เปิดสูตรยาเทวดารักษามะเร็ง “หมอแสง” หายขาดด้วยสมุนไพรไทยล้วน ๆ เหลือเชื่อ คนป่วยนับพันกินแล้วหาย รอดตายจริง!!!

เปิดสูตรยาเทวดารักษามะเร็ง “หมอแสง” หายขาดด้วยสมุนไพรไทยล้วน ๆ เหลือเชื่อ คนป่วยนับพันกินแล้วหาย รอดตายจริง!!!

จากกรณีช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า มีหมอเทวดา แจกยารักษาโรคมะเร็งฟรี หลายคนรักษาแล้วหาย อยู่ที่ ต.บางเดชะ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โดยหมอรายนี้คือ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล เจ้าของสูตรยารักษามะเร็ง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หมอแสง” ได้มีการแจกยารักษาโรคมะเร็ง ทำให้ผู้คน หลั่งไหลเดินทางจากทั่วประเทศ นับหมื่นคนมารับยาดังกล่าว

ทางด้าน นางมาลี นิ่มนวล วัย 63 ปี ซึ่งเคยเป็นผู้ป่วยมะเร็งโพรงมดลูก ระยะที่ 1 ได้เปิดเผยกับทีมข่าวอัมรินทร์ว่า ตกใจเมื่อทราบว่า ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และร่างกายก็ซูบผอมลง ขณะนั้นแพทย์ได้นัดผ่าตัดมดลูก แต่หลังจากนั้นมา 1 เดือน ได้ไปรับยาของ “หมอแสง” มากิน และสังเกตว่า หลังจากกินยาแล้วร่างกายเริ่มแข็งแรงขึ้น จากทานข้าวไม่ค่อยได้ ทำให้กลับมากินได้ตามปกติ พอถึงวันนัดให้ฉายเเสง ตนไปรับการรักษา แต่ก็ยังกินยาของ “หมอแสง” ควบคู่ไปด้วย เนื่องจากได้ระบุว่า จะทำให้ตนมีค่าเกร็ดเลือดเข้าสู่ภาวะปกติ

 

ขณะนั้นต้องฉายแสง 25 ครั้ง โดยเข้ารับฉายแสงสัปดาห์ละ 5 วัน เริ่มตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ และต้องเจาะเลือด ซึ่งพบว่าค่าเกร็ดเลือดดีขึ้น หลังกินยา “หมอแสง” เดือนละ 6 เม็ด เมื่อฉายแสงครบ ตนได้เดินทางไปตรวจมะเร็ง อีกครั้ง ปรากฏว่าไม่พบค่ามะเร็ง จากเดิมยังต้องทำคีโมต่อ ทำให้ทางแพทย์หยุดการรักษา และแจ้งว่าไม่มีเชื้อมะเร็งอยู่ในร่างกายแล้ว

นางมาลี เปิดใจอีกว่า หลายคนอาจจะมองว่า เป็นเรื่องงมงาย แต่หากใครไม่ใช่ผู้ป่วยอาจจะไม่รู้ เพราะตนเหมือนคนกำลังจะตาย แล้วได้เกิดใหม่ กลับกลายเป็นคนสดใสกว่าเดิม

ทางด้าน นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ “หมอแสง” เจ้าของสูตรสมุนไพรบำบัดมะเร็ง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนทำสมุนไพรนี้มากว่า 10 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 จนมาถึงปัจจุบัน ไม่เคยเรียกรับเงิน ยาทั้งหมดให้ฟรี

สำหรับจุดเริ่มต้นที่ผลิตทำสมุนไพรตัวนี้ เนื่องจากลูกสาวป่วยเป็นมะเร็ง จึงเริ่มสูตรผสมยาที่ได้มา เริ่มจากนำไปทดลองใช้กับสุนัขจรจัด ที่ป่วยเป็นมะเร็งอวัยวะเพศ จับมาให้กินยาที่ทำ พบว่าสุนัขมีอาการดีขึ้น จึงเริ่มนำไปแจกผู้ป่วย โดยต้องไปหาผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งที่แพทย์รักษาไม่ได้แล้ว เมื่อนำยาไปให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้กิน อาการกลับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยใช้เวลาทดลองยา กว่า 2 ปี จึงนำมาใช้กับลูกสาวตัวเอง

