ด่วนมาก!! ธกส.เปิดรับสมัครสอบบรรจุเป็นพนักงาน 300 อัตรา (ขยายเวลา) สมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เปิดรับสมัครสอบเพื่อบรรจุเป็นพนักงาน จำนวน 300 อัตรา รับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต โดยรับสมัครจากผู้ที่ฝากประวัติการสมัครไว้กับธนาคาร ตั้งแต่วันที่ สมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป (ขยายเวลารับสมัคร) ประกาศธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เรื่อง 1.การสรรหาบุคคลเพื่อปฏิบัติงานเป็นพนักงานพัฒนาธุรกิจระดับ 4 ประจำสาขาและสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัด ปีบัญชี 2562 และ 2.สมัครบุคคลภายนอกเป็นพนักงานธนาคาร ปฏิบัติงานประจำศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ประมาณการอัตราว่าง เพศชาย 200 อัตรา เพศหญิง 100 อัตรา คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง - สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ.รับรอง และในใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) หรือปริญญาบัตรระบุว่าเป็น สาขาวิชา/ วิชาเอก /โปรแกรมวิชา /แขนงวิชา ตามที่ธนาคารกำหนด - เป็นผู้ที่ฝากประวัติการสมัครไว้กับธนาคารผ่านช่องทาง www.irecruitbaac.com - ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ที่ปัจจุบันยังไม่หมดอายุ(ภายในวันที่สอบสัมภาษณ์) และต้องนำมายื่นในวันที่มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ - มีความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ MS-WORD และMS-EXCEL เป็นอย่างดี - สามารถปฏิบัติงานตามวัน เวลา

กองปราบ รวบครูกวดวิชาทหารโหด รวบศิษย์อีก 4 คน ทำร้ายร่างกายน้องชายแดนจนตาย

กองปราบบุกเข้ารวบครูกวดวิชาทหารโหด รวบศิษย์อีก 4 คน ทำร้ายน้องชายแดนเสียชีวิต สอบปากคำให้การไม่สอดคล้องกับบาดแผล ออกหมายจับเพิ่ม โดยแพทย์เผยสาเหตุการตายจากการบาดเจ็บของตับอ่อน ถูกกระแทกภายในช่องท้องอย่างแรงจนตาย ล่าสุด วันที่ 18 มิถุนายน 2562 เวลา 01.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองปราบปราม ได้ร่วมกันนำกำลัง พร้อมหมายจับข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ไปที่สถาบันกวดเตรียมทหาร กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ เพื่อจับกุมตัว นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ อายุ 27 ปี เจ้าของสถาบันกวดเตรียมทหารดังกล่าว หลังจากมีเด็กที่เรียนอยู่ในสถาบันเดียวกัน ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่ยังศึกษาอยู่หลายคน ให้ปากคำกับพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน นักสังคมสงเคราะห์ ยืนยันชัดว่า นายณัฐพล มีส่วนร่วมกับศิษย์ที่เป็นหัวโจกอีก 4 คน ในการทำร้าย ด.ช.ฐปกร ทรัพย์สิน (น้องชายแดน) อายุ 14 ปี นักเรียนที่เข้าไปศึกษาและเก็บตัวอยู่ที่สถาบันดังกล่าว แล้วถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 14

ชาวปทุม งงสุดๆ คสช งัดมาตรา 44 คืนตำแหน่งนักการเมืองท้องถิ่น

ชาวปทุม งงสุดๆ คสช ใช้ มาตรา 44 คืนตำแหน่งนักการเมืองท้องถิ่น ทั้งที่ถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กำลังอยู่ระหว่างไต่สวนทุจริตอยู่ ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้ ม.44 ปลดล็อกคืนตำแหน่งนักการเมืองท้องถิ่น 15 ราย สร้างความสับสน และมึนงง และเกิดการตั้งคำถามต่างๆ ให้กับชาวบ้านทั่วไปนั้น เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายจรัญ เข็มทอง ชาวบ้านคลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้ติดตามข่าวการตรวจสอบของสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 1 มาอย่างต่อเนื่อง พิจารณารับไว้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย 1.นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายก อบจ.ปทุมธานี 2.นายเดชา พวงงาม รองปลัด อบจ.ปทุมธานี 3.นายสถาพร วงศ์พานิช 4.นายประเทือง กันธสมาส

วิธีทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ 7 วันก็ใช้ได้ และสูตรวิธีใช้อีกมากมาย

ปัจจุบันการเกษตรได้รับผลกระทบจากการซื้อปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูงมากส่งผลกระทบต่อราคาต้นทุนการผลิตสูงขึ้นประกอบกับคนไทยนิยมทำการเกษตรเคมีมากกว่ายึดรูปแบบตามธรรมชาติ การใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อการเกษตร มีแนวโน้มมากขึ้นแต่กำลังความสามารถในการผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการเกษตรนั้นไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องนำปุ๋ยเคมีเข้าจากต่างประเทศทำให้ไทยเสียดุลการค้า ซึ่งการใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณมากแทนธาตุอาหารที่เป็นอินทรียวัตถุและการใช้สารเคมีฆ่าแมลงแทนสมุนไพร เพื่อกำจัดศัตรูพืช ก่อให้เกิดปัญหาด้านต่าง ๆ วันนี้เรามาทำความรู้จักหัวเชื้อจุลินทรีย์ และวิธีการนำไปใช้งานกัน หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM หรือเรียกสั้นๆ หัวเชื้อ EM เป็นกลุ่มของเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับกระบวนการหมักอินทรีย์วัตถุ จนเกิดการปลดปล่อยธาตุอาหารออกมาให้แก่พืชได้รวดเร็วขึ้น ประโยชน์หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM 1. ใช้รดโคนต้นไม้ และแปลงผัก ชึ่งจะช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุในดิน ทำให้ปลดปล่อยแร่ธาตุออกมาให้แก่พืชได้เร็วขึ้น 2. ใช้ในด้านการปศุสัตว์ – ใช้ทำความสะอาดลำตัวสัตว์ – ใช้ลดกลิ่นบริเวณคอกหรือลานเลี้ยงสัตว์ – ใช้หมักอาหารหยาบ เช่น ฟางข้าวหรือหญ้า เพื่อนำไปเลี้ยงโค กระบือ – ใช้ผสมในอาหารสัตว์ของโค กระบือ เพื่อเร่งการย่อยในกระเพาะอาหาร 3. ช่วยบำบัดน้ำเสีย และกำจัดกลิ่นน้ำเสีย 5. ช่วยแปรสภาพขยะให้เป็นปุ๋ย ด้วยการเทราดบนกองขยะ หรือ ใช้หมักขยะให้เป็นปุ๋ย 6. ช่วยป้องกันการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในดินบนแปลงเกษตร ด้วยการฉีดพ่นก่อนการไถพรวนดิน 7. ช่วยป้องกันแมลง และพาหะนำโรค ทั้งในแปลงเกษตร และในฟาร์มประศุสัตว์ #วิธีทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ 7 วันก็ใช้ได้ 1. น้ำมะพร้าว 4 ลูก 2.

แจกฟรี สูตรทำลูกชิ้นหมูเด้ง เนื้อนุ่ม แน่น ทำเองได้ ประหยัด สะอาดปลอดภัย เก็บได้นาน อร่อยด้วยมือเรา

วันนี้ขอนำเสนอวิธีทำ ลูกชิ้นหมูเด้ง อยากจะลวกกินเปล่าๆ เอาไปปิ้ง ใส่ต้มจืด ผัดกับข้าว หรือเอาไปใส่ในบะหมี่สำเร็จรูปก็อร่อย ดีกว่าไปซื้อเองอาจอารมณ์เสียกับลูกชิ้นผสมที่มีแต่แป้ง ตัดปัญหา! ทำรับประทานเองดีกว่า เริ่มกันเลย วัตถุดิบและส่วนผสม 1. หมูบด (แช่เย็นจัด) 1 กิโลกรัม 2. น้ำเย็นจัด 1 ถ้วย 3. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ 5. เกลือป่น 2 ช้อนชา 6. แป้งข้าวโพด 4 ช้อนโต๊ะ 7. พริกไทยขาวป่น 2 ช้อนโต๊ะ 8. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ 9. ผงฟู 10 กรัม วิธีทำ 1. ผสมน้ำเย็นจัดกับ น้ำปลา น้ำตาลทราย เกลือป่น แป้งข้าวโพด พริกไทย น้ำมันพืช ผงฟู คนให้เข้ากันเตรียมไว้ 2. ใส่เนื้อหมูบดลงในเครื่องปั่นอาหาร แล้วค่อยๆ

ปลาแซลมอลดิบ ประโยชน์ที่มากับอันตรายแฝง

รสชาติจากการกินปลาแซลมอนดิบๆสดๆ จิ้มกับวาซาบิ ช่างวิเศษสุดถูกใจหลายคน แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าแซลมอลแสนอร่อยที่รับประมานกันนั้นปลอดภัย 100% เพราะนอกจากความอร่อยแล้วยังมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ในรสชาตินั้นด้วย ผศ.ดร.นายแพทย์วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี กล่าวว่า ปลาแซลมอนเป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการบริโภคเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยเนื้อปลามีรสชาติหวาน ไม่คาวและมีคุณประโยชน์มากมาย โดยในเนื้อปลาแซลมอนจะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และกรดไขมันไม่อิ่มตัวอีกหลายชนิด สามารถลดคอเรสเตอรอล รวมไปถึงไขมันที่สะสมตามผนังหลอดเลือด ที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง โดยเฉพาะในส่วนของความจำและการเรียนรู้ แต่ในคุณประโยชน์นั้น ได้แฝงมาด้วยอันตรายต่อสุขภาพ โดยที่ผู้บริโภคคาดไม่ถึง นักวิจัยชาวอเมริกันได้ออกมาให้ข้อมูลว่า “เนื้อปลาแซลมอนที่เรารับประทานในปัจจุบัน จะถูกเลี้ยงในฟาร์ม และมีสารเคมีปนเปื้อนจำพวก ยาฆ่าแมลง สารพิษจากอุตสาหกรรมและสารก่อมะเร็ง ตกค้างอยู่ในเนื้อปลา” ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือ ผู้เลี้ยงบางรายได้ให้ปลาแซลมอนกินสารกระตุ้นเพื่อให้เนื้อปลามีสีส้มสดน่ารับประทาน เมื่อสารเหล่านี้เข้าไปสะสมในร่างกายมากๆ จะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทตาทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติได้ รวมถึงโลหะหนักและสารเคมีอื่นๆที่อยู่ในเนื้อปลาจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากขึ้น ทั้งนี้ในสหรัฐอเมริกาได้มีการวิจัยพบว่า “เนื้อปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงมีสารก่อมะเร็งที่มาจากอาหารปลาในระดับที่สูงกว่าปลาแซลมอนจากธรรมชาติถึง 16 เท่า” อีกทั้งปลาแซลมอนที่เลี้ยงในฟาร์ม มีไขมันอิ่มตัวสะสมในปริมาณสูง เนื่องจากไม่ได้ว่ายน้ำหรือออกกำลังกายที่มากพอตามระยะเวลาที่ควรจะเป็นตามสัญชาติญาณทางธรรมชาติ หากรับประทานเนื้อปลาแซลมอนเข้าไปมากๆ อาจส่งผลทำให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ ดังนั้นหากจะรับประทานเนื้อปลาแซลมอน ควรศึกษาให้ดีเสียก่อนว่าเป็นเนื้อปลาแซลมอนจากทะเลโดยตรง หรือเป็นปลาแซลมอนที่ถูกเลี้ยงในฟาร์ม หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ควรรับประทานแต่พอเหมาะ โดยมีนักวิจัยออกมาแนะนำว่า “ไม่ควรบริโภคเนื้อปลาแซลมอนที่ถูกเลี้ยงในฟาร์ม

ฤดูหาเห็ดถอบเริ่มแล้ว ! ชาวบ้านก้มหน้าถือไม้เขี่ยดิน เก็บเห็ดถอบ ออกขายโกยรายได้เป็นกอบเป็นกำ

เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนเป็นช่วงที่เห็ดเผาะ หรือเห็ดถอบ เจริญงอกงาม ชาวชุมชนบ้านซับสะเดา จ.นครราชสีมา โดยด้วยชาวบ้านแต่ละราย ต่างเดินทางออกหาเห็ดเผาะเพื่อนำมารับประทานและจำหน่ายซึ่งสนนราคาพุ่งถึงกิโลกรัมละกว่า 400 บาท !! วันที่ 21 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้ในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านซับสะเดา ต.บ้านใหม่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ต่างเต็มไปด้วยชาวบ้านทั้งในและต่างพื้นที่ที่พากันเดินทางเข้าไปเก็บหาของป่าเพื่อนำไปประกอบอาหารและจำหน่ายเป็นรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว เพราะป่าชุมชนแห่งนี้เป็นป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากชาวบ้านร่วมใจกันอนุรักษ์ดูแลรักษามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งในช่วงนี้ในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านซับสะเดา กำลังป้อนอาหารที่หาได้ยาก และสามารถสร้างรายได้อย่างงาม นั่นคือ “เห็ดเผาะ” ซึ่งเป็นเห็ดที่หาได้ยากมีราคาสูง ซึ่งชาวบ้านบอกว่า เห็ดชนิดนี้ได้หายไปจากพื้นที่มานานหลายปีแล้ว แต่ปีนี้ เกิดมีฝนตกต่อเนื่องอุณหภูมิเหมาะสม จึงทำให้มีเห็ดชนิดนี้กลับมาให้ได้เก็บไปรับประทานและจำหน่ายสร้างรายได้เสริมอย่างดีทีเดียว นายสมชาย ปิ่นทอง อายุ 33 ปี ชาวบ้านซับสะเดา กล่าวว่า ในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านซับสะเดา ถือเป็นพื้นที่ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันดูรักษามาอย่างดีและจริงจัง ถือเป็นแหล่งอาหารสำคัญ มีสัตว์และพืชผักหายากราคาสูงมากมาย และในช่วงนี้เป็นช่วยที่มีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดมีเห็ดเผาะเกิดขึ้นมากมาย ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ เห็ดเผาะ จะหายไปนานจากพื้นที่ แต่ก็คงเพราะสภาพอากาศที่เป็นใจ อีกทั้งความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า จึงทำให้เห็ดชนิดนี้เกิดขึ้นมาอีกครั้ง

ช่วงฤดูฝน ระวังซื้อ/เก็บ ”เห็ดพิษ”รับประทาน เสี่ยงอาจถึงชีวิต

ภูมิอากาศของประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น ยิ่งในช่วงฤดูฝนเหมาะกับการเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ของเห็ดอย่างยิ่ง ซึ่งรวมทั้งเห็ดที่มีพิษอีกหลายชนิดด้วย หากรับประทานเห็ดพิษส่วนใหญ่แล้วแพทย์หรือแม้แต่ผู้รับประทานจะไม่รู้จักเห็ดชนิดนั้น โดยทั่วไปแล้วเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้อาจมีรูปทรงคล้ายคลึงกัน จึงมีคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เก็บเห็ดที่มีพิษมากินจนทำให้เสียชีวิตไปแล้วหลายราย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าฤดูฝนทุกปีจะมีเห็ดป่าขึ้นเองตามธรรมชาติ ประชาชนมักเก็บมาขายหรือนำมาปรุงอาหาร ซึ่งในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษเป็นประจำ เนื่องจากเห็ดป่ามีทั้งเห็ดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ โดยข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-26 พฤษภาคม 2562 พบผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดพิษ 141 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ อายุมากกว่า 65 ปี รองลงมา 55-64 ปี และ 25-34 ปี ตามลำดับ จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 5 อันดับแรกคือ อุบลราชธานี อํานาจเจริญ ศรีสะเกษ ตาก และเพชรบุรี เฉพาะในช่วงหน้าฝน 2 เดือนของปีนี้ (เดือน พ.ค.- มิ.ย.

แจกสูตร “เพาะเห็ดโคน” (เห็ดปลวก) เพาะกิน-ขายได้ตลอดทั้งปี

เห็ดโคนหรือเห็ดปลวก นั้นถือว่าเป็นเห็ดที่เติบโตขึ้นตามธรรมชาติ เกิดจากการทิ้งรังของปลวกและเมื่อพื้นที่นั้นๆมีความชื้นและอุณหภูมิที่พอเหมาะสมจะเกิดเป็นดอกเห็ดที่มีคุณภาพและดูน่ากิน โดยปกติแล้วเห็ดปลวดหรือเห็นโคนนั้นจะจะมีราคาที่สูงมากเนื่องจากเป็นเห็นที่หาได้ยาก วันนี้เรานำสูตรในการปลูกเห็ดปลวกโคนไว้กินเองหรือขายแบบง่ายๆ เรามาดูกันเลย เตรียมส่วนประกอบ ดังนี้ 1.ข้าวเจ้าหุงสุกแล้ว 1 กก. 2.จาวปลวก (รังปลวก) เท่ากำปั้น 1 จาว 3.น้ำ 20 ลิตร วิธีเพาะเห็ดปลวก ขั้นตอนที่ 1: ผสมข้าวสุกกับจาวปลวก คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วหมักใส่น้ำเปล่า 20 ลิตร ทิ้งไว้ในที่ร่มประมาณ 7-10 วัน ขั้นตอนที่ 2: เมื่อครบกำหนดตามขั้นตอนแรกแล้ว จะปรากฎเห็นผิวน้ำที่หมักเป็นลักษณะขึ้นฝ้าสีขาว ให้นำไปราดลงแปลงเพาะที่เตรียมไว้ หรือราดตรงจอมปลวก (ถ้ามี) คุมด้วยฟางหรือเศษหญ้าแห้ง รดน้ำให้ชุ่มเสมอ ทิ้งไว้ประมาณ 10 - 15 วัน เห็ดจะเริ่มโผล่ออกมาให้เก็บ เพียงเท่านี้เราก็จะได้เห็ดโคน ที่มีรสชาติหวานอร่อยกว่าเห็ดอื่นๆ และสามารถนำไปขายหรือประกอบอาหารได้ตามต้องการตลอดปี

“กระทรวงพลังงาน” เปิดตัว “โซลาร์เซลล์ภาคประชาชน” รัฐพร้อมทั้งรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน 1.68บาทต่อหน่วย ได้ 10 ปี !!

กระทรวงพลังงาน เตรียมเปิดรับจดทะเบียนโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน เดือน พ.ค. 2562 นี้ รวม 100 MW ขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าระบบได้ 10 ปี คาดว่าจะมีการติดตั้งประมาณ 10,000 - 20,000 ระบบ มูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี โดยนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง สามารถเชื่อมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบไฟฟ้าของประเทศ และขายผลผลิตไฟฟ้าส่วนที่เหลือใช้ในบางเวลาเข้าสู่ระบบได้ ซึ่งนอกจากจะประหยัดค่าไฟฟ้าแล้ว ยังมีรายได้เสริมจากการขายไฟฟ้าส่วนที่เหลืออีกด้วย ทั้งนี้โครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ที่ กกพ. เปิดตัวในวันนี้ เป็นการดำเนินการตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่ได้กำหนดหลักการโครงการนำร่องการรับจดทะเบียนเจ้าของบ้านและอาคารที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ ประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่ต้องการติดตั้งแผงเซลล์ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้เอง สามารถเชื่อมกับระบบไฟฟ้าของประเทศ และขายผลผลิตไฟฟ้าส่วนเกินความต้องการใช้ เข้าสู่ระบบได้ ในขนาดการติดตั้งประมาณ 100 MW ต่อปี เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยคาดว่าจะเริ่มรับจดทะเบียนได้ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคมนี้

กระต่าย ไม่ถึงเดือนขายได้ เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย โตไว กำไรงาม

กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่เลี้ยงง่าย กินอาหารไม่เลือก แพร่ขยายพันธุ์ได้เร็ว มีประสิทธิภาพในการผลิตสูง และมีวงจรในการผลิตสั้น แม่กระต่าย 1 แม่ สามารถผลิตลูกให้เนื้อเท่ากับลูกวัว 1 ตัว ใน 1 ปี กระต่ายเป็นสัตว์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย ทั้งได้เนื้อ ได้หนัง ได้ขน ซึ่งการเลี้ยงกระต่ายนี้จะทำเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ก็ให้ผลตอบแทนดีทีเดียว สมศิริ คังคายะ อยู่บ้านเลขที่ 141/12 หมู่ 4 ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ที่ผันชีวิตจากคนเคยเลี้ยงไก่เนื้อนับหมื่นตัวมาเลี้ยงกระต่าย เพราะเจอพิษไข้หวัดนกระบาด บวกกับมีการแบ่งเขตการเลี้ยงไก่ที่จากเดิมเลี้ยงอยู่ในเขตจังหวัดสระบุรี แต่เมื่อมีการแบ่งเขตใหม่ต้องย้ายไปเลี้ยงที่จังหวัดชลบุรี ทำให้ต้องมีการเคลื่อนย้ายไก่ออกจากพื้นที่ และอีกอย่างก็ไม่มีความคุ้นชินกับพื้นที่ใหม่ด้วย และต้องเลี้ยงเป็นแบบฟาร์มปิด ต้องสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ใหม่ ต้องลงทุนใหม่ ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นจากเดิมเยอะมาก เลยคิดว่าจะเลิกเลี้ยงไก่แล้วมองหาอาชีพใหม่ดีกว่า คุณสมศิริเล่าต่อว่า ระหว่างที่ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เลี้ยงไก่ ช่วงที่ว่างก็หาข้อมูลว่าจะทำอาชีพใหม่อะไรดี จนวันหนึ่งได้อ่านหนังสือแล้วไปเจอข้อมูลขอโครงการหลวงที่เขียนเล่าเรื่องราวพร้อมคำแนะนำการเลี้ยงกระต่าย เมื่อลองอ่านแล้ว ก็เกิดความสนใจ คิดว่าน่าจะเลี้ยงเพื่อทำเงินและสร้างอาชีพใหม่ได้ คุณสมศิริเลยลองโทรไปสอบถามข้อมูลการเลี้ยงกระต่ายกับทางโครงการหลวง เมื่อฟังข้อมูลแล้วยิ่งเกิดความสนใจอยากจะเลี้ยงเป็นอาชีพแทนการเลี้ยงไก่เนื้อ อีกอย่างพื้นฐานเป็นคนรักสัตว์ด้วย เลยคิดว่าการเลี้ยงกระต่าย

กรมแรงงาน เปิดรับสมัครแรงงานไทยทดสอบภาษาเกาหลี ไปทำงานเกาหลีใต้

นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานของไทยและกระทรวงแรงงานและการจ้างงานสาธารณรัฐเกาหลีได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลีตามระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System for Foreign Workers : EPS) มาตั้งแต่ปี 2559 โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ทำหน้าที่ในการรับสมัครคัดเลือก และจัดส่งคนหางานไปทำงาน ซึ่งคนหางานที่จะเดินทางไปทำงานต้องผ่านการทดสอบภาษาเกาหลี (EPS-TOPIK) และทักษะการทำงานตามที่ทางการเกาหลีกำหนด ซึ่งการรับสมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน (Point System) ในครั้งนี้รับสมัครใน 3 ประเภทกิจการคือ 1. กิจการอุตสาหกรรมการผลิต 2. เกษตร/ปศุสัตว์ 3. กิจการก่อสร้าง โดยประเภทกิจการอุตสาหกรรมการผลิตและก่อสร้างรับเฉพาะเพศชาย ส่วนประเภทกิจการเกษตร/ปศุสัตว์ รับทั้งเพศชายและเพศหญิง อายุ 18 – 39 ปีบริบูรณ์ ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา สายตาไม่บอดสี ร่างกายสมบูรณ์ สุขภาพแข็งแรง ไม่มีประวัติกระทำผิดทางอาญาหรือเป็นภัยต่อสังคมและความมั่นคง เป็นบุคคลซึ่งไม่ถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เป็นบุคคลซึ่งไม่มีประวัติการถูกเนรเทศ หรือเคยถูกปฏิเสธการเข้าสาธารณรัฐเกาหลี

ภัยร้ายของบุหรี่กับเด็กเล็ก และอันตรายที่ลูกต้องเจอ หนักสุดเกิดภาวะตายเฉียบพลัน !!

บุหรี่นั้นไม่ดีกับทั้งคนสูบและคนทั่วไปที่สูดควันนั้นอยู่แล้ว เมื่อมีคนในบ้านสูบบุหรี่ คนในบ้านรวมถึงลูกจะได้รับควันบุหรี่ไปด้วย แม้ว่าจะได้ควันบุหรี่เพียง 30 นาที ก็จะมีคาร์บอนมอนอกไซต์ในเลือดเท่ากับคนที่สูบบุหรี่ 1 มวน อย่างนี้เค้าถึงเรียกว่าบุหรี่มือ 2 ยิ่งกับเด็กเล็กถ้าเจอควันบุหรี่ทุกวันคงไม่ดีแน่ แล้วลูก หรือเด็กเล็ก ที่สูดควันบุหรี่เข้าไปจะต้องเจอกับอันตรายอะไรบ้าง ไปดูกันเลย นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า การสูบบุหรี่ในบ้านที่มีทารกหรือเด็กเล็กอาศัยอยู่ด้วย จะทำให้เด็กหายใจเอาอากาศปนเปื้อนควันบุหรี่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยของเด็กเพิ่มขึ้น เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ โรคเกี่ยวกับหูชั้นกลาง เป็นหวัดบ่อยขึ้น และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กที่เป็นโรคหืดอยู่แล้วมีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ ตามมาอีกในอนาคต เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคหูอักเสบ โรคภูมิแพ้ ภาวะการตายของทารกเฉียบพลัน (SIDS-Sudden Infant Death Syndrome) และควันบุหรี่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต รวมทั้งควันบุหรี่ยังพัฒนาเป็นสารก่อมะเร็งในร่างกายมนุษย์ที่ได้อีกด้วย เนื่องจากในควันบุหรี่ประกอบด้วยสารเคมีมากกว่า 7,000 ชนิด และมีมากกว่า 60 ชนิดที่ทางการแพทย์ระบุว่า

“นาซ่า” ขายทริปทัวร์อวกาศ คนละ 1,800 ล้าน เหตุเพราะนโยบาย “ทรัมป์” ตัดงบ

"องค์การนาซ่า” เตรียมเปิดทริปพาคนท่องเที่ยวสถานีอวกาศ แต่ต้องจ่าย 1,800 ล้านบาทต่อคน พร้อมใช้ชีวิตในอวกาศนาน 30 วัน คาดจะเริ่มพาทัวร์ปีหน้า ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ รายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ องค์การนาซ่า ได้ประกาศว่ามีแผนที่จะอนุญาตให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเที่ยวชม สถานีอวกาศ นานาชาติได้ภายในปี 2020 โดยนักท่องเที่ยวสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน “เราตั้งใจเปิดเที่ยวบินสู่อวกาศกับนักบินอวกาศที่เป็นพลเมืองราว 2 ครั้งต่อปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาอยากให้มีจำนวนนักบินอวกาศที่เป็นบุคคลทั่วไปขึ้นไปได้เท่าไหร่ อาจจะจำนวนสัก 12 คน หรือขึ้นอยู่กับจำนวนที่นักท่องเที่ยวที่มีความสามารถขึ้นไปที่นั่นได้ "โรบิน เกเทนส์" รองผู้อำนวยการสถานีอวกาศนานาชาติของนาซ่ากล่าว เกเทนส์ยังระบุด้วยว่า นักบินอวกาศบุคคลทั่วไปจากประเทศอื่นๆ ก็สามารถบินขึ้นไปโดยใช้สิทธิอนุญาตของสหรัฐอเมริกาได้เช่นกัน ซึ่งหมายความว่านักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องถือพาสปอร์ตของสหรัฐอเมริกาหรือเป็นประเทศที่มีสิทธิอยู่ในสถานีอวกาศนานาชาติก็ได้ ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้มีความประสงค์ที่จะไปสถานีอวกาศนานาชาติต้องทำคือ จองโปรแกรมการฝึกสู่สถานีอวกาศ และจองที่นั่งในยานอวกาศที่สามารถให้พวกเขาอยู่ได้มากที่สุดเป็นเวลา 30 วัน โดยสิ่งที่พวกเขาทำได้ในช่วงการปฏิบัติภารกิจท่องอวกาศนั้นรวมไปถึงกิจกรรมทางธุรกิจและการตลาด ซึ่งต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของนาซ่า สำหรับ ค่าใช้จ่ายในการท่องสถานีอวกาศของหนึ่งคน จะมี “ค่าตั๋ว” ไปกลับอยู่ที่ราว 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,800 ล้านบาท

ชาวเกษตกรใต้หันปลูก “เมล่อนอินทรีย์” หลังราคา “ปาล์ม” ตกต่ำหนัก

จากปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำหนักสุดในรอบ 20 ปี และมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลที่ออกมา ล้วนแต่เอื้อผลประโยชน์เอกชน ไม่ถึงชาวสวน ทำให้ชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ หันไปรวมกลุ่มปลูกเมล่อนพันธุ์กรีนเน็ต แบบอินทรีย์ผลผลิตล็อตแรก 400 ลูก กำลังจะออกสู่ตลาดและจำหน่ายกิโลกรัมละ 80-100 บาท สมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพืชเกษตรอินทรีย์นวัตกรรมใหม่ ปลายพระยา ต.เขาเขน อ.ปลาพระยา จ.กระบี่ ปลูกเมล่อนพันธุ์กรีนเน็ต แบบอินทรีย์ ในโรงเรือนระบบปิด ซึ่งกำลังจะครบกำหนดและเก็บไปขายได้ ล็อตแรก 400 ลูก น้ำหนักลูกละ 1.5 กิโลกรัม ประยุทธิ์ อ้นชู ตัวแทนกลุ่มปลูกพืชเกษตรอินทรีย์นวัตกรรมใหม่ปลายพระยาบอกว่า ได้รับการสนับสนุนงบประมาณกู้ยืมจากสหกรณ์นิคมปลายพระยา และสถานบันส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ เพื่อปลูกพืชอินทรีย์ โดยสมาชิกจะช่วยกันดูแลผลผลิต

เอาจริงแล้ว! ขนส่งเตือนป้ายทะเบียนไม่ชัดเจอโทษปรับ 2,000

กรมการขนส่งทางบกเตือนผู้ใช้รถ ป้ายทะเบียนรถยนต์สีซีดหรือจางเข้าข่ายป้ายทะเบียนชำรุด ไม่แจ้งขอเปลี่ยนป้ายใหม่มีโทษปรับสูงสุด 2 พันบาท นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า หากผู้ขับขี่รถคันใดพบว่าป้ายทะเบียนชำรุด หรือซีดจาง ผู้ขับขี่มีหน้าที่ต้องมาขอเปลี่ยนป้ายทะเบียนใหม่ที่กรมการขนส่งทางบก หากเพิกเฉยไม่ดำเนินการ มีความผิดตามกฎหมาย โทษปรับสูงถึง 2,000 บาท ข้อหาใช้ป้ายทะเบียนชำรุด เนื่องจากการใช้ป้ายทะเบียนชำรุดจะส่งผลกระทบต่องานการกำกับดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ที่พบว่าป้ายทะเบียนรถชำรุด สามารถขอป้ายทะเบียนใหม่ที่กรมการขนส่งทางบกได้ โดยรถยนต์ส่วนบุคคลจะเสียค่าคำขอ 5 บาท และจ่ายค่าป้ายทะเบียน 2 ชิ้น (หน้า-หลัง) แผ่นป้ายละ 100 บาท รวมเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 205 บาท, ส่วนรถจักรยานยนต์ จะเสียค่าใช้จ่ายค่าคำขอ 5 บาท และค่าป้ายทะเบียนจำนวน 1 แผ่น ราคา 100 บาท รวมเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 105 บาท

สูตรเด็ด “หมูหวานสามชั้น” ชิ้นหนา คำโต วิธีทำง่าย ฟินยกครัว

วันนี้เราจะพาไปแนะนำอีกเมนูหมูสามชั้น สูตรอาหารไทยทำง่าย ๆ สูตรเด็ดเคล็ดลับ ใครไม่กลัวอ้วนจัดไป เอาให้ไขมันขึ้นกันไปข้างหนึ่ง แค่ชื่อเมนูก็น้ำลายไหลแล้ว เราไปดูวิธีทำกันเลย วัตถุดิบและเครื่องปรุง 1. น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ 2. หอมแดงซอย 5 หัว 3. หมูสามชั้น 300 กรัม 4. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ 5. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ 6. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ 7. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนโต๊ะ 8. น้ำเปล่า 1 ถ้วย 9. น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม วิธีทำหมูหวาน 1. ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง ใส่น้ำมัน ตามด้วยหอมแดงซอยลงไปผัดให้หอม ไม่ต้องรอให้เหลืองมากนะคะ ใส่หมูสามชั้นลงไปได้เลย 2. ผัดหมูสามชั้นจนสีเปลี่ยนเป็นสีใสๆ เติมน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ซีอิ๊วดำ 3. ผัดให้ซอสเข้าเนื้อหมู จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไปให้พอท่วมหมูค่ะ แล้วใช้ไฟอ่อนในการตุ๋นเนื้อหมู หาฝามาปิดกระทะ เพื่อให้ความร้อนกระจายทั่วถึง

เผยสูตรลับเงินล้าน “ไก่ย่างวิเชียรบุรี” เนื้อนุ่มหนังกรอบ พร้อมสูตรน้ำจิ้มรสเด็ด 2 สูตร

“ไก่ย่าง” เป็นเมนูที่หากินได้ง่าย เรียกว่าเดินไปตามถนนหรือตรอกซอกซอยไหนก็มักจะเห็นไก่ย่างควันโขมงเปิดขายกันโดยทั่วไป หลายคนคงรู้จัก “ไก่ย่างวิเชียร” หรือ “ไก่ย่างวิเชียรบุรี” ของขึ้นชื่อของอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ความพิเศษของไก่ย่างวิเชียรบุรี คือ หนังไก่จะแห้งกรอบ ส่วนเนื้อจะนุ่ม กลิ่นหอม กินได้โดยไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็ได้ แต่ก็ยังมีน้ำจิ้มที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ คือ น้ำจิ้มมะขาม และน้ำจิ้มสูตรกระเทียมดอง ซึ่งเป็นสูตรของ จังหวัดเพชรบูรณ์ เรามาดูสูตรและขั้นตอนการทำกันเลย สูตรหมักไก่ย่างวิเชียรบุรี 1. ไก่ 1 ตัว ขนาดประมาณ 1 กิโลกรัม 2. ตะไคร้ 3 ต้น 3. กระเทียมไทย 20 กลีบ 4. รากผักชี 7 ราก 5. พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ 6. ใบเตย 2 ใบ 7. ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ 8. ซีอิ้วขาว 1-1/2 ช้อนโต๊ะ 9. หอมแดง

แพทย์ รพ.จุฬาฯ เตือนสารใน “ผงชูรส” ส่งผลเสียต่อร่างกาย

ผงชูรส เป็นของคู่บ้านคู่เมืองในครับกับเมนูอาหารไทยมาเนิ่นนาน โดยเฉพาะอาหารสตรีทฟู้ด หรือร้านอาหารข้างทาง ที่ว่าอร่อยๆ รสนัว ส่วนใหญ่มักมีการใส่ผงชูรสเพื่อให้ผู้บริโภค ทานแล้วรับรู้ถึงรสอร่อยจนติดลิ้น โดยผงชูรสได้จากการหมักกากน้ำตาลจากอ้อย หรือน้ำตาลจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติ แต่ถ้าเราบริโภคมากจนเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรนั้น เรามีคำแนะนำมากฝาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลจาก ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ระบุว่า ผงชูรสที่ใช้เป็นเครื่องปรุงในอาหาร มีสารเคมีที่มีชื่อเรียกว่า Monosodium Glutamate หรือ MSG ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ในผู้ที่ได้รับสารดังกล่าวบางราย ได้แก่ 1. กลุ่มอาการ เอ็มเอสจี (MSG Symptom Complex) ซึ่งจะเกิดขึ้น 1-14 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารที่มีผงชูรส โดยทีอาการปวดศีรษะ เจ็บกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดต้นคอ คลื่นไส้ เหงื่อแตก รู้สึกเสียวซ่านผิวหนัง หน้าแดง ใจสั่น และแน่นหน้าอด ในเด็กอาจมีอาการหนาวสั่น กระสับกระส่าย

กรมอนามัยโลกบอก ‘เบื่องาน เหนื่อย หมดแรง’ ไม่ใช่ขี้เกียจแต่เป็นภาวะหมดไฟ

ภาวะหมดไฟ (Burnout) เป็นหนึ่งในสัญญาณอันตรายที่ไม่ว่าใครก็ตามก็อาจเป็นได้ อาจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น เครียดจากทำงาน ทำงานหนักเกินไป หรือไม่มีความสุขในงานที่ทำ ดำเนินชีวิตไปด้วยความตึงเครียด จะทำให้บุคคลนั้นรู้สึกว่าตัวเองหมดแรง ว่างเปล่า ไร้กำลังใจ รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถรับมือได้ และส่งผลให้ก่อเกิดความวิตกในใจ จนนำไปสู่ “ภาวะหมดไฟ” ในที่สุด "นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประชุมองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ โดยมติที่ประชุมพิจารณาให้จัดการภาวะเมื่อยล้าหมดไฟ (Burnout) เป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาในทางการแพทย์เป็นครั้งแรกในคู่มือวินิจฉัยและจัดประเภทของโรคระหว่างประเทศ (ICD-11) เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยโรคและการประกันสุขภาพใหม่ทั่วโลก ซึ่งกรมควบคุมโรค จะได้หารือวางแผน เพื่อพิจารณาระบบเฝ้าระวังและบูรณาการกับกรมสุขภาพจิตในการควบคุมและป้องกันโรคต่อไปในอนาคต" ลักษณะอาการที่เข้าข่ายภาวะเมื่อยล้าหมดไฟที่เกิดขึ้นจากการทำงาน คือ 1. รู้สึกหมดไฟ เหนื่อยล้า พลังชีวิตหดหาย 2. มีความรู้สึกไม่อยากทำงาน ต้องการมีระยะห่างจากงานหรือมีทัศนคติเชิงลบต่องาน 3. ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งลักษณะอาการดังกล่าวเป็นผลมาจากความเครียดในการทำงานหรือการทำงานไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดการณ์ไว้ อาจทำให้เสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าสูงขึ้น ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน อาจเกิดจากปัญหาด้านสุขภาพจิตที่อยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สภาพแวดล้อมและการจัดการขององค์กร ทักษะและความสามารถของพนักงานในการจัดการปัญหาความไม่สมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว รวมทั้งการสนับสนุนขององค์กร ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและเป็นสาเหตุของอาการผิดปกติทางจิตหรือนำไปสู่การใช้แอลกอฮอล์หรือยาเสพติด การรังแกและการคุกคามทางจิตวิทยาเป็นสาเหตุของความเครียดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของคนงาน ส่งผลต่อปัญหาทั้งทางจิตใจและร่างกาย

ท่าอากาศยานประกาศ ห้ามหิ้ว ‘แหนมเนือง’ ขึ้นเครื่องบิน เริ่ม 23 มิ.ย.นี้

กรมท่าอากาศยานสั่งห้ามผู้โดยสารห้ามนำ "แหนมเนือง" หิ้วขึ้นเครื่องบิน พร้อมทั้งสั่งสนามบิน 28 แห่งแจ้งสายการบินเตือนผู้โดยสาร เริ่มตั้งแต่ 23 มิ.ย.2562 เหตุผลเนื่องจาก เข้าข่ายตามระเบียบฉบับใหม่ที่ห้ามผู้โดยสารนำของเหลวมากกว่า 100 มิลลิลิตร ถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน เนื่องจากน้ำจิ้มมีปริมาตรมากถึง 400 มิลลิลิตร วันที่ 5 มิ.ย.2562 นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ขณะนี้กรมท่าอากาศยาน ได้ประชุมซักซ้อมสนามบินภูมิภาคในการกำกับดูดูแลทั้ง 28 สนามบิน ให้ปฏิบัติงานด้านการบินให้เป็นไปตามกฎประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เรื่องหลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานหรือนำเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นระเบียบฉบับใหม่ของ กพท.ที่เตรียมประกาศบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ทั้งนี้มีการกำหนดห้ามมิให้ผู้โดยสารมีการนำของเหลวที่มีปริมาตรมากกว่า 100 มิลลิลิตรถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน แต่อนุญาตให้ฝากเป็นสัมภาระลงทะเบียน (โหลดใต้ท้องเครื่อง) เท่านั้น โดยให้บรรจุในภาชนะที่มิดชิด "มีข้อมูลว่าสินค้าบางประเภทที่เข้าข่ายไม่สามารถถือขึ้นเครื่องบินได้ คือ แหนมเนือง เนื่องจากน้ำจิ้มแหนมเนืองที่บรรจุรวมอยู่ในชุดอาหาร 1 ถุง

ราคายาเอกชนแพงมาก! พาณิชย์เตรียมตั้ง ‘โรงพยาบาลธงฟ้า’ ราคาถูกช่วยประชาชน

จากกรณีค่ารักษาพยาบาลและค่ายาจากโรงพยาบาลเอกชนที่แพงเกินจริง ยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง เดือดร้อนไปถึง กรมการค้าภายใน ซึ่งอยู่ในการดูแลของกระทรวงพาณิชย์ จึงปิ้งไอเดียทำ “โรงพยาบาลธงฟ้า” หวังให้เป็นทางเลือกของประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาค่ารักษาพยาบาลที่แพงเกินจริง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีแนวคิดจะจัดทำโครงการ “โรงพยาบาลธงฟ้า” โดยจะเชิญชวนโรงพยาบาลเอกชน ที่คิดค่ายาและค่ารักษาพยาบาลไม่แพงเกินจริง ให้เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เป็นทางเลือกของประชาชนที่ต้องการใช้บริการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน เพราะปัจจุบันยังมีโรงพยาบาลเอกชนกว่า 100 แห่ง หรือประมาณ 30-40% ของโรงพยาบาลเอกชนทั้งหมด คิดค่ายา และค่ารักษาไม่แพงมากนัก เมื่อเทียบกับโรงพยาบาลเอกชนด้วยกัน ซึ่งถ้าโรงพยาบาลเอกชนรายใดเข้าร่วม กรมฯจะมอบตราสัญลักษณ์ให้ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ และมาใช้บริการ ทั้งนี้ การจัดทำโครงการ ดังกล่าว น่าจะเป็นรูปธรรมหลังจากที่กรมได้ข้อมูลราคาซื้อ และขายยา เวชภัณฑ์ บริการทางการแพทย์ จากโรงพยาบาลเอกชนครบถ้วนทุกรายก่อน การส่งข้อมูลดังกล่าว เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการ กลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ฉบับที่ 52 พ.ศ.2562 เรื่องการแจ้งราคา การกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์

สวยมากต้องไปสักครั้ง! “เกาะยูง” หลังปิดเกาะฟื้นฟูนานกว่า 3 ปี

เผยภาพจากเจ้าหน้าที่ดำน้ำสำรวจใต้น้ำ ปะการังบริเวณเกาะยูง จ.กระบี่ สวยงาม เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด หลังปิดเกาะเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ นานกว่า 3 ปี ซึ่งขณะนี้ระบบนิเวศมีสภาพสมบูรณ์ ใกล้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว นักวิชาการชี้คำตอบจากภาพเห็นชัดเจน และเพื่อตอบคำถามที่ถูกถามไม่รู้กี่ร้อยกี่พันครั้งว่า ปิดเกาะนั้นเกาะนี้แล้วปะการังฟื้นหรือ ชี้ภาพสามารถตอบได้แล้ว นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเล และสิ่งแวดล้อม และรองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ภาพพร้อมกับเขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “Thon Thamrongnawasawat” ระบุเป็นภาพของแนวปะการังที่เกาะยูง ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่ เริ่มฟื้นความสมบูรณ์ หลังจากที่มีการปิดเกาะดังกล่าวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติแนวปะการังมาแล้วกว่า 3 ปี โดยข้อความที่นักวิชาการผู้นี้เขียนเอาไว้ ระบุว่า "อยากเปิดภาพการฟื้นคืนจากเศษซากปะการังท่วมทะเลที่เกาะยูง หลังเกาะยูงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกที่ถูกปิด เนื่องจากสภาพใต้น้ำเสียหายยับเยิน ระดับของความยับเยินวัดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว ปะการังที่มีชีวิตด้านในเหลือน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ โดยเผยภาพภาพถ่ายทางอากาศล่าสุดจากเกาะยูง เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนน้ำลงต่ำสุด อยากให้เพื่อนธรณ์ดูพืดสีน้ำตาลที่อยู่ด้านใน ยาวเหยียดตลอดแนวปะการัง ระยะทางหลายร้อยเมตร จากนั้นก็ดูภาพด้านล่าง พืดนั้นคือปะการังๆ และปะการัง เมื่อสามปีก่อนไม่มีภาพเช่นนี้ มีแต่ความโล่งโจ้ง ขาวโพลน

“ไม้หอมแก่นจันทน์” ไม้เศษฐกิจ ปลูกแล้วรวย ตันละ 300,000–400,000 บาท

ไม้หอมแก่นจันทน์ (Sandalwood) หรือหอมอินเดีย มีถิ่นกำเนิดในมาเลเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย ปากีสถาน จีน เนปาล อินโดนีเซีย และติมอร์ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น อายุ 10 ปี เนื้อแก่นไม้จะมีกลิ่นหอม โดยไม่ต้องใช้สารเคมีกระตุ้นเหมือนอย่างต้นกฤษณา ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ เปลือกต้นชั้นนอกสีน้ำตาลเทาหรือน้ำตาลแดง ใบเดี่ยว รูปไข่แกมใบหอก เนื้อใบบาง ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ เรียงตรงกันข้าม ดอกขนาดเล็ก สมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อที่ซอกใบหรือปลายยอด ผลสด ทรงกลมรี ขนาดเล็ก สุกสีม่วงแดง ภายในมีเมล็ดเดียว นำเนื้อไม้มาสกัดจะได้น้ำมันหอมมีกลิ่นคล้ายดอกกุหลาบ ในน้ำมันหอมยังมีสารแซลทารอล ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์

วิธีและเทคนิคการเลี้ยง “แมงดานา” ลงทุนน้อย สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน !!!

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อน แมลงดา, แมลงดานา หรือที่นิยมเรียกว่า แมงดา (นา) จัดเป็นแมลงจำพวกมวนน้ำชนิดหนึ่ง พบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปในภูมิประเทศลักษณะเป็นท้องทุ่งหรือท้องนาในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ รวมถึงเอเชียตะวันออก แมลงดา หรือ แมงดา เป็นแมลงที่นิยมบริโภคกันในหลายวัฒนธรรมของชนชาติในแถบเอเชียอาคเนย์ ในอาหารไทยสามารถนำไปย่าง ทอดกรอบ หรือปรุงเป็นน้ำพริกก็อร่อย (โดยเฉพาะตัวผู้ที่มีกลิ่นหอม) เรียก "น้ำพริกแมลงดา" หรือ "น้ำพริกแมงดา" ปัจจุบันเป็นแมลงที่มีการส่งเสริมให้เลี้ยงกันเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ราคาต่อ 1 ตัว ประมาณ 7-12 บาท โดยตัวผู้ที่มีกลิ่นหอม ราคาประมาณ 10-12 บาท ส่วนตัวเมียราคาประมาณ 7-10 บาท ระยะเวลาจากแรกเกิดจนถึงส่งขายใช้เวลา 30-45 วันเท่านั้นเอง ซึ้งหากเลี้ยง 2,500 ตัวและขาย

เกลือสมุนไพร ลดเค็ม 25% ทางเลือกผู้ป่วยสารพัดโรค.!!

เกลือ เป็นอีกหนึ่งเครื่องปรุงที่อยู่คู่ครัวมานานแสนนาน เกลือให้รสชาติความเค็มที่มีเสน่ห์ เพียงหนึ่งหยิบมือ ก็สามารถเปลี่ยนรสชาติของอาหาร ให้กลมกล่อมได้ เกลือ ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นโดยตรง แต่มีต้นกำเนิดมาจากธรรมชาติ นำเข้าสู่กระบวนการผลิตให้เกิดความเหมาะสมในการนำมาใช้อย่างปลอดภัย แถมการนำมาใช้ยังให้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ และเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ หลายคนคุ้นชินกับเกลือผลึกสีขาวละเอียดๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเกลืออีกประเภทที่ลดเค็มได้ถึง 25% นั้นก็คือ เกลือสมุนไพร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยสารพัดโรค เป็นอย่างไรไปดูกันเลย น.ส.ชุษณา เมฆโหรา หัวหน้านักวิจัย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร เผยว่า ด้วยปัจจุบันการบริโภคโซเดียมหรือความเค็ม เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไตวาย โรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง ฯลฯ รวมทั้งก่อให้เกิด “พฤติกรรมติดเค็ม” ทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนไทยทุกวันนี้

เพาะเห็ดฟางในตะกร้า ด้วย 8 ขั้นตอนง่าย ๆ ทุนน้อยกำไรดีมาก

ในยุคสมัยนี้การทำเกษตรเป็นทางเลือกในการหารายได้เสริม ไม่ว่าจะเป็นปลูกผัก เลี้ยงปลา เพาะเห็ดเป็นต้น วันนี้เราจะพาไปพบกับวิธีการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า ซึ่งมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ใช้ทุนไม่เยอะ สำหรับคนมีพื้นที่น้อยก็ทำได้ ไปดูกันเลย เริ่มจากการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม นั้นคือก้อนเชื้อเห็ดฟาง ฟางข้าว ตะกร้าพลาสติก สุ่มไก่หรือโครงโรงเรือน พลาสติก วัสดุพลางแสง อาหารเสริมของเห็ดเช่นแป้งสาลี หรือผักตบชวา เมื่อเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยก็ทำการเพาะได้เลย 1. ทุบก้อนเชื้อเห็ดฟางในถุงให้แตกพอประมาณ แต่ไม่ต้องให้ถึงกับละเอียด นำมาผสมกับแป้งสาลี 1 ช้อนชา จากนั้นแบ่งก้อนเชื้อเห็ดฟางออกเป็น 2 กอง กองละเท่าๆกัน (เชื้อเห็ดฟาง 1 ถุง สามารถแบ่งออกเป็น 2 กองสามารถและเพาะเห็ดฟางได้ ประมาณ 2 ตะกร้า) 2. ให้ใส่ฟางข้าวที่ผ่านการแช่น้ำไว้แล้ว 1 คืน ลงไปในตะกร้า ให้ฟางข้าวมีความสูงประมาณ 2-3 นิ้ว กดให้พอแน่น โรยอาหารเสริมลงไป จะเป็นผักตบชวาที่หั่นไว้หรือรำละเอียดก็ได้เช่นกัน 3. โรยอาหารเสริมลงไปรอบๆ บนฟางข้าว แต่อย่าใส่อาหารเสริมมากจนเกินไป

ปลูกมะนาวในเข่งให้ลูกดก หนีน้ำท่วม ปลูกกินเอง สร้างรายได้ในครัวเรือน

การปลูกมะนาวลงเข่ง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการปลูกผักช่วงฤดูฝน ยามเกิดน้ำท่วมก็สามารถเคลื่อนย้ายหนีได้ทันที ไม่ต้องปล่อยให้ยืนต้นตาย แถมให้ผลดกเหมือนปลูกในดิน หรือบ้านใครไม่มีที่รับแสงได้ตลอดทั้งวัน ก็สามารถย้ายเข่งออกไปรับแสงที่หน้าหรือหลังบ้านได้ ตอนเย็นกลับมาก็ย้ายเข้าที่เดิมได้อย่างสะดวก สามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้ง่ายๆอีกด้วย ทำอย่างไรไปติดตามกันเลย การเตรียมอุปกรณ์ 1. เข่งพลาสติก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 เซนติเมตร 2. ถังรดน้ำ 3. ไม้ค้ำยันลำต้น 4. เชือก 5. จอบ 6. กิ่งพันธ์มะนาว 7. ดินปลูกต้นไม้ 8. ปุ๋ยคอกหมัก (ปุ๋ยคอกควรหมักไว้อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ก๊าซในมูลสัตว์หมดเพื่อป้องกันรากมีปัญหา) 9. ขุยมะพร้าว 10. เปลือกถั่วเขียว ขั้นตอนการปลูก 1. ผสมดิน โดยใช้อัตราส่วนผสม 3 : 1 : 1 : 1 คือ ดินปลูก 3 ส่วน + ขุยมะพร้าว 1 ส่วน + ปุ๋ยคอกหมัก 1 ส่วน + เปลือกถั่วเขียว

เดินตามรอยเท้าพ่อ สวนผสมผสาน สร้างรายได้ ถึงเดือนละ 50,000 บาท

ซึ่งทุกคนนั้นก็มาสิเคยได้ยินการทำเกษตรแบบผสมผสานโดยเป็นแนวทางพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 บอกเลยว่าก็มีเกษตรหลายคนได้เดินทางตามรอยเท้าพ่อมาแต่ละอย่างมากมายและหลายคนก็ประสบความสำเร็จกันอย่างเช่นคุณ เชาวลิต พระชนะ ที่เป็น บุรุษพยาบาล รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลสีสุก อ.จักราช จ.นครราชสีมา ก็ถือเป็นเกษตรอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จจากการเดินตามรอยเท้าพ่อนี้ ในตัวเขานั้นได้มีการกล่าวว่าการทำเกษตรเชิงเบียร์นั้นต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่มีเงินเก็บและไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆถึงทางภาครัฐจะมีการรณรงค์อย่างไรและถ้าหากชาวบ้านก็ยังคงดำเนินชีวิตอย่างแบบละหลังมีการปลูกพืชผักให้มีคุณภาพก็หนีไม่พ้นที่พ่อค้าโครงการจะกำหนดราคารับซื้อและกดขี่เกษตรกรเป็นอย่างมากมายโดยตัวเขานั้นก็เห็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆจึงเกิดความคิดที่อยากจะเป็นตัวกำหนดราคาขึ้นมาเองบ้าง ในปี 2549 นั้นก็ทำให้เขาตัดสินใจไปดูงานทางด้านเกษตรในวังสวนจิตรลดาและในแต่ละย่างก้าวที่ได้เข้าไปในนั้นก็ได้เห็นในสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้นทำแล้วก็คิดว่าทั้งๆที่พระองค์เป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินแต่พระองค์ก็ยังมีสวนเกษตรอยู่ในบ้านมากมายทั้งมีแปลงนาเกษตรผสมผสานเลี้ยงสัตว์ต่างๆเห็นแล้วจึงเกิดความคิดที่อยากจะลองทำตามอย่างพระองค์บ้าง จากที่กลับมาในครั้งนั้น จึงทำให้เขานั้นเดินเข้ามาพูดคุยกับพ่อแม่ให้พ่อแม่นั้นหันมาทำเกษตรแบบผสมผสานแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผลจนทำให้ต้องยุติความคิดทักไปประมาณ 1-2 ปีจนตัวเขานั้นสามารถเรียนจบและรับราชการเป็นบุรุษพยาบาลแต่ตัวเขาก็ยังไม่ทิ้งความฝันจึงได้มีการขอที่ดิน 2 ไร่จากพ่อเพื่อทำเกษตรแบบผสมผสานอย่างที่ตัวเขานั้นตั้งใจปฏิธานเอาไว้ โดยในช่วงแรกเขาก็ได้สัมผัสถึงความท้อแท้เพราะสภาพที่ดินที่ได้นั้นทั้งแข็งและไม่มีอินทรีย์วัตถุเรียกว่าเป็นทะเลทราลงจอบขุดแต่ละครั้งละที ด้ามจอบกระดอนขึ้นมา จึงได้มีการตัดสินใจเอากล้วยมาปลูกก่อนเพราะกล้วยนั้นเป็นพืชที่อมน้ำและสามารถช่วยปรับสภาพดินได้จึงมีการปลูกกล้วยประมาณ 50 ต้นและระบบน้ำหยดโดยใช้เวลานับเดือนจนกระทั่ง 1 ปีกล้วยเริ่มออกเครือ มีหน่อ ต้นหญ้าอ่อนๆขึ้นให้เห็นมากินขึ้นซึ่งก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่บอกว่าดินแห่งนี้เริ่มมีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้นจึงมีการขุดหน่อมาปลูกในบริเวณพื้นที่ที่ยังว่างและมีการปลูกพืชอายุสั้นเข้ามาด้วย พรุ่งนี้ก็ทำให้สวนเกษตรแบบผสมผสานแปลงร่างนั้นได้ผลสำเร็จจึงมีการขอพื้นที่จะเพิ่มเป็น 7 ไร่นอกจากนั้นจึงไม่ปฏิเสธและเข้ามาช่วยดูแลในครั้งนี้ โดยในครั้งนี้เขานั้นก็ได้เข้าร่วมกับโครงการ ทายาทเกษตรกรมืออาชีพ ธ.ก.ส. ได้มีการเข้าไปดูการทำปุ๋ย ปลูกผักปลอดสารพิษ หลังจากนั้นก็ได้กลับมาในพื้นที่แปลงปลูกของตัวเองและปลูกดอกขจรปลูกเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 4 ปีโดยในช่วงฤดูฝนนะจะทำต้นขายและได้รายได้ดีกว่าการเก็บดอกซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางที่สร้างรายได้เลยก็ว่าได้ แหล่งใดที่พืชผักต่างๆในไร่นั้นสามารถขายได้มากยิ่งขึ้นจึงมีการสร้างซุ้มบนบริเวณหัวไร่ริมถนนและนำผลผลิตอย่างเช่น กล้วย ดอกขจร มะเขือพวง พืชผักในไร่มาวางขาย และเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจว่าผลผลิตของเขานั้นปลอดสารพิษจึงได้มีการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการสินค้าเกษตรปลอดภัยจึงทำให้เขานั้นหารายได้ในแต่ละวันประมาณถึงละ 500-1,000 บาท. อีกทั้งยังมีการโน้มน้าวให้พ่อเลิกปลูก อ้อยและมันฯและหันมาใช้พื้นที่ที่มีอยู่ประมาณ 20 ไร่มาทำเกษตรแบบผสมผสานแทนโดยมี

