สูตรยาไวอากร้าสมุนไพร ‘ลูกผ่าด้าม’ บำรุงกำลังทางเพศ

โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับลูกผ่าด้าม ซึ่งลูกผ่าด้ามนั้นได้มีการวิจัยออกมาแล้วว่ามีฤทธิ์ออกคล้ายๆกับไวอากร้าและสามารถฟื้นฟู พละกำลังชายได้อย่างแน่แท้ และด้วยเหตุนี้ สิ่งนี้จึงกลายเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากและสามารถขายได้กิโลกรัมละหลายพันบาทและในตอนนี้ก็ได้มีการหาแนวทางในการขยายพันธุ์เพื่อทำการแจกจ่ายให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง

โดยลูกผ่าด้ามนี้ได้มีการเปิดเผยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์แผนไทย มาสินี้มีสมัยมาตั้งแต่โบราณโบราณซึ่งแต่ก่อนเป็นสังคมการเกษตรจำเป็นจะต้องใช้แรงในการทำไร่ไถนาและมีเรี่ยวแรงในการให้กำเนิดลูกหลานมาช่วยเหลือกิจการและกิจกรรมในครอบครัวดังนั้นจึงพบว่ากลุ่มยาที่สามารถช่วยในเรื่องของบำรุงกำลังได้นั้นก็มีอย่างมากมาย

และเมื่อมองหันมาดูในปัจจุบันก็พบว่าความสัมพันธ์ทางเพศกำลังถูกคุกคามจากปัญหาทางด้านสุขภาพมีคนจํานวนหนึ่งมีบุตรยากเพราะว่าจำนวนน้ำอสุจิลดลงและเกิดสภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศจึงทำให้มีคนจำนวนมากประสบปัญหากับการมีบุตรยากโดยเกิดขึ้นจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปสภาพการดำเนินชีวิตเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและมีสารมลพิษหลักหลายที่เพิ่มมาในปัจจุบันมากยิ่งขึ้นและยังขาดสารอาหารบางาชนิดอีกด้วยฃ

แนวคิดของหมอพื้นบ้านไทยที่จะต้องการแก้ปัญหาตรงนี้จึงได้มีการเน้นการดูแลธาตุในร่างกายให้สามารถกลับมาเป็นปกติและมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมาะสมโดยทุกคนนั้นจะต้องเน้นรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยคุณภาพโภชนาการและประกอบไปด้วยกับต้นตำรับสมุนไพรเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศและบำรุงเลือดลมทำให้การไหลเวียนของเลือดและระบบย่อยอาหารนั้นดีขึ้นแล้วเมื่อสุขภาพดีทุกอย่างก็จะดี

สำหรับตัวอย่างยาบำรุงก็มีดังนี้

-พริกไทย 7 เม็ดกระเทียม 3 ขีดให้กินทั้งสองอย่างนี้ไปพร้อมกันสามารถแกล้ม ด้วยกุ้งแห้งประมาณ 2-3 ตัวได้โดยกินประจำทุกเช้าและเย็น ซัก 7 วันจะเห็นผล

-สามารถนำเมล็ดหมามุ่ยแก่จัด มะม่วงไฟอ่อนจนสุกแนะนำมาบดหรือแช่น้ำมันเมล็ดนุ่มและเขียวกินครั้งละ 3 เม็ดเช้าเย็น

14 ปีสู้ชีวิต ยอดกตัญญู รับจ้างแบกมันวันละพันกิโลฯ ไม่คิดท้อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว 9 ชีวิต

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูเด็กวัย 14 ที่สู้ชีวิตอย่างสุดชีวิตโดยคนนี้นั่นก็คือน้องแหลมซึ้งเขานั้นมีอายุเพียง 14 ปีแต่ก็จะต้องเลี้ยงดูคนในครอบครัวถึง 9 คนและรับจ้างแบบหัวมันวันละ 1000 กิโลกรัม โดยผู้เป็นพ่ออย่างนายเหรียญก็ได้มีการเปิดเผยว่า…

ตัวเองนั้นมีลูกทั้งหมด 5 คนเป็นผู้หญิง 3 คนและชาย 2 คนลูกสาวกับลูกชายต่างมีครอบครัวไปแล้วแต่ก็ยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันส่วนตัวเขาก็จะต้องทำงานโรงงานเพื่อนมีรายได้มาเลี้ยงลูกๆส่วนน้องแหน่เป็นลูกชายคนเล็กเรียนอยู่ในชั้นม 3 โดยในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็จะไปรับงานรับจ้างทำงานในไร่เพื่อนบ้าน โดยรับจ้างปลูกมัน ฉีดยา และเมื่อถึงช่วงฤดูมันสำปะหลังเก็บเกี่ยวก็จะไปรับจ้างถอนมันแบกมันเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว

โดยน้องแหลมได้มีการเปิดเผยว่าตัวเองที่ทำอย่างนี้นะก็เป็นเพราะว่าพ่อแก่แล้วและรายได้ในแต่ละวันก็ไม่แน่นอนซึ่งวันไหนมีคนมาจ้างทำงานก็จะมีรายได้ประมาณตกวันละ 300 บาทแต่บางครั้งก็ไม่มีด้วยในบางครั้งก็จะมีการออกไปหาปลามาขายทำให้เงินพอที่จะซื้อข้าวปลามากินกันได้และตนก็ไม่เคยคิดจะท้อแท้กับชีวิตของตัวเองแล้วไม่เคยอายใครที่เกิดมาในฐานะยากจน

และนอกจากนี้ทางครูประจำชั้นของน้องและก็ได้มีการกล่าวว่าน้องและเป็นเด็กที่เรียนดีเรียบร้อยและไม่ค่อยพูดและการเรียนอยู่ในระดับปานกลางและด้วยนิสัยของเขานั้นก็ทำให้เขากลายเป็นที่รักของเพื่อนๆแล้วน้องล่ะเป็นคนที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ซึ่งถือเป็นเด็กอายุ 1 4 ที่หัวใจแกร่งเป็นอย่างมาก

รักษาฟรี! มหาเศรษฐีใจบุญ บริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท เพื่อสร้างโรงพยาบาลให้ผู้ป่วยรักษาฟรี

และในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาพบกับเศรษฐีใจบุญอย่างคุณ ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคนที่ถวายท่อนไม้จันทร์หอมสร้าง โกศสมเด็จย่าและสมเด็จพระพี่นาง ทั้งยังเป็นบุคคลที่เจริญตามรอยในหลวงอย่างเต็มที่โดยตัวเขาได้มีการเปิดบริษัทที่มีชื่อว่าธาตุของแผ่นดิน โดยบริษัทแห่งนี้ได้มีการเปิดรักษาต้อกระจกฟรีให้กับคนจน โดยทั้งหมดนี้ก็ต้องการที่จะสร้างประโยชน์อันแท้จริงให้ กับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งของแบบนี้เป็นของที่พูดง่ายแต่ทำได้ยากแต่เขาสามารถทำได้จริง

และนอกจากนี้เขา ก็ยังมีการบริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาทเพื่อเปิดโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วยฟรีโดยตรงเขาบอกว่าหลังจากที่ตัวเองนั้นอายุเริ่มมากยิ่งขึ้นก็จะเลิกทำทุกอย่างรับค่าเช่าจากธุรกิจเพียงเท่านั้นรหัสหน้ามาทำบุญอย่างจริงจังโดยมีการบริจาคที่ดินที่ซอยสุขุมวิท 24 เป็นจำนวนทั้งหมด 3 ไร่หรือ 130 ตารางวาโดยมีราคาทั้งหมดตกอยู่ที่ 6,000 บาท โดยพื้นที่ดินตรงนั้นก็ได้มีการก่อตั้งบริษัททาสของแผ่นดินจำกัดเพื่อดำเนินการเป็นโรงพยาบาลให้คนจนรักษาตาและฟอกไตฟรีและไม่คิดจะขายพื้นที่ตรงนี้ให้กับใคร

และนอกจากนี้เขายังดำเนินชีวิตด้วยเศรษฐกิจแบบพอเพียง และด้วยคุณงามความดีในครั้งนี้ก็ทำให้เขานั้นได้มีโอกาสอันใหญ่ยิ่งได้มีโอกาสเข้าไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิดชื่อพระองค์ก็ได้ประทานพระราชดำรัสว่าขอบใจซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้สึกมีความสุขและเป็นความทรงจำที่ไม่อาจลืม

โดยศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกและตัดเนื้อเกิดจากลมหายใจสุดท้ายของเขาที่ครั้งหนึ่งเคยถูกลอบทำร้ายจนจะต้องเข้าไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนและต้องอยู่ในห้อง ICU นานถึง 45 วันและทำการผ่าตัดถึง 6 ครั้งโดยในระหว่างที่ยังอยู่ห้อง ICU ก็ได้ยินเสียงทุกคนพูดตรงกันว่าคงจะอยู่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงและครึ่งชั่วโมงนั้นก็ทำให้เขานั้นสามารถรอดได้มาอย่างปฏิหาร

และด้วยเหตุนี้นั้นเขาจึงต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ตอบแทนบุญคุณด้วยการจัดตั้งศูนย์ก่อตั้งศูนย์ผ่าต้อกระจกขึ้นเพื่อรักษาผู้ยากไร้เพราะเขามีความคิดว่าในเมื่อเขาอยู่ในแผ่นดินนี้ถ้ากินนอนเฉยๆไม่ทำอะไรจะอยู่จังสุขสบายได้อย่างไรถ้าหากไม่รู้จักเกื้อกูลกันจะทำได้อย่างไรโดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เขาได้เข้าใจถึงความเป็นมนุษย์และบุญคุณที่จะต้องทดแทน

และในปัจจุบันที่ศูนย์แห่งนี้ก็ได้มีการรับรักษาผู้ป่วย 200 รายและได้รับผ่าตัดต้อกระจกมองเห็นอีกครั้งทั้งหมดประมาณ 6 แสนราย และในปัจจุบันทุกวันนี้เขาก็ยังขอเดินตามรอย พระยุคลบาทองค์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างตั้งใจจนกว่าชีวิตจะหาไม่และผู้ที่เป็นต้อกระจกต้องการรักษาฟรีก็สามารถให้ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้วหรือนายชูศักดิ์ แก้วสุริยอร่าม ได้เลย

โดยบริษัทแห่งนี้จะทำการเปิดทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ อยู่ในบริเวณซอยสุขุมวิท 24 ถนนสุขุมวิทบริษัทมีชื่อว่าทาสของแผ่นดินจำกัดโดยสามารถติดต่อไปได้ที่เบอร์โทร 02 262 9454 โดยเวลาทำการจะอยู่ในเวลา 08:00 นถึง 17:00 นโดยสถานที่แห่งนี้จะทำการรักษาตาฟรีรักษาต้อกระจกต้อเนื้อและเป็นการทำเพื่อถวายในหลวงเป็นโครงการกลืนแสงสว่างให้กับผู้ป่วยโดยที่ผู้ป่วยนั้นไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น

ยกย่อง! ตายายผู้ปิดทองหลังพระ บริจาคที่ดินมูลค่า 100 ล้าน สร้างโรงพยาบาล

โดยในวันนี้เราก็จะพาท่านทุกคนไปพบกับคุณตาคุณยายคู่หนึ่งที่อาศัยอยู่ในบ้านไม้หลังเล็กๆนอนในมุ้งหมอนเก่าๆเต็มไปด้วยความอบอุ่นซึ่งภายในบ้านของตายายท่านนี้มีบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่เอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทั้งคู่ได้มีการยึดมั่นตามแนวทางพระราชดำรัสของพระองค์โดยทั้งสองนั้นการดำรงชีวิตด้วยการปลูกผักและผลไม้กินเหลือก็นำไปขายและไปช่วยเหลือผู้คนที่ยากไร้ยากจน

ละใครจะรู้หรือไม่ว่าตายายสองคนนี้ที่อยู่ในบ้านเก่าๆหลังนี้ได้มีการบริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทเพื่อนำไปสร้างโรงพยาบาลและมอบเงินเพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์และสร้างห้องพิเศษและมีการปิดบังตัวเองเพราะไม่อยากให้ใครรู้แต่สุดท้ายทางโรงพยาบาลก็ได้ขอชื่อ ของท่านทั้งสองมาไว้เป็นชื่อในโรงพยาบาลที่ห้องประชุมเพื่อเป็นตัวอย่างของการกระทำความดีและเป็นเครื่องเตือนใจบุคลากรคนในโรงพยาบาลให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่

โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากเกร็ดจะได้มีการบอกว่าหลังจากที่ได้รับบริจาคจากคุณตาคุณยายและผู้ใจบุญทั้งหลายที่ช่วยในการรู้สึกสำนึกในบุญคุณครั้งนี้เป็นอย่างมากและตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและจะดูแลตายายทั้งสองโดยทางเราก็มีการเยี่ยมบ้านคุณยายอยู่เสมอซึ่งบ้านของคุณตาคุณยายก็ติดอยู่กับโรงพยาบาลและในปัจจุบันตาก็ป่วยฟอกไตสัปดาห์ละ 2 ครั้งอีกครั้งคุณตาคุณยายทั้งสองท่านถือเป็นผู้มีพระคุณเป็นอย่างมากและทางเราก็ดูแลตอบแทนท่านอย่างถึงที่สุด

และเมื่อถึงวันจากลาคุณตา สวิง ก็ได้จากลาโลกนี้ไป ซึ่งสิ่งที่คุณตาทิ้งไว้ก็ถือว่ามากมายเหลือเกินทั้งถวายเงินแหน่สมเด็จพระเทพจำนวน 600 000 บาท / ถวายที่ดินมูลค่ากว่า 100 ล้านเพื่อสร้างโรงพยาบาล / บริจาคเงินสมทบทุนเพื่อสร้างอังคารเป็นจำนวน 3 ล้านบาท / และบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลเป็นการตั้งกองทุนเก็บผลประโยชน์อีก 5 ล้านบาท

จากคนเก็บขยะ สุดเฮงถูกลอตเตอรี่ 379 ล้าน ผ่านไป 10 ปี ชีวิตกลับมาจุดเดิม

วันนี้เราก็จะพาไปพบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศเมื่อประมาณปี 2002 เป็นเรื่องของอดีตคนเก็บขยะอย่างไมเคิล แคร์โรลล์ ที่เขานั้นได้ถูกรางวัลลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ ที่มีมูลค่าทั้งหมดประมาณ 97 ล้านปอนด์หรือประมาณ 379 ล้านบาทไทย และทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีเพียงข้ามคืนแต่เขากลับใช้เงินก้อนนั้นหมดในระยะเวลาเพียง 10 ปีเท่านั้น

และเงินก้อนนี้ทุกคนอาจจะคิด ก็คงคิดว่าเงินจำนวน 379 ล้านบาทนั้นจะสามารถใช้ชีวิตสุขสบายไปได้ตลอดทั้งชาติแต่บอกเลยว่าไม่ใช่กับเขาคนนี้เพราะเขาใช้เงินหมดนี้เพียงแค่ 10 ปีและปัจจุบันมาเป็นคนงานเหมืองถ่านหินที่ต้องลำบากทำงานแบบไม่มีวันหยุดส่วนในตอนที่เขากำลังเร่งรับรางวัลมหาศาลเขาได้มีการแบ่งเงินให้กับคนรัก 4 คนก็คือ แม่ / ป้า / ภรรยา / แม่ภรรยา ไปคนละ 1 ล้านปอนด์หรือประมาณ 39 ล้านบาทไทย

จึงทำให้เขามีเงินเหลือ 5.7 ล้านปอนด์และเขาก็ใช้ไปกับมันกับการซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราและฟุ่มเฟือยหมดไปกับอบายมุขและเป็นสิ่งที่เขาอยากจะหามาปรนเปรอตัวเองในทุกๆวันและยังใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง และต้องขึ้นโรงขึ้นศาลมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง จนกระทั่งในปี 2012 ชีวิตบนกองเงินกองทองของเขาก็สิ้นสุดลงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยมีก็ทรุดโทรมและขายไปเงินหลายล้านบาทก็หมดไปและทำให้เขาต้องหย่ากับภรรยาระยะชีวิตไปอยู่ในที่ประเทศสก็อตแลนด์หาเงินจากการทำงานในเหมืองถ่านหิน 7 วันต่อสัปดาห์เพื่อเป็นค่าอยู่ค่ากินและค่าเช่าบ้านเดือนละ 500 ปอนด์หรือประมาณ 20000 บาทไทย

โดยเขาบอกว่านี่คือชีวิตพี่เขาไปคิดว่ามันเป็นความผิดพลาดแต่นั่นเป็นปีที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาย้อนมองกลับไปเขาก็ไม่เคยเสียใจและปัจจุบันก็รู้ว่าตัวเองมีความสุขมากกว่าเดิมเพราะเหมือนว่าตัวเขาได้รับชีวิตกลับคืนมา และมักจะมีผู้คนถามว่ารู้สึกอย่างไรที่จะต้องเสียเงินทั้งหมดนั้นไปแต่เขาก็คอยบอกทุกคนว่าเขาไม่ได้เสียเงินเหล่านั้นไปแต่เขาใช้มันต่างหาก

ไอเดียดี ฝรั่งจิตอาสา สอนภาษาอังกฤษให้คนไทยที่สนใจแบบฟรีๆ

ปฏิเสธเลยไม่ได้จริงๆว่าภาษานั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในโลกของการสื่อสารกับผู้คนรอบโลกโดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่คนเรานั้น หลาย ๆ คนก็กำลังขนขวายที่จะเรียน แต่การที่จะเรียนให้ได้ภาษาแบบคล่อง คล่อง นั้นก็จะต้องเรียนกับเจ้าของภาษาถึงจะได้ผลดีที่สุด

และด้วยเหตุนี้นี่เองก็มีวัยรุ่นชาวต่างชาติจิตอาสากลุ่มหนึ่งได้ออกมา โดยตัวเขาก็ได้เล็งเห็นโอกาสที่จะมาสอนภาษาอังกฤษให้กับคนไทยแบบฟรีๆ โดยจะสอนฟรีในทุกวันอังคารและวันเสาร์เวลา 18:30 นจนถึง 20:30 นโดยไม่ต้องเตรียมอะไรไม่มีการทดสอบเป็นการสอนแบบวันต่อวัน

โดยมีขั้นพื้นฐานระดับกลางและระดับสูงไม่จำเป็นต้องมีหนังสือคู่มือหรือแหล่งข้อมูลภายนอกมีเพียงแค่สมุดบันทึกปากกาให้มาเขียนคำศัพท์และวลีที่ใช้ในการอ้างอิงโดยเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปีจะต้องมีผู้ใหญ่มาเรียนด้วยโดยการเรียนหลักๆก็จะเป็นการสนทนาไวยากรณ์การฟังและการอ่านออกเสียงรวมถึงคำศัพท์และการอ่านนั้นเอง….

