชายวัย 18 ปี ก็ป่วยพิการทางสมอง เมื่อไปถึงตนจึงมอบของและเงินบริจาคให้ และได้โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก โดยระบุเลขที่บัญชีผู้ป่วย เพื่อให้คนที่ติดตามมอบกำลังใจและให้ความช่วยเหลือ

 

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ก็มีหญิงสาวซึ่งตนคาดว่าเขาน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น โทร. มาต่อว่า โดยบอกว่า การที่ตนเข้าไปช่วยคนพิการนั้นมันทำให้หน่วยงานเขาเดือดร้อน ทั้งนี้ตนขอยืนยันว่าการทำงานเป็นจิตอาสา ช่วยเหลือผู้อื่นก็เพราะเห็นแก่มนุษยธรรม ทุกคนต้องช่วยกันไม่ใช่ผลักภาระไปให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แล้วตนก็ไม่เคยพูดตำหนิ หรือพาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเลย

 

 

พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็รู้สึกแย่ ตอนนั้นหลังจากวางสายโทรศัพท์ก็ได้แต่ร้องไห้ เพราะคิดว่าทำความดีแล้ว ไม่ได้ดีก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมต้องตำหนิ เลยคิดทบทวนว่าจะหยุดหรือเดินต่อ แต่พอหันไปเห็นช่อดอกไม้ เสื้อ และอุปกรณ์ทำผมที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทาน มันก็ทำให้ตนมีพลังใจ แม้ทำดีไม่มีใครเห็น แต่พระองค์ท่านมองเห็น ตนจึงขอมุ่งมั่นที่จะทำความดีช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป

 

 

กอล์ฟ บอกด้วยว่า ก่อนหน้านี้ก็รู้มาบ้างว่าผู้พิการที่ตนเคยเข้าไปช่วยเหลือบางราย ถูกเจ้าหน้าที่เข้าไปตำหนิ ที่ไปแจ้งตนให้เข้ามาช่วยเหลือ เพราะทำให้หน่วยงานโดนต่อว่า แต่ไม่เคยถูกต่อว่าตรง ๆ เหมือนครั้งนี้ ซึ่งตามปกติเวลาไปช่วยเหลือผู้พิการตนมักจะเดินทางไปคนเดียว ยอมรับว่าตอนนี้เริ่มไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตัวเองแล้ว จึงต้องชะลอการลงพื้นที่ในบางจุด

 

 

 

— รวมรูป —

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูล : Kapook

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published.