เดือดร้อน!! คุณตาวัย 75 ปี ร้อง “บิ๊กตู่” ถูกเจ้าหน้าที่ที่ดินเล่นแง่ อ้างทำเอกสารสิทธิ์หายเกลี้ยง เป็นปีไม่คืบหน้า วอนหน่วยงานช่วยเหลือ

เดือดร้อน!! คุณตาวัย 75 ปี ร้อง “บิ๊กตู่” ถูกเจ้าหน้าที่ที่ดินเล่นแง่ อ้างทำเอกสารสิทธิ์หายเกลี้ยง เป็นปีไม่คืบหน้า วอนหน่วยงานช่วยเหลือ

(9 ต.ค.) นายเผียน พรหมหมอเฒ่า อายุ 75 ปี บ้านเลขที่ 63 หมู่ 7 ต.ปริก บ้านควนลำภู อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนางสาวสร้อยสุดา พรหมหมอเฒ่า อายุ 35 ปี ลูกสาวและญาติ ๆ จำนวนหนึ่ง เดินทางเข้าร้องทุกข์ถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ช่วยเร่งรัดเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ที่ทำเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก เลขที่ 1348 เล่มที่ 14 ข หน้า 48 เลขที่ดิน 160 หมายเลข 4825 แผ่นที่ 139 เนื้อที่ 14 ไร่ 70 ตะรางวา ของตนที่เจ้าหน้าที่ที่ดินอ้างว่าทำหายไปเกือบหนึ่งปี แต่ถึงขณะนี้ยังหาคนรับปิดชอบไม่ได้ ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนหนักเพราะจะต้องแบ่งแยกให้ลูก ๆ และส่วนหนึ่งจะแบ่งขายให้เพื่อนบ้านเพื่อเอาเงินมารักษาตัวเพราะมีโรคร้ายหลายอย่าง

นางสาวสร้อยสุดา พรหมหมอเฒ่า อายุ 35 ปี ลูกสาวนายเผียน เปิดเผยว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวพ่อได้ไปชำระหนี้และไถ่ถอนมาจาก ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาทุ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2559 เพื่อแบ่งแยก ให้ลูก 3 คน เท่า ๆ กัน โดยจะแบ่งขายบางส่วนเพื่อนำเงินรักษาตัว หลังจากนั้นได้เดินทางไปที่สำนักงานที่ดินอำเภอทุ่งใหญ่ เพื่อยื่นคำขอแบ่งแยกที่ดินตามความตั้งใจ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นัดมารังวัดที่ดินเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2559 เพื่อดำเนินการแบ่งแยก และให้รอประกาศตามระเบียบ 30 วัน ผ่านไปถึงเดือนมกราคม 2560 จึงได้ติตามเรื่องสอบถามไปว่ายังอีกนานไหมจึงจะดำเนินการให้เสร็จ แต่ไม่ได้รับคำตอบ เจ้าหน้าที่ได้ขอเบอร์โทรศัพท์เอาไว้เพื่อติดต่อกลับมาแต่เวลาผ่านไปก็ยังไม่มีการโทรหาแต่อย่างได ผ่านไปเดือน ก.พ. 2560 เจ้าหน้าที่แจ้งให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงที่เซ็นเอกสารไปแล้วแต่ต้องมาเซ็นใหม่ทั้ง 2 คน ไม่ทราบด้วยเหตุผลได แต่ก็มาเซ็นให้เป็นที่เรียบร้อย ต่อมาเจ้าหน้าที่ให้จ่ายค่าธรรมเนียมแบ่งแยกตามปกติ หลังจากนั้นจึงไปดำเนินการตามขั้นตอนจนแล้วเสร็จ ตกเย็นเจ้าหน้าที่ถามว่า จะรอเอกสารเลยไหมเพราะเสร็จแล้ว แต่หัวหน้าไม่อยู่ต้องลงชื่อในเอกสารจึงเดินทางกลับเพราะคิดว่าค่อยมารับวันต่อไปไม่อยากรอเนื่องจากใกล้เวลาเลิกงานแล้ว

