เตือน!! ระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมไอดีไลน์ หลอกเอาเงินปชช.สูญนับล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเป็นไปรษณีย์ไทยโทรศัพท์ไปหาผู้เสียหาย และบอกผู้เสียหายว่ามีพัสดุที่ยังไม่ได้รับจากไปรษณีย์ไทย กรุณากด 9 เพื่อสอบถามรายละเอียด

พล.ต.ต.รมน์สิทธิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อผู้เสียหายกด 9 ก็จะมีเสียงบอกว่า เป็นการแจ้งเตือนแบบใหม่ ถ้าต้องการทราบรายละเอียดพัสดุ กรุณาแจ้งชื่อ ที่อยู่ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน จากนั้นปลายสาย อ้างว่า ในพัสดุนั้นเป็นบัญชีเงินฝากจำนวนหนึ่ง และเงินอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นการผิด พ.ร.บ.ไปรษณีย์และผิดกฎหมายฟอกเงิน หากผู้เสียหายต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์เรื่องเงิน ต้องโอนเงินมาให้สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบ หากไม่โอนเงินมาจะต้องโดนระงับบัญชีทั้งหมดที่มี

 


รรท.เลขาธิการ ปปง. กล่าวอีกว่า หากผู้เสียหายเกิดความลังเล มิจฉาชีพจะโอนสายไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แอบอ้างว่า เป็นพล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ ปปง. และพยายามหว่านล้อมเล่าถึงวิธีการต่าง ๆ ในชั้นสืบสวนจนผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว รวมถึงการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการส่งภาพไอดีไลน์ปลอมของ “พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์” ไปยืนยันกับผู้เสียหายว่าเป็นตำรวจจริง จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปมากกว่า 1 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปปง. มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชนที่อาจจะพบเหตุการณ์เช่นนี้ในชีวิตประจำวัน จึงดำเนินการแจ้งเตือนอย่างสม่ำเสมอ แต่เนื่องจากปัจจุบันมีรูปแบบการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินผ่านอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก และถูกปรับเปลี่ยนไปให้มีความซับซ้อนมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนที่ได้รับสายมิจฉาชีพ ต้อง “มีสติ ไม่ตกใจ และไม่โอนเงิน” ให้กับมิจฉาชีพโดยเด็ดขาด

 

 

นอกจากนี้ ยังต้องระมัดระวังเรื่องการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อซื้อขายบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มด้วย เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็น “รูปแบบหนึ่งของการหลอกลวงให้โอนเงิน” หรืออาจเข้าข่าย “การรับจ้างเปิดบัญชี” ปปง. จึงขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ จนนำไปสู่การซื้อหรือขายบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็ม เพราะทั้งผู้ที่จ้างให้เปิดบัญชีและผู้รับจ้างเปิดบัญชี อาจถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หากมีข้อสงสัยให้สอบถามได้ที่สายด่วน ปปง. 1710 ในวันและเวลาราชการ

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูล : ข่าวสด

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published.