นับถือหัวใจคุณหมออุทิศชีวิตเดินทางรักษาคนยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมาพบกับหมอหัวใจแกร่งที่เรียกว่าเป็นนางฟ้าเดินดินคนหนึ่งเลยก็ได้โดยหมอคนนี้นั้นก็คือหมอยี่หวาที่มีการจัดตั้งจิตจิตอาสาใต้ร่มพระบารมีร่วมคนทำดีทำงานรับใช้ประชาชนโดยมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกันนั่นก็คือในหลวงรัชกาลที่ 9

ซึ่งทางเคยได้กล่าวไว้ว่าซึ่งถ้าหากเราคนเรามีอุดมการณ์เดียวกันและมีความฝันแต่ไม่รู้จักทำให้มันเป็นความจริงสิ่งเหล่านั้นก็จะไร้ประโยชน์ถ้าเราตามหาความสุขที่แท้จริงก็จะเจอว่าความสุขของเรานั้นก็สามารถทำประโยชน์เพื่อกับตัวเองหรือทำเพื่อคนอื่นได้และเธอคนนี้ก็ยึดมั่นในคำสอนของพระมหาชนกที่ได้กล่าวไว้ว่าจงเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนปีที่ 1 และเห็นแก่ประโยชน์ของตนเป็นที่สองและเมื่อเราได้มอบสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นผู้อื่นก็จะย่อมมีความสุขใจและผู้ให้พี่ยิ่งมีความสุขใจมากกว่าก็จะทำให้โลกนี้มีแต่รอยยิ้มและความสุข

หมอยี่หวาคนนี้มีชื่อว่า มณิศรา โฮ่บรรเทา โดยมีอายุ 37 ปีเป็นพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการอยู่ที่โรงพยาบาลนครนายกอันนี้ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดที่ผ่านไวๆเพราะเธอนั้นได้แสดงถึงการกระทำที่ท่องเที่ยวและเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างมากมายโดยมีภาพจากการทำงานออกมาจากจิตใจส่วนลึกโดยการเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ที่ยากลำบากแต่ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยบ่นไม่ห่วงสวยและไม่ย่อท้อเธอรวยทุกฝ่าดงดิบและคิดอย่างเดียวว่าจะต้องช่วยผู้คนให้ได้

และนอกจากนี้ตอนที่ยังประจำเป็นพยาบาลโรงพยาบาลนครนายกก็เคยทำงานจิตอาสาร่วมกับทีมกู้ภัยสว่างมาหลายครั้งจนกระทั่งได้รู้จักกับครูท่านหนึ่งที่ทำงานอยู่ หมู่บ้านสาละวะ ในจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งได้รับฟังมาว่าที่นั่นขาดแคลนในเรื่องของอาหารยารักษาโรคอุปกรณ์การเรียนต่างๆอีกมากมายจึงมีการรวบรวมสิ่งของขึ้นไปมอบให้กับทางโรงเรียนและพบอีกว่าหมู่บ้านดังกล่าวนี้ขาดแคลนยารักษาโรคและยังห่างไกลกับสถานีอนามัยหลายสิบกิโลเมตร และหอยหวานคนนี้ก็มีความคิดที่จะสร้างห้องพยาบาลขึ้นที่หน้าบ้านเพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องแบกคนมารักษานับ 10 กิโลกรัม

โดยในปัจจุบันก็มีสมาชิกทั้งหมดจำนวน 49 คนมีทั้งทหารรบพิเศษนักวิชาการเจ้าหน้าที่กายภาพบำบัดเภสัชกรและพยาบาลที่เป็นเธอคนเดียวในกลุ่มนี้โดยจะมีทีมงานเข้าไปในพื้นที่ทุกๆ 3 เดือนคอยติดตามผลงานที่ทำกันไว้และติดตามอาการของคนไข้ที่เคยดูแลโดยเฉพาะหน้าฝนที่ถนนหนทางถูกตัดขาดจากโลกภายนอกแต่เธอก็ยัง ที่จะลุย เพื่อไปช่วยเหลือชาวบ้านให้ได้ยอมเดินเท้าแบกน้ำแดกยาอาหารไปให้ชาวบ้าน

โดยเคยเดินทางทั้งหมดประมาณ 40 กิโลเมตรเพื่อขึ้นไปทำภารกิจในแต่ละครั้งโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนก็จะต้องเดินเพิ่มอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ข้ามภูเขาไปกับ 10 ลูก ก็รวมระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 2 คืน 3 วัน ในการทำงานใน แต่ละครั้งแต่ก็ไม่เคยย่อท้อเพราะหัวใจของทุกคนรวมกันเป็นหนึ่งเดียวก็คือการยึดมั่นคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นเอง

ชื่นชม นายอำเภอเด็กวัด ถือปิ่นโตเดินตามพระบิณฑบาตในทุกเช้า

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นไปพบกับบุคคลตัวอย่างที่ไม่เคยถึงอำนาจมากกว่าที่ตัวมีนั่นก็คือในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรีหรือนาย วัชรเดช เกียรติชานน ที่ถือเป็นประธานคนหนึ่งออกมารณรงค์เรื่องของกินเ ห ล้ าสูบบุ ห -รี่และเนื่องจากอยากให้ประสบความสำเร็จจึงได้ผ่านตัวเองให้เลิกดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่น

โดยในอดีตตัวเขาก็เป็นคนที่เคยดื่มเ ห ล้ าและสูบบุ ห -รี่เหมือนกับคนทั่วไปแต่เมื่อได้เป็นประธานเปิดงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษามันก็รู้สึกละอายใจที่ยังทำพฤติกรรมแบบนี้อยู่แล้วยังจะไปรณรงค์ให้ชาวบ้านเลิกเหมือนไปหลอกเขาจึงตัดสินใจว่าตัวเองนั้นก็จะต้องเลิกเหมือนกันโดยใช้ทำขัดเกลาจิตใจและไปเข้าวัดปฏิบัติธรรมจนสามารถเลือกได้ทั้งเ ห ล้ าและบุ ห -รี่

โดยเวลามีงานอำเภอหรือลงไปพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้านก็ไม่เคยดื่มแม้แต่กาแฟเพราะไม่อยากเห็นชาวบ้านเห็นว่าเอาเวลาไปจิบกาแฟอยากเห็นว่าเอาเวลาไปสู้กับปัญหาและแก้ปัญหาให้กับพวกเขาและมักจะใส่เสื้อขาวถือปิ่นโตเดินตามพระออกบิณฑบาตในตอนเช้าซึ่งเขาทำมานานและมีความเชื่อในเรื่องของบาปบุญคุณโทษเป็นอย่างมากและเชื่อว่าทำดีก็จะได้ดีทำชั่วได้ชั่วและมีการนำหลักพุทธศาสนามาปรับใช้ในการทำงานอีกด้วย

โดยในบางครั้งหลังจากที่พระฉันอาหารเสร็จก็จะนั่งล้อมวงกินข้าวกับเด็กวัดก็มีแล้วก็จะทำตัวสบายๆและในช่วงเย็นก็จะมาปฏิบัติธรรมสวดมนต์เจริญภาวนาที่วัดโดยตลอดและทำแบบนี้มานานหลายปี ซึ่งตลอดเวลาทำนี้ก็มักจะมีคนคอยถามว่าเดินเท้าเปล่าแบบนี้ไม่เจ็บหรอซึ่งในอำเภอนี้ก็จะบอกว่าไม่เจ็บเพราะทำแบบนี้มานานจนเคยชินและปฏิบัติแบบนี้มาช้านานแล้ว

แล้วแต่จะทำแบบนี้ตอนแรกก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนรู้ว่านี่เป็นนายอำเภอก็คิดว่าเป็นเด็กกว่าที่ถือปิ่นโตตามพระแล้วก็คิดว่าเป็นเพียงแค่ลุงแก่ๆที่มาปฏิบัติธรรมบางคนก็เคยเรียกให้นายอำเภอคนนี้ไปยกของแล้วก็มีแต่ก็ไม่เคยปฏิเสธอะไรและชาวบ้านหลายคนก็ยืนยันว่าไม่เคยเห็นคนระดับในอำเภอมาทำตัวติดดินขนาดนี้มาก่อน

ด.ญ.ยอดกตัญญู ช่วยตากับยาย หารายได้ให้ครอบครัว ชีวิตรันทดพ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่ยังเล็ก

ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาพบกับเรื่องราวของน้องแป้งเด็กหญิงวัย 14 ปีที่ในตอนนี้น้องกำลังศึกษาอยู่ชั้นระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนเทศบาล 3 โดยได้มีทางผู้อำนวยการสถานศึกษาอย่างนาย อัศวิน คงเพ็ชรศักดิ์ ได้ออกมาเผยเรื่องราวที่การแสดงความกตัญญูรู้คุณและเป็นเด็กขยันจนสามารถประสบผลสำเร็จระดับสูงและยังเป็นตัวแทนจังหวัดราชบุรีอีกด้วย ซึ่งซึ่งน้องแป้งสร้างความภาคภูมิใจให้กับคณะครูและเพื่อนนักเรียนและผู้ปกครองของเพื่อนๆด้วยแต่ฐานะความเป็นอยู่ของน้องนั้นก็อยู่ในระดับปานกลางอาชีพขายไส้กรอกย่างริมทางมีการหารายได้เลี้ยงครอบครัว

โดยน้องนั้นอาศัยอยู่กับตายายที่อำเภอเมืองจังหวัดราชบุรีด้วยหลังจากที่พ่อแม่ของน้องแป้งแยกทางกันมาตั้งแต่น้องยังเด็กยังแค่ 7 วันก็ทำให้น้องแป้งเรียกตายายที่เลี้ยงมากับมือว่าพ่อแม่มาตลอดชีวิตและในปัจจุบันน้องแป้งก็จะคอยเข็นรถไส้กรอกไปขายกับยายในบริเวณสถานีบริการน้ำมันปตท.บ้านไร่ เป็นประจํา และมักจะมีลูกค้าขาประจำมาคอยซื้ออยู่เสมอโดยจะขายหมดก่อนเวลา 8:00 นเป็นประจำเพราะมีรสชาติที่สามารถปรับความเปรี้ยวไม่เปรี้ยวตามความชอบของลูกค้าได้จำหน่ายไม่แพงอีกด้วยเพียง 8 ลูก 10 บาทเท่านั้น

ซึ่งน้องแป้งเป็นเด็กเก่งอารมณ์ดีและค่อนข้างเขินอายและเป็นคนที่ถูกเพื่อนรักโดยตอนเช้าๆน้องแป้งจะตื่นมาล้างภาชนะบนรถเข็นเพื่อเตรียมใตากับยาย ออกไปขายไส้กรอกในช่วงนี้เป็นกิจวัตรประจำวัน และหลังเลิกเรียนเมื่อมีเวลาว่างก็จะหาเวลามาอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนมาเป็นประจำอีกทั้งยังได้รับการไว้วางใจจากโรงเรียนให้เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารของโรงเรียนที่มีหน้าที่ในการจดบันทึกรับเงินฝากของนักเรียนที่มาใช้บริการและคอยดูแลบ้านทำความสะอาดถุงข้าวรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆให้กับคุณยายบางครั้งถ้าหากไม่มีการบ้านก็จะตามออกไปช่วยขายด้วย

โดยทางโรงเรียนนี้ก็ได้มีการช่วยเหลือในเรื่องของการหาทุนการศึกษาเพราะว่าทางครอบครัวและมีข้อฐานะที่เรียกสูงสักเท่าไหร่อยู่ในระดับปานกลางแต่น้องนั้นก็มีทักษะความรู้สูงโรงเรียนก็จะมีการเสริมทักษะให้มีความรู้ความชำนาญในต่อไป นอกจากนี้คุณยายของน้องก็ยังมีการเล่าอีกว่าภูมิใจมากที่น้องแป้งเป็นเด็กขยันเป็นคนว่างๆไม่ทำให้ใครเสียใจ และไม่เคยไปเที่ยวเล่นที่ไหนเหมือน กับเด็กๆว่าไปน้องเป็นคนรักครอบครัวเมื่อยายไม่สบายก็จะมาคอยเฝ้าคอยพยาบาลให้อยู่เสมอ โดยน้องแป้งนั้นถูกคุณยายเลี้ยงมาราวกับลูก อีกครั้งตายทั้งสองต้องช่วยกันเลี้ยงดูและยังมีฐานะที่ไม่ร่ำรวยเหมือนคนอื่นอีกทั้งยังต้องทำงานหนักมากเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวส่วนพ่อแม่แท้ๆก็ไม่ได้หายไปไหนตัวพ่อไปทำงานที่ต่างประเทศกลับมาไทยก็จะแวะมาหาบ้างส่วนคนแม่ก็ไปมีครอบครัวใหม่แวะมาเที่ยวหาบ่อยๆซึ่งก็ไม่ได้โกรธอะไรเพราะทุกวันนี้มีความสุขกับที่เป็น

และน้องมีความตั้งใจที่จะพยายามเรียนหนังสือออกมาให้ดีที่สุดจะได้ผลการเรียนในระดับ 3.5 ขึ้นไปให้ และตั้งใจดูแลพ่อแม่ของตัวเองให้ได้ เพราะบอกอีกว่าตัวเองนั้นจะไม่ดื้อไม่ซนจะช่วยงานทุกๆอย่าง ในขณะเดียวกัน ก็มีครูบาอาจารย์และลูกค้าหลายคนต่างอุดหนุนมาเป็นลูกค้าประจำและชื่นชมครอบครัวของน้องแป้งเป็นอย่างมากและชื่นชมคุณยายที่เลี้ยงน้องแป้งให้กลายเป็นเด็กดีเป็นต้นแบบแห่งความขยันขันแข็งและเป็นตัวอย่างของเยาวชนที่ดี

ประหยัดงบ D.I.Y. ท่อ PVC ให้กลายเป็น ชั้นวางอเนกประสงค์ ทำง่ายแต่ดูดี

ซึ่งถ้าหากพูดถึงท่อ PVC หน้าที่หลักๆของมันก็คือการเป็นท่อที่คอยเชื่อมต่อน้ำประปา เพื่ออุปโภคและบริโภคแต่ความจริงแล้วเจ้าท่อ PVC นี้สามารถนำมาประยุกต์ดัดแปลงให้กลายเป็นของใช้ได้อย่างหลากหลาย และวันนี้ทางทีมงานนั้น ก็จะพาทุกคนนั้นมาประดิษฐ์ชั้นวางของอเนกประสงค์จากท่อ PVC กันโดยเป็นการทำสวนผักแนวตั้งหรือจะนำมาแขวนผ้าก็ยังได้อีกทั้งยังประหยัดงบประมาณอีกด้วยโดยจะทำอย่างไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า

โดยท่อ PVC ที่ต้องใช้นั้นมีขนาดดังต่อไปนี้

ท่อ PVC ขนาด 100 cm จำนวน 12 ท่อ / ท่อ PVC ขนาด 40 cm จำนวน 12 ท่อ / ท่อ PVC ขนาด 15 cm จำนวน 32 ท่อ / ข้อต่องอ จำนวน 4 ตัว / ข้อต่อ 3 ทาง จำนวน 36 ตัว

จากนั้นก็นำชิ้นส่วนของท่อ PVC แต่ละชิ้นมาต่อประกอบเข้าร่วมกันโดยแยกสัดส่วนและแนวนอนและแนวตั้งตามภาพนี้

จากนั้นก็นำท่อ PVC ทั้งสองส่วนมาต่อกันให้มีลักษณะของชั้นวางของดังภาพซึ่งการทำแบบนี้จะเหมาะสำหรับสวนผักแนวตั้งสามารถทำให้คนนั้นปลูกผักได้แบบประหยัดเนื้อที่หรือนำมาใช้สอยในครัวเรือนอย่างพวกตากผ้าได้ด้วยเช่นกันซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียดีๆที่เรานำมาฝากทุกคนกันในวันนี้นั่นเอง

คนอีสานดวงเฮง ถูกรางวัลที่ 1 อีกแล้ว รับเงินรวมกัน 18 ล้าน

ซึ่งบอกเลยว่าผ่านไปแล้วกับผลการซื้อสลากกินแบ่งงวดที่ 16 พฤศจิกายน 62 โดยรางวัลที่ 1 ก็คือหมายเลข 0 1 7 2 2 3 เลขท้าย 2 ตัวคือ 32 รางวัลเลขหน้า 3 ตัวอันได้แก่ 1 6 4 และ 6 4 0 เลขท้าย 3 ตัวคือ 085 และ 194 ซึ่งในครั้งนี้ก็มีผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 รวม 2 รายจนกลายเป็นเศรษฐีใหม่เลยทีเดียว

โดยรายแรกนั้นเป็นแม่ค้าที่บ้านพักตากอากาศอำเภออากาศอำนวยซึ่งถูกหวย 12 ล้านเหมาะๆอาศัยอยู่ที่จังหวัดสกลนคร

ส่วนคนที่ 2 ถูกเงินรางวัลจำนวน 6 ล้านบาทเป็นโชเฟอร์แท็กซี่ลวงแห่งหนึ่งซึ่งเป็นคนจากอุบลราชธานี โดยทางทีมงานขอยินดีกับทั้งคู่ด้วยค่ะ

หาชมยาก พิธีห่มผ้า หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

นี้ในวันนี้เราจะพาทุกคนมาคบกับหนูรูปปั้นหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัดห้วยมงคลตำบลทับใต้อำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งมีหน้าตักกว้าง 70 เมตรสูง 11 เมตรเมื่อขายได้พบเห็นครั้งแรกก็รู้สึกถึงความปลอดภัยเราก็อยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทรของพระพุทธศาสนาโดยมีท่านกำลังนั่งเฝ้ามองและให้ความร่มเย็นเมื่ออยู่ในวัดแห่งนี้

และในช่วงของวันแม่แห่งชาติก็จะมีงานผ้าป่าสามัคคีที่ห่มผ้าหลวงปู่และมีนักท่องเที่ยวมากมายเข้ามาเดินทางกันอย่างมากมายในช่วงเทศกาล

ลาออกจากงานประจำ ทำเกษตร พื้นที่ 1 ไร่ อยู่ได้ รายได้ดี

โดยในวันนี้เราจะมาพบกับเรื่องราวของคนๆหนึ่งจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่มีชื่อว่า Anek Kayankhai โดยตัวขาวได้ออกมาโพสต์เรื่องราวชีวิตของตัวเองหลังจากที่ได้ลาออกจากงานประจำมาเป็นเกษตรบนพื้นที่ 1 ไร่โดยในตอนแรกไม่มีอะไรเลยซึ่งเขาได้มีการบอกไว้ว่า

ผมทำได้คุณก็ทำได้ โดยตัวผงตัดสินใจลาออกจากงานเมื่อ 3 ปีก่อนและมีที่ดินแค่ 1 งานกับลูกน้อง 2 คนมาทำเกษตรแบบที่ชอบและมีการคิดทบทวนหลายๆครั้งจนสามารถทานได้จาก 1 งานก็เพิ่มเป็น 1 ไร่และก็พยายามพิสูจน์ตัวเองเรื่อยมาแล้วก็พบปัญหาต่างๆเช่นไม่มีน้ำดีไม่ดีและก็มีการปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างจึงจะผ่านไป 3 ปีแล้วผมรู้สึกว่าตอนนี้ผมประสบความสำเร็จและมีความสุขและเกษตรตัวเองตั้งแต่อายุ 34 ปี

หลักการคิดของผมคือมีน้อยแต่เน้นคุณภาพเก่งแล้วก็ขยันปลูกในสิ่งที่ชอบรับประทานยาตามกระแสโดยย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อนที่ไม่มีเงินก็เติบโตมาเช่นใด ก็ให้อยากมองตรงนั้นมากกว่า เริ่มต้นจากพื้นที่ 1 งานได้เงินมา 5,000 เดือน จนตอนนี้พื้นที่ 1 ไร่ได้เงินประมาณ 30000 บาทต่อเดือน

ลุงใจบุญหวังช่วยชีวิตหม าแม วกว่า 100 ตัวประกาศขายไต นำเงินม าซื้ออาห ารให้หมาแมว

โดยในกรณีที่ทางโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของคุณปรีชา ขวัญมงคลจาก Facebook ส่วนตัวที่ได้มีการประกาศขายไต 1 ข้างเพื่อที่จะนำเงินไปซื้ออาหารให้แมวและสุนัขที่เลี้ยงกว่า 100 ตัวไม่ให้อด ซึ่งก็ได้มีทางทีมงานข่าวเข้าไปพบว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ 5 ไร่เป็นบ้าน 2 ชั้นมีสภาพเก่าทุกทรงมีสุนัขวิ่งกันเต็มสวนและภายในบ้านห้องรับแขกพบว่าฝ้าใต้พื้นชั้น 2 เปิดอ้ามีบันไดเล็กๆสำหรับแมวกระโดดเข้าไปอยู่อาศัยเป็นจำนวนมากและสวนอาหารของสุนัขและแมวพบว่ามีเพียงแค่ผักและน้ำต้มผักเท่านั้น

โดยนายปรีชาก็ได้กล่าวว่าข้าวสารหมดไปตั้งแต่วันนี้จึงทำให้ไม่มีข้าวเลี้ยงสุนัขและแมวทำได้เพียงแค่เอาน้ำต้มผักใช้ประกันชีวิตสวนหาสาเหตุที่ต้องการจะขายตายก็เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ทำงานธนาคารเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อมากกว่า 20 ปีและมีทั้งสุนัขและแมวเพียงแค่ไม่กี่ตัวหลังมีคนเอามาปล่อยไว้เป็นหน้าบ้านจำนวนมากจนล่วงเลยมาเป็น 140 ตัวและทำให้ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากต้องกู้หนี้ยืมสินบ้านก็จำนองกับธนาคารเอาไว้และในช่วงหลังไม่มีคนดูแลอีกทั้งยังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจึงลาออกจากงานก่อนเกษียณอายุเพื่อนำเงินที่มีมาเลี้ยงสุนัขและแมวจนเงินนั้นหร่อยหรอ

และก็ออกมาเลยขายเครื่องใช้ไฟฟ้าตามตลาดนัดได้เงินมาก็นำมาซื้ออาหารให้สุนัขและแมววันไหนขายไม่ได้ก็ต้องอดทนในระยะห่างหลังสุนัขและแมวต่างด้าวอาหารกันบางตัวป่วยจากสารอาหารขาดอาหารพากันตายไปแล้วกว่า 40 ตัวจนมาช่วงที่ประกาศขายตายเพราะไม่มีเงินจะซื้อไปเลี้ยงเพราะล่าสุดมีประมาณอยู่ 100 ตัว

โดยสาเหตุที่ต้องการเจาะจงเป็นการขายตายก็เป็นเพราะว่านึกถึงคนที่ไปฟอกไตซึ่งถ้าหากได้ไปตอนไปก็จะทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นส่วนตัวเองก็จะแบ่งเงินเอาไปซื้ออาหารเลี้ยงสุนัขและแมวและนำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนเพื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาขายทำกำไรไปเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดโดยจะทำแบบนี้จนกว่า จ ะ ต – า – ย กันไปข้างนึง

สวยและจิตใจดี ต่าย อรทัย เป็นสะพานบุญ ทำบุญครั้งใหญ่ถวายวัด

โดยทุกคนก็จะรู้จักกับนักร้องสาวต่ายอรทัยเจ้าของฉายาราชินีลูกทุ่งกันเป็นอย่างดีโดยเธอคนนี้มีผลงานออกมาให้แฟนๆได้ติดตามกันอยู่เรื่อยๆโดยเฉพาะผลงานเพลงที่บอกเลยว่าเสียงของเธอนั้นไพเราะจับใจทุกคนเป็นอย่างมากอีกทั้งการแต่งตัวก็เรียบร้อยไม่โป๊จะทำให้มีแฟนแฟนมากมายต่างติดตามและหลงรักความเป็นเธอ

ในก่อน หน้านี้ต่ายอรทัยได้มีการโพสต์ภาพลงใน Instagram ซึ่งได้เป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่โดยการทำโรงครัวถวายวัดซึ่งได้รับยอดบริจาคทั้งหมด 153,075 บาท และมีการระบุข้อความไว้ว่าตอนนี้คอนเสิร์ตก็ได้เริ่มซ้อมทางบ้านงานผ้าป่าก็ได้เริ่มเทพื้นโรงครัวโดยทุกอย่างจะสำเร็จเพราะวันนี้เริ่มต้นด้วยความตั้งใจ

และนายล่าสุดเธอนั้นก็ได้มีการอัพเดทการสร้างโรงครัวถวายวัดที่จังหวัดอุบลโดยมีการระบุข้อความไว้ว่าในตอนนี้ที่พักแม่สชีและโรงครัว กำลังดำเนินการก่อสร้างโดยงบประมาณในการก่อสร้างอยู่ทั้งหมดประมาณ 200000 บาทซึ่งถ้าหากใครยังมีจิตศรัทธายังสามารถร่วมบริจาคกันได้เช่นกัน

ผักชีลาว ผักบ้าน ๆ เต็มไปด้วยคุณค่าและประโยชน์

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมารู้จักกับผักชีลาวซึ่งถือเป็นพืชล้มลุกอีกนิดนึงที่ถูกนำมาใส่อาหารกันอยู่บ่อยๆโดยเฉพาะทางภาคอีสานมักจะมีผักชีลาวประกอบและอาหารอยู่เสมอโดยผักชีลาวนั้นมีลักษณะลำต้นสีเขียวและมีการแตกกิ่งเล็กน้อยบางพันธุ์แตกลักษณะเป็นใบเหมือนแต่ก่อนสีเขียวออกมา ไม่แข็ง และมีกลิ่นหอมฉุย

จากนี้และนอกจากนี้ผักชีลาวยังมีคุณสมบัติทางสมุนไพรทั้ง ช่วยแก้อาการท้องผูก / ท้องอืด / ท้องเฟ้อขับลม / แก้ปัสสาวะขัด / และสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้และนอกจากนี้สามารถขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการหายใจ / แก้อาการวิงเวียนศีรษะ / ขับลม / ขับเหงื่อ / กระตุ้นน้ำนม / และยาแก้หอบหืดได้อีกด้วย

ประโยชน์ผักชีลาวนั้น

มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสามารถช่วยชะลอวัยได้เป็นอย่างดี /บำรุงสายตารักษาสายตาป้องกันโรคเกี่ยวกับตาต่างๆ / บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง /บำรุงกำลังชั่วคราว /สร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรค / ลดความดันโลหิต / ยับยั้งการชะลอขยายตัวของเซลล์มะเร็ง / รักษาโรคเบาหวาน / ขยายหลอดเลือด / บำรุงปอด / ขับเหงื่อ / อาการหอบหืด / แก้อาการไอ / แก้อาการสะอึก / ช่วยลดอาการโคลิค / แก้อาเจียนคลื่นไส้เวียนศีรษะ / ส่งเสริมการทำงานของกระเพาะอาหาร / แก้อาการปวดท้อง / อาการท้องอืดท้องแน่น / ขับลมในลําไส้ / ผักชีลาวช่วยแก้อาการท้องผูก / แก้อาการปัสสาวะขัด / ไส้ติ่งอักเสบ / รักษาฝีเนื้อร้าย / ลดอาการบวม / ช่วยแก้เหน็บชา

ลุงหาเช้ากิ นค่ำโวยตำรว จ สุดอั ดอั้นไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ

โดยนัยล่าสุดนี้ได้มีทางเพจ Facebook ที่มีชื่อว่าสปอร์ตไลท์บางปูมีการเผยแพร่คริสต์พร้อมเหตุการณ์อีกทั้งยังมีการระบุข้อความไว้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในบริเวณขนส่งสมุทรปราการบางปูและอยากจะให้ใจเย็นๆกันเพราะเข้าใจว่ารู้สึกไม่ดีกับหน่วยงานจนมันแค้นใจออกมา

โดยคลิปดังกล่าวนี้เป็นภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกจับและพูดตัดเพ้อต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยถามต่อเจ้าหน้าที่ว่าเคยสนใจปากท้องประชาชนบ้างหรือไม่เคยถามประชาชนบ้างไหมว่าคนที่ถูกจับนั้นเขาทำงานอะไรมีอาชีพอะไรมีเงินพอกินไหมอย่ามัวแต่สนใจแต่ค่าปรับ

ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นความอึดอัดใจที่ใครหลายๆคนนั้นก็ต่างมองเห็นว่าด้วยแต่ก็มองในทางอย่างว่าชายคนนี้ควรระงับสติอารมณ์ให้ดีค่อยๆพูดจากันจะดีที่สุด

น่าไปสมัคร แจกโบนัส 8 เดื อน + เงิ นพิเศษ 2.2 หมื่นบาท

ล่าสุดนี้ก็ได้มีเพจ Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่าหนุ่มสาวโรงงานโดยมีการระบุโพสต์ข้อความไปว่าในตอนนี้ทางบริษัทออโต้อัลลายแอนซ์ประเทศไทยจำกัดซึ่งเป็นโรงงานประกอบรถยนต์และผลิตชิ้นส่วนของรถที่ตั้งอยู่ในอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ดที่อำเภอปลวกแดงจังหวัดระยอง

โดยมีการประกาศแจกโบนัสประจำปี 2562 ให้กับพนักงานทุกคนทั้งหมด 8.05 เดือนพร้อมกับเงินพิเศษอีก 2 หมื่นบาทโดยจะแบ่งจ่ายในเดือนธ.ค. นี้เป็นจำนวน 4 เดือนและเงินพิเศษ 20,000 บาท และจ่ายอีกในเดือน Yesมีนาคม ปี 63 อีก 4.05 เดือน นั้นเอง

นอกจากนี้ทาง บ. ยังมีการปรับเงินให้กับพนักงานอีก 5 เปอร์เซ็น กัยอัก 275บาท และยังให้ค่าสาคือสาธารณูปโภคอีกเป็นจำนวนทั้งหมด 2,800 บาท โดยทางบริษัทได้มีการร่วมทุนระหว่างบริษัทฟอร์ดมอเตอร์และบริษัทมาสด้ามอเตอร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางผลิตรถกระบะ 1 ตันสำหรับตลาดทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก โดยในหลายๆปีมานี้ทางบริษัทมีการจ่ายโบนัสและสวัสดิการให้กับพนักงานมากสูงสุดอันดับ 1 ของกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์

เทคนิคที่ช่างไม่ได้บอก แอร์รถยนต์เย็นไว ไม่มีกลิ่นอับ

โดยในวันนี้ทางทีมงานก็จะนำเทคนิคดีๆมาฝากกันสำหรับการดูแลรถของเราโดยเฉพาะในเรื่องของช่องแอร์ที่มักจะส่งกลิ่นอับและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ซึ่งบางคนก็นำไปเข้าร้านแต่บอกเลยว่าเพียงแค่ 6 วิธีนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร้านอีกทั้งยังได้แอร์เย็นฉ่ำประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ

1 ก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องทุกครั้งทำการปิดสวิตซ์ A/C ในทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์ชุดในขณะที่กำลังสตาร์ทเครื่อง

2.ใช้พัดลมความเร็วสูงและการสตาร์ทและทิ้งไว้จนเครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิที่พร้อมใช้งานอย่าเพิ่งไปปรับอุณหภูมิให้เปิดแอร์โดยใช้ความเร็วพัดลมให้สูงเพื่อระบายความร้อนในระบบแอร์ออกมาจากนั้นค่อยทำการเปิด A/C และปรับอุณหภูมิตามความต้องการ

3.ทำการไล่ความร้อนทุกครั้งโดยวิธีนี้ใช้กับรถที่จอดอยู่กลางแจ้งอันควรเป่าลมในระดับแรงสุดอย่าเพิ่งเปิดสวิตช์ A/C โดยเปิดทิ้งไว้ประมาณ 5-7 นาทีจะสามารถช่วยลดความร้อนได้เป็นอย่างดีแล้วค่อยเปิดสวิตช์ตาม

4.อย่าเปิดปิดกระจกรถไปบ่อยๆ เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองและความร้อนเข้ามาในรถอีกครั้งฝุ่นละอองเหล่านี้จะสามารถมาอุดตันตู้แอร์ในรถได้อีกด้วย

5.ซึ่งถ้าหากรู้สึกว่าใช้ไปแล้วแอร์ไม่เย็นก็ให้ทำการปิดน้ำยาแอร์หรือปิด A/C ให้เรียบร้อยในทันทีซึ่งการทำแบบนี้จะสามารถช่วยลดความเสียหายจาก Compressor แอร์ได้

6.อยากได้น้ำหอมที่มีแอลกอฮอล์เพราะมีฤทธิ์ทำให้ตู้แอร์ในรถขผุกกร่อนไว

รับวุฒิ ม.3 ขึ้นไป เรียนจบบรรจุทันที ‘โรงเรียนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค’

สำหรับน้องๆคนไหนที่กำลังมองหาสถานที่เรียนต่อนั้นวันนี้เราก็จะมาแนะนำอีก 1 โรงเรียนที่น่าสนใจไม่น้อย นั้นก็คือโรงเรียนการช่างไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์ว่าจะมีการเปิดภาคเรียนการศึกษาประจําปี 2563 โดยหลังจากที่เรียนจบแล้วสามารถทำงานกับทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ในทันทีโดยมีหลักสูตรตั้งแต่สามปีถึงสิบปีและหลักสูตรเฉพาะทางโดยมีรายละเอียดและคุณสมบัติในการรับสมัครดังนี้

หลักสูตรปกติ 3 ปี

สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือปีที่ 4 เท่านั้นจำนวนที่เปิดรับประมาณ 55 คน เมื่อเรียนจบการศึกษาวุฒิการศึกษาม 6 จะทำการบรรจุเข้าตำแหน่งพนักงานช่างระดับ 2 และมอบทุนการศึกษาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต

หลักสูตร 1 ปี

สำหรับนักเรียนที่มีวุฒิการศึกษาปวชไฟฟ้าหรือไฟกำลังหรือไฟอิเล็กทรอนิกส์โดยหลังจากที่เรียนจบการศึกษาจะสามารถบรรจุทำงานในตำแหน่งพนักงานช่างที่สำนักงาน กฟภ. ทั่วประเทศ ในทันที

หลักสูตรเฉพาะทางรุ่นที่ 3 โดยใช้ระยะเวลาในการเรียน 6 เดือน

สำหรับนักเรียนที่มีวุฒิการศึกษาชั้นปวสในสาขาการไฟฟ้าหรือไฟฟ้ากำลังโดยจบการศึกษาและได้ทำการบรรจุทำงานในตำแหน่งพนักงานช่างภาพปฏิบัติการระบบไฟฟ้าที่สำนักงานทันที

ยางเก่ามีประโยชน์ ใช้เลี้ยง ‘กบคอนโด’ ลงทุนน้ำย กำไรดี

โดยกบภูเขานั้นปัจจุบันเริ่มน้อยลงเพราะถูกชาวบ้านไร่ละมาทำเป็นเมนูอาหารกันเองในครอบครัวหรือนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้และล่าสุดนี้ก็มีชาวบ้านและทางด้านมูลนิธิกลัวว่าอาจจะสูญพันธุ์จึงมีการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงกบคอนโดเพื่อให้ชาวบ้านเลี้ยงแทนอาหาร จากการไล่ล่า เอาไว้รับประทานอีกทั้งยังสามารถเสริมสร้างอาชีพเสริมให้กับตัวเองและครอบครัวได้อีกด้วย

ทางเลขาธิการมูลนิธินิธิพัฒนรักษ์ ได้มีการกล่าวถึงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงกบคอนโดจากยางรถยนต์ให้กับชาวบ้านชุมชน เวียคะดี้และพื้นที่ใกล้เคียง เพราะเห็นว่าเป็นอาชีพที่สามารถทำได้ง่ายๆต้นทุนน้อยและมีกำไรงามและวิธีการคัดเลือกจากการขุดหลุมให้ลึกประมาณสักครึ่งเมตรมีขนาดกว้างยาวไม่เกินเท่ากับวงล้อจากนั้นก็ลองด้วยผ้ายางพลาสติกและนำยางรถยนต์เก่าเมื่อวานซ้อมกัน 3-4 ขวบขึ้นไปขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เลี้ยงเสร็จแล้วก็ใส่น้ำลงไปเต็มหลุมจากนั้นก็นำลูกกบที่เตรียมไว้แต่ลงไป โดย 1 บ๋ฮ จะใส่ได้ประมาณ 30-40 ตัว

สำหรับการให้อาหารที่ใช้เลี้ยงนั้นก็จะใช้อาหารสำเร็จรูปเช่นอาหารไก่อาหารปลาหรือไม่ก็เป็นอาหารจากธรรมชาติต่างๆเช่นไส้เดือนเป็นต้นซึ่งช่วยสามารถลดต้นทุนในการใช้จ่ายได้เสร็จแล้วก็ตาข่ายหรือ สแลนปิดครอบยางรถยนต์ เพื่อการกระโดดออกมาและยังป้องกันศัตรูจำพวกงูเข้าไปกินอีกด้วยโดยระยะเวลาในการเลี้ยงนั้นจะใช้ระยะเวลาประมาณ 60 ถึง 90 วัน

ส่วนต้นทุนนั้นก็ใช้ไม่มากไม่รวมค่าอาหารก็ตกบ่อละไม่เกิน 200 ถึง 300 บาทโดยซื้อยางรถเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วเส้นละ 20 บาท 3 เส้นก็ 60 บาทค่ายางผืนละ 40-50 บาทส่วนลูกกบซื้อมาตัวละ 2-3 บาทสวนอาหาร ถ้าหากเลี้ยงไก่อยู่แล้วก็สามารถ นำอาหารไก่แบ่งมาให้ได้นะพอเลี้ยงไปได้ประมาณ 30 วันก็ให้คัดแยกลูกกบมาอีกบ่เลยให้เหลือลูกกบบ่อละ 15 ถึง 20 ตัวเพื่อจะได้มีขนาดตัวที่โตตามเท่าที่ต้องการ

อุตุฯ ออกประกาศ เตือนอุณหภูมิลด 4 องศา

กรมอุตุฯทำการประกาศอากาศหนาวเย็นของประเทศไทยโดยทางประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็น สวนทางภาคใต้จะมีฝนตกหนักด้วยจะมีผลกระทบต่อวันที่ 15 พฤศจิกายนเป็นต้นไปซึ่งในบริเวณดังกล่าวนี้จะถูกความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนที่มาปกคลุมทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะปกคลุมในวันที่ 14-15 พฤศจิกายน จึงทำให้ทางภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออ กมีอากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะยอดดอยจะมีอุณหภูมิต่ำสุด 18 22 องศาจึงให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพ

และมาส่งทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดเข้าปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้นซึ่งลักษณะเช่นนี้จะทำให้ทางภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่งและมีคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยกำลังฟังการโดยอ่าวไทยตอนบนตอนล่างจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยในช่วงนี้ชาวเดินเรือทั้งหลายควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและติดตามกรมอุตุอย่างใกล้ชิด

เริ่มแล้ว สรรพากรเข้มตรวจรายการเงินโอนเข้าบัญชี

โดยในตอนนี้ทางสรรพากรจะมีการตรวจรายการเงินบัญชีบุคคลหักเงินเข้าประมาณ 3,000 ขึ้นไปนัทมียอดรวมมากกว่า 2 ล้านบาทจะถูกตรวจสอบโดยกฎหมายจะมีการประกาศบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมและมีการส่งข้อมูลในวันที่ 31 มีนาคม

โดยธุรกรรมลักษณะเฉพาะที่จะทำนั้นก็จะมี

ผู้ที่ทำการส่งข้อมูล = ธนาคาร / สถาบัณการเงิน / Payment gateway

หลักเกณฑ์การส่งข้อมูล = เงินเข้าเป็นจำนวน 3000 ครั้งขึ้นไป / เงินเข้า 400 ครั้ง และยอดเงินรวมกันเป็นจำนวน 2 ล้านบาม โดยรวมทุก บช. ของธนาคาร และเป็นชื่อเดียวกัน

ดูยอดเงินทั้งหมดไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้ทั้งหมดของปีนั้นและจะต้องนำมาคำนวณกับการเสียภาษีของกรมสรรพากรโดยจะมีการนำข้อมูลไปประมวลผลรวมกับภาษีเงินได้ที่มีการยื่นตามปกติโดยทางที่ดีควรแยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีธุรกิจเอาไว้

ขายดีมาก ปาท่องโก๋สูตรเก่าแก่จากเมืองจีน ขายได้วันละหมื่น

ซึ่งถ้าหากพูดถึงอาหารให้ตอนเช้าหรือขนมหวานใครหลายๆคนก็มาถึงปาท่องโก๋ร้อนที่กินคู่กับน้ำเต้าหู้หรือโจ๊กในตอนเช้ากัน โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมาที่ร้านปาท่องโก๋เสวยซึ่งเป็นร้านปาท่องโก๋เก่าแก่ที่เราอยากจะแนะนำโดยมีคุณ คุณธนกร เจริญพิมลกุล ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 3 เป็นเจ้าของร้านปัจจุบันในสาขาเยาวราชโดยตัวขาวก็ได้มีการเปิดเผยว่าที่ร้านปาท่องโก๋เสวยนี้ ก่อตั้งเมื่อประมาณปี 2519 หลังจากที่อากงอาม่าได้มาจากเมืองจีน และนำความรู้มาเปิดร้านขายปาท่องโก๋ อยู่ในบริเวณตรอกมะยม แถวๆบางลำพู

ซึ่งแต่เดิมชื่อร้านแห่งนี้คือร้านปาท่องโก๋โทษรุ่งเพราะทำการตั้งแต่เช้ามืดก่อนที่จะเปลี่ยนร้านชื่อร้านมาประมาณ 50 ปีก่อนโดยในสมัยก่อนย่านบางลำพู เป็นเขตพระราชวัง คนในวังมาซื้อกันเยอะ จึงเรียกกันติดปากว่าปาท่องโก๋ทรงเสวยแต่ในปัจจุบันเหลือเพียงแค่คำว่าปาท่องโก๋เสวยเท่านั้น

และเมนูที่ไม่ควรพลาดนะก็คือเมนูปลาท่องโก๋กับสังขยาปาท่องโก๋ที่นี่นั่นให้รสสัมผัสที่น่ากินเป็นอย่างมากกรอบนอกนุ่มในไม่เติมน้ำมันแป้งบางกรอบทานคู่กับสังขยาที่มีรสหวานกลมกล่อมเนื้อไม่เหลวเกินเกินไปบอกเลยว่าเข้ากันดี อย่างมากซึ่งเป็นเมนูที่เราอยากจะแนะนำแต่นอกจากเมนูนี้ก็ยังมีเมนูหลายๆอย่างที่ให้ทุกคนลองกินกันเพราะมีท็อปปิ้งหลากหลายไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลต แยมสตอเบอรี่คาราเมล แยมส้มหรือนมข้น

โดยจุดเด่นของร้านแห่งนี้นั้นก็คือจะทำสดใหม่ในทุกๆวันและมีการโชว์นวดแป้งให้เห็นกันจะจะให้เห็นถึงความสะอาดและเปลี่ยนน้ำมันทอดวันละ 2 ครั้งและร้านแห่งนี้มีสูตรสังขยาในฉบับตัวเองโดยเฉพาะที่ไม่เหมือนกับคนอื่นจึงทำให้สังขยามีคุณภาพไม่เสียง่าย และด้วยความอร่อยอย่างนี้นี่เองจึงได้รับรางวัลมิชลินไกด์ติดต่อกันถึง 2 ปีซ้อนในปี 2018 และ 2019 ซึ่งถือเป็นการสร้างความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งให้กับทางร้านเป็นอย่างมากเพราะเราการันตีว่าร้านมีคุณภาพอย่างแน่นอน

และหลังจากที่ได้รับรางวัลนี้จากตอนที่จัดก่อนขายหมดประมาณ 01:00 นทุกวันนี้ 22:00 นก็เก็บร้านซึ่งในทุกๆวันสามารถสร้างรายได้ตกวันละเกือบหมื่นบาทเลยทีเดียวและหัวใจสำคัญในการขายดีมานานกว่า 5 ทศวรรษนี้ก็เพราะที่ร้านแห่งนี้นั้นเน้นเรื่องของความสะอาดเรื่องคุณภาพและวัตถุดิบที่ต้องจดใหม่และพิถีพิถันใส่ใจทุกรายละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกค้านั่นเอง

และถ้าหากใครนั้นอยากจะลิ้มลองปาท่องโก๋ของพี่นี่นั้นบอกเลยว่าในตอนนี้มีการเปิดถึง 5 สาขาด้วยกันมีทั้งสาขาเทเวศน์สาขาพัฒนาการสาขาศาลเจ้าพ่อเสือสาขาบางลำพูซึ่งทุกคนนั้นสามารถลิ้มลองกันได้โดยร้านนั้นจะเปิดทุกวันเวลา 18:00 นจนถึง 24:00 น ลองดูกันเลย

จากมนุษย์เงินเดือน วันดีคืนดีถูกเลิกจ้าง หันมาทำเกษตร เพาะเห็ดรายได้หลักแสนต่อเดือน

โดยแน่นอนว่าทุกคนก็อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองแต่ถ้าหากธุรกิจนั้นสามารถสร้างผลกำไรได้เป็นอย่างดีคนหลายคนก็ยอมลาออกจากงานมาเพื่อทำอาชีพที่ตัวเองฝันหรือบางคนยังไม่มั่นใจก็จะหาเป็นงานรอเป็นอาทิตย์ที่ 2 เพื่อเสริมสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้กับครอบครัวแต่ถ้าหากตรงตามความเป็นจริงแล้วจะมีสักกี่คนที่สามารถทำได้หลายคนคิดหลายคนพูดแต่ไม่เคยลงมือทำก็มี

และในวันนี้เราจะพาทุกคนรู้จักสองสาวแบงค์ที่รู้จักการลงมือทำขยันขันแข็งจนสามารถทำกระท่อมเห็ดฟาร์มอยู่ในบริเวณย่านบางบัวทองโดยกระท่อมเห็ดฟางนี้จะสามารถทำงานเสริมสร้างเม็ดเงินเสริมให้กับพวกเธอได้โดย 2 คนนั้นมีชื่อว่า คุณนัยนา ยังเกิด – คุณจุ๊บ และ คุณกุ๊ก-ปรียนันท์ แสงดี โดยทั้งคู่นั้นเป็นพนักงานประจำแผนกประชาสัมพันธ์ของธนาคารแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงซึ่งทั้งคู่ได้ลงมือช่วยกันสร้างหรือกระท่อมเห็ดฟาร์ม

โดยย้อนไปเมื่อประมาณปี 2554 ซึ่งเป็นการเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มีคนและคนถูกเลิกจ้างและใครหลายคนก็กลัวที่จะโดยซองขาว และถึงแม้ตัวเธอนั้นจะไม่ได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวก็ทำให้เธอรู้สึกถึงความไม่มั่นคงเพราะรู้สึกว่าถ้าหากวันใดวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาจะทำอย่างไรจึงมองหาอาชีพเสริมสำรองเอาไว้และมีการศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจหลายตัวไม่ว่าจะเป็นร้านเบเกอรี่ร้านอาหารร้านกาแฟและสปาแต่รู้สึกว่าร้านเหล่านี้นั้นมีอยู่ทั่วเต็มไปหมดทุกซอกทุกมุมของโลก

และด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอนั้นหันมามองอาชีพที่เกี่ยวกับการทำเกษตรทั้งๆที่ตัวเธอไม่มีพื้นฐานทางด้านนี้มาก่อนแต่มีคุณยายและคุณน้าที่อยู่เชียงใหม่ได้มีการแนะนำให้รู้จักการทำฟาร์มเห็ดและรู้สึกว่ามีความน่าสนใจสามารถเก็บขายได้ในทุกๆวัน อีกทั้งยังนำผลผลิตมาเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย โดยคุณจุ๊บได้มีการค้นหาข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตศึกษาหาข้อมูลต่างๆพอมีความรู้เข้าขั้นลึกซึ้งจึงได้พาตัวเองไปดูฟาร์มเห็ดแห่งหนึ่งในตัวเมืองพัทยาและมีการเจรจาซื้อก้อนเห็ดมาปลูกทดลองบริเวณรั้วบ้านประมาณ 10 ก้อนก่อน

โดยเธอนั้นก็ได้รับคำแนะนำและสามารถปลูกเห็ดได้จึงเกิดเป็นบันดาลใจให้กับตัวเองว่าจะต้องเดินหน้าศึกษาอย่างจริงจังจนกระทั่งทราบข่าวว่าทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีการเปิดอบรมหลักสูตรเฉพาะการเพาะเห็ดทุกชนิดให้กับประชาชนโดยใช้เวลาเพียงแค่ 5 วันเธอจึงเอาเวลาวันลาพักร้อนมาเข้าร่วมอบรมแบบในทันทีโดยสรุปแล้วเธอนั้นใช้เวลาในการศึกษาหาความรู้ประมาณ 6 เดือนเศษจึงตัดสินใจลงทุนและชักชวนเพื่อนร่วมงานอย่างคุณกุ๊กลงมือทำด้วยโดยลงขันคนละ 400000 บาท

จากนั้นก็มีการพากันหาสถานที่เช่าที่ดินโดยได้ที่ดินย่านบางบัวทองประมาณ 300 ตารางวาและลงมือก่อสร้างกระท่อมเห็ดหลังใหญ่จำนวน 3 หลังบรรจุเห็ดหลังละ 500 ก้อนซึ่งประกอบไปด้วยเหตุ 3 สายพันธุ์ได้แก่ นางนวลฮังการี นางนวลชมพู และเห็ดเป๋าฮื้อ และนางฟ้าภูฐานซึ่งมีการจ้างแรงงานไว้ 1 คนด้วย

และหลังจากนั้นไม่นานเห็ดที่เธอปลุกอันนั้นก็ออกผลผลิตมาอย่างมากมายแต่ต้องเจอปัญหาใหม่ เธอไม่รู้ว่าผลผลิตที่ได้จะนำไปขายที่ไหนดี โดยเริ่มแรกก็มีการแนะนำตัวกับแม่ค้าตามตลาดต่างๆซึ่งก็ไม่มีใครสนใจเพราะทุกคนนั้นมีเจ้าประจำกันอยู่แล้วจากนั้นจึงตัดสินใจไปขอเช่าแผงขายจากตลาดบางบัวทองโดยเสียค่าใช้จ่ายวันละ 100 บาทเพื่อขายผลผลิตกระท่อมเห็ดฟาร์มโดยมีการนำหลักวิชา PR Marketing มาช่วยเหลือเต็มที่โดยมีการเริ่มจากนำมาบรรจุลงถุงพลาสติกให้ดูเก๋ไก๋น่ามองก่อนที่นำสติ๊กเกอร์แปะลงไปบอกถึงชื่อสายพันธุ์และสรรพคุณว่ามีอะไรบ้างซึ่งเป็นการให้ความรู้ให้กับทางผู้บริโภคโดยตรง

โดยวันแรกนั้นเธอลองเอาขายเพียงแค่ 50 ถุงแต่ปรากฏว่ามีผู้คนต่างเข้ามาซื้อกันอย่างมากมายจนของขายไม่พอถึงขั้นต้องโทรศัพท์บอกเด็กให้แพ็คเห็ดลงมาเพิ่มด่วนเพราะคนไทยไม่เคยเห็นเห็ดที่เก็บมาสดๆและยังเป็นช่อสวยซึ่งก็นำมาขายอีก 100 ถุงปรากฏว่าขายหมดภายใน 2 ชั่วโมงโดยในวันนั้นขายได้เงินจำนวน 2000 กว่าบาทและรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก

และในปัจจุบันนี้ตามแผงผักที่เคยปฏิเสธเธอก็วิ่งมาซื้อถึงหน้าฟาร์มด้วยตัวเองโดยในปัจจุบัน กิจการก็เติบโตตามลำดับและสามารถจำหน่ายเห็ดปลอดสารพิ-ษได้ 100% ทั้งสายพานดังกล่าวที่กล่าวมาแล้วและยังมีก้อนหินคุณภาพมีกระเช้าก้อนเห็ดเพื่อสุขภาพ และยังมีการเปิดศูนย์การเรียนรู้ให้กับชุมชนที่สนใจโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเปิดวิชาเพราะเหตุให้แก่บุคคลทั่วไปที่นำไปประกอบอาชีพได้

ปราชญ์ชาวบ้านผู้คิดค้นแนวคิด ‘เกษตรคอนโดฯ 9 ชั้น’ ทำเงินทั้งปี

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับคุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือ ลุงนิลพี่ตอนนี้มีอายุ Siri แล้วประมาณ 66 ปีและเขาเป็นถือเป็นหนึ่งชาวเกษตรกรต้น แบบ ที่ อาศัยอยู่ ใน ตำ บ ลช่ องไ ม้แก้วจังหวัดชุมพรโดยพืชผลทางการเกษตรส่วนใหญ่น่า จะเป็นทุเรียนซึ่งมีมากกว่า 700 ต้นและเป็นที่รู้จักของคนในชุมชนเป็นอย่างมาก

และนอกจากทุเรียนที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนได้แล้วนั้นลุงนี้ก็ยังเป็นเกษตรผู้ที่คิดค้นเกษตรคอนโด 9 ชั้น จึงถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของคุณลุงนิดที่ได้รับความสนใจจากผู้ที่สนใจในเรื่องของการทำเกษตรแบบผสมผสานและทฤษฎีใหม่โดยมีการใช้พื้นที่ของตัวเองที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยมีการปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆและพืชแซมพร้อมกับการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจไปในตัวและนอกจากนี้ก็ยังมีการทำสวนแล้วก็ยังเป็นหนึ่งผู้ที่ดูแลธนาคารต้นไม้ของจังหวัดชุมพรด้วย

โดยลุงนิล เผยว่าการทําเกษตรผสมผสาน 9 ชั้นนั้นเกิดขึ้นเพราะว่าในแต่ก่อนเคยทำอาชีพค้าขายมาเป็นเวลานานและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและต้องมีรายได้และมีความเป็นอยู่และอยากรวยจึงมีความคิดที่จะสร้างรายได้เพิ่มด้วยการปลูกทุเรียน เพราะเป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำโดยในช่วงแรกมีการลงทุนทุเรียนทั้งหมด 700 ต้นแต่ด้วยความที่ยลุงนิลนั้นยังขาดประสบการณ์ในการจัดสรรพื้นที่ซึ่งเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้ปลูกต้นทุเรียนเกิดจากภาวะขาดทุนจนมีหนี้สินติดตัวรวมทั้งหมด 2 ล้านบาทโดยเหตุการณ์วันนั้นก็สร้างความท้อแท้ให้กับยลุงนิลเป็นอย่างมาก จนคิดอยากตัดชี-วิ-ตเลยก็มี

แต่ในวันที่ 4 ธันวาคมในขณะที่เขากำลังท้อแท้เขาก็ได้ยินพระราชดำรัสของพระองค์ท่านเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงในโทรทัศน์ซึ่งทำให้เขานั้นคิดได้น้ำตานองหน้าถึงกับก้มลงกราบพื้นและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และพร้อมกับจุดประกายแห่งความหวังจนทำให้ลุงนิลมีสติและคิดว่าหากตนจาก และครอบครัวจะอยู่อย่างไรและมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าด้วยหัวใจและความหวังจึงมีการเริ่มต้นการทำเกษตรแบบผสมผสานเพื่อดำเนินตามรอยเท้าพ่อ

โดยเกษตรคอนโด 9 ชั้นนั้นเป็นการผสมผสานโดยมีการเลี้ยงปลาเลี้ยงหมูเลี้ยง พืชคอนโดโดยมีการสร้างรายละเอียดดังนี้


ชั้ 1จะอยู่ในบริเวณด้านล่างสุดข อง พื้นจะทำบ่อเลี้ยงปลาและพืชผักต่างๆรวมถึง ผักที่สามารถอยู่ในน้ำได้เช่นผักกระเฉด ผักบุ้ง / ชั้น 2 ปลูกพืชคลุมดินจำพวกมันหอมหรือพืชตระกูลหัวต่างๆ / ชั้น 3 ปลูกพืชบ น หน้ า ดินประกอบไปด้วยอาหารพืชผักสวนครัว / ชั้น 4ปลูก ส้มจี๊ดเลยส้มจี๊ดสามารถเก็บขายได้ประมาณ 70 กิโลกรัมขายได้ประมาณกิโลกรัมละ 20 ถึง 60 บาทซึ่งสามารถสร้างรายได้ประมาณ 2 0 0 0 บาทต่อวันเลยทีเดียว / ชั้น 5 ปลูกกล้ว ยเล็ บ มือนางจำนวน 1,000 พอสามารถสร้างร า ยได้ประมาณ 500 บาทต่อสัปดาห์ / ชั้น 6 ปลูก ทุเรียนพั นธุ์หมอ นทองจำนวนทั้งหมด 700 ต้นโดยราคาขายมีการขึ้นลงอยู่กับฤดูกาล / ชั้น 7 ปลู กพืช ที่เกาะเกี่ยว ต่างๆเช่นพริกไทยกระท้อนขนุนและมีการเ ก็ บ ผลผลิตหมุน เวียนทั้งปีสามารถสร้างรายได้ประมาณ 3 แสนบาทต่อปี / ชั้น 8 ธนาคารต้นไม้ป่าไม้ ยืน ต้นเป็น จำนว นทั้งหมด 1,300 ต้นเมื่อครบ 20 ปีต้น ไม้เหล่านี้จ ะมีมูลค่าประมาณ 100 บาทต้นโดยเป็ นการปลูกไว้ แบบให้ โตเองตามธรรมชาติ / ชั้นที่ 9 – ปลูกไม้ยางนาเพื่อถวายใ น ห ล ว ง

น่าไปเที่ยว นั่งรถไฟสายใหม่ กรุงเทพ-สัตหีบ เที่ยวเกาะล้าน เกาะแสมสาร ในราคาหลักร้อย

ใกล้จะถึงช่วงเทศกาลแห่งวันนี้ ในช่วงของสุดปลายปีนี้ซึ่งถ้าหากใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวอยู่แล้วเราก็เราก็จะมาบอกช่องทางในการท่องเที่ยวอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้คนนั้นเพลินไปกับการนั่งรถไฟแบบชิวๆและไปเที่ยวสถานที่อย่างทะเลสัตหีบกันได้ เพราะตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคมพศ 2561 ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการเปิดให้บริการรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ กรุงเทพ – พลูตาหลวง เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคนั่นเอง

จึงเหมาะอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวสายชิลที่ชื่นชอบในการเที่ยวทะเลอีกครั้งค่าเดินทางแล้วก็ถูกแสนถูกเพียงแค่ 170 บาทเท่านั้นในราคาที่แพงสุด โดยรถไฟขบวนนี้จะวิ่งในเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์โดยเริ่มต้นจากหัวลำโพงไปสุดสายปลายทางที่อู่ตะเภาสัตห*บโดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมงในการเดินทางเท่านั้น

โดยรถจะออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯเป็นเวลา 06:00 น ไปถึงสถานี บ้า น พลู ตา ห ล ว งเวลา 9:50 น ส่วน เวลาขากลับนั้นจะออกจากสถานีบ้านพลูตาหลว เวลา 15.50 น ถึงสถานี รถไฟ ก รุ งเ ท พ ฯไปเวลา 18:55 น จึง เ ห ม า ะอย่างมากสำหรับใครที่กำลังหาช่องทางในการเที่ยวแต่ถ้าหากใครสนใจควรจะจองตั๋วล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง รถไฟขบวน นี้มีผู้ใช้ บ ริ ก า รอย่าง เ ห นี ย ว แน่น และมีเพียงแค่ 2 รอบใน 1 วันเท่านั้น

เปิดชีวิต! จากเด็กเลี้ยงควาย สู่มหาเศรษฐีหมื่นล้าน

โดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาดูชีวประวัติของ ซิวซี แซ่ตั้ง มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทตะวันออกโปลีเมอร์อุตสาหกรรมเป็นเจ้าของธุรกิจทางด้านผลิตยาและฉนวนกันความร้อนรวมถึงอุปกรณ์ประดับรถยนต์ต่างๆ โดยชายคนนี้นั้นโดยแต่ก่อนเขาเป็นชาวจีนพูดตอบโต้มันมาในครอบครัวชาวนาอันยากจนโดยตัวเขานั้นต้องผ่านชีวิตมาอย่างมากมาย

ชีวิตของเขา มันไม่ง่ายอย่างที่ใครคิดเพราะเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนมากเพราะต้องเลี้ยงวัวเลี้ยงควายตาอุจจาระขายและเคยต-า บอด จนคิดสั้ น ฆ่ -าตั ว ต า-ยแต่สุดท้ายก็รอดมาได้ราวกับปาฏิหาริย์การที่จะมีโอกาสอพยพมายังเมืองไทย

ด้วยคราวนั้นเติบโตมาในห้องแถวๆมืดๆมีทั้งกลิ่นขี้วัว ขี้หมู ขี้ไก่ เพราะว่าต้องนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเลี้ยงในบ้านเพื่อป้องกันการขโมย และจำได้ว่าในตอนนั้นในบ้านนั้นมีเพียงแค่รูปควายตัวเล็กๆจึงเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องคอยจูงควายไปกินน้ำกินหญ้าโตมาหน่อยก็สามารถใช้ควายไถนา ได้และในช่วงนั้นประเทศนั้นก็ได้จบปัญหาในเรื่องของสงครามจึงทำให้ประชาชนลำบากทุกหย่อมหญ้า

จึงเรียกว่าการเรียนหนังสือนะถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากเป็นอย่างมากเพราะไม่ได้มีการจ่ายค่าเทอมเหมือนสมัยก่อนโดยสิ่งที่ต้องแรกมันก็คือข้าวสาร 5 กิโลกรัมต่อครึ่งปีถือเป็นสิ่งที่หายากมากที่สุดเพราะลำพังข้าวกินกันในครอบครัวก็ยังไม่พอและมื้อแต่ละมื้อต้องหุงข้าวผสมแป้งมันลงไปเติมน้ำลงไปเยอะๆเพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณของทุกคน

และมาถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาที่เรียกว่าเป็นวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดในตอนอายุ 13 เขาต้องเป็นคนตาบอดนานถึง 5 ปีโดยอาการเริ่มแรกนั้น ก็มีอาการตาฝ้าฟางระคายเคืองมองเห็นภาพเบลอจนพบว่ามีฝ้าสีขาวเหมือนเนื้อลำไยติดอยู่ตรงตาดำและไม่มีเงินไปหาหมอจึงต้องรักษาตามยถากรรมด้วยเอาอยากได้หรือไม่แมงมุมใส่ลงไปในดวงตาเพราะเชื่อว่าอยากได้นั้นจะสามารถไล่เชื้อโรคสกปรกออกไปได้และเอาหมึกกับซอสซอสจิ๊กโฉ่วมาหยดใส่ แต่ผลที่ได้นั้นก็คือตาบอดสนิทจึงทำให้เขารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากจนถึงคิด สั้ น ฆ่-ตั วต -า ยแต่โชคดีที่พี่สะใภ้มาเห็นก่อนและก็เลิกคิด สั้ นเพราะเห็นแก่แม่

แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์มาโปรดเขาจากนั้นไม่นานบรรพบุรุษก็ได้ข้อความบอกให้รีบไปหาหมอตาคนหนึ่งจนได้ยากลับมาที่บ้านควบคู่กับการดูแลรักษาที่ดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำให้กับลูกได้โดยการใช้ปลายลิ้นเลียฝ้าสีขาวที่ติดอยู่ตรงตาทำเช่นนี้นานถึง 8 เดือนจนอาการทุเลาลงและกลับมามองเห็นได้ในที่สุดและในขณะที่เขากลับมาเป็นปกติเขาก็ต้องการที่จะตอบแทนพระคุณแม่อย่างสุดกำลังและต้องการที่จะเลี้ยงดูแม่เพื่อชดเชยเวลา 5 ปีที่เสียไป

ด้วยหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ถือว่าเป็นความหวังของคนทั่วโลกทุกคนรอโอกาสหมายในการทำมาหากินและนอนในตอนนั้นเป็นช่วงอายุที่เขาอายุ 20 ปีมีการตัดสินใจจากบ้านเกิดเมืองนอนมาแสวงหาโชคที่แผ่นดินไทยเพราะมีอาซิ้มข้างบ้านเล่าว่าเมืองไทยนะอุดมสมบูรณ์ มีข้าวสวยมีปลาทูตัวใหญ่ๆไว้กินการณ์บ้านเมืองสงบสุขค่ะขยันขันแข็งก็อาจจะได้เป็นเถ้าแก่จึงได้มีญาติพี่น้องรวมเงินให้เขาเดินทางไปยังประเทศไทยโดยเขาเดินทางไปตัวเปล่าไม่มีเสื้อเหลือสักผืนไม่มีหมอสักใบมีเพียงเสื้อแขนบางๆกับขากางเกงขาสั้นมาติดตัวชุดเดียวเรียกได้ว่าเป็นคนที่ยากจนที่สุดคนหนึ่งในบนเรือ และเมื่อถึงแผ่นดินไทยก็ถูกจะเพราะว่าไม่มีญาติมารับรองกว่าจะมีพี่ชายมาประกันตัวก็ปาไปแล้ว 4 วัน 4 คืน

และหลังจากที่มาแผ่นดินไทยก็รู้ว่าเมืองไทยไม่ได้สุขสบายอย่างที่คิดเพราะต้องอาศัยอยู่กับพี่ชายแถววัดชุมชนวัดดวงแขสภาพสภาพความเป็นอยู่ค่ะสนภาษาไทยก็ฟังไม่รู้เรื่องและยังวิตกกังวลว่าจะเป็นภาระของครอบครัวพี่ชายโดยเช้ามืดต้องมาช่วยพี่ชายทำรองเท้าขายคิ้วขายตามร้านต่างๆอีกทั้งยังโดนกดโดนด่าดูถูกบ้างจึงตัดสินใจออกมาสู้ชีวิตด้วยตัวเอง

และเขาก็ออกมาทำงานด้วยตัวเองโดยทำงานโรงงานหนังฟอก ฟอกหนังฟอฮับฮัด ได้เงินเดือน 80 บาท ซึ่งเขาทำงานไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยว่างก็รับต่างๆและส่งเงินส่วนหนึ่งไปให้กับครอบครัวที่เมืองจีนอีกส่วนหนึ่งก็เก็บหอมรอมริบไว้ทำทุนในอนาคตและความขยันของเขานั้นก็โด่งดังจนถูกใจเถ้าแก่เพราะมีวันหนึ่งส้ ว มเต็มแล้วไม่มีคน ไปตักอุ จ ระ ออกจากส้ ว มเขาจึงอาสาทำเองแบบไม่เกี่ยง จึงกลายเป็นที่ถูกใจของเถ้าแก่และเป็นคนที่สู้ชีวิตอีกทั้งยังใฝ่รู พยายามจดตามการทำงานในโรงงานและอยากจะเป็นเจ้าของโรงงานฟอกหนังของตัวเองจึงเริ่มเรียนรู้ในการเจรจาเลือกซื้อวัตถุดิบการขายและตัดสินใจแล้วออกมาตั้งโรงงานแห่งแรกที่ชื่อว่า แซ่ฮิ้นลี่

ด้วยเขาเป็นเถ้าแก่ครั้งแรกในวัย 22 ปีก่อนที่จะเปิดโรงงานและประสบภาวะซบเซาหลังรัฐบาลประกาศค่าส่งออกไปยังต่างประเทศจึงเบนเข็มไปที่ใต้อำเภอเบตงไปรับกรีดยาง งั้นก็เดินทางมาปักหลักที่กรุงเทพฯเปิดบ้านเช่ารับเหมาทำประตูหน้าต่าง ทำ ธุรกิจ อิ ม ปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต และ มีโอกาสหันมาทำธุรกิจผลิตยางสังเคราะห์ ห่วงติด อวน ฉนวนกันความร้อน จนถึงประดับยนต์ จนประสบความสำเร็จดังที่เห็นทุกวันนี้

โดยกว่าที่เขานั้นจะประสบ ความสำเร็จได้ขนาดนี้ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามมากมายจนเลือดตาแทบกระเด็น ด้วยการทำธุรกิจนั้นเขาก็ต้องมีการวางแผนควบคุมรายจ่ายใช้สมองคิดตลอดเวลา และด้วยความเป็นคนดีซื่อสัตย์ ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทไม่กินเห-ล้า ไม่ สูบบุห รี่ไม่เล่นการพ นั นข ยั นอดเอาอดทนจึงทำให้เขานั้นสามารถประสบความสำเร็จได้ และเ มื่อเขามี ลูกเ ข าก็ส่งเสริมให้ลูกทุกคนเดียวสูงไม่ให้ลูกทุกคนเป็นคนที่ทานเหตุการณ์และสอนให้มีเหตุผล มีจริยธรรม และรักในแผ่นดินไทย

เปิดภาพ ‘ไร่ชัยราชพฤกษ์’ บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ เจอไม้หายากเพียบ!