ปลูกมะเขือเทศ ผลผลิต 2-3 ต้น สร้างรายได่้75,000 บาทต่อรอบ

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นไปที่โครงการหลวงปังค่า ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา โดยทางโครงการหลวงแห่งนี้ได้มีการส่งเสริมให้ชาวเกษตรกรในพื้นที่มีการปลูกมะเขือเทศสายพันธุ์โทมัสซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวเกษตรกรได้เป็นอย่างดีจึงทำให้ชาวเกษตรกรที่นี่นั้นมีรายได้และมีอาชีพอย่างมั่นคง โดยมะเขือเทศสายพันธุ์นี้สามารถจำหน่ายได้แบบที่ไม่มีปัญหาในเรื่องของราคาและในแต่ละโรงเรียนนั้นสามารถจำหน่ายได้ตลอดฤดูกาลจนสามารถสร้างผลผลิตถึง 75,000 บาทได้เลยทีเดยว โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ในตำบล ผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา จะมีการปลูกมะเขือเทศ สายพันธุ์นี้จะมีการปลูกไว้ในอาคารกลางมุ้ง หลังโครงการหลวงปังค่า โดยโครงการนี้ก็จะมีการส่งเสริมให้ชาวเกษตรกรได้เข้ามาปลูกกันเพื่อจำหน่ายซื้อมะเขือเทศดังกล่าวนี้สามารถขายผลผลิตได้ดีเพราะมีลักษณะขนาดใหญ่สีสันสวยงามจึงไม่แปลกที่ทำให้มะเขือเทศนั้นกลายเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก มะเขือเทศสายพันธุ์โทมัสนั้นสามารถให้ผลผลิตและสามารถเก็บขายได้ประมาณ 2 เดือนต่อ 1 ครั้งจนไปถึงระยะเวลา 6 เดือนซึ่งในแต่ละรอบของการปลูกนั้นจะให้ผลผลิตประมาณ 2-3 ตันต่อรอบการผลิตหลังจากที่ได้ผลผลิตแล้วก็จะทำการส่งขายให้กับโครงการหลวงปังค่าในราคา 25 บาท ซึ่งทางโครงการหลวงมันก็จะได้มีการดูแลตลอด และหลังจากที่ชาวเกษตรกรนั้นได้หันมาปลูกมะเขือเทศสายพันธุ์ดังกล่าวนี้ก็ทำให้มีรายได้ดีที่มากขึ้นอีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ต่อฤดูกาลผลิตได้เป็นอย่างมากประมาณถึง 75,000 บาทต่อรอบการผลิตซึ่งถือเป็นสิ่งที่ชาวบ้านพอใจเป็นอย่างมากกับผลผลิตที่ได้ออกมานั้นเอง

ขายดีมาก! ทุเรียนสาลิกาพังงา ขายดีจนต้องเร่ขยายพันธุ์

ซึ่งในตอนนี้เป็นช่วงหน้าร้อนแน่นอนว่าทุเรียนนั้นก็จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นทุเรียน พันธุ์สาลิกา ที่มีรสชาติหอมหวานมันอันเป็นเอกลักษณ์ถึงขั้นที่มีการกล่าวหาว่าถ้าหากมาทำงานแล้วไม่ได้ชิมทุเรียนสาลิกาก็เหมือนมาไม่ถึงที่เมืองพังงาเลยก็ว่าได้!! โดยทางนาย นิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดพังงา ก็ได้มีการเปิดเผยว่าหลังจากที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเรียน GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อไหร่ปี 2561 นี้ก็ทำให้ทุเรียนสาลิกานั้นจะเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากอีกทั้งทางวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเพาะพันธุ์ทุเรียนและธัญพืช พื้นบ้าน บ้านกะปง อ.กะปง จ.พังงา ก็ได้มีการเร่งการขยายพันธุ์เพื่อออกจำหน่ายรวมทั้งยังมีการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่งการติดตาทาบกิ่งเสียบยอดเพื่อเร่งผลการจำหน่ายให้ทันทอดตลาดตามที่ตลาดต้องการ แต่สำหรับกล้าพันธุ์ที่ให้ผลผลิตที่ดีที่สุดนั้นซึ่งทางชาวเกษตรจังหวัดพังงาก็ได้แนะนำให้เลือกต้นพันธุ์ที่มีการเสียบยอดหรือเสียบข้างเพราะมีการปลูกด้วยเมล็ดมักจะเกิดการกลายพันธุ์โดยวิธีนี้ยังมีข้อดีที่ทำให้ได้ทุเรียนที่มียอดพันที่ดีตามความต้องการของตลาดอีกทั้งยังให้ผลผลิตได้เร็วและยังมีรากแก้วคอยช่วยยันลำต้นอีกด้วย ในเมื่อชาวเกษตรกรนั้นได้มีการลองปลูกทุเรียนสาลิกาได้ 5 ปีก็จะมีการออกผลผลิตในครั้งแรก โดยการดูแลรักษาและง่ายเป็นอย่างมากอีกทั้งยังได้ผลผลิตไวหลังจากที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตในรุ่นแรกก็มีการบำรุงรักษาต้นทุเรียนให้พร้อมที่จะออกผลผลิตในปีถัดมาโดยให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตราส่วนประมาณ 4-5 กิโลกรัมต่อต้น ซึ่งทุเรียนสายพันธุ์นี้จะมีการออกดอกในช่วงมีนาคมและให้ผลผลิตเข้าสู่ตลาดประมาณเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมของทุกปี โดยทหารทุเรียนสาลิกานั้นมีอายุประมาณ 20 ปีขึ้นไปต่อ 1 ไร่หรือประมาณ 25 ต้นก็สามารถสร้างผลผลิตได้ถึง 1 ตัน ในส่วนของทางด้านการกำจัดวัชพืชต่างๆของสวนทุเรียนแห่งนี้ก็ไม่ควรใช้สารเคมีแต่อย่างใดเพราะจะทำให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทำลายจุลินทรีย์ในประเทศต่างๆส่งผลยังทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าได้ฉะนั้นควรตัดหญ้าด้วยมือเพื่อลดกันเสียหายและต้นทุนป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาโรคระบาดต่างๆได้กับทุเรียนที่ปลูกนั่นเอง สำหรับทุเรียนสายพันธุ์นี้ทางตลาดก็มีราคาที่ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 200-300 บาท โดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงสวนของเกษตรกรและมีการสั่งจองผลผลิตไปล่วงหน้าแล้วไปวางขายตามแผงเป็นถนนสายหลักแต่ถึงอย่างไรผลผลิตนั้นก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคเลย

เทคนิคเพิ่มผลผลิตแตงกวา ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ขายดี เป็นที่นิยมในท้องตลาดมาก!

แตงกวานั้นก็ถือเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากเพราะแตงกวานั้นสามารถนำมาประกอบเมนูอาหารได้อย่างหลากหลายอีกทั้งยังเป็นผักที่ไว้ประดับจานตามร้านอาหารตามสั่งหรือแม้กระทั่งตามร้านภัตตาคารต่างๆทั่วไปก็มีการนำแตงกวามาใช้กันเป็นอย่างดี ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แตงกวานั้นกลายเป็นที่ต้องการทางตลาดเป็นอย่างมากอีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวเกษตรกรได้เป็นอย่างมาก และยิ่งถ้าหากแตงกวานั้นใหญ่มีผลที่สมบูรณ์ก็จะกลายเป็นที่ต้องการของตลาดอีกทั้งยังสามารถขายได้ในราคาดีอีกด้วย โดยในวันนี้เราก็มีวิธีการเพิ่มขนาดแตงกวามาฝากกันซื้อเป็นวิธีจากคุณ ยา แซมะ สมาชิกจังหวัดปัตตานี ได้เป็นเทคนิคในการตัดแต่งไม้และยอดซึ่งใช้วิธีแบบง่ายแสนง่ายแต่จะเป็นแบบไหนบ้างนะเรามารู้วิธีกันเลย ขั้นตอนการทำ ขั้นตอนที่ 1 ให้สังเกตแตงกวาที่ดอกของมันว่า 1 ต้นมีดอกออกมากี่ต้น ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นทำการตัดใบออกให้เหลือเท่ากับจำนวนของดอกแตงกวาที่มีอยู่ในแต่ละต้นเช่นต้นหนึ่งมีแตงกวาออกดอก 10 ดอก ถ้าทำการตัดใบเหลือเพียงแค่ 10 ใบเท่านั้น ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นมีการบำรุงด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์เกษตรและรดน้ำทุกเช้าเย็น เพียงเท่านี้ก็จะออกผลแตงกวาที่มีขนาดใหญ่สมบูรณ์ซึ่งการตัดยอดและใบนั้นจะสามารถช่วยในเรื่องของการลดสารอาหารไปเลี้ยงต้นแตงกวาลงและส่งผลไปให้สารอาหารนั้นสามารถเลี้ยงให้ผลผลิตมีการเจริญเติบโตได้ดีมากยิ่งขึ้น และนี่ก็เป็นเทคนิคง่ายๆที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งถ้าหากใครมีแนวความคิดที่อยากจะปลูกแตงกวากันอยู่นั้นก็อย่าลืมลองใช้วิธีนี้กันดูเลยบอกเลยว่าได้ผลเป็นอย่างดีและเห็นได้ชัดอีกด้วยและยังได้ผลผลิตดีๆนำไปขายได้อีกด้วยนะอย่าลืมลองทำกันดูล่ะ

เทคนิคการเพาะเห็ดฟางสร้างรายได้แบบง่ายๆ แบบ ประหยัดทุน และ เวลา

โดยเห็ดฟางนั้นถือเป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่กลายเป็นที่ต้องการตลาดเป็นอย่างมาก เพราะเห็ดฟางนั้นสามารถนำมาทำเมนูได้อย่างไรไม่ว่าจะเป็นผักต้มนึ่งย่างทุกอย่างก็สามารถใช้เห็ดฟางในการทำได้ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นฟ้านั้นแต่เป็นเหตุสามัญประจำบ้านเลยก็ว่าได้ โดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนนั้นมาลองเพาะเห็ดฟางกันดูซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถทำได้อีกครั้งได้ผลดีอีกด้วยซึ่งถ้าหากได้ฟังมาก็สามารถนำไปขายตามท้องตลาดได้เพราะเห็ดฟางเป็นเห็ดที่ทางตลาดและผู้คนนั้นต้องการเป็นอย่างมากรับรองว่ามีเท่าไหร่ก็ขายหมดโดยเฉพาะปลูกอย่างไรได้บ้างนั้นลองมาดูกันเลย วัสดุอุปกรณ์ -เชื้อเห็ดฟาง 1-2 ก้อนก้อนละ 15 บาท - สุ่มไก่เก่า - ต้นกล้วยสับหยาบครึ่ง กะละมัง - น้ำซาวข้าว 1 ถ้วย - ฟางแช่น้ำที่เปียกชุ่ม - ปุ๋ยคอก 1-2 กิโลกรัม - ผ้ายางขนาดคลุมสุ่มไก่ ขั้นตอนการปลูกเห็ดฟางด้วยตัวเองมีดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ทำการเอาฟางวางลงไปที่พื้นในบริเวณที่จะต้องการปลูกจากนั้นก็รดน้ำให้ชุ่มเพิ่มความชุ่มชื้นในฟางมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกวางทับลงไปและรดน้ำให้ชุ่ม ขั้นตอนที่ 3 วางต้นกล้วยสับทับลงไปและเกลี่ยให้เป็นชั้นทั่วๆ ขั้นตอนที่ 4 ผสมน้ำซาวข้าวและปุ๋ยคอกขี้วัวลงไปเชื้อเห็ดครึ่งก้อนจากนั้นก็ขยำให้เข้ากัน ขั้นตอนที่ 5 จากนั้นนำมารวมไว้บริเวณต้นกล้วยสับอีก 1 ชั้นและรดน้ำลงไป ขั้นตอนที่ 6 เอาฟางมาวางทับบนสุดอีกชั้นบนสุดและทำกสน รดน้ำอีกรอบก่อนที่จะนำสุ่มไก่มาครอบไว้ ขั้นตอนที่ 7 เอาถุงพลาสติกมาคุมสุ่มไก่ จากนั้นเอาฟางมาวางทับบริเวณรอบซุ้มและด้านบนซุ้มแล้วมัดด้วยเชือกฟางเพื่อป้องกันไม่ให้หลุดหรือลมพัดปลิวไป เพียงเท่านี้ก็เป็นการเสร็จสิ้นและนี่ก็คือวิธีการเพาะเห็ดฟางแบบง่ายๆอีกทั้งยังประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนเพราะว่าหลังจากนี้ประมาณ 4 วันก็ให้ทำการระบายอากาศประมาณซัก 15 นาที จากนั้นก็ปิดไว้เหมือนเดิมที่ว่าอีก

เคล็ดไม่ลับการทำเกษตร! บำบัดน้ำเสียด้วย EM BALL ทำเองได้ประหยัดมาก

สำหรับการทำเกษตรนั้น บ่อน้ำก็ถือเป็นปัจจัยของชาวการทำเกษตรมากด้วยเช่นกันแต่ว่าการปล่อยๆนะไว้นานๆโดยที่ไม่ดูแลอะไรนั้นก็อาจจะทำให้บ่อน้ำนั้นเสียได้ฉะนั้นจะดีกว่าไหมถ้าหากรู้จักการทำบำบัดน้ำเสียได้โดยในวันนี้เราจะมาทุกคนพากันมารู้จักจุลินทรีย์ EM กัน โดยเจ้าจุลินทรีย์ EM นั้นถือว่าเป็นจุลินทรีย์ที่ดีและสามารถย่อยสลายวัสดุอินทรีย์เกษตรหรือสามารถช่วยกันเป็นหัวเชื้อในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพได้อีกด้วยอีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องของการขจัดกลิ่นและบำบัดน้ำเสียได้เป็นอย่างดีอย่างเช่นห้องน้ำถ้าหากมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ให้นำน้ำ EM ประมาณ 1 แก้วไปผสมกับถังน้ำใหญ่และเทลงในชักโครกหรือในบริเวณที่เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ EM นั้นก็สามารถช่วยได้และยังสามารถบำบัดของเสียให้ออกจากท่อไปได้อีกด้วย และสาเหตุหลักที่นำ EM กำจัดกลิ่นนั้นก็เป็นเพราะว่า EM มีจุลินทรีย์ย่อยที่สามารถช่วยย่อยสลายเสียได้เป็นอย่างดีทั้งปฏิกูลต่างๆและขจัดกลิ่นได้อย่างชะงัดอีกด้วยซึ่งเราจะเห็นได้ว่าเวลาที่เราหมักมูลสัตว์ก็จะมีกลิ่นเหม็นและหากเดิม EM ลงไปกลิ่นเหม็นเหล่านั้นก็จะหายไปในเวลาอันไม่นานและนี้ก็คือประโยชน์ดีๆจากEM M นั่นเอง และในบางครั้งบริเวณที่เกิดน้ำเน่าเสียนั้นเป็นบริเวณที่ไม่สามารถเทน้ำลงไปได้เช่น กลางหนองน้ำ กลางห้วย หนอง คลอง บึง แต่เราก็สามารถทำสิ่งประดิษฐ์หนึ่งขึ้นมาเพื่อใช้ในการบำบัดน้ำได้ด้วยเช่นกันนั่นก็คือ EM ball นั่นเองซึ่งเรานั้นสามารถนำ EM ball ไปอยู่ในบริเวณที่เรานั้นต้องการบำบัดได้ ซึ่งน่าจะเป็นการเติมจุลินทรีย์ที่ดีและประโยชน์สลายอินทรีย์วัสดุที่อยู่ในนั้นได้เป็นอย่างดีด้วยอีกทั้งยังจำนำเจ้าก้อน EM นี้ไปอยู่ในนาข้าวหรือสวนผลไม้หรือไปวางไว้ต้นไม้ที่เราต้องการปุ๋ย วัตถุอินทรีย์ลงดินไปด้วยเช่นกันซึ่งบอกเลยว่าคุณประโยชน์นั้นมีมากจริงๆ และในวันนี้ทางทีมงานก็จะพาทุกคนนั้นมาทำ EM Ball บำบัดน้ำเสียกันซึ่งจะทำอย่างไรได้บ้างนะลองมาดูกันเลยดีกว่าแล้วมาทำไปพร้อมๆกันเลย วัตถุดิบ - รำ 1 ส่วน - แกลบดิบ 1

เก่งมาก!! เกษตรกรหัวใสหันมาปลูก ข้าวในน้ำ ปรับตัวหนีดินฟ้าที่แปรปรวน

บอกเลยว่าอากาศปัจจุบันนั้นเราแทบจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร ฉะนั้นมันจะดีกว่าไหมถ้าหากเราสามารถเปลี่ยนแปลงการทำเกษตรและรู้จักปรับตัวให้กับเข้ากับธรรมชาติในทุกๆวันได้ เพราะในปัจจุบันนี้อาชีพเกษตรกรนั้น ถือว่าเป็นอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาพอากาศที่แปรปรวนต่างๆและนั่นอาจจะทำให้ผลผลิตต่างๆหลังเสียได้ ซึ่งมันก็เท่ากับว่ารายได้จากการดำรงชีวิตก็จะขาดหายไปซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกษตรกรนั้นจะต้องรู้จักการปรับตัวและหาวิธีเพื่อมาเพาะปลูกเพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเอง ชายคนหนึ่งนั่นก็คือคุณ นายสุพรรณ เมธสาร ผู้เป็นเกษตรกร อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งทางคุณสุพรรณนั้นก็ได้มีการปรับตัวเองให้เข้ากับพื้นที่อากาศสภาพอากาศที่แปรปรวนโดยมีการปลูกข้าวในน้ำแทนปลูกข้าวในดินซึ่งสามารถสร้างรายได้และได้ผลในการผลิตและไม่ได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศอีกด้วย ซึ่งการปลูกข้าวนั้นเป็นการปลูกข้าวลอยน้ำแบบอินทรีย์เกษตรถือเป็น ทางเลือกใหม่ในการปลูกข้าวบนพื้นที่น้ำ แล้วก็ว่าได้เพราะหลังจากที่เขานั้นได้พบกับมหาอุทกภัยในช่วงปีพ.ศ 2554 ซึ่งจะทำให้พื้นที่การทำนาของชาวเกษตรกรนั้นถือว่าได้รับความเสียหายหนักเป็นอย่างมาก ทั้งต่อชีวิตมนุษย์ ทั้งชีวิต และสิ่งก่อสร้าง ทรัพย์สินต่างๆก็สูญหายไปอย่างมากมายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเกษตรกรถือว่าได้รับผลกระทบเยอะที่สุดเพราะว่าน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน จึงทำให้ไม่สามารถทำผลผลิตได้นั่นเองและนั่น ก็ทำให้ชาวเกษตรกรนั้นจะต้องรู้แต่การตั้งรับและปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยจริงๆ โดยวิธีนี้บอกเลยว่าได้ผลเป็นอย่างมากอีกทั้งยังช่วยประหยัดต้นทุนและก่อเกิดรายได้มากดีอีกด้วยเพราะนี่คือการผลิตข้าวที่ไม่ได้ใช้สารเคมีแต่อย่างใดถือว่าเป็นกลายเป็นสินค้าที่ปลอดสารพิษเลยก็ว่าได้อย่างมากสำหรับเกษตรกรที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือไม่มีพื้นที่ดินเป็นของตัวเองแต่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์น้ำขังน้ำท่วมได้อยู่ตลอดเวลา โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะปลูกก็มี -กล่องโฟมเก่า. -กระถางพลาสติกสำหรับปลูก - ดินเลน -เมล็ดพันธุ์ข้าว -ลำไม้ไผ่สำหรับทำแพไว้ปลูกข้าว -เชือกฟาง ขั้นตอนการปลูกข้าวลอยน้ำอินทรีย์เกษตร ขั้นตอนที่ 1 เอาเมล็ดข้าวไปเพราะฃในแปลงเพาะ เหมือนกับการเตรียมต้นกล้าดำนาทั่วไป ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นนำตาไม้ไผ่มาทำเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเพื่อทำเป็นแผลในพื้นที่ที่จะปลูกข้าวลอยน้ำ ขั้นตอนที่ 3 นำเอาฝากล่องผลไม้มาเจาะรูมีขนาดเท่ากับกระถางพลาสติกให้อุ้มตัวกระถางไว้ ขั้นตอนที่ 4 นำดินเลนมาใส่ในกระถางให้เต็ม ขั้นตอนที่ 5 จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 วันก็จะได้ต้นกล้าและนำมาแยกปลูกไว้ในกระถางที่เตรียมไว้ประมาณ 4-5 กอ 1 กระถาง ขั้นตอนที่

แนะนำเกษตร มือใหม่ ไก่พันธุ์ผสม คอล่อน อารมณ์ดีเนื้อแน่นอกใหญ่ทาง เลือกไก่เนื้อของชาวเกษตร

โดยในสมัยก่อนนั้นในการเลี้ยงไก่ก็ส่วนใหญ่จะมีการเลี้ยงไว้เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับสมาชิกในครัวเรือนโดยจะมีการเก็บไข่ไก่จะกินและกินเนื้อตามบ้านเรือนต่อมาในปัจจุบันก็ได้มีทางภาครัฐนั้นได้เข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มีพื้นที่ในการเลี้ยงไก่เข้ามาเลี้ยงลูกไก่ผสมมากยิ่งขึ้นเพื่อทำให้ได้ขายที่ดกและทนทานต่อสภาพอากาศโดยสายพันธุ์ที่ถูกแนะนำนะนั่นก็คือลูกผสมคอล่อนนั่นเอง โดยรูปผสมคอท่อนั้นถือเป็นหนึ่งในจำนวนที่ทางนายสัตวแพทย์ ทฤษดี ชาวสวนเจริญ ผู้เป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์ได้มีการบอกไว้ว่า ไก่คอล่อน เกิดเป็นไก่พื้นเมืองที่พบกันมากที่สุดในบริเวณสามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยสายพันธุ์นี้ได้เข้ามาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประเทศญี่ปุ่นได้มีการนำไก่สายพันธุ์นี้มาจากประเทศฝรั่งเศสเข้ามาเป็นอาหาร จากนั้นไก่พันธุ์ดังกล่าวนี้ได้มีการถูกไปผสมพันธุ์กับไก่พื้นเมืองของจังหวัดพัทลุงจึงได้มีการแพร่พันธุ์เรื่อยมา ครึ่งลูกผสมของไก่พันธุ์นี้นั้นก็จะเป็นไก่ประเภทเนื้อที่จะมีลักษณะคล้ายๆไก่ชนแต่บริเวณกระเพาะพักถึงปากก็จะไม่มีขนหรือมีขนน้อยโดยสีขนนั้นจะมีสีเขียวจนถึงดำ เดี๋ยวจะมีหงอนถั่วสีดวงตาและขนจะมีสีเดียวกันในส่วนบริเวณคอก็จะไม่มีขนและรูขุมขนอีกทั้งบริเวณแนวสันหลังนั้นจะเปลือยร่อนและมีลักษณะอกใหญ่เนื้อมากไหล่กว้างผิวหนังสีดำหรือสีขาวและขนน้องในเพศผู้นั้นแทบจะไม่มีเลย โดยตัวผู้ที่โตเต็มวัยนั้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 3-4 15 กิโลเมตรและสามารถนำไปทำพันธุ์ได้เมื่ออายุประมาณ 7-8 เดือนส่วนเพศเมียจะมีน้ำหนัก 2 ถึง 2.8 กิโลกรัมสามารถนำมาผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 5 เดือนครึ่งและสำหรับไข่ที่เฉลี่ยอยู่ที่ต่อปีประมาณ 4-5 ชุดโดยคิดเป็นชุดละ 12-15 ฟองทั้งนี้ลักษณะเด่นของไก่พันธุ์นี้นั่นก็คือสามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งยังมีน้ำหนักดีและทนทานต่อทุกโรคอีกด้วยจึงเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงไก่เนื้อไว้ขายนั้นเอง นอกจากนี้กลายพันธุ์นี้นั้นยังสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีอากาศร้อนและเลี้ยงลูกเก่งอารมณ์ดีไม่ดุร้ายบ่อย เหมาะมากที่จะเลี้ยงกันเป็นฝูงในพื้นที่โล่งกว้างและสามารถผสมพันธุ์กับไก่อื่นได้โดยคุณภาพนั้นจะเนื้อนุ่มกว่าไก่พื้นเมืองทั่วไปเนื้อร่อนไม่ติดกระดูกเหมาะอย่างมากสำหรับนำไปบริโภค โดยในปัจจุบันไก่พันคอล่อนนั้นได้มีการนำไปทดลองเรียนที่ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถบ้านครองชีพตำบล าปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง เพื่อทำการส่งเสริมอนาคตให้กับเกษตรกรในพื้นที่ให้เลี้ยงไก่พันธุ์นี้เป็นอาชีพเสริมและสามารถทำเป็นอาหารหลักให้กับครอบครัวได้ซึ่งถือได้ว่าไก่พันธุ์นี้นั้นน่าสนใจไม่น้อยสำหรับเกษตรกรที่กำลังคิดอยากจะเลี้ยงไก่ไว้ขายเนื้อนั่นเองลองดูไก่นี้อีก พันธุ์ ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวคุณได้นั่นเอง

ด้วงจั๊กจั่น อาหารชั้นเลิศขายได้กิโลกรัมละ 500 บาท มีเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น !!

ในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นไปพบกับอีกหนึ่งอาชีพที่บอกเลยว่าสามารถสร้างรายได้ช่วงไหนให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดีโดยเราจะพาเป็นกันไปที่ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตรกันซึ่งนั่นก็มีชาวบ้านที่รวมตัวกันออกมาขุดด้วงจักจั่นในสวนส้มโอนั่นเอง โดยด้วงจักจั่นนั้นสามารถหาได้เพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้นโดยสามารถสร้างรายได้ได้ถึงกิโลกรัมละ 500 บาทเลยทีเดียวซึ่งอุปกรณ์ในการจัดนั้นก็จะประกอบไปด้วยช้อนแกงแก้วพลาสติกจอดหน้าสั้นโดยจะมีการออกตะเวนตามสวนส้มโอต่างๆเพื่อไปหาด้วงจักจั่นกันโดยจุดประสงค์หลักๆก็คือนำไปรับประทานและจำหน่ายกันนั่นเอง สำหรับวิธีขุดของชาวบ้านนั้นซึ่งชาวบ้านก็จะมีการสังเกตดูรู้ขนาดเล็กต่างๆที่อยู่บริเวณโคนต้นส้มโอ โดยจุดเหล่านี้จะกลายเป็นที่ซ่อนของด้วงจักจั่น ซึ่งเมื่อทราบแล้วก็จะทำการใช้จอบค่อยๆขุดลึกลงไปประมาณ 20 cm ก็จะพบดวงจักจั่นซ่อนตัวอยู่ในดินจากนั้นก็เอาช้อนที่เตรียมมาแคะดวงจักจั่นออกมาใส่แก้วพลาสติกที่เตรียมเอาไว้นั่นเอง เมื่อจับได้แล้วก็สามารถเอาไปทำความสะอาดล้างน้ำและไปจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 500 บาทสำหรับราคาที่ว่าทำไมถึงมีราคาแพงมากกว่าที่อื่นนะนั่นก็เป็นเพราะว่าดวงจักจั่นนั้นในปีนึงมันจะออกมาให้รับประทานได้เพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้นโดยช่วงของมันก็คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นนาทีทองหรือเดือนทองสำหรับกลุ่มชาวบ้านอำเภอโพธิ์ประทับช้างจริงๆ

พระเทพฯ ทรงพระราชทาน สูตรปุ๋ยหมัก ปุ๋ยหมักให้แก่พสกนิกรชาวไทย

คนไทยนั้นถือว่าโชคดีเป็นอย่างมากเพราะประเทศไทยได้มีโครงการพระราชดำริที่พ่อหลวงคอยดูแลและเอาใจใส่คนไทยเป็นพิเศษซึ่งท่านก็ให้ทั้งความรู้ในเรื่องหลายๆเรื่องรวมถึงทางด้านเกษตรให้กับคนไทยได้อย่างมากมายซึ่งนั่นก็ถือเป็นโชคดีของคนไทยที่ได้เกิดมาในบนแผ่นดินที่อยู่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทของทุกพระองค์ท่าน เช่นเดียวกับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาซึ่งพระองค์นั้นก็ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนคอยหาโครงการดีๆเพื่อทำโครงการพระราชดำริเพื่อพัฒนาให้ประชาชนของพระองค์สามารถเลี้ยงตนบนแผ่นดินไทยได้ และในวันนี้ทางทีมงานนั้นจะพาทุกคนไปดูปุ๋ยหมักสูตรพระราชทานซึ่งเป็นปุ๋ยที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาได้ทรงมีพระราชานุญาตให้มีการเผยแพร่สูตรปุ๋ยหมักดังกล่าวนี้ให้กับประชาชนและชาวเกษตรกร โดยปุ๋ยสูตรนี้เป็นสูตรที่พระองค์ท่านได้ทรงศึกษาและทำการศึกษาเกี่ยวกับการทำปุ๋ยหมักโดยเฉพาะซึ่งก็มีการเผยแพร่พร้อมทั้งเขียนขั้นตอนวิธีการทำด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์เองอีกทั้งยังมีการวาดตัวการ์ตูนเพื่อให้ดูน่าอ่านมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งท่านก็ได้มีการอธิบายได้อย่างละเอียดว่าทำไมต้องใช้ปุ๋ยหมักและปุ๋ยหมักนั้นมีประโยชน์อะไรและวัสดุที่ใช้ในการทำปุ๋ยหมักนั้นจะมีอะไรโดยจุดประสงค์หลักที่ท่านนั้นต้องการเผยแพร่ให้กับประชาชนนั้นนั่นก็เป็นเพราะว่าท่านต้องการให้เกษตรกรสามารถประหยัดต้นทุนในการทำเกษตรได้นั่นเอง โดยปุ๋ยหมักสูตรพระราชทานสามารถทำกันเองได้ที่บ้านอีกทั้งยังทำได้ง่ายและประหยัดต้นทุนเป็นอย่างมากซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมีต่างๆที่จะต้องซื้อเป็นจำนวนมากและมีราคาแพงโดยการใช้ปุ๋ยหมักนั้นจะลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้เกือบถึงครึ่งนึงอีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายต่างๆให้กับชาวเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ซึ่งทางกรมเกษตรและสหกรณ์ก็ได้มีการมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินมีการเผยแพร่ปุ๋ยสูตรพระราชทานนี้ให้กับชาวเกษตรกรตั้งแต่ปีพ.ศ 2557 โดยทางกรมพัฒนาที่ดินนั้นก็มีการตั้งเป้าหมายในการเผยแพร่ปุ๋ยสูตรพระราชทานสู่พี่น้องชาวเกษตรกรนั้นอยู่ที่ประมาณ 1,000 ตันอีกทั้งยังมีการสนับสนุนในเรื่องของทางด้านวัสดุให้กับชาวเกษตรกรอีกด้วยเพื่อนำร่องให้สามารถทำการในพื้นที่ด้วยตัวเอง วัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องเตรียมในการทำปุ๋ยหมัก 1.ซากพืชต่างๆเช่นหญ้าแห้งผักตบชวาใบไม้ลำต้นข้าวโพดใบต้นมันสำปะหลังเอามาสับเป็นท่อน 2.ปุ๋ยคอก เช่น ขี้ไก่ ขี้เป็ด ขี้ค้างคาว ขี้วัว ขี้ควาย ซึ่งจะใช้ชนิดใดก็ได้ 3.ปัสสาวะคนหรือสัตว์ 4.กากเมล็ดนุ่นกากถั่วต้นถั่วต่างๆหรือพืชตระกูลถั่ว 5.ดินร่วน โดยวิธีการกรองปุ๋ยนั้นก็มีอยู่ 2 แบบซึ่งพระองค์ท่านก็ได้มีเขียนกำกับไว้ว่า แบบที่ 1 โดยเป็นการกรองในหลุมโดยทำการขุดหลุมให้มีขนาดกว้างประมาณ 1 เมตรและยาว 1 เมตรซึ่งจะต้องมีความลึก 1 เมตรเพื่อให้มีการระบายน้ำได้ดีมากยิ่งขึ้น แบบที่ 2 ทำการขุดหลุมแบบข้อ 1 และทำการปรับหน้าดินบริเวณที่จะทำกองปุ๋ยหมักให้แน่นโดยใช้ไม้ไผ่หรือไม้ชนิดอื่นใดๆก็ได้ธรรมะการเป็นข้อๆโดยมีความกว้างประมาณ 2 เมตรและยาว 4 เมตรโดยความสูงนั้นจะต้องมี 1 เมตรซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนครึ่งนึงไว้ใส่ปุ๋ยใหม่อีกเครื่องไว้กับกองปุ๋ยจากนั้นก็จะใช้ใบจากใบมะพร้าวคลุมหลังคาหรือใช้ถุงพลาสติกคลุมก็ได้ ขั้นตอนการทำปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน ขั้นตอนที่ 1 เอาซากพืชที่เตรียมไว้มาเกลี่ยในคอกให้เป็นชั้นๆและเหยียบให้มันแน่นๆโดยชั้นที่ 1

น้อยคนที่จะรู้ เผยเทคนิคประหยัดเงินค่าไฟฟ้าในการใช้แอร์โดยวิศวกรไทย

บอกเลยว่าในตอนนี้อยู่หน้าร้อนกันอย่างเต็มที่แน่นอนและค่าไฟก็ขึ้นตามประสาหน้าร้อนซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่หน้าร้านคนส่วนใหญ่ก็จะหันไปพึ่งห้องแอร์จะเสียมากกว่าและแน่นอนว่าเมื่อใช้เงินเป็นจำนวนมากค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มมากขึ้นชอบเวลาจนทำให้หลายคนนั้นต่างต้องกุมขมับกับค่าใช้จ่ายแต่จะให้ทนร้อนก็ไม่สามารถทำได้ และในวันนี้ทางทีมงานก็จะมีวิธีประหยัดแอร์ให้ได้ถึงปีละประมาณ 12,500 บาท ต่อห้องกันซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นลองมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะทำได้อย่างไรคิดง่ายๆตามนี้เลย ซึ่งุถ้าหากมีแอร์ขนาด 1 ตัน โดยแอร์ขนาดนี้จะต้องการไฟฟ้าประมาณ 1500 วัตต์ และ ถ้าหากเปิดวันละ 8-10 ชม. ก็จะต้องเสียค่าไฟ 3.5 บาทต่อหน่วย ซึ่งเท่ากับว่าจะเสียค่าไฟปีละ ประมาณ 19,000 บาท โดยประมาณ แต่ถ้าหากบ้านไหนมีแอร์จะตัดตัวมันเองได้ แอร์ก็จะจำเป็นต้องทำงานอยู่ (แล้วแต่ระดับการตั้ง) ดังนั้น ค่าไฟจะตกประมาณปีละ 15,000 บาท โดยประมาณนั้นเอง ซึ่งวิธีการประหยัดค่าไฟบอกเลยว่าง่ายมากเพราะได้มีวิศกรเครื่องกลไทยมาแนะนำ โดยปกติแล้ว ทุกคนจะตั้งอุณหภูมิแอร์อยู่ที่ 25 องศา โดยจะมีความชื้นสัมพัทธ์ที่ 50% แต่ทว่าประเทศไทยนั้นควรจะกำหนดที่ 27 องศา และใช้ความชื้น ที่ 70 เพียงแค่นี้ ก็จะสามารถลดค่าแอร์จาก 15,000 บาท เหลือ

‘ชายผ้าถุงของแม่’ ของขลังที่ไม่ต้องปลุกเสก สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นมงคลต่อชีวิต

ซึ่งตามพระพุทธศาสนาและพ่อแม่คือพระพุทธที่ประเสริฐที่สุดในบ้านถ้าหากเปรียบได้นั้นพ่อแม่ก็เหมือนพระในบ้านซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้บูชาสำหรับลูกๆเป็นผู้ที่มีประเสริฐที่ยอมทำทุกอย่างด้วยความรักและปรารถนาดีจากนั้นพ่อแม่ถือเป็นพระองค์แรกที่ลูกควรจะยกมือไหว้บูชาด้วยความเต็มใจอย่างแท้จริง ทุกคนเคยสังเกต ? ไหมว่าในสมัยก่อนนั้นก่อนที่ชายแท้จะออกไปรบในสมัยโบราณ ซึ่งในสมัยนั้นจะมีความเชื่อว่าถ้าหากขอเศษผ้าถุงแม่หรือชานหมากของพ่อมาติดตัวได้สิ่ง 2 อย่างนี้จะคุ้มครองไทยและนี่ก็คือสองสิ่งที่ถือเป็นเครื่องรางที่ดีเป็นตัวแทนของพ่อและแม่อย่างเช่นในยุคปัจจุบันก็ยังมีความเชื่อถือเศษผ้าถุงแม่ที่สามารถช่วยป้องกันภัยต่างๆได้ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่จำเป็นต้องปลุกเสกแต่อย่างใดและไม่ต้องไปหาที่อื่นที่ไหนไกลหาได้ข้างๆตัวเรานี่เองและสิ่งเหล่านี้ก็สามารถสร้างปฏิหารหลายๆอย่างขึ้นมาอย่างเช่นดังเรื่องของพ่อครูศิริพงศ์ คุรุภัณฑ์กิจ ที่ได้เล่าไว้เมื่อปี 2553 ที่ได้มีการเล่าไว้ว่า… “เราพร่ำสอนลูกทุกคนเสมอให้กระทำกตเวทิตาแก่พระในบ้านให้มากๆ เราเตือนลูกทุกคนให้หยุดแสวงหาพระดีอาจารย์ขลังนอกบ้านเพราะพระที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด สูงที่สุดมีพรอันเป็นมงคลที่ประสาทครั้งใด ก็นำความสำเร็จสมปรารถนาอย่างมั่นคงให้ลูกทุกคนโดยมิได้หวังลาภสักการะ สินจ้าง รางวัล จากผู้บูชาคือลูกเลย ใจของพ่อใจของแม่มีแต่ตั้งความหวังให้ลูกมีความสุขความสำเร็จในการดำเนินชีวิต ซึ่งท่านก็ได้เอาตัวอย่างของผู้ที่เป็นบูชาพระแม่แล้วจะประสบความสำเร็จรุ่งเรืองแม้มาจากต่างแดนห่างไกลก็จะมีคนคอยต้อนรับอย่างอบอุ่นพบกับสังคมที่ดีและได้รับความช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอ โดยยังมีอีกหนึ่งเรื่องราวของหนุ่มที่ได้เรียนจบระดับปริญญาตรีเอกบรรณารักษ์โดยเขานั้นเป็นเด็กที่มีอัธยาศัยอัธยาศัยดีเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและครอบครัวอีกทั้งยังสามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานด่วนสามารถเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าห้องของปลัดกระทรวงได้เป็นที่สำเร็จ แถวนั้นยังมีนิสัยขยันและ ในวันหยุดก็จะเปิดท้ายขายของทำงานไม่เคยหยุดเพื่อหารายได้โดยตลอดแต่ด้วยความที่ชอบค้าขายบวกกับมีผู้คนมากมายติดต่อให้เป็นผู้จัดการร้านอาหารทั้งไทยและในต่างประเทศหนูรายนี้ก็ได้ตัดสินใจออกจากราชการและไปเป็นผู้จัดการร้านอาหารที่ต่างประเทศในทันที โดยนัยก่อนที่เขาจะเดินทางนั้นเขาได้เข้าไปหาแม่แล้วให้แม่ช่วยอวยพรให้ประสบความสำเร็จโดยการขอเอาชายผ้าถุงแม่ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่ระลึกเอาไปด้วยจากนั้นก็ไปทำหน้าที่เป็นผู้จัดการร้านซึ่งเขานั้นทำได้เพียงแค่ปีเศษก็มีคนเสนอขายกิจการให้กับเขาทันที ซึ่งเขาก็ตกลงซื้อและวางแผนจัดการร้านอาหารของตัวเองอีกทั้งยังมีอบรมกิริยามารยาทให้กับพนักงานต้อนรับของร้าน จนกระทั้งสามารถประสบความสำเร็จได้เพียงเวลาแค่ 3 ปีเท่านั้นอีกทั้งยังสามารถส่งเงินมาให้แม่ได้อีกด้วยและปลูกบ้านหลังใหญ่ให้กับแม่และยังสร้างบ้านที่อเมริกาอีกด้วย ปัจจุบันภรรยาที่เมืองไทยเสียชีวิตด้วยโรคร้ายเขามีภรรยาใหม่ที่ต่างแดน อาชีพภรรยาก็มั่นคง เขาได้รับสิทธิ์เป็นคนอเมริกันอย่างง่ายดาย ไม่ต้องจ้างใครรับรอง ไม่ต้องอยู่อย่างหลบเลี่ยง จะคิดทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ แม่ที่อยู่เมืองไทยก็มีความสุขจากการส่งเสียดูแลเป็นอย่างดีจากเขา ซึ่งชายคนนี้ถ้าเขาคิดจะทำอะไรเขาก็จะคิดถึง กุศลอันใดก็จะนึกถึงแม่ก่อนเสมอและคอยดูแลและให้เงินแม่ไม่ขาดมือ แม่ผู้รับเงินแทนคุณจากลูก ก็จะคอยทำบุญตักบาตรสร้างบุญสร้างกุศลให้ลูกในทุกๆ วัน และยังคอยอธิษฐานให้ลูกนั้นเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จ จนเป็นที่เมตตารักใคร่ของคนทั่ว ไปปราศจากอุปสรรคภยันตรายใดๆ ทั้งปวง

ปั้มน้ำไม่ใช้ไฟฟ้า ไม่ใช้น้ำมัน สูบน้ำได้ตลอดโดยไม่เสียเงิน งบน้อย ใช้ได้ดี

ในทุกๆวันนี้ก็มีเทคโนโลยีหลายๆอย่างเข้ามาช่วยในการเกษตรมากมายแต่บางอย่างนั้นเราก็สามารถประดิษฐ์นักศึกษาค้นคว้าเองได้ซึ่งสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ก็จะสามารถช่วยเงินรุ่นเงินและแรงงานในการทำเกษตรไปได้และในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาลองอ่านวิธีการทำปั๊มน้ำที่สามารถใช้งบน้อยอีกทั้งยังช่วยเหลือในงานด้านเกษตรได้เป็นอย่างมากซึ่งบอกเลยว่ามีประโยชน์ต่อทางด้านเกษตรเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยปั๊ม น้ำที่เราจะพาไปชมนั้นก็คือเป็นการนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ในทางการเกษตรโดยจะมีการนำน้ำไปใช้บนพื้นที่ เกษตรที่สูงกว่าซึ่งถ้าหากเป็นแบบปกติก็จะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานเชื้อเพลิงเพื่อสูบน้ำขึ้นมา แต่นั่นก็สามารถทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายต่างๆมากมาย แต่ทว่าชาวเกษตรกรก็สามารถลดต้นทุนได้โดยใช้พลังงานน้ำดังกล่าวที่เรียกว่าพญาแร้งให้น้ํานั้นเอง ซึ่งพญาแร้งให้น้ำนั้นจะเป็นเครื่องสูบน้ำแรงดันสุญญากาศโดยเป็นนวัตกรรมในการใช้น้ำเพื่อการเกษตรแบบยั่งยืนและปีนี้มีการนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรบนพื้นที่สูงได้อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งชาวเกษตรนั้นอาจจะต้องใช้ต้นทุนในเรื่องของเครื่องจักรต่างๆแต่สามารถตัดต้นทุนเหล่านั้นออกไปเมื่อใช้พญาแล้งน้ำมีได้เพราะว่านี่คือเครื่องสูบแรงดันน้ำที่ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าหรือน้ำมันเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเราจะพาทุกคนนั้นไปพบกับคุณธงชัย ก้อนทอง ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มไส้เดือนมาตรฐานและศูนย์การเรียนรู้เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางด้านการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงบ้านสนามชัย ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยทางคุณธงชัยนั้นก็ได้มีการกล่าวถึงหลักการทำงานของพญาแล้งน้ำซึ่งมีลักษณะการทำงานคล้ายๆกับกาลักน้ำแบบทั่วไปโดยการรักน้ำนั้นจะเป็นการนำน้ำจากที่สูงลงมาใช้ในพื้นที่ต่ำกว่าแต่ว่าการทำงานของพญาแร้งให้น้ำนั้นจะเป็นการนำน้ำจากพื้นที่ที่ต่ำกว่ามาใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรที่สูงกว่าด้วยการสูบน้ำจากระบบแรงอัดสูญญากาศซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานอะไรทั้งสิ้น โดยการวางระบบของพญาแร้งน้ำนั้น สามารถใช้วัสดุอุปกรณ์ได้ดังนี้ 1.ถังเหล็ก ขนาด 200 ลิตร 2. ท่อเหล็กและข้องอ 3. ท่อ PVC ขนาด 3/4 นิ้ว 4. ท่อ PVC ขนาด 2 นิ้ว และ 1 นิ้ว 5. วาล์วเปิด-ปิด 6. ท่อพักลม ขนาด 4 นิ้ว ลด 2 นิ้ว ความยาว 50 ซม. 7. ฐานสำหรับวางถังน้ำ 200 ลิตร

แจกฟรี! วิธีการเพาะเห็ดเผาะ ไว้กิน-ไว้ขาย ปลูกเองได้ไม่ต้องไปซื้อกินราคาแพง

เห็ดเผาะคือเป็นเห็ดที่มีราคาที่ค่อนข้างสูงและกลายเป็นที่ต้องการในตลาดเป็นอย่างมากเพราะจะมีขายในช่วงบางฤดูกาลเท่านั้นอย่างเช่นหน้าฝนซึ่ง 1 ปีก็จะมีโอกาสได้กินเพียงแค่ 1 ครั้งโดยเห็ดเผาะเป็นเหตุที่จะเกิดในช่วงปลายฤดูฝน และผู้คนก็จะนิยมกินกันแม้ว่ามันจะมีราคาสูงก็ตามทีแต่นั่นก็ไม่ได้ลดความอยากของคนที่อยากจะลิ้มลองรสอร่อยของมันเลยแม้แต่น้อยเพราะว่า 1 ปีได้มีโอกาสแค่ครั้งเดียว ถ้าถามว่าทำไมเห็ดเพาะถึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนชอบรับประทานกันเป็นอย่างมากนั่นก็เป็นเพราะว่าเห็ดเผาะนั้นมีรสชาติที่กรอบอร่อยสามารถนำมาทำเมนูได้อย่างไรจึงไม่แปลกใจที่คนไทยจะนิยมรับประทานกันอย่างมากมายถึงขั้นยอมควักกระเป๋าหลายพันเพื่อซื้อเห็ดราคาแพงเหล่านี้ไปรับประทานกันที่บ้านบ้างจะซื้อเป็นของฝากให้กับญาติพี่น้องของตัวเองซึ่งนั่นก็ทำให้ชาวเกษตรนั้นต่างหาวิธีการปลูกเห็ดเผาะกันซึมอันนั้นก็สามารถปลูกได้เอนเหมือนกับเห็ดธรรมชาติทั่วไปที่คนไทยนิยมรับประทานกันซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นวันนี้เราก็จะมาแถลงไขให้ทุกคนฟัง โดยข้อมูลของการเพาะเห็ดเพาะนั้นก็มาจากด็อกเตอร์เอื้อตระกูล ซึ่งเป็นผู้เชี่ยววชาญในเรื่องของการเพาะเห็ดโดยเฉพาะ โดยเฉพาะเป็นผู้เเชี่ยววชาญองค์กรสหประชาชาติประจำปี 2524 จนถึงปี 2548 โดยตรนั้นก็ได้มีการกล่าวว่าเห็ดเผาะนั้นมีอยู่ 2 สายพันธุ์นั่นก็คือเห็ดเผาะหนังซึ่งจะเป็นสีดำรสชาติกรอบและเห็ดเผาะฝ้ายซึ่งเป็นเนื้ออ่อน โดยเห็ดเผาะนั้นมักจะเกิดอยู่ในช่วงฤดูฝนไม่มีรากและเป็นก้อนกลม อีกทั้งยังมีเปลือกแข็งโดยเมสปออยู่ด้านนอกซึ่งคนส่วนใหญ่จะนิยมนำมารับประทานการตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นต้นอ่อนๆกันอยู่นั้นเอง ซึ่งเห็ดเผาะนั้นก็มีรสชาติดีแล้วคุณค่าทางโภชนาการสูงอีกทั้งยังมีคุณสมบัติทางด้านยาจึงไม่แปลกใจที่มีผู้คนมากมายต่างต้องการรับประทานเห็ดเผาะการซึ่งได้มีการวิจัยสำรวจมาว่าคนไทยนั้นสามารถกินเห็ดชนิดนี้ได้ถึง 10,000 กรัมต่อคนต่อปีเลยทีเดียว ซึ่งในปัจจุบันคนไทยนั้นก็สามารถเพาะเห็ดเพาะได้แล้วโดยการนำเชื้อเห็ดเผาะเข้าไปในรากของต้นตระกูลเช่นต้นพลวง เต็งลั้ง ต้นยางนา ซึ่งต้นไม้เหล่านี้เมื่อถ้าหากมีเชื้อเห็ดเผาะเข้าไปก็จะทำให้เห็ดเผาะนั้นโตไวเป็นอย่างมากเพราะสิ้นใจของเผ็ดจะเข้าไปเกาะอยู่ที่ปลายรากและย่อยอาหารจำพวกความรักซึ่งจะทำให้รากพืชนั้นมีความแข็งแรงอีกทั้งยังสามารถช่วยป้องกันโรคต่างๆไม่ให้มาทำลายรากต้นไม้อีกด้วย เพิ่งต้นไม้ตามที่เราเห็นกันทุกวันนะนอกจากจะเจริญเติบโตด้วยการสังเคราะห์แสงนั้นก็ยังมีอีกถึง 95 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่สามารถย่อยสารอาหารที่อยู่ปลายรากได้ฉะนั้นต้องพึ่งเชื้อราอย่างซึ่งเป็นรากชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ตามใต้ดินตามรากพืชต้นไม้มาช่วยในเรื่องของการย่อยสารอาหารที่อยู่ไปร้านนั้นเองนั่นก็เป็นจุดกำเนิดของเห็ดเผาะ เห็ดระโงก เห็ดตับเต่า ขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็จะมีการอาศัยพลังงานจากเอนไซม์ที่มีประโยชน์จากพืชคอยช่วยเหลือรากต้นไม้ซึ่งเรียกว่าเห็ดเผาะกับต้นไม้นั้นสามารถเพิ่มประโยชน์ซึ่งกันและกันได้จนกว่าจะสิ้นอายุขัยของมันแต่ก็ยังมีความเชื่อผิดๆของชาวบ้านที่ว่าถ้าหากยิ่งเผาเคลียร์พื้นที่มากเท่าไหร่ก็จะสามารถเก็บเห็ดได้มากขึ้นบอกเลยว่าเป็นความเชื่อที่ผิดเป็นอย่างมากเพราะนั่นจะทำให้ต้นไม้ได้รับบาดเจ็บและเห็ดก็จะไม่ขึ้นอีกเลย ขั้นตอนการปลูกเห็ดเผาะแบบที่ 1 ขั้นตอนที่ 1 นำเห็ดเผาะที่แก่จัดมาเอาสปอร์ข้างในออก ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นนำไปผสมน้ำให้เข้ากันแล้วก็จะกลายเป็นน้ำสีดำ ขั้นตอนที่ 3 นำน้ำไปราดบริเวณที่โคนต้นไม้ ขั้นตอนที่ 4 จากนั้นปีถัดมาก็จะเห็นเห็ดเผาะเกิดขึ้นตามรากไม้เมื่อต้นไม้นั้นเติบโตได้ประมาณสัก 2 ปีก็จะสามารถเก็บเชื้อเห็ดพอแล้วนำไปทำอาหารได้และเห็ดเผาะก็จะเกิดกับต้นไม้เหล่านี้ในทุกๆปี ขั้นตอนการปลูกเห็ดเผาะแบบที่ 2 ขั้นตอนที่ 1 นำเห็ดเผาะที่แก่จัดมาเอาสปอร์ข้างในออก

ปลดหนี้ 20 ล้านใน4ปี! ด้วยการปลูกต้นหอมส่งยี่ปั๊ววันละ 9 ตันรับเต็มๆเดือนละ 3 แสน

ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนนั้นจะต้องรู้จักต้นหอมกันเป็นอย่างดีเพราะต้นหอมได้มาก็ถูกมาทำเป็นอาหารได้อย่างหลากหลายอีกทั้งนำมาใส่เป็นเครื่องเคียงซะส่วนใหญ่ จึงไม่แปลกที่ต้นหอมนั้นแกเป็นของคู่ครัวเรือนทุกหลังเลยก็ว่าได้ ดจีงไม่แปลกที่ต้นหอมนั้นกลายเป็นสิ่งที่ต้องการทางตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งนั่นก็ทำให้มีชาวเกษตรกรมากมายหันมาปลูกต้นหอมการเพาะต้นหอมนั้นเป็นพืชที่มีอายุในการเพาะปลูกสั้นใช้เพียงแค่ 45 วันก็สามารถมีผลผลิตเก็บไปขายได้อีกทั้งยังสามารถปลูกขายทำรายได้ดีตลอดทั้งปีและปลูกได้ในดินทุกประเภท และในวันนี้ทางทีมงานนั้นจะพาทุกคนมาพร้อมกับที่ผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกต้นหอมขายซึ่งนั่นก็คือคุณโสภณวิชญ์ แซ่ลิ้ม หรือคุณวัน เกษตรกรหนุ่มวัย 37 ปีที่เป็นคนจังหวัดราชบุรี โดยคุณวันนั้นเคยเติบโตมาในครอบครัวที่ปลูกอ้อยจนกระทั่งเมื่อปีพ.ศ 2540 ก็ได้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจจึงทำให้ไม่สามารถขายอ้อยได้เนื่องจากโรงงานน้ำตาลปิดตัวลงและทำให้ทางบ้านนั้นตัดสินใจลดปริมาณในการปลูกอ้อยลงและหันมาปลูกพืชผักสวนครัวในการขายแทนซึ่งก็จะมีทั้ง มันสำปะหลังคะน้า หัวไชเท้า รวมถึงต้นหอม ด้วยโดยมีการนำผลผลิตเหล่านี้มาขายทดแทนกับรายได้ที่หายไป ซึ่งมีการใช้พื้นที่ในการปลูกนั้นเพียง 500 ไร่และในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในช่วงนั้นคุณวันอยู่เพียงแค่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและยังไม่ได้มาช่วยงานที่บ้านอย่างเต็มตัวจนกระทั่งเมื่อปี 2546 ก็รู้ว่าคุณพ่อของคุณวันนั้นเป็นหนี้ทั้งในและนอกระบบรวมกันทั้งหมด 20 ล้านจึงได้มีการตั้งปณิธานว่าในฐานะที่ตัวเองนั้นเป็นลูกชายคนที่ 2 จึงจะต้องการปลดหนี้ 20 ล้านของต้องครอบครัวให้ได้ เป็นคนวันนั้นได้เรียนจบในสาขาวิชาการตลาดมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยโดยในช่วงแรกตัวเขาก็ปฏิเสธการทำเกษตรมาตลอดและเลือกที่จะทำงานกินเงินเดือนแทนเกิดการค้าขายตรงและขายประกันซึ่งในตอนนั้นการค้าขายของเขากำลังเป็นไปได้ดีแต่เราก็เกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้เขานั้นต้องกลับกลายเป็นเกษตรกรเพราะว่าปัญหาที่บ้านนั่นเอง นั้นโดยในตอนนั้นเขาถูกที่บ้านเรียกตัวไปช่วยขายผักเพราะพี่สะใภ้แพ้ท้องจึงทำให้เขาตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดราชบุรีและในช่วงนั้นก็เป็นช่วงเดียวกับที่เขานั้นได้ทราบถึงหนี้สินของครอบครัวและมีความตั้งใจที่จะช่วยครอบครัวปลดหนี้ โดยตัวเขาได้มีการวางแผนจากการขายต้นหอมซึ่งมาช่วยจัดการในเรื่องของการบริหารในลักษณะที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางและขายส่งไปยังตลาดเองซึ่งในปีแรกนั้นสามารถขายต้นหอมได้ถึงวันละ 3 ตันปีที่ 3 เพิ่มเป็นวันละ 10 ตันและปีที่ 4 ก็เกือบเป็น 15 ตันต่อวันแต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงวันละ 9 ตันเพราะเนื่องจากปริมาณเยอะเกินจึงทำให้เกิดปัญหาดูแลไม่ทั่วถึงบ้างก็ถูกเสียหายบ