แม้ที่ผ่านมา จะมีคนติดต่อขอซื้อยาสูตรนี้ แต่ตนไม่ขาย เพราะเป็นห่วงคนป่วย คนที่ยากจนต้องการที่พึ่งพิง ทั้งนี้ระบุว่า ตัวเองไม่ใช่หมอ แต่ชาวบ้านมักเรียกว่า “หมอแสง”

สำหรับสูตรยานั้นไม่หวง เพราะเป็นเพียงรำข้าวผสมกับสมุนไพร แต่จะถ่ายทอดให้กับคนที่ไว้ใจ และจิตใจดีเท่านั้น สิ่งที่ทำทุกวันนี้ เพราะรู้สึกดีกับการเป็นผู้ให้ ซึ่งการได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้าน มันคือกำลังใจ และถือเป็นการแบ่งปันโอกาสให้กับคนหมดหนทาง

ส่วน นายวิชาญ ชำนาญกุล ผู้ได้รับการถ่ายทอดสูตรการผสมยาให้ ระบุว่ารู้จัก “หมอแสง” มาระยะหนึ่งแล้ว เพราะเห็นว่ามีคนมาขอสมุนไพรจาก “หมอแสง” แล้วบอกว่ายาดี จึงเข้าไปดูวันที่เข้ามีการแจก และได้ดูวิธีการผสมสูตรยา พบว่าใช้วิธีตามหลักวิทยาศาสตร์ มีการดูความเปลี่ยนแปลงของสี หลังจากนำสมุนไพรมาผสม

ขณะเดียวกัน นายวิชาญ เปิดเผยอีกว่า ตัวยาใช้เวลาผลิต ประมาณ 6 เดือน ถึงจะครบสูตร โดยหนึ่งแคปซูล ประกอบไปด้วยลำข้าวนาปี ที่ไม่มีสารเคมี ร้อยละ 80 ผสมกับตัวยาสมุนไพร อีกร้อยละ 20 เมื่อทำเสร็จแล้วแจกฟรี ไม่มีตู้บริจาคทุก พย้อมยืนยันขั้นตอน มีความสะอาด เพราะมีห้องเป็นสัดส่วน และมองว่าสะอาดกว่าโรงงานผลิตยาเสียอีก

ส่วนตัวมองว่า “หมอแสง” ไม่มีความในแง่ของกฎหมาย ทั้งเรื่องเกี่ยวกับแพทย์เฉพาะทางก็ไม่ผิด เพราะไม่ใช่หมอ เรื่อง อย.ก็ไม่ผิด เพราะไม่ได้จำหน่าย ความผิดเรื่องการตั้งโรงงานผลิตยาก็ไม่ผิด เพราะเครื่องจักรที่ใช้ ไม่มีการใช้ไฟฟ้า รวมถึงความผิดเหตุไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ก็มองว่าไม่ผิด เพราะ “หมอแสง” ไม่มีการตรวจ หรือวินิจฉัยโรค

อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ อยากให้เข้ามาทำให้ยาตัวนี้ให้ถูกต้อง เพราะทั้งหมดคือการทำบุญให้กับผู้ป่วยมะเร็งขณะนี้ทีใงานกำลังรวบรวมข้อมูล เพื่อผลักดันให้ยาตัวนี้เป็นยาหมอชาวบ้าน เพราะครอบครัวจะได้ไม่วิตกกังวล เนื่องจากทีมงานไม่มีผลประโยชน์อยู่แล้ว และไม่คิดอยากดัง

นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า กรณีที่มีนายแพทย์ ออกมาให้ข้อมูลเมื่อวานนี้ (2 ต.ค. 60) ข้อมูลนั้นถูกต้อง คุณหมอพูดตามหลักการแพทย์ อยากให้มาช่วยกันหาคำตอบว่า เพราะเหตุใดค่ามะเร็งของคนไข้ถึงลดลง ส่วนใครมองว่าอันตราย ก็ไม่จำเป็นต้องมาขอไปกิน

ขอบคุณ รายการทุบโต๊ะข่าว อัมรินทร์ทีวี HD34

Leave a Comment

(0 Comments)

Your email address will not be published. Required fields are marked *