เหตุบังเอิญ ทำให้ต้อง กางเต้นท์ตรงนี้ แต่พอตื่นมาบรรยากาศกลับเปลี่ยนไป

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เรื่องราวดังกล่าวบอกเล่าผ่านประสบการณ์ตรงบอกเล่าโดยคุณเฉลิมพล ในรายการ เดอะช็อค เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ปาย สถานที่เที่ยวที่หนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา คุณพลและน้องๆที่มหาวิทยาลัยที่เรียนด้วยกัน ได้ชักชวนกันไปเที่ยวปาย รวมกันทั้งหมดห้าคน ก็ได้ขับรถยนต์ไป จนไปถึงที่ปาย คนเที่ยวเยอะมาก และคืนที่สอง คุณพลและน้องๆก็กะว่าจะเข้าไปเที่ยวในตัวเมืองกัน เพราะอยากจะไปดูอ่างเก็บน้ำที่หนึ่งในตัวจังหวัด จนไปถึงที่หมาย แล้วขากลับจะต้องผ่านปางมะผ้า แล้วตอนขับลงเขา คุณพลเหยียบเบรคแล้วแต่รถกลับไม่หยุด คุณพลใจหายทันที เลยพยายามดึงเบรคมือให้รถค่อยๆชะลอลงข้างทาง จะโทรเรียกช่างก็ไม่มีใครที่มีเบอร์ช่างเลย จนสักพักก็ลองสตาร์ทรถแล้วลองวิ่งดู ปรากฏว่ายังพอวิ่งได้ เวลานั้นประมาณสี่โมงเย็น ระยะทางอีกแปดสิบกิโลเมตรกว่าจะถึงปาย จึงได้คุยกันว่าคืนนี้สงสัยต้องหาที่กางเต้นท์กันแถวๆนี้ แต่มองไปสองข้างทางก็มีแต่ป่ากับเขา คุณพลก็นึกกังวลขึ้นมาในใจ
พอขับรถไปได้ซักพักก็เจอลานโล่งๆ อยู่ห่างจากถนนเส้นหลักประมาณห้าสิบเมตร สามารถขับรถเข้าไปได้ ถนนเข้าเป็นเส้นทางแคบๆ เข้าไปถึงด้านในเป็นลานที่โล่งและกว้างมาก ซึ่งดูแล้วเป็นสถานที่ที่ดีมาก ด้านล่างลงไปจะเป็นแอ่งน้ำ คุณพลคิดว่านี่เป็นโอกาศสุดท้ายแล้วที่จะหาที่พัก จึงได้ตกลงกันว่าจะกางเต้นท์กันที่นี่ ลักษณะจะเป็นลานกว่างๆ มีต้นก้ามปูใหญ่มาอยู่ต้นนึง ด้านข้างจะเป็นลำธาร แต่คุณพลก็สังเกตเห็นว่าที่ลานแห่งนี้มีเต้นท์กางอยู่ด้วยสองเต้นท์ แต่ยังไม่เห็นคน คุณพลรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที คิดว่าคืนนี้จะได้มีเพื่อนนอน จึงช่วยกันกางเต้นท์กับน้องๆ อีกสี่คน กางกันสองเต้นท์ ระหว่างที่คุณพลและน้องๆช่วยกันกางเต้นท์อยู่ ก็ได้ยินเสียงไอออกมาจากด้านในเต้นท์ที่กางอยู่ก่อนแล้ว คุณพลก็คิดในใจว่ามีคนอยู่ในเต้นท์ จนใกล้จะมืด คุณพลก็ให้น้องผู้หญิงไปหาฝืนมา เพราะต้องก่อไฟ กลางคืนจะอากาศเย็นมาก แล้วจะได้กันพวกสัตว์ป่าด้วย หลังจากกางเต้นท์แล้วโรยผงปูนขาวเสร็จแล้ว ท้องฟ้าก็มืดพอดี สักครู่มีคนออกมาจากสองเต้นท์นั้น เป็นผู้ชายสองคน ผู้หญิงสามคน เค้าก็เข้ามาทักทานกับพวกคุณพลปกติ เค้าบอกว่ามาจากกรุงเทพกัน ทำงานที่บริษัทประกัน ส่วนผู้ชายอีกสองคนหลังจากเดินออกมาจากเต้นท์แล้วก็ได้เดินไปยืนอยู่ที่ริมลำธาร โดยไม่ได้พูดอะไรกับพวกคุณพลเลย ทำตาลอยๆ หลังจากนั้นก็ได้หุงหาอาหารกัน และก็ได้นั่งคุยกันปกติทั่วไป จนเวลาประมาณหนึ่งทุ่มกว่าๆ อากาศเย็นมาก จนบางครั้งก็คิดในใจว่ามันเย็นผิดปกติ บรรยากาศก็วังเวงชอบกล เงียบมาก ไม่ได้ยินเสียงสรรพสิ่งที่ควรจะได้ยินจากป่าเลย คุณพลก็ได้นั่งฟังรุ่นน้องคุยกับผู้หญิงอีกสามคน ส่วนผู้ชายอีกสองคนก็ไม่ยอมเข้ามานั่งล้อมวงคุยกัน ยังคนยืนนิ่งอยู่ที่ริมลำธาร จนประมาณสองทุ่มกว่า คุณพลก็คิดว่าจะเข้านอนแล้วเพราะพรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าและโทรนัดช่าง ผู้ชายสองคนนั้นก็เดินเข้ามา แต่เงียบมาก จนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า แล้วมายืนข้างๆคุณพล คุณพลก็ได้ยิ้มให้ เค้าก็ยิ้มตอบที่มุมปากเล็กๆ แล้วก็เข้าเต้นท์ไป หลังจากนั้นคุณพลก็เข้าไปนอนในเต้นท์ แล้วน้องผู้หญิงก็ตามเข้ามาอีกสองคน เหลือรุ่นน้องของคุณพลอีกสองคน ที่ยังนั่งคุยอยู่ข้างนอกกับผู้หญิงสามคน สักพักคุณพลก็เผลอหลับไป จนตื่นมาตอนหกโมงเช้าด้วยเสียงนาฬิกาปลุก คุณพลเปิดซิบเต้นท์แล้วชะโงกหน้าออกไปข้างนอก คุณพลมืออ่อนทันที ต้นก้ามปูต้นใหญ่ที่เห็นตอนแรกบัดนี้ไม่มีแล้ว พื้นเป็นลานดินเรียบๆ มีเก้าอี้เรียงอยู่หกแถว และมีเชิงตะกอนตั้งอยู่ น้องผู้หญิงที่อยู่ข้างๆคุณพลร้องไห้ขึ้นมาทันที คุณพลรวบรวมสติแล้วพยายามนึกว่า เมื่อคืนมันคืออะไร แล้วคนพวกนั้นรวมถึงเต้นท์ที่เจอเมื่อคืนหายไปไหน ลำธารด้านข้างก็ไม่มี เป็นแค่ร่องน้ำเล็กๆ เหมือนเป็นที่เอาไว้เขี่ยขี้เถ้าทิ้ง แล้วที่สำคัญเลยก็คือ รถเข้ามาจอดข้างใน แต่ไม่มีทางเข้ามา แล้วทางที่เชื่อมต่อระหว่างลานดินไปจนถึงถนนเส้นหลักก็มีแต่โคลน คุณพลยืนกำพระแน่น จนสักพักมีชาวบ้านขับรถผ่านมาที่ถนนใหญ่แล้วตะโกนถามว่า เข้าไปทำไม มันเป็นลานเผาศพ แล้วเอารถเข้าไปได้ยังไง หลังจากที่คุณพลและน้องๆกลับมาถึงกรุงเทพก็ได้เดินสายรดน้ำมนต์กันทันทีเจ็ดวัด หลังจากนั้นน้องของคุณพลก็ได้มาเล่าให้คุณพลฟังว่า เมื่อคืนนั้นเค้าฝันว่า มีรถตู้ขับมาคันนึง แล้วหลุดโค้งตกเหวลงไปทั้งคัน ตรงใกล้ๆกับจุดที่คุณพลและน้องๆไปกางเต้นท์นอนกัน และนี่ก็คือเหตุการณ์ทั้งหมด