โดยหลังจากที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางและมีการอนุมัติหมายจับนาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร / บุญแทน บุษราคำ / ไพฑูรย์ แช่มเทศ / กฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาทั้งหมดกี่คนในคดีฆาตกรรมและอำพรางศพของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ซึ่งในช่วงเช้าของวันต่อมานี้ จะได้มีทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นพื้นที่บริเวณ ไร่ชัยราชพฤกษ์ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้กับคดีนี้

โดยในก่อนหน้านี้เมื่อปี 2554 ก็ได้มีตำรวจกว่า 100 นายเข้าไปตรวจคนที่ไล่ราชพฤกษ์ของนายชัยวัฒน์บนพื้นที่ 100 กว่าไร่ด้วยขี้คลายคดีฆาตกรรมของนาย ทัศน์กมล โอบอ้อม โดยได้มีการพบว่าในบริเวณพื้นที่บ้านพักขนาดสูง 2 ชั้นและด้านนอกสร้างด้วยอิฐแต่ด้านในตกแต่งด้วยไม้หายากทั้งหลัง

ซึ่งไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ มะค่าหลากหลายขนาด รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านทุกชิ้นเป็นไม้ที่มีราคาแพงอีกทั้งยังมีสระน้ำขนาดใหญ่น้ำตกเทียนและยังมีบ้านอีกหลังโดยใช้ไม้มาสร้างตกแต่งและทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการถ่ายภาพเป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบว่ามาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่โดยต่อมาเมื่อปี 2559 ทางไร่ชัยราชพฤกษ์นั้นก็ได้มีทางใดใช้วัดออกมากล่าวว่าได้มีการตรวจสอบด้วยเช่นกันโดยพื้นที่ดินดังกล่าวนับเป็นของพี่ชายตนและภรรยาที่ตกทอดมาจากพ่อตาทำกินมาตั้งแต่ในช่วงของ งปี 2527-2528 มีหนังสือรับรองสิทธิทำกิน

โดยทางด้านของใด สุรัสวดี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ก็ได้กล่าวว่าจากการที่เข้าตรวจสอบทางไลน์ก็ได้มีการร้องเรียนระบุว่าได้มีการบุกรุกเข้าไปยังป่าสงวนแห่งชาติป่ายางน้ำกลัดเหนือและป่าน้ำกลัดใต้ ที่อำเภอแก่งกระจานโดยพื้นที่ประมาณ 100 ไร่อยู่ในพื้นที่สำรวจถือครองตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และมีการพบว่านายไพโรจน์ได้เป็นผู้ครอบครองเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่มีรีสอร์ทตั้งอยู่ โดยทางกรมป่าไม้ก็ได้มีการแจ้งข้อมูลเท็จจริงบางส่วนให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐและกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นที่เรียบร้อย

และในขณะที่กรมป่าไม้กำลังตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอยู่นั้นก็ได้มีการประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบว่ามีการบุกรุกเขตป่าสงวนจริงหรือไม่และบุกรุกกี่ไร่ต่อมาทางมติรัฐมนตรีก็ได้มีวัตถุประสงค์ว่านี่คือพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยกับชาวบ้านและเกษตรกรประมาณ 18-20 ไร่แต่พื้นที่ไร่ชัยพฤกษ์กับนำมาทำเป็นรีสอร์ทและน่าจะได้พื้นที่มากกว่าที่รัฐให้

ประวัติความเป็นมาของนายชัยวัฒน์

ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เกิดเป็นคนในจังหวัดเพชรบุรีมีนิสัยใจคอกว้างขวาไม่เกรงกลัวใครและมาจะเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ด้านลบอยู่เสมอและในช่วงหลังได้เข้ามารับตำแหน่งสำคัญอย่างหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานซึ่งเป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมีพื้นที่ประมาณเกือบ 2ล้าน ไร่ เลยตัวขาวได้มีสารสัมพันธ์กับตระกูล อังกินันท์ ซึ่งเป็นตระกูลการเมืองดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรีและได้มีโอกาสที่ได้เรียนระดับปริญญาตรีในคณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก่อนที่จะเรียนระดับปริญญาโททางด้านการบริหารทรัพยากรป่าไม้และหลังจากที่เรียนจบในระดับชั้นปริญญาตรีนายชัยวัฒน์ก็เริ่มชีวิตการเป็นราชการเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ก่อนที่จะเติบโตมาในสายงานหน้าที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ในวนอุทยานในจังหวัดรวมถึงวนอุทยานในชะอำ

จนกระทั่งเมื่อปี 2551 อายุ 44 ปีเขาก็ได้รับมอบตำแหน่งเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเครื่องกลายเป็นที่รับรู้กันทั่วหมู่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่าเป็นการทำงานที่ท้าทายมากที่สุดไม่ว่าจะด้วยขณะที่กว้างขวางของพื้นที่ของอุดมสมบูรณ์และสภาพปัญหาที่มีความซับซ้อนอีกทั้งยังมีแนวชายแดนที่ติดกับพม่าจึงทำให้นายชัยวัฒน์ใดเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศในปีต่อๆมาจากสถานการณ์และเรื่องราวที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้องโดยจากเหตุการณ์เผาบ้านคุณป่าในช่วงปีแรกทำให้เขานัดรับตำแหน่งก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับโครงการภายนอกก่อนที่จะสู่การเผชิญหน้าถูกร้องเรียนเป็นครั้งแรกกับองค์กรไม่ว่าจะเป็นสภาทนายความและคณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนอันเนื่องมาจากแนวการปฏิบัติแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงกันและความเชื่อมั่นของเขาว่าเขานั้นดำเนินการถูกต้องตามหลักวิชาการ

ต่อมาปี 2553 นายชัยวัฒน์ก็เริ่มโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบ้านโป่งลึกบางกลอยอันเนื่องมาจากพระราชดำริโดยได้รับงบประมาณจากสำนักคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแต่หลังจากที่พบว่าโครงการช่วยเหลือชุมชนก่อนหน้านี้ได้ยุติลงพร้อมกับการดำเนินการ ยุทธการตะนาวศรี” ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งก็ได้มีการผูกเรื่องราวโยงกับเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ทหารตกติดต่อกัน 3 ลำในป่าด้วยของแก่งกระจานในช่วงกลางกรกฎาคมปี 2554 จึงเกิดความขัดแย้งที่บานปลายออกไป

และด้วยบุคลิกที่ความเป็นผู้นำทำให้เขาและสามารถนำทีมกำลังกู้ศพผู้เสียชีวิตด้วยตัวเองเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้บังคับบัญชาการจนภารกิจสำเร็จลุล่วงทำให้นายชัยวัฒน์ได้รับการนับถือและเป็นที่ยกย่องจากผู้บังคับบัญชาและได้รับการยกย่องจากคนไทยทั้งประเทศจนได้รับรางวัล าราชการพลเรือนดีเด่นจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประจำปี 2554 จากวีรกรรมในครั้งนั้น

อดีตพระเอก “น้ำ รพีภัทร” กับชีวิตติดดิน เลี้ยงควาย เลี้ยงปลา สุขที่พอเพียง

โดยแน่นอนว่าคนนั้นจะคงจำพระเอกอย่างน้ำ รพีภัทร-เอกพันธ์กุล ได้เป็นอย่างดีแน่นอนว่าทุกคนนั้นมันจะนึกภาพของพระเอกที่จะต้องอยู่อย่างหรูหรากินอยู่อย่างฟุ่มเฟือยแต่บอกเลยว่าตัวน้ำรพีภัทรนี้เขานั้นธรรมดาและติดดินสุดๆ โดยหลังจากที่เว้นว่างจากการทำงานตัวเขาก็จะกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านจังหวัดนครนายกพร้อมกับลูกอีก 2 คนได้แก่น้องโอเชี่ยน – น้องมารี และภรรยาสาวสวยคนเก่งอย่างคุณมินตรา

ด้วยถ้าหากใครได้ติดตามตัวขาวผ่านทางโลกโซเชียลก็จะเห็นภาพสวยงามธรรมชาติจากฟาร์มของเขามาให้แฟนๆได้เห็นกันอยู่บ่อยๆไม่ว่าจะเป็นภาพเล้าไก่คอกควายหรือกระชังปลาที่เลี้ยงเอาไว้อีกทางแต่ละแคปชั่นบอกถึงความเบิกบานใจสุขใจที่ได้อาศัยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้

โดยความของคุณน้ำรพีภัทรน้ำชื่อว่า รพีภัทร ฟาร์ม ไก่ชน เพราะได้มีการเ ลี้ ย งไก่ชนด้วย ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะใช้ชีวิตอย่า ง เ รี ย บ ง่ายแบบนี้จะ บ อ กเลยว่า มินตรา ภร ร ยาคนสวยคนเ ก่ งของคุณหนุ่ม นั้น โปรไฟล์ไม่ธรรมดาเลยจริงๆเพราะเธอนั้นเองจบมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคเคมีสาขาชีวเคมี คณะวิทย าศาสต ร์แล ะยังมีดี กรีเป็นนางงามเชียงใหม่ปี 2554 อีกทั้งยังได้ประกวดดัชชี่บอยเกิดปี 2009 และมีซิงเกิ้ลเพลงอย่างราบหรือเปล่าอีกด้วยอี กทั้ง ยังมีธุรกิจส่วนตัว และฐานะร่ำรวยเป็นอย่างมากแต่ก็ยังใช้ชีวิตติด ดินสุดๆ

และนี่ก็เรียกได้ว่าทั้งคู่นั้นก็สามารถใช้ชีวิตความเป็นอยู่ได้อยู่ในกรอบของความพอเพียงแสดงให้เห็นถึงความมานะเป็นอย่างมากบอกเลยว่าชีวิตอย่างนี้น่าอิจฉาไม่น้อยเลยจริงๆ

สู้ชีวิตไม่อายใคร เก็บขยะขาย จนมีเงินที่ดินกว่า 30 ไร่

โดยวันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับคุณลุงวัย 70 ปีที่สู้ชีวิตเก็บขยะขายทำมาเป็น 10 ปีเก็บหอมรอมริบจนมีเงินสามารถปลูกบ้านปลูกปาล์มน้ำมันได้กว่า 30 ไร่และไม่เคยอายที่เก็บขยะขายเพราะเป็นอาชีพสุจริตไม่ลงทุนไม่เลือกงานซื่อสัตย์ขยันอดทนก็สามารถสร้างตัวได้

โดยชายชราคนนี้นั้นมีชื่อว่า นายบา กล้าหาญอาศัยอยู่ที่ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพรโดยมักจะไปหาเศษขยะที่ทิ้งขยะองค์กรบริหารส่วนตำบลโดยตัวเขาได้มีการกล่าวว่าโดยแต่เดิมนั้นเป็นคน จังหวัดมหาสารคาม เมื่อโตเป็นหนุ่มก็จากบ้านมาทำอาชีพกรรมกร อยู่ที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ทำงานไปก็มีรูปและภรรยาโดยมีลูกทั้งหมดด้วยกันทั้งหญิงและชายจำนวน 4 คนโดยในสมัยนั้นอำเภอวิเชียรบุรีไม่เจริญมากนักแต่ก็สามารถก่อร่างสร้างตัวเก็บเงินจนสามารถซื้อที่ดินได้ 5 ไร่

จนกระทั่งปี 2547 เป็นช่วงที่งานในอำเภอวิเชียรบุรีเลิดสินตัวประกอบกับตัวเองและมีอายุมากขึ้นจะทำงานแบกหามก็เริ่มไม่ไหวและไม่ชอบอยู่เฉยๆจึงบอกภรรยาว่าจะมาหางานทำที่อำเภอละแม จังหวัดชุมพร โดยมาครั้งแรกมาทำงานประปาอยู่กับลูกเขยแต่ทำงานได้ไม่นานนะก็หันไปรับจ้างถางป่าตามสวนยางสวนปาล์มเพื่อเลี้ยงตัวและไม่ต้องการเป็นภาระของลูกหลาน

แต่ด้วยความที่อายุมากแล้วไม่แข็งแรงเท่ากับแต่ก่อนจึงทำงานได้ประมาณ 5 ปีแล้วมาเก็บของเก่าที่กองขยะขายโดยช่วงนั้นรายได้ของ 2 ตายายอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทแต่ในแต่ละเดือนนั้นก็ได้เป็นหลักหมื่นและมีที่ดินปลูกบ้านและปลูกปาล์มน้ำมันประมาณ 30 ไร่โดยทั้งหมดนี้ก็ได้มาจากการเก็บขยะขายและนำเงินไปซื้อที่ดินไว้เป็นที่อยู่อาศัยของตัวเองโดยไม่ต้องเช่าและมีที่ดินส่วนหนึ่งไว้ปลูกปาล์มน้ำมันอีกด้วย

เรื่องราวประทับใจ หนุ่มขับวิน เจอนักเรียนโบกให้พาไปส่งที่โรงเรียน

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่มีชาวเน็ตส่วนต่อกันเป็นวงกว้างในโลกออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องราวของผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า ช.ดนัยพัฒิน์ ฟาร์ม ก๋อย ง่อน โดย Facebook รายนี้ได้มีการโพสต์เรื่องราวเป็นเรื่องราวของชายขับวินคนหนึ่งกับเด็กนักเรียนที่ต้องไปโรงเรียนในยามเช้าจนเกิดความประทับใจอีกทั้งยังให้ข้อคิดสะกิดกับผู้ปกครองอีกหลายคน

โดย Facebook รายนี้ได้มีการบอกเล่าเรื่องราว เมื่อเช้านี้มีนักเรียนคนหนึ่งได้ทำการบอกวินมอเตอร์ไซค์หน้าหมู่บ้านเด็กถามว่าน้าโรงเรียนไปเท่าไหร่วินมอเตอร์ไซค์จึงตอบกลับไปว่า 40 บาท เด็กจึงถามว่าน้า 10 บาทได้ไหมหนูยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย วินมอเตอร์ไซค์สงสัยจึงได้ถามว่าแม่ให้เงินไปโรงเรียนเท่าไหร่ก็ตอบว่า 30 บาท ทางวินมอเตอร์ไซค์เลยบอกให้น้องขึ้นรถได้เลยเดี๋ยวจะไปส่งให้ เมื่อไปถึงที่โรงเรียนเด็กคนนี้ก็มอบเงินให้ 10 บาทแต่วินมอเตอร์ไซค์ไม่เอาจริงบอกว่าเก็บเงินซื้อข้าวกินแต่ลูกและเด็กก็ยกมือไหว้แล้วจากไป

โดยผู้ใช้ Facebook ได้นี้ก็ได้มีการบอกกล่าวอีกว่าเงินผมก็อยากได้ผมมีลูกต้องเลี้ยงแต่ผมก็ไม่ได้เลี้ยงลูกให้อดพอมีพอกินหากเด็กเอาเงินจ่ายค่ารถแล้วเด็กจะเอาที่ไหนกินอยากจะฝากถึงพ่อแม่ผู้ปกครองควรจะให้เงินเด็กต่อพอการใช้จ่ายในแต่ละวันให้เด็กๆกินบ้าง

เปิดรับสมัครพนักงานจำนวนมาก มี OTทุกวันมีรถรับส่ง สวัสดิการดีมาก

ในตอนนี้เป็นช่วงขาลงสำหรับโรงงานหลายๆแห่งนี้ได้ทำการปิดตัวลงไปอย่างมากมายซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์การการเลิกจ้างงานในประเทศไทยที่น่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อยเพราะส่วนใหญ่โรงงานเน้นคัดคนออกเพื่อลดค่าใช้จ่ายและบางทีก็ปิดตัวลงอย่างถาวรและมีการลอยแพมาแล้วกว่าหลายร้อยคนเชื่อว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจของประเทศกำลังถดถอย

และในล่าสุดทาง facebook ที่มีชื่อว่า Jai Patt ได้มีการระบุโพสต์ข้อความไปว่าถ้าหากที่อื่นเลิกกิจการสามารถมาที่นี่ได้เลยเพราะทางบริษัท ลืมไลน์แอดพพาแรล จำกัดสาขาพระประแดงตอนนี้กำลังขยายกิจการเปิดรับสมัครพนักงานจำนวนมากมีรายได้ดีมีโอทีมีรถรับส่ง ที่พักทุกวันฟรี ไม่จำกัดเพศ วุฒิการศึกษา อายุประมาณ 18 ถึง 38 ปีหากใครสนใจสามารถติดต่อไปได้ที่เบอร์โทร 028190130

รวมไอเดียกระทงจากธรรมชาติ รักษ์โลกเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมวิธีทำ

โดยวันนี้ก็เป็นวันของวันลอยกระทงประเพณีไทยที่มีกันมาอย่างยาวนานแต่ในล่าสุดนี้ก็มีการรณรงค์ถึงเรื่องของการใช้วัสดุที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมทำให้กินน้ำเกิดความเน่าเสียแต่ในปัจจุบันนั้นก็จะมีกระทงในรูปแบบมากมายที่จะสามารถช่วยในเรื่องของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยังนำพืชผักสวนครัวมาทำกระทงได้อย่างเช่นดอกขจรดอกแคหรือใบกะหล่ำปลีซึ่งเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติสามารถนำมาทำกระทงได้ด้วยเช่นกัน

โดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะมีไอเดียดีๆที่จะทำให้กระทงนั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้โดยจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

1.กระทงน้ำแข็ง

บอกเลยว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสุดเพราะใช้วัสดุธรรมชาติไม่เยอะและน้ำแข็งสามารถละลายไปกับน้ำได้ช่วยให้ลดปริมาณขยะในแม่น้ำได้เป็นอย่างดี

วิธีการทำ : นำถ้วยกลมมาใช้เป็นแป้นพิมพ์ในการทำกระทงจากนั้นก็ใส่ไฟแช็คลนก้นประเทืองไปแนะนำกลีบดอกไม้มาลงในถ้วยให้เต็มจากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไปจนเกือบเต็มถ้วยกระดาษ จัดดอกไม้ให้สวยงาม และนำไปแช่ช่องฟรีซ จนกลายเป็นเครื่องน้ำแข็งจากนั้นก็นำออกจากพิมพ์และนำไปลอยได้

2.กระทงกะหล่ําปลี

เป็นอีกหนึ่งกระทงเก๋ๆเพราะเอาผักใกล้ตัวมาทำเป็นกระทงรับประดับด้วยดอกไม้สวยๆงามๆนำธูปเทียนปักลงไปก็จะได้กระทงสวยๆในสไตล์รักโลก

วิธีการทำ : น้ำกลั่นปีมาลอกเปลือกด้านนอกที่ไม่สวยออกจากนั้นก็ใช้มีดผ่าลงกลางแบ่งออกเป็น 6 ซี่จากนั้นก็นำกลีบดอกไม้มาตราที่สวยและนำธูปมาปักลงตามด้วยเทียน 1 เล่มก็เป็นอันจบ

3. กระทงหัวหอม

เป็นอีกหนึ่งผักพื้นบ้านที่น่าสนใจไม่น้อยและสามารถนำเป็นทำเป็นกระทงได้

วิธีการทำ : น้ำหอมมากี่ปีออกทีละชิ้นและใช้มีดหรือกรรไกรตัดแต่งทรงที่สวยงามนำไปติดไว้ที่ฐานกระทงใช้ไม้กลัดปากให้แน่นโดยรอบประดับด้วยดอกไม้และปักธูปเทียนลงไป

4.กระทงเปลือกแตงโม

ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อยเพียงแค่เอาแตงโมมาตัดแต่งเพิ่มแกะสลักนิดหน่อยเพราะใส่ดอกไม้สวยงามรับรองว่ากระโปรงของคนนั้นจะเด่นกว่าใคร

วิธีการทำ : น้ําแตงโมลูกเล็กมะพร้าวขึ้นขวาเนื้อแตงโมออกเล็กน้อยให้เหลือหนูดอกไม้สําหรับจัดดอกไม้หรือถ้าหากใครมีฝีมือก็ทำการแกะสลักลงไปจากนั้นก็ใช้เปลือกแตงโมมาทำเป็นฐานสำหรับลอยน้ำรับปากด้วยดอกไม้หรือธูปเทียนลงไปก็เป็นอักเสบ

5.กระทงหัวปลี

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจเพราะหวยปีกล้วยเป็นดอกของต้นกล้วยสามารถนำมาทำกระทงได้อย่างสวยงามน่าสนใจไม่น้อย

วิธีการทำ : เอาหัวปลีค่อยๆคลี่ตัวหัวปลีออกทีละชิ้นม้วนพับลงไปแล้วใช่ไหมกลัดยึดไว้ให้แน่นจากนั้นพักกี่ต่อลงมาเรื่อยๆจนหมดและเห็นว่าใจกลางของหัวปลีจะมีดอกอ่อนและปักธูปเทียนลงไปก็เป็นอันเสร็จ

6.กระทงขนมปัง

เพียงแค่หาขนมปังแบบสำเร็จรูปแล้วมาปักดอกไม้สดเล็กน้อยตามด้วยธูปเทียนเพลงแค่นี้ก็ได้กระทงสวยๆพี่ปลาสามารถรับประทานได้ลองดูกันเลย

วิธีการทำ : ใช้ขนมปังรูปทรงตามใจชอบมาตกแต่งให้สวยงามและปักธูปเทียน

7.กระทงโคนไอศครีม

เป็นกระทงที่น่าสนใจไม่น้อยอีกทั้งยังย่อยสลายได้ง่ายแน่นอนแถมยังสวยงามอีกด้วย

วิธีการทำ : ซื้อโคนไอศครีมสำเร็จรูปมา 10-12 อันมาตัดส่วนปลายแหลมออกตัดออกให้เป็น 2 ชิ้นจากนั้นก็นำออกแบบจัดวันบนฐานกระทงใช้เข็มหมุดใบเล็กในการปักมุดลงไปจากนั้นนำดอกไม้สดมาตกแต่งให้สวยงามเป็นอันเสร็จ

‘ผักติ้ว’ ดอกซากุระอีสาน ผักบ้าน ๆ มีประโยชน์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ปลูกขายรายได้ดี

ได้วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูคุณประโยชน์ของผักติ้วกันซึ่งผักติ้วเป็นผักที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลเป็นผักพื้นบ้านของทางภาคอีสานโดยคนทางภาคอีสานนิยมนำมาปรุงอาหารประเภทยำต่างๆไม่ว่าจะเป็น แกงผัก หน่อไม้ แกง หรือต้มยำ และในส่วนของทางภาคใต้ก็นำมานิยมรับประทานกับขนมจีนซึ่งบอกเลยว่าอร่อยเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ผักติ้วเป็นผักที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากและมีเส้นใยอาหารในช่วงของการป้องกันโรคท้องผูกมีคุณธรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นแร่ธาตุแคลเซียมซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการภาวะเกิดโรคกระดูกพรุนและช่วยในเรื่องของการเผาผลาญสารอาหารและการทำงานของระบบประสาทได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีวิตามินอีกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นวิตามินซีและยังช่วยในเรื่องของการดูดซึมธาตุเหล็ก และยังมีวิตามินเอสูงและยังช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

โดยผักติ้วในปริมาณ 100 กิโลกรัมนั้นจะมีเส้นใยถึง 1.4 กรัม มีแคลเซียมสูงถึง 67กรัม และนอกจากนี้ผักติ้วนั้นยังเป็นผักพี่ยังมีความต้องการในตลาดสูง ซึ่งขายที่ไหนก็ขายได้หมดและยังนิยมรับประทานกันทั่วประเทศอีกด้วยนอกจากนี้ยังมีการวิจัยว่าผักติ้วนั้นมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับได้เป็นอย่างดีและสามารถช่วยป้องกันการทำงานของ DNA เพราะมีกรดคลอโรจีนิกตอนนั้นเอง

ซึ่งจะได้มีงานวิจัยของ โครงการปริญญาเอก คณะอุตสาหกรรมการเกษตรจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีการระบุว่าสารสกัดจากผักที่สามารถนำไปใช้ในการยับยั้งกลิ่นหืนอาหารให้เป็นอย่างดีและยังมีการ เอายอดตอนไปเข้ากระบวนการสกัดผสมกับเอทานอล และก็จะได้ สารสกัธรรมชาติป้องกันกลิ่นหืนของอาหารดีมาก

การขยายพันธุ์

สามารถใช้การซ่อนกลิ่นได้เป็นการสลัดราก ออกไปถ้าอยาก ได้ต้นที่โตไว ก็ให้ไปหาตอนที่เขาขุดล้อมรอบมาขายขนาดมาตรฐานก็ประมาณ 1.50 – 2.50 ซ. ม. โดยผักติ้ วนั้นเป็นผักที่สา ม า ร ถ ปลูกได้ง่าย ส า ม า ร ถปลูกไว้ตามริมรั้ว เพราะเป็นพืชที่อดทนได้สูงต่อทุกสภาพแวดล้อม จึงถือเป็นอีกพืชชนิดหนึ่ง ที่น่ า ส น ใ จ ในการหารายได้พิเศษ หรือ นำมารับประทานกันเองในบ้านก็ได้ เพราะมีคุณประโยชน์สูงเป็นอย่าง ม า ก

ชาวบ้านสุดเจ๋ง ประดิษฐ์รถไถมินิ คันจิ๋วแต่แจ๋ว ใช้งานได้เหมือนรถใหญ่

โดยวันนี้เราจะพาทุกคน มารู้จักกับเสี่ยกุ้งผู้ผลิตรถไถมินิโดยตัวขาวได้มีการเปิดเผยผลงานประดิษฐ์ชิ้นเอกของเขาซึ่งเรียกว่าเป็นชาวเกษตรกรคนเก่งคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดยโสธร โดยเขา มีการเปิดเผยว่า ….

ครอบครัวของเขานัดอาศัยอยู่ในจังหวัดยโสธรมีการปลูกข่าเหลืองน้ำมันสำปะหลังเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวแต่ก็ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในการกำจัดหญ้าร่องมันสําปะหลังเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายแรงงานวันละ 300-400 บาททำให้เขาเกิดไอเดียที่จะพัฒนานวัตกรรมในรูปแบบของรถไถมินิเพื่อช่วยให้การทำงานในไร่นาประหยัดต้นทุนในการจ้างค่าจ้างแรงงาน

ช่วยเขาได้มีการใช้เวลาในการพัฒนารถไถมินิประมาณ 2 ปีโดยมีการจำลองรูปแบบมาจากรถไถขนาดใหญ่เปลี่ยนทรายให้มีขนาดเล็กซึ่งมีขนาดน้อยน้ำหนักน้อยใช้งานง่ายและเมื่อต้นแบบเสร็จสมบูรณ์ก็สามารถทำงานได้ดีในสไตล์จิ๋วแต่แจ๋วอีกทั้งยังมีการนำไปทดลองในไร่นาของตัวเองเมื่อเพื่อนบ้านมาเห็นประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องจักรตัวนี้ก็สนใจสั่งซื้อเป็นอย่างมากมาย

และนอกจากนี้ผลงานเเละชื่อเสียงของรถไถมินิยังเข้าตาหน่วยงานราชการในท้องถิ่นโดยหน่วยงานราชการมีการชักชวนเสียกรุงให้อุปกรณ์รถไถไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานเกษตรจังหวัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรเป็นประธานในพิธีเปิดในปี 2559 ด้วยในยุคสมัยนี้ Social Network ถือว่าสำคัญและมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในทุกๆบ้านเขาจึงตัดสินใจโดยขยายตลาด จึงได้มีการสร้าง Facebook Fanpage ที่ชื่อว่ารถไถมินิเสี่ยกรุงราคา 16,000 โทร 0942547924 และระบบ YouTube จึงทำให้ชื่อเสียงของรถไถมินิดังอย่างวงกว้างในวงการเกษตรและมีผู้ที่สนใจสั่งซื้อกันเป็นจำนวนมากโดยถ้าหากลูกค้ารายใหม่จะต้องรอคิวประมาณ 1 เดือนก่อนจะมอบสินค้าได้

โดยกลไกของการทำงานนั้นก็ใช้โซ่และรถจักรยานยนต์นำมาดัดแปลงให้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนที่โดยสามารถใช้พรวนดินได้เหมือนรถไถนาขนาดใหญ่และเหมาะสำหรับการพรวนดินในไร่มันสำปะหลังไร่อ้อยและข้าวโพดเป็นอย่างมาก และสามารถใช้งานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่และสุภาพสตรีเพราะมีขนาดเล็กน้ำหนักเบาสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายโดยราคาจำหน่าย ณ ตอนนี้ 16,000 บาท

โดยตัวเขาได้มีการบอกว่าตนกับลูกน้องสามารถทำรถไถนาเดินตามขนาดเล็กได้ประมาณ 2 คันลงทุนต่อคันประมาณ 3,000 บาทไม่รวมเครื่องยนต์ประกอบติดตั้งเครื่องยนต์แล้วราคาจำหน่ายอยู่ที่ราคาคันละ 16,000 บาท โดยในตอนนี้มีออเดอร์เฉลี่ยมาไม่ต่ำกว่า 50 คันโดยกลุ่มชาวเกษตรส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่ทำไร่สวนเพราะรถไถนามินั้นสามารถตอบสนองความต้องการในการไถดินพรวนดินในไร่มันสำปะหลังไร่อ้อยไร่ข้าวโพดได้เป็นอย่างดีและที่สำคัญมีน้ำหนักตัวเล็กและเบาเคลื่อนย้ายได้ง่ายเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และด้วย Order ที่เข้ามาอย่างมากมายในปัจจุบันก็ต้องมีลูกน้องไม่ต่ำกว่า 4-5 คนมาช่วยในการสร้างรถไถมินิเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

พัดลมหมุนช้า จริง ๆ ไม่ได้เสีย ซ่อมได้ด้วยงบ 20 บาท

โดยในวันนี้ถ้าหากใครนั้นกำลังประสบปัญหากับพัดลมหมุนช้าแล้วก็มีวิธีการซ่อมมาแบบง่ายๆโดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นวิธีการซ่อมเป็นพัดลมตั้งโต๊ะเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าอาการเสียของพัดลมที่ไม่หมุนเกิดจากตัว Capacitor พี่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ของพัดลมโดยบางคนก็เรียกว่าตัว C หรือตัวแคป โดยส่วนมากสาเหตุที่พัดลมไม่หมุนนะนิว 2 สาเหตุด้วยกันไม่มอเตอร์เสีย ก็ตัวCapacitor เสียเพราะของพวกนี้มันมีค่าเสื่อมเวลาไปตามเวลา

โดยโอกาสที่จะเสียนะส่วนใหญ่ก็จะเป็นCapacitor เสียมากกว่าโดยอาการ 10 นั้นคือทำงานไปสักพักก็จะค่อยๆหยุดหมุนหรือต้องหมุนด้วยมือก่อนถึงจะทำงานโดยเจ้าตัวนี้ก็สามารถเปลี่ยนได้ด้วยเช่นกันโดยเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ไขพัดลมให้หมุนนั้นมีดังนี้

1. ไขควงแฉก

2. คีมตัด

3. หัวแร้ง

4. ตะกั่วบัดกลี

5. Capacitor

6. ส่วน Meter วัตไฟ

โดยเจ้าตัว Capacito สามารถหาซื้อได้ตามบ้านหม้อตัวละ 20 บาทเท่านั้นซึ่งซื้อได้ที่ร้านอมรบ้านหม้อก็จะหาได้ในราคา 10-15 บาทโดยเราต้องเช็คดูด้วยว่าค่าของพัดลมตัวนี้เป็นขนาดที่เท่าไหร่เมื่อได้ตัวอย่างมาก็เอาไปสอบถามที่ร้านก็ได้

ขั้นตอนแรกก็ทำการถอดเอาตัวCapacito ที่ติดอยู่กับมาสเตอร์ออกมา โดยจะมีน๊อต 2 ตัวติดไว้ต้องทำการถอดน็อตออกมาก่อนจากนั้นก็ถอดตัวท้าย จากนั้นเอามาตรวจวัดค่าถ้าถ้าเป็น 1.5 uf แปลว่าเสียแน่นอน จากนั้นก็ทำการปอกสายตรงพัดกรี ต้องระมัดระวังไม่ให้สูญเสียหาย จากนั้นก็พันด้วยเทปพันสายไฟให้แน่นแล้วจัดตำแหน่งขันน๊อตยึดตัว Capacito ให้ดีจากนั้นก็เอาฝาครอบใส่คืนตำแหน่งก็เป็นอันเสร็จ

โดยวิธีนี้สามารถทราบอาการพัดลมหมุนช้าได้โดยใช้งบประมาณเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้นถ้าหากนำไปซ่อมที่ร้านจะต้องเสียอย่างน้อย 200 ถึง 300 บาทอย่างแน่นอน

ข่าวดีสิทธิ์บัตรทอง รักษา-ผ่าตัด-ฉายรังสี ผู้ป่วยมະเร็งได้ โดยไม่เสียเงิน

ในวันนี้เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับการรักษาด้วยบัตรทองมาฝากโดยไม่นานมานี้ได้มีนายยุทธนา บุญเพชร ชาวบ้านตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี บ่ได้มีการเปิดเผยว่าตัวเขานั้นได้ชื่นชมนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง 30 บาท เพราะ ตัวเขากล่าวว่าตัวเองนั้นเคยเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งและจำเป็นจะต้องใช้เงินรักษาเป็นจำนวนมากและใช้สิทธิ์บัตรทองเข้าในการรักษาโดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย

ตัวในตอนนั้นเขาได้เข้าไปตรวจในคลินิกในอำเภอเมืองอุทัยธานีผู้ตรวจเป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุทัยธานี จึงได้มีการแนะนำให้กลับไปรักษาในโรงพยาบาลทัพทันจากนั้นก็มีการขอใบส่งตัวไปตรวจชิ้นเนื้อที่โรงพยาบาลอุทัยธานี แต่เมื่อถูกส่งตัวไปตรวจชิ้นเนื้อแล้วก็พบว่าตัวเขานั้นเป็นก้อนมะเร็งโดยทางแพทย์บอกว่าต้องไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลราชวิธีสี บอยให้รีบกลับไปที่โรงพยาบาลต้นทางเพื่อส่วนตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยในขั้นตอนนี้ใช้ระยะเวลาหนึ่งโดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 และได้รับเข้าผ่าตัดในเดือนธันวาคม 2560

โดยตัวเขามีภรรยาเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจึงมีข้อตกลงกับทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไม่ต้องจ่ายเงิน 30 บาทโดยตลอดขั้นตอนของการส่งตัวต่างๆรวมไปถึงการผ่าตัดและไม่ต้องจ่ายเงินมีจ่ายครั้งเดียว 30 บาทเท่านั้นจากนั้นก็ได้มีการส่งใบส่งตัวไปที่โรงพยาบาลราชวิถีเพื่อผ่าตัดตอนเสร็จก็เอาบิลไปวางไว้ข้อการแนะนำตัวเลขพบว่าค่าผ่าตัดนั้นพุ่งสูงถึง 30000 บาทแต่ใช้สิทธิ์บัตรทองเลยไม่ต้องจ่าย

โดยหลังจากที่ผ่าตัดแล้วทางแพทย์ได้นำชิ้นเนื้อไปตรวจวิเคราะห์ให้ควรทำการฉายรังสีจึงเลือกไฟฉายรังสีที่โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรีพักใกล้บ้านที่สุดโดยกลับมาที่โรงพยาบาลทัพทันให้ส่งตัวไปใช้รังสีครั้งหนึ่งถ้ารวมค่าผ่าตัด และาคาหน้ากากครอบประมาณ 200,000 บาท ถ้าหากต้องจ่ายเองคงไม่มีปัญญาจ่ายแต่สามารถใช้บัตรทองโดยไม่เสียค่ารักษาและตักบาตรเสียแค่ค่าเดินทางกลับที่พักเท่านั้นจึงคิดว่านโยบายนี้สุดยอดแล้ว

อย่างคนไข้ประกันสังคมที่เขาจะต้องเจอกันก็ยังต้องเข้ารับสิทธิ์กันทุกเดือนบางรายการก็ต้องสำรองจ่ายไปก่อนแต่บัตรทองไม่เสียเงินไม่ต้องสำรองจ่ายต้องขอบคุณที่ทุกคนทำนโยบายนี้ขึ้นมาขอบคุณทางโรงพยาบาลทุกแห่งที่ดูๆดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดีโดยบัตรทองนี้สามารถช่วยเหลือได้จริงๆ

วิชาโบราณ! นวดคลายเส้นอัมพฤกษ์ อัมพาต ค่าครู 6 บาท แห่รักษาแน่นทุกวัน

โดยในวันนี้ถ้าหากใครนะมีอาการปวดเมื่อยตามเส้นเราก็อยากจะพาทุกคนไปแนะนำกับหมอนวดคลายเส้นอัมพฤกษ์อัมพาตพี่บอกเลยว่ามีค่าครูเพียงแค่ 6 บาทเท่านั้นโดยหมอนวดรายนี้นะก็คือ นายบุญเลิศ อนันต์ อายุ 54 ปี อยู่ที่ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอแสวงหาจังหวัดอ่างทองโดยตัวขาวเป็นหมอนวดจับเส้นมานานกว่า 30 ปีมีการรักษานวดคลายเส้น จับเส้นอาการปวดเมื่อยกระดูกทับเส้นประสาท รักษาอัมพฤกษ์อัมพาตและปวดเมื่อยตามร่างกาย ช่วยทำให้แขนขาอ่อนแรงกลับมาแข็งแรงโดยมีการจ่ายค่าครูเพียง 56 บาทเท่านั้น

ซึ่งทำให้มีประชาชนนั้นต่างเข้ามาสนใจและรอเข้าคิวกันอย่างตั้งแต่เช้ามีทั้งคนในและนอกต่างจังหวัดโดยจะทำการรักษาทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็นและจะหยุดเฉพาะในวันพระวันโกนเท่านั้น

โดยทั้งด้านของนายบุญเลิศ ก็ได้มีการกล่าวว่าตัวเองนั้นได้เรียนวิชานวดคลายเส้นอัมพฤกษ์อัมพาตจากพระครู อินทพัฒนกิจ (หลวงพ่อเกียง) อดีตเจ้าอาวาสวัดวังน้ำเย็น จากนั้นก็นำความรู้ที่ได้มาใช้รักษาประชาชนโดยคิดค่าครูพิเศษ 6 บาทปัจจุบันมีประชาชนเข้ารักษาตั้งแต่เช้าจนต้องทำบัตรคิวให้กับประชาชนและยังได้สอบวิชานวดคลายเส้นให้กับลูกหลานให้ทำการช่วยเหลือและทำการรักษาประชาชนที่เข้ามาเป็นการบริการส่วนเงิน 6 บาทนั้นก็ได้มีการนำมารวบรวมให้เป็นเงินจำนวนหนึ่งและนำไปทำบุญผ้ากฐินผ้าป่าและบริจาคช่วยเหลือผู้ยากไร้

โดยทางด้านของนางอุไร วิจารย์ปรีชา อายุ 60 ปี ชาวจังหวัดสิงห์บุรีได้มีการกล่าวว่าตัวเองนั้นเป็นโรคกระดูกทับเส้นไม่สามารถลบเลือนได้และทางญาติได้พามารักษากับหมอบุญเลิศปัจจุบันอาการดีมากขึ้นและสามารถเดินได้ และช่วยเหลือตัวเองได้

ของดี ‘หัวปลี’ สมุนไพรสมัยโบราณ ฝรั่งยังยอมรับในสรรพคุณ

โดยในปัจจุบันหัวปลีนั้นกลายเป็นสิ่งที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ไม่บริโภคเนื้อผักเพราะว่าหัวปีนั้นมีรสชาติอร่อยและมีแคลอรี่ต่ำแถมยังมีสรรพคุณอย่างมากมายจึงทำให้กลายเป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศจะมีราคาขายสูงถึงกิโลกรัมละ 1000 บาทเลยทีเดียว

โดยสรรพคุณของหัวปลีนั้นโดดเด่นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลตั้งแต่โบราณรุ่นปู่รุ่นทวดโดยจุดเด่นก็คือการบำรุงน้ำนมของแม่ลูกอ่อนที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ช่วยแก้อาการร้อนใน ระยะทางจากหัวปลีกล้วยก็ยังสามารถรักษาแผลสดหรือทาในบริเวณที่แมลงกัดต่อยได้ โดยในปัจจุบัน ก็ได้มีนักวิจัยยังพบอีกว่าหัวปลีนั้นยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการบรรเทาอาการหวัดการรักษาโรคกระเพาะและยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี ซึ่งส่งผลให้ช่วยในเรื่องของการแก้ไขโรคเบาหวานได้

โดยหัวปลีอุดมไปด้วย ใยอาหารและแมกนีเซียมซึ่งเป็นธาตุอาหารสำคัญมีผลรักษาอาการซึมเศร้าโดยมีทั้งวิตามินซี / แคลเซียม / วิตามินบี / วิตามินเอ / ธาตุเหล็ก / ฟอสฟอรัสที่จะช่วยให้วิตามินสามารถเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเต็มที่และช่วยซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอของร่างกายทำให้ร่างกายแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก

และนอกจากนี้ยังงมีสรรพคุณ ในเรื่องของการบำรุงฟันให้แข็งแรง และ ช่ว ยให้ ฟัน ขาว ส ะ อ า ด ย า บำรุงเลือดเพิ่ม ค ว า ม เปล่งปลั่งให้กับผิวดู มีเลือดฝาด ช่ ว ยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีและบำรุงลำไส้ ซึ่งมี คุณค่าทางสาร อ า ห า รใน 100 กรัม มีพลังงาน 26 แคลอรี่ โดยอย่างมากสำหรับคนที่ ต้ อ ง การลดน้ำหนัก

จากชีวิตติดหนี้ จากเงิน 700 บาท สู่รายได้ 7 หลัก

โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูการเปิดชีวิตใหม่ของกอล์ฟ สราวุธิ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านแกะปูโดยตัวขาวนั้นมีการเผยเรื่องราวของตัวเองที่กว่าจะเดินทาง มาจนถึงทุกวันนี้ได้นั้นเขาก็ต้องผ่านอุปสรรคมาอย่างมากมายทั้งในเรื่องของการเรียนเพื่อช่วยครอบครัวปลดหนี้และยังสูญเงินก่อตั้งธุรกิจนับแสนก็ประสบความสำเร็จได้หรือชีวิตของเขานั้นที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้างเรามาดูกัน

โดยตัวเขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจนพ่อแม่แยกทางกันทำให้ต้องสู้ชีวิตกับแม่มาเพียงลำพังมีแม่เป็นผู้ที่ทำงานคนเดียวในบ้าน โดยครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่มีทั้งตา ยาย น่า น้องสาว และมีแม่เป็นเสาหลัก ด้วยตั้งแต่เล็กจนโตมานั้นก็รู้ว่าแม่นั้นแบกรับภาระต่างๆ มาอย่างมากมาย โดยที่ไม่มีพ่อแต่มารู้อีกทีแม่ก็มีนี่เป็นหลักล้านชีวิตนั้นเปลี่ยนตกเย็นอยู่บ้านไม่ได้มีเจ้าหนี้มาทวงเงินตลอด มอเตอร์ไซค์กู้นอกระบบก็ดอกแพง มาทวงเงินอยู่เสมอโดยแม่กูทุกอย่าง เพื่อให้เงินมาจุนเจือครอบครัว แต่แล้ววันหนึ่งแม่ไม่ไหวก็บอกว่าไม่ไหวและเกิดความคิดที่ว่าจะต้องช่วยแม่ให้ได้

โดยในปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของธุรกิจบ้านแกะปูที่มีธุรกิจขายเนื้อปูนึ่งพร้อมรับประทานและมีการส่งเป็นวัตถุดิบหลักตามร้านอาหารต่างๆ โดยกว่าจะที่ผ่านมาถึงขนาดนี้ ก็เสียสละมามากโดยหลังจากที่เขาตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยการคันประมาณรับจ้างงานทุกอย่างเพื่อทำให้สามารถช่วยเหลือในเรื่องของการปลดหนี้ให้กับครอบครัว ตัวอย่างแรกเขาได้มีการศึกษานะว่าจะทำอะไรโดยตอนแรกก็ไปซื้อแฟรนไชส์มันฝรั่งทอด 30,000 บาท แต่เงินไม่พอ เลยต้องคิดค้นเครื่องทำเอง มีเงินทุนเริ่มต้นทำธุรกิจอยู่ 5,000 บาท

โดยขายมันเกียวตามหลังมหาวิทยาลัยก็มีนักศึกษาเข้ามาซื้อการกำเนิดกำไรวันละ 800 บาทและยังมีการรับจ้างงานอื่นๆอย่างวิ่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างรับจ้างเก็บขยะและมีการทำอะไรหลายๆอย่างโดยเอาเงินที่ได้มาช่วยเหลือที่บ้านจากนั้นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีก็สามารถช่วยแม่ปลดหนี้ได้

โดยตอนนั้นเขามีความคิดเห็นอย่างเดียวคืออยากจะช่วยแม่ให้ได้แต่แม่ก็มีความฝันของแม่คืออยากเห็นลูกรับปริญญาเมื่อเวลาผ่านไปจนสามารถช่วยแม่ปลดหนี้ก็สามารถกลับไปเรียนต่อพร้อมทันเพื่อนโดยการเก็บวิชาที่ไม่ได้เรียนจบภายในระยะเวลา 5 ปีก็สามารถรับปริญญาได้เป็นสำเร็จหลังจากที่ปลดหนี้ก็เหมือนได้ชีวิตใหม่กับคืนมา

และหลังจากที่เรียนจบเขาก็ตั้งหลักกับชีวิตในการประกอบธุรกิจและต่อยอดกับสิ่งที่ครอบครัวทำไว้คือต้องการค่ะน้ำทะเลและเขาก็มีปัญหาของคนที่ชอบรับประทานปูแต่ว่ามันจะแกะกันไม่เป็นจึงนำมาสู่การก่อตั้งธุรกิจแกะเนื้อปูพร้อมรับประทานแต่กว่าจะตั้งหลักได้นั้นก็เสียไป ทั้งทุนเสียไป ทั้งเหนื่อย และเสียน้ำตาไปไม่น้อย โดยที่บ้านมีแผงลอยอยู่ที่สะพานปลาและก็อยากต่อยอดสิ่งที่แม่มีและไปเจอเจ้าหนึ่งที่ขายเนื้อปูแกะก็มีการสอบถามหาข้อมูลว่าเจ้านี้เขาใครมาขาย เมื่อได้เบอร์โทรมาก็โทรไปสอบถามเจ้าของโดยตรงว่าอยากแกะปูและมีการต่อรองราคา โดยมีการต่อแค่ 10 บาทเขาก็ไม่ลดให้แล้ววางสายไปเลย

จึงทำการตัดสินใจมาหาซื้อกับเรือประมงชาวบ้านขอซื้อปืน 1 กิโลกรัมน้ำมันเองโดยการแกะตาม youtube ต่างๆที่มีวิธีการสอนแกะปูแกะปุ๊บแล้วก็มาเรียนใส่กล่องให้ดูเยอะโดยเร็วและใช้เวลาเกือบครึ่งวันกว่าจะแกะได้คิดว่ามันจะต้องกำไรดีก็เลยไปซื้อปูนที่เรืออีกครั้งโดยซื้ออีกครั้งนึง 3 กิโลกรัมเอามานั่งแกะและเรียงเหมือนเดิมมีน้ำจิ้มถ่ายรูปลงโซเชียลแล้วมีคนมาสั่งจริง จึงเป็นจุดเริ่มต้นว่าจะต้องขายปู

โดยครั้งแรกของการเปิดธุรกิจมีการลงทุนปูมาประมาณ 80 กิโลเมตรลงทุนทำบ่อพักปูเอาออกซิเจนใส่ เอาปูใส่ เสร็จก็ไปนอน พอตื่นเช้ามาก็พบว่ากูตายหมดเลยตอนนั้นใช้เงินทั้งหมด 40,000 บาท แต่ก็ไม่ยอมแพ้ในการลงทุนอีกครั้งหนึ่ง โดยมีการหาข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตว่าวิธีเลี้ยงปูนะจะต้องทำอย่างไรได้บ้างโดยจะต้องมีการวัดระดับความเค็มของน้ำทะเลวัดออกซิเจนของน้ำอัตราความหนาแน่นของบ่อปูน

สำหรับช่องทางการขายจะมี…

1. ค้าปลีก

2. ตัวแทนจำหน่ายตามจังหวัด

3. ขายส่งให้กับร้านอาหารชื่อดังในบางแสน

และสาเหตุที่ใช้ปูเป็นๆเพราะของทะเลจะต้องสดถ้าปูเนื้อไตมันจะไม่อร่อยด้วยจะมีการคัดสรรโครง 3 รอบรอบแรกคะแต่ที่เขามาส่งลงบ่อ 2 รอบ และคัดจากที่มาส่งให้ลูกค้าเป็นรอบที่ 3 ฉะนั้นจึงกลายเป็นตามสโลแกนร้านว่าสดกว่านี้ก็ต้องไปกินในทะเลแล้ว

โดยการก่อตั้งบ้านแกะปูต้องเจออุปสรรคมากมายจากเงินลงทุน 200,000 ก้อนเดียวและร่อยหรอเหลือ 700 บาทเพราะลูกค้าไม่ได้เพราะรับปูมาอย่างมากมายแต่ไม่มีใครซื้อ อีกครั้งยังค้างค่าจ้างพนักงาน แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้เขาก็เร่ขาย ตามทัวร์และนักท่องเที่ยว และมีปูให้รองรับประทานโดยเบ็ดเสร็จวันนั้นเขาก็สามารถขายได้ในวันเดียวประมาณ 24,000 บาท จากนั้นก็เอาไปขายส่งตามร้านอาหารและโรงแรมโดยมีการไปเสนอขายและขอคุยกับผู้จัดการแบบตัวต่อตัวโดยในตอนแรกไม่มีใครซื้อเลย

แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้เขาก็สามารถขาย ได้จนใน ปัจจุบันนั้น ร้านอาหาร ในบางแสนมีการใช้วั ต ถุ ดิบจากร้าน ของเขาโดยยอดขายต่อเดือน อ ยู่ที่ประมาณ 7 หลักต่อเดือน ซึ่งทำให้ธุรกิจของเขาป ระสบคว ามสำเร็จและค รอบครัวมีความสุ ขมากๆและ เป้าหมายของชาวยังไม่จบเพียงเท่านี้เ พราะเขาอ ยากจะแบ่งปันความสุขใ ห้กับคนที่ยังขาด ดังนั้นเมื่อ มีการหักค่าใช้จ่าย สำหรับร้านอาหารจึงได้การเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับช่วยเหลือสังคมอี กด้วย

แท็งก์น้ำบั้งไฟพญานาค กระจายน้ำจากที่สูงลงต่ำ ลงทุน 2,000 อยู่ได้ 10 ปี

โดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมารู้จักเศรษฐกิจพอเพียงที่บอกเลยว่าเป็นทฤษฎีที่ไม่มีกฎตายตัวซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับพื้นที่เพียงแค่คนนั้นมีแหล่งน้ำเป็นของตัวเองโดยอย่างกรณีของคุณพงษ์รัตน์ ครองยุติ ซึ่งเป็นชาวเกษตรยุคใหม่ที่ได้ทิ้งงานประจำบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่มาทำเกษตรแบบเต็มตัวที่ตำบลบ้านแดง จังหวัดอุบลราชธานี โดยตัวขาวนั้นได้มีการปลูกพืชผักนานาชนิดอีกทั้งยังเลี้ยงปลากุ้งแท้และมีการปรับพื้นที่เดินระบบน้ำไม่เหมือนใครอีกด้วย

โดยพื้นที่แต่เดิมนั้นเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างแห้งแล้งเพราะขาดการดูแลมาอย่างยาวนาน และธาตุในดินน้อยจึงมีการขุดดินด้านล่างด้านบนและปุ๋ยอินทรีย์ จากนั้นก็ทดลองทำเกษตรแบบผสมผสานโดยการปลูกพืชผักหลายชนิดปลูกข้าวเลี้ยงแพะเลี้ยงไก่ ขุดบ่อ เลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้ง แบบพื้นที่ให้มีกาขั้นบันได เพื่อใช้แรงวัตถุในการกระจายทั่วสวน

เมื่อปลูกพืชได้แล้วก็มีการปรับพื้นที่ทั้งหมดในแต่ละแปลงมีการระดับความสูงด้วยการ แบ่งพื้นที่ออกเป็นทั้งหมด 4 แปลงหลักเด็กพื้นที่สูงสุดจะปลูกพวกต้นไม้ยืนต้น รองมาปลูกไผ่ขั้นกลาง และถัดมาบวชกรอบที่ใช้ทำเสื้่อ พื้นที่ต่ำสุดก็ไว้ปลูกข้าวกินเองส่วนพื้นที่ว่างก็จะปลูกต้นไม้ยืนต้นผักสวนครัวต่างๆ

จากนั้นก็ทำการขุดบ่อขนาด 2 งานจำนวน 8 บ่โดยมีการกระจายไปทุกแปลงเลี้ยงกุ้งและกุ้งก้ามแดงทุกๆบอกทำการต่อท่อ PVC ให้ทะลุถึงก้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมน้ำล้นข้ามบอกว่ามีการปลูกกล้วยและหญ้าเนเปียร์เพื่อนำไปบดเป็นอาหารกุ้งและปลาไก่

จากนั้นก็มีการเจาะบาดาลติดตั้งซับเมอร์สสบาดาลขนาด 1 แรงโดยมีการเดินระบบน้ำส่งข้อความทุกแปลงด้วยการทำงานของแทงค์น้ำบั้งไฟคือเมื่อเปิดซับเมอร์สก็จะดูดน้ำขึ้นไปด้านบนสุดของตัวแทนท่อ PVC เมื่อน้ำไหลลงจากที่สูงจะช่วยเพิ่มแรง ซับเมอร์ส ทำให้สามารถส่งได้ไกลมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็เดินผ่าน filter ตัวกรองน้ำป้องกันท่อและหัวแปลงอุดตันก่อนที่จะกระจายไปแต่ละพื้นที่

สำหรับข้อดีก็คือต้นทุนต่ำใช้เงินเพียงแค่ 2,000 บาทในขณะใช้ทั้งต้นทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทแถมการติดตั้งบำรุงง่ายและอยู่ได้นานกว่า 10 ปี

‘ตกงาน-ลาออก-ถูกเลิกจ้าง’ เบิกได้ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก รับเงินชดเชยจากประกันสังคม

บอกเลยว่าตอนนี้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจต่างๆนั้นก็ทำให้เราหลายๆคนนั้นรู้สึกหวันใจกันอยู่ไม่น้อย แล้วก็มีหลายคนอาจจะถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงานหรือตกงานกันอยู่ซึ่งถ้าหากใครเคยได้ทำงานอยู่แล้วก็จะทราบกันดีโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายคงจะคุ้นเคยกับยอดเงิน 750 บาทที่หายไปจากบัญชีเพราะถูกหักออกไปทุกๆเดือน โดยเงินก้อนนี้มีเป้าหมายไว้อย่างหนึ่งในเรื่องของการช่วยเหลือเราในยามแก่ยามเจ็บยามป่วย อีกครั้งจะเอาเงินก้อนนี้ยังสามารถสมทบเป็นเงินถุงเงินถังให้เราเบิกใช้ระหว่างว่างงานได้อีกด้วย

แล้วใครจะสามารถใช้สิทธิ์รับเงินในกรณีที่กำลังว่างงานอยู่ได้บ้างลองมาดูกัน

1. คนที่ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนลาออกได้มีการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมมาแล้วกว่า 6 เดือน

2. คนที่มีช่วงเวลาว่างจากงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป

3.ต้องเป็นผู้ที่ได้ลงทะเบียนผู้ว่างงานมาแล้วผ่านเว็บไซต์สำนักงานจัดหางาน

4.ต้องรายงานตัวแรงงานผ่านเว็บสำนักงานเดือนละ 1 ครั้ง

5.เป็นผู้ที่มีความสามารถในการทำงานและพร้อมที่จะทำงานตามที่จัดหาให้

6.ต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน

7.ต้องไม่ถูกเลิกจ้างด้วยสาเหตุทุจริตต่อหน้าที่หรือทำผิดอาชยากรรมโดยเจตจํานงแก่นายจ้าง / จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย / ฝ่าฝืนข้อบังคับระเบียบเกี่ยวกับทำงานหรือความสั่งฉันชอบทำตามกฎหมายในกรณีร้ายแรง / กระทิงหน้าที่เป็นเวลา 7 วันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันควร / ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา

8.ต้องไม่ใช่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทนจากในกรณีชราภาพ

สำหรับการรับเงินนั้นโดยในกรณีของการรับเงินนั้นก็จะมีการแบ่งออกเป็น 2 กรณีด้วยกัน

1.กรณีที่ลาออกเองหรือหมดสัญญาจ้าง

จะมีการได้เงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วันในอัตรา 30% ของค่าจ้างซึ่งได้มีการเฉลี่ยจากคำนวณเงินฐานเงินสมทบขั้นต่ำต่อเดือนเดือนละ 1,000 650 บาทและฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15000 บาท ยกตัวอย่างหากมีเงินเดือน 10,000 บาทจะชดเชยเงินได้เดือนละ 3,000 บาทสำหรับผู้ที่เงินเดือน 15,000 บาทจะได้เงินชดเชยเดือนละ 4,500 บาท

2.กรณีที่ถูกเลิกจ้าง

จะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วันในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างเฉลี่ยโดยมีการคำนวณจากฐานเงินเดือนสมทบขั้นต่ำ 1650 บาทและฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15000 บาท ยกตัวอย่างหากมีเงินเดือน 10,000 บาทจะชดเชยเงินได้เดือนละ 5,000 บาทสำหรับผู้ที่เงินเดือน 15,000 บาทจะได้เงินชดเชยเดือนละ 7,500 บาท

หลังจากที่เราถูกไล่ออกเลยลาออกจากงานเราสามารถทำตามสเต็ปขั้นตอนใดดังนี้

1.ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน

โดยมีการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์สำนักงานจัดหางาน ซึ่งจะต้องลงทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันที่ลาออกถ้าเกินกำหนดจะไม่ได้ใช้สิทธิ์ย้อนหลัง สำหรับขั้นตอนนั้นก็ง่ายมากเพียงแค่เข้าเว็บไซต์ > ลงทะเบียนการใช้งาน > ยอมรับเงื่อนไข > กรอกข้อมูลส่วนตัว > บันทึก > เลือกงานที่แนะนำ เมื่อเสร็จแล้วก็พิมพ์หนังสือรับรองขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงานออกมา และพิมพ์ใบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานออกมากรอกรายละเอียดให้เรียบร้อย https://empui.doe.go.th/assets/doc/sos_2-017.pdf

2.ยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคม

เดินทางไปที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้านจัดงานยื่นเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่อันได้แก่ บัตรประชาชนพร้อมสำเนาบัตร / หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน / ใบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน / สำเนาเงินฝากบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ โดยหน้าแรกจะต้องเห็นชื่อและบัญชีของผู้ประกันตนอย่างชัดเจน

3.รอรายงานตัวแล้วรับเงิน .

หลังจากที่เราได้ยื่นเอกสารประกันสังคมก็จะมีการนัดหมายให้รายงานตัวโดยไปรายงานตัวตามที่ระบุไว้จากนั้นก็ให้เราไปรายงานตัวตามเวลาที่เว็บไซต์จัดหางานอย่างน้อยเรื่องเดือนละ 1 ครั้งตามกำหนดเวลาในแต่ละเดือนและหลังจากที่ยื่นเอกสารไปแล้วเงินยังไม่เข้าจะต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อนว่าทุกอย่างตรงกับที่บริษัทได้หรือไม่เมื่อทุกอย่างตรงเรียบร้อยก็จะได้รับเงินย้อนหลังไปรับประมาณ 5-7 วัน

+ถ้าหากลืมรายงานตัวกลับจากทำงานจัดหางานภายใน 30 วันยังพอรับเงินได้อยู่หรือไม่

ตอบ – ยังขอได้อยู่แต่จำนวนเงินที่จะได้นั้นก็ลดหลั่นกันไปทางที่ดีควรรีบแจ้งภายใน 30 วัน

+ถ้าไม่ได้งานว่างงานจนถึง 90 วันวันที่เหลือจะขอเงินได้ไหมหรือไม่

ตอบ – ได้เพราะเขานัดเป็นวันจันทร์ถ้าเหลืออีกกี่วันไว้คราวหน้าว่างงานใหม่ก็สามารถขอได้ใหม่อยู่

+ถ้าใช้สิทธิ์เงินเดือนละประมาณ 90 วันจะขอได้อีกหรือไม่

ตอบ – จำนวน 90 วันที่รับนี้เขานับเป็นจำนวนปีต่อปีในปีนี้ถ้าหาก รับแล้ว 90 วันปีหน้าก็ขอใหม่ได้

+ทำไมในกรณีที่ถูกเลิกจ้างประกันสังคมถึงไม่ให้เงิน 50%

ตอบ – เดือนนี้ส่งนี้ประกันสังคมก็ต้องให้ดูว่าทางบริษัทเจ้านายได้แจ้งประกันสังคมว่าอย่างไรถ้าแจ้งว่าเลือกตั้งหรือลาออกซึ่งมีบางบริษัทที่มาจะแจ้งว่าลูกน้องลาออกเองถ้าเป็นแบบนี้เราสามารถยื่นคำร้องด้วยว่าข้อมูลไม่ตรงกันให้ทำการเข้าไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมโดยทางเจ้าหน้าที่จะต้องอธิบายอีกครั้งว่าจะต้องเตรียมเอกสารอะไรเพิ่มเติม

ดีใจแทนน้อง! ยอดบริจาคพุ่ง แถมนักธุรกิจใจบุญ มอบเงินช่วยเหลือน้อง ตลอดชีวิต

หลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องราวของน้องหนูที่น่าสงสารเด็กอนุบาลคนหนึ่งที่เป็นเด็กพิการเนื่องจากเอามาผิงไฟแล้วไฟไหม้มือ และคุณย่าไม่มีเงินพาไปรักษาจนมือมีอาการติดเชื้อเพลิงสุดท้ายต้องทำให้ตัดทิ้งและกลายเป็นเด็กพิก า รอีกทั้งพ่อยังทิ้งไปมีแฟนใหม่ทำให้หนูน้อยคนนี้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและอาภัพสุดๆโดยเด็กหญิงคนนี้นั้นมีชื่อว่า ด.ญ. ปิยะพร หลวงแก้ว อายุ 4-5 ขวบ น้องอาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่โดยมีคุณครูที่สอนหนูน้อยคนนี้เผยแพร่ข้อความแล้วโพสต์ภาพเพื่อช่วยเหลือสังคมจนกระทั่งสามารถประสานความช่วยเหลือได้เป็นที่สำเร็จ

ย้อนกลับไปน้องนั้น อาภัพเป็นอย่างมากโดย คุณแม่ของน้องได้เสียไปตอนน้องอายุได้ 10 เดือนและคุณพ่อก็หนีไปแต่งงานใหม่โดยทิ้งให้ลูกสาวอยู่กับยายชราเพียงแค่ 2 คนโดยยาชราก็ต้องเลี้ยงดูตามสภาพกันไปและในช่วงหน้าหนาวของเดือนหนึ่งนั้นในระหว่างที่นอนอยู่ข้างกองไฟน้องวัย 10 เดือนนอนอยู่ข้างๆด้วยความพลิก มือของน้องได้ถูกไฟลวกในทันที โดยฐานะทางบ้านในตอนนั้นมีสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่และยายชราจึงทำได้แต่รักษาตามวิถีชาวบ้านจนกระทั่งนิ้วมือติดเชื้อจึงจำเป็นต้องไปหาหมอหมอจึงทำการตัดนิ้วข้างขวาเพื่อที่จะรักษาชีวิตของน้องเอาไว้

แต่ด้วยความมุ่งมั่นและจิตใจอันเป็นเข้มแข็งทำให้น้องปิยะพรนั้นสามารถอดทนและใช้ชีวิตที่ยากลำบากมาได้ซึ่งคุณครูที่โรงเรียนเห็นก็รู้สึกสงสารใจจึงได้มีการโพสต์ภาพดังกล่าวออกมาให้ผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือกันโดยในตอนนี้ก็มีผู้ที่สนใจให้ความช่วยเหลือกันเป็นอย่างมาก

โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายนทางหัวหน้าสำนักปลัด อบต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้กล่าวถึงกรณีของเด็กหญิงปิยะพรว่าในตอนนี้นั้นได้มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างมากมายอีกทั้งยังมีการเปิดบัญชีกองทุนขึ้นมาเป็นบัญชีธนาคารออมสิน สาขาอมก๋อย โดยในตอนนี้มียอดเงินจากผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือน้องอยู่ที่ประมาณ 3 แสนบาท แล้ว

สำหรับการเบิกเงินออกจากบัญชีจะมีครูจากโรงเรียนของน้องที่น้องได้ศึกษาอยู่เป็นจำนวน 2 ท่านและยายผู้ที่ดูแลน้องเป็นผู้ร่วมกันเซ็นชื่อเพื่อเบิกเงินและน้องปิยพรก็จะได้รับเบี้ยคนพิการจากทางภาครัฐเดือน 800 บาทรวมเป็นบัญชีของธกสโดยเบี้ยพิการทางภาครัฐนี้ทางยายของน้องจะเป็นคนมาเบิกเองเพียงผู้เดียว

และนอกจากนี้ทางด้านในนายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ นักธุรกิจชื่อดัง อย่าง ซูอควาเรียม ในสวนสัตว์เชียงใหม่ และคลินิกเสริมความงาม Health Me Clinic โดยหลังจากที่ได้เห็นข่าวของน้องก็รู้สึกสงสารเป็นอย่างมากจึงได้มีการเข้าไปประสานหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือให้กับน้องและยังช่วยเหลือน้องเป็นรายเดือนโดยให้เป็นทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของน้องโดยจะจ่ายให้เดือนละ 3,000 บาททุกเดือนไปตลอดชีวิตน้องโดยเริ่มตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป โดยตัวเขาได้กล่าวไว้ว่าหลังจากที่ได้ไปเห็นความเป็นอยู่ของน้องก็เห็นว่าน้องนั้นยังเด็กก็มีสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากจริงๆและในอนาคตน้องจะต้องโตขึ้นและดำรงชีวิตได้อย่างไรบ้างอย่างแน่นอนเมื่อเห็นแล้วรู้สึกสงสาร จึงต้องการที่จะเข้าช่วยเหลือน้องตลอดไปเพราะน้องเกิดมานั้นเลือกเกิดไม่ได้เกิดมาก็ต้องประสบกับชะตากรรมแบบนี้

และนอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ทางภาครัฐทหารและตำรวจข้าราชการองค์กรท้องถิ่นต่างๆรวมถึงฝ่ายปกครองได้มีการเข้าไปสำรวจชีวิตความเป็นอยู่ของน้องที่บ้านพบว่าน้องมีแมวเป็นเพื่อนและแม่ตัวนี้มากๆรวมทั้งเมื่ออยู่ในโรงเรียนก็จะเล่นตามประสาเด็กๆเพื่อนๆ

ปลูกหอมแบ่ง 40 วันตัดขายได้ รายได้ดี ปลดหนี้ได้ 20 ล้าน

โดยถ้าหากชาวเกษตรคนไหนนั้นกำลังมองหาช่องทางในการทำเกษตรแบบที่อยากได้ผลลัพธ์ไวๆไม่ต้องปลูกนานวันนี้เราก็อยากจะให้ทุกคนนั้นมาลองดูอีก 1 พืชที่น่าสนใจไม่น้อยนั่นก็คือการปลูกต้นหอม หรือ หอมแบ่ง นั่นเอง โดยต้นหอมนี้บอกเลยว่าเป็นผักที่เรียกว่าขายดีและมีในทุกตลาดสดเพราะมันอยู่ในส่วนผสมของอาหารเมนูไทยแทบทุกอย่างจึงกลายเป็นผักที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกได้ในทุกๆวัน

ซึ่งจะสร้างรายได้ได้มากขนาดไหนนั้นเรามาดูเรื่องของคุณ โสภณวิชญ์ แซ่ลิ้ม หรือคุณวัน โดยคุณวันนั้นเป็นชาวเกษตรกรวัย 37 ปีอาศัยอยู่ที่ราชบุรีโดยตัวเขาแต่ก่อนนั้นเติบโตมาในครอบครัวที่ปลูก จนกระทั่งปี 2540 ก็เกิดวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจจึงไม่สามารถขายอ้อยได้เพราะโรงงานน้ำตาลปิดตัวลงจึงได้หันมาปลูกพืชผักสวนครัวแทนเพื่อทดแทนรายได้ที่หายไป

โดยพื้นที่การปลูกอ้อยของคุณวันนั้นอยู่ที่ประมาณ 500 ไร่โดยในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในตอนนั้นคุณวัน เรียนอยู่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจึงยังไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือที่บ้านได้อย่างเต็มตัวจนกระทั่งเมื่อปี 2546 ก็ทราบว่า พ่อของเขานั้นเป็นหนี้ทั้งนอกและในระบบรวมกันทั้งหมด 20 ล้านในตั้งปณิธานในฐานะของลูกชายคนที่ 2 ของบ้านว่าจะต้องปลดหนี้ให้กับครอบครัวให้จงได้

โดยในช่วงที่เขาเรียนจบจาก เมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในสาขาวิชาการตลาด โดยเป็นหนุ่มจบใม่นั้นเขาก็ได้เลิกปฏิเสธการเดินตามรอยพ่อโดยการเกษตรและหันไปทำงานทางด้านประกั นและขายตรงสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆแทน ซึ่งเขาก็กำลังไปได้ด้วยดีแต่ก็เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่ทำให้เขาต้องไปเป็น ชาวเกษตรกร จนถึงในปัจจุบันทุกวันนี้

โดยในตอนนั้นในขณะที่เขากำลังขายของอยู่ที่กรุงเทพฯก็ได้มีสายตรงจากพี่ชายว่าให้มาช่วยขายผักหน่อยเพราะพี่สะใภ้นั้นแพ้ท้องจึงทำให้เขาต้องเลิกงานการทำเป็นเซลล์และกลับไปยังราชบุรีและรับรู้ถึง 20 ที่บ้านจึงตั้งใจที่จะปลดหนี้ให้ที่บ้านและช่องทางในการหารายได้ของเขานั่นก็คือเลือกนำผลผลิตจากไร่โดยเฉพาะต้นหอมไปขายเพราะเป็นต้นทุนเดิมที่มีอยู่แล้วและไม่จำเป็นต้องไปเริ่มธุรกิจใหม่

โดยเขาได้มีการวางแผนอย่างเตรียมพร้อมในการวางแผนการตลาดที่ดีและมีการเข้ามาช่วยบริหารจัดการลักษณะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางโดยมีการไปส่งขายที่ตลาดเองซึ่งในภายในปีแรกนั้นก็สามารถขายต้นหอมได้วันละ 3 ตัน พอเข้าสู่ปีที่ 3 ก็ขายได้เป็นวันละ 10 ตัน และเมื่อเข้าปีที่ 4 ก็ขายได้เกือบ 15 ตันต่อวันแต่ในปัจจุบันได้เหลือลดลงเพียงวันละ 9 ตันเพราะว่าปริมาณเยอะเกินไปจึงเกิดปัญหาการดูแลไม่ทั่วถึงและต้นหอมถูกขโมยบ้างเสียหายบ้างในบางครั้ง

ซึ่งในปัจจุบันในพื้นที่ในการปลูกต้นหอมของคุณวันเราราวๆ 300 ไร่นั้นก็มีเครือข่ายเกษตรบ้างเล็กน้อยมีการปลูกสลัดหมุนเวียนกับพืชผักสวนครัวอื่นๆโดยต้นหอม 1 ไร่จะให้ผลผลิตวันละ 2 ตันกว้างส่วนตลาดให้บันไดยี่ปั๊ว 9 ตันมีรายได้วันละ 10,000 บาทหรือตกเดือนละ 300000 บาทโดยเฉลี่ยได้ปีละ 3 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยสำหรับราคาของต้นหอมนั้นก็จะมีขึ้นลงตามฤดูกาลและราคาตลาดโดยในหน้าร้อนต้นหอมจะมีราคาแพงกิโลกรัมละ 100-150 บาทแต่หน้าฝนก็จะถูกลงมาหน่อยอยู่ที่ประมาณ 50-60 บาทหน้าหนาวราคาต่ำกว่าจะตกประมาณ 5 บาท 10 บาทต่อกิโลกรัม

โดยขั้นตอนของการเก็บต้นหอมนั้นก็จะมีการจ้างแรงงานชาวบ้านในหมู่บ้านมาช่วยกันเก็บต้นหอมและลำต้นหอมก่อนที่จะแยกมัดมัดละ 1 กิโลกรัมเพื่อนำส่งขายในตลาดสินค้าเกษตรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางรวมถึงมีการส่งออกต่างประเทศบ้านในลักษณะของตัวแทนจำหน่าย

โดยการปลูกหอมนี้สามารถทำให้เขาคนนี้สามารถปลดหนี้ภ่ายใน 4 ปีเท่านั้น ซึ่งเรียกได่้ว่าถ้าหากได้ศึกษาตลาดและได้มีการวางแผนอย่างจริงจัง ก็อาจสร้างกำไรเม็ดงามให้ผลผลิตของเราก็ว่าได้

ชวนทำ ‘สามเกลอ’ ผงชูรสจากธรรมชาติ ทำเก็บไว้กินได้เป็นปี

ถ้าหากพูดถึงการทำอาหารในแต่ละครั้งในการชูรสชาติที่มีการอร่อยทุกคนก็มักจะนึกถึงการใช้ผงชูรสกันแต่บอกเลยว่าบางครั้งผงชูรสนั้นก็มีส่วนผสมบางอย่างที่อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพเมื่อรับประทานไปนานๆแต่มันจะดีกว่าไหมถ้าหากเรามีผงชูรสธรรมชาติที่มีการใช้เครื่องเทศต่างๆอย่างสามเกอลโดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมารู้จักผงชูรสจากธรรมชาตินี้กัน

โดยสามเกลอถือเป็นเครื่องเทศที่มีจุดเด่นในเรื่องของกลิ่นหอม และนิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหารได้อย่างหลากหลายเมนู โดยมีการใช้ส่วนผสม 3 อย่าง ได้แก่รากผักชี/กระเทียม/พริกไทย โดย 3 สิ่งนี้จะช่วยทั้งในเรื่องของการชูรสชาติช่วยดับกลิ่น และเพิ่มความหอมความเผ็ดได้อีกด้วย โดยถ้าหาก ใครนั้นลองเอาทั้ง 3 สิ่งนี้มาตามก็จะทำให้เกิดน้ำมันหอมระเหย ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการปรุงอาหารได้จะเพิ่มให้อาหารนั้นมีกลิ่นที่หอมและน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น โดยคนส่วนใหญ่นั้นจะใช้อัตราส่วนในอัตรารากผักชี 5 ราก กระเทียม 15กลีบ และพริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ

โดยคนไทยส่วนใหญ่นิยมเอาสามเกลอมาใช้ดังนี้

1.ต้มในน้ำซุป

โดยจะเอาส่วนผสมของสามเกลอมาโขลกให้ละเอียดและนำไปต้มในน้ำซุปโดยเฉพาะเมนูแกงจืดแบบไทยๆจะนิยมเป็นอย่างมากเพราะรากผักชีจะช่วยในเรื่องของการชูรสชาติและเพิ่มความหอมให้กับซุปได้อีกด้วยโดยรหัสใส่สามเกลอลงไปก็จะได้ชุดที่มีรสชาติอร่อยกลมกล่อมและหอมอย่างลงตัว

2. เอามาหมักกับเนื้อสัตว์ต่างๆ

ซึ่งเราก็มักจะเห็นกันอยู่บ่อยๆว่าจะมีคนเราเอารากผักชีกระเทียมพริกไทยมาโขกสับรวมกันและนำมาหมักกับเนื้อต่างๆไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมูเนื้อไก่ซึ่งหลังจากที่หมักเสร็จแล้ว และนำไปทำอาหารมันก็จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มความละมุนในรสชาติได้มากยิ่งขึ้น

3.เอามาใช้ผัดหรือทอด

ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ใครหลายคนมากที่นิยมใช้กันโดยเมื่อผสมรวมกันแล้วก็จะนำมาผัดบนกระทะก่อนที่จะเจียวหรือผัดเมนูอะไรก็ว่ากันไปซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยในเรื่องของการชูรสชาติอร่อยมากยิ่งขึ้นและให้มีกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น

วิธีการทำสามเกลอแบบง่ายๆที่บ้าน

ขั้นตอนที่ 1 นำรากผักชีมาทำความสะอาดและขูดเศษคราบดินออกให้หมดเพื่อไม่ให้รากดำแต่ไม่ควรให้ขาด

ขั้นตอนที่ 2 นำกระเทียมไทยมาแกะเปลือกและโขลกให้ละเอียด

ขั้นตอนที่ 3 นำส่วนผสมทั้งหมดมาโขลกรวมกันเตือนให้ได้เนื้อละเอียดหลังจากนั้นก็สามารถนำไปประกอบเมนูอาหารได้

และนี่ก็คือสามเกลอที่เรานำมาให้ทุกคนรู้จักกันในวันนี้โดยเป็นส่วนผสมที่ในปัจจุบันก็ยังนิยมกันใช้กันอยู่เพราะสามารถช่วยในเรื่องของการชูรสชาติและเพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหารให้อาหารมีรสชาติที่น่าอร่อยมากยิ่งขึ้นจึงไม่แปลกว่า 3 เกินนั้นจะเป็นส่วนผสมของการทำอาหารที่มีมาอย่างยาวนาน

รวมไอเดีย ‘ต่อเติมครัวหลังบ้าน’ ตกแต่งสวยงาม ด้วยงบไม่บานปลาย

โดยถ้าหากใครนั้นมีความคิดที่อยากจะต่อเติมหรือตกแต่งห้องครัวของตัวเอง วันนี้เราก็จะมีแบบห้องครัว มาฝากกันด้วยห้องครัวนั้นสามารถเป็นห้องที่ไว้ประกอบอาหารและสามารถช่วยอำนวยความสะดวกต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี และการมีครอบครัวที่ดีในก็คือห้องครัวที่สามารถถ่ายเทอากาศออกไปได้เพราะอาหารภายในบ้านเรานั้นแต่ละเมนูใช้ควันเยอะและมีกลิ่นอาหารแรงถ้าหากใช้ห้องครัวที่ปิดทึบจนเกินไป จะทำให้ไม่มีอากาศถ่ายเท

ซึ่งเรานำมาฝากกันในวันนี้นะคะก็คือไอเดียต่อเติมครัวหลังบ้าน เหมาะอย่างมากสำหรับคนไทยแบบเราๆที่มันจะปรุงอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือควันเยอะ โดยจะมีแบบห้องครัวไหนถูกใจคุณบ้างนะเรามาดูกันเลยดีกว่า ..

สร้างบ้านสไตล์ลอฟท์ ข้างในตกแต่งสวยงามมาก จบด้วยงบ 260,000 บาท

โดยในตอนนี้ถ้าหากใครกำลังมีงบจำกัดแต่อยากจะสร้างบ้านเราก็อยากจะพาทุกคนมาดูบ้านหลังนี้กันโดยบ้านหลังที่เราจะพาชมกันต่อไปนี้เป็นบ้านสไตล์ลอฟท์ซึ่งเป็นบ้านขนาดกะทัดรัดสามารถก่อสร้างได้บนพื้นที่ดินที่จำกัดโดยออกแบบเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมเรียบง่ายและมีการตกแต่งสวยงามด้วยปูนเปลือยน้ำมีพื้นที่ใช้สอยตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันอย่างครบครัน พร้อมเฉลี่ยพักผ่อนนอกบ้านเหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้น โดยจะเป็นอย่างไรเรามาดูกันเลย

โดยบ้านหลังนี้เป็นผลงานก่อสร้างของคุณ ช่างรุจ คนสร้างบ้าน โดยตัวบ้านได้มีการดีไซน์ปูนขนาดกะทัดรัดและมียกสูงแต่งด้วยกระเบื้องหินทรายสีธรรมชาติตกแต่งด้วยปูนเปลือยขัดมันบริเวณภายนอกบ้านตัดกับผนังไม้สีเขียวบริเวณใต้หลังคาและมุงหลังคาเมทัลชีททรงเพิงหมาแหงนให้ออกแนวสไตล์โมเดิร์นซึ่งรับสอดคล้องกับตัวบ้านได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของทางเข้าหน้าบ้านก็มีเฉลียงแนวยาวปูกระเบื้องตลอดพร้อมกับหลังคากันสาดปกป้องกันฝนสาดเข้าตัวบ้างและมีการกล่องมานั่งไว้รอบๆเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับการนั่งเล่นนอนเล่นบริเวณรอบบ้าน

ถัดมาข้างในซึ่งข้างในก็ยังคงความเป็นลอฟท์ ได้เป็นอย่างดี โดยการตกแต่งด้วยผนังปูนเปลือย และติดตั้งหน้าต่างกระจกบานใสเอาไว้เปิดปิดและถ่ายเทอากาศได้อย่างทั่วถึง

ในส่วนของห้องน้ำมีการตกแต่งง่ายด้วยกระเบื้องสีขาวแซมด้วยกระเบื้องสีเทาลวดลายและจัดแบ่งพื้นที่ใช้จ่ายออกเป็นส่วนส่วนเพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน

โดยบ้านหลังนี้มันเป็นบ้านสไตล์ลอฟท์ขนาดกะทัดรัดใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 2 จุด 6 แสนบาทไม่รวมที่ดินประกอบไปด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำและสิ่งนอกบ้านซึ่งเป็นอีกหนึ่งไอเดียสำหรับคนที่อยากมีบ้านหลังเล็กๆไว้อยู่ได้ดีเลย

น่าสงสารมาก! โรงงานโรจนะ ปลดพนักงานกว่า 200 คน แถมให้เดินกลับบ้านเอง

บอกเลยว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่สะเทือนใจกับเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมากเพราะว่าเป็นช่วงที่สามารถบ่งบอกถึงสภาพเศรษฐกิจของบ้านเราได้เป็นอย่างดีหลังจากที่มีหลายโรงงานทยอยปิดตัวลงอย่างต่อเนื่องจนทำให้ผู้คนหลายร้อยพันคนนั้นจะต้องตกงานกันเป็นจำนวนมากอย่างเช่นเรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่มีชื่อว่าณัฐชานันท์ น้องสตางค์ ซึ่งได้ออกมาโพสต์เรื่องราวผ่านทาง facebook ส่วนตัวโดยมีการระบุข้อความไว้ว่า

ใจเขาใจเราถึงต่างชาติเขาก็คนปลดพนักงานพม่าออก 200 คนแล้วให้เกิดกลับอีกสงสารมากแล้วเราจะรอดไหม

โดยในครั้งนี้เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปจึงทำให้มีชาวเน็ตเป็นจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างสนใจ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรอทางโรงงานให้ออกมาชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่

หนูน้อย! โทรสั่งอาหาร ก่อนบอกพนง. ช่วงนี้ผมรวย ไม่ต้องทอน

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวอันน่ารักๆที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียลหลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่มีชื่อว่า ตี๋นัด ราสต้า ออกมาเผยแพร่รูปภาพและโพสต์ไปยังกลุ่ม GRAB korat โดยได้มีการระบุข้อความไปว่า

ผม – เดี๋ยวๆน้อง มีเงินทอน อีก 2 บาท ครับ

น้อง – ไม่ต้องทอนหรอกพี่ ช่วงนี้ ผมรวย ผมพึ่งศึกมา

จะ 2 ถาดหรือ 1 ขวดผมก็ต้องส่งเลขเอาผมยิ้มไม่หุบ #ความสุขเล็ก เล็ก ระหว่างทำงาน

หลังจากที่มีภาพเผยแพร่ออกมาก็ทำให้ผู้คนนั้นต่างเข้ามาคอมเม้นเป็นอย่างมากมายซึ่งทุกคนก็รู้สึกเฮฮาเป็นอย่างมาก