หลังจากนั้นในสองวันต่อมาจึงได้เดินทางไปสำนักงานที่ดินอีกครั้งทั้งครอบครัว พอไปถึงเจ้าหน้าที่เริ่มหาเอกสาร พบว่าวางกองอยู่ใต้โต๊ะทำงานกองใหญ่ และค้นไปจนพบเอกสารของนายเผียน เจ้าหน้าที่ เปิดดูพบว่าหัวหน้ายังไม่ลงลายมือชื่อ ต่อมา หัวหน้าจึงแจ้งมาว่าที่ดินมีปัญหา ที่ดินมีเนื้อที่เกินไปจากเดิม 2 ไร่ ถ้ารีบให้เอาเท่าเดิม ทั้งครอบครัวก็ยินยอม แต่หัวหน้าสำนักงานที่ดินทำเฉย จึงเดินทางกลับ ต่อมาอีก 2 อาทิตย์ได้เดินทาง ไปอีกครั้ง เจ้าหน้าที่บอกว่าเสร็จแล้ว แต่เปิดแฟ้มดูพบว่าหัวหน้ายังไม่เซ็นเอกสาร หลังจากนั้นนางบุญนำ พรหมหมอเฒ่า อายุ 73 ปี ภรรยานายเผียนผู้เสียหายได้เดินทางไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้นายอำเภอ ติดตามเรื่องให้อีกแรง ต่อมาทราบวาปลัดอำเภอได้ส่งเรื่องให้ นายอำเภอแล้ว จึงเดินทางไป ที่สำนักงานที่ดินอำเภอทุ่งใหญ่ แต่ยังเหมือนเดิมเจ้าหน้าที่บอกว่าหัวหน้าเขียนหนังสือสั่งงานมามาอ่านไม่ออก จึงได้กลับบ้านไปอีกรอบ ในวันต่อมา เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินอีกคนที่เป็นลูกน้องของหัวหน้าได้นัดครอบครัวของให้ไปศูนย์ดำรงธรรมอีกครั้ง เพื่อขอให้นายอำเภอเร่งหัวหน้าให้เซนเอกสารให้ผู้เสียหาย พอทางอำเภอ ติดต่อกลับไป เจ้าหน้าที่แจ้งว่า หัวหน้าและเจ้าหน้าที่กำลังถูกตั้งกรรมการสอบสวนอยู่ หลังจากนั้นอีก 10 วัน ได้เดินทางไปอีกรอบ แต่ได้รับคำตอบว่าเอกสารทั้งหมดหายเกลี้ยงรวมทั้งเอกสารทั้งต้นฉบับและในสาระบบของสำนักงานที่ดิน ครอบครัวของตนตกใจมากว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกับที่ดินของตน จึงติดต่อไปหาเจ้าหน้าที่อีกคนที่ถูกย้ายไปแล้ว ได้รับคำตอบว่าเอกสารวางอยู่บนเคาเตอร์หน้าน้องน้ำ เจ้าหน้าที่ช่วยกันค้นหาแต่ไม่พบ จึงเดินทางกลับ โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอเบอร์โทรไว้อีกครั้ง แต่ต้องผิดหวัง ไม่มีการโทรติดต่อมาแต่อย่างได มาถึง สิงหาคม 2560 ได้เดินทางไปอีกรอบ ก็ยังหาไม่พบ นายเผียน ผู้เสียหายจะไปแจ้งความ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ต้องไปแจ้งความ และได้แนะนำให้ติดต่อโทรหาเจ้าหน้าที่คนที่ดำเนินการซึ่งที่ย้ายไปแล้วให้มาหาให้ จึงโทรศัพท์ไปหาเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวรับปากว่าจะมาหาให้ แต่ก็ไม่มาดำเนินการให้ สุดท้ายไม่มีคำตอบได ๆ เช่นเดิม

นางสาวสร้อยสุดา พรหมหมอเฒ่า เปิดเผยอแกว่า ต่อมาหัวหน้าที่ดินคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาแทนได้นัดให้ไปพบแล้วถามครอบครัวตนว่าจะเอาอย่างไรต่อกับเรื่องนี้เรื่องนี้ ตนและครอบครัวเป็นก็งงมาก ๆเพราะเจ้าหน้าที่ทำหายแล้วมาถามเราว่าจะทำอย่างไร ต่อมาเดือนกันยายน 2560 เจ้าหน้าที่ ได้นัดให้ไปเขียนคำร้องเรื่องเอกสารหายเพื่อส่งจังหวัด แต่นายเผียน บิดาล้มป่วย จึงได้เลื่อนไปเขียนคำร้องเมื่อวันที่ 5 ตุลา 2560 เพื่อส่งเข้ากรมที่ดินและยังไม่รู้คำตอบว่าจะได้หรือไม่ อย่างไร เรื่องนี้ผ่านไป 1 ปี กับการแบ่งแยกที่ดินซึ่งตามปกติเป็นเรื่องที่ดำเนินการไม่ยากเลย แต่กลายเป็นเรื่องที่ยากเย็นและเวทนาที่สุดใน 3 โลก มันแปลกประหลาดยิ่งกว่าการเล่นมายากลเสียอีก จึงวิงวอนถึงผู้ใหญ่หรือนายกรัฐมนตรี ผ่านสื่อมวลชนขอคามเมตตาช่วยตรวจสอบและสั่งการในการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่ามันเป็นอย่างไร เรื่องราวถึงได้เป็นเช่นนี้ และเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จอย่างเร่งด่วนด้วย นางสาวสร้อยสุดา กล่าวด้วยน้ำตานองใบหน้า.

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สำนักข่าวทีนิวส์

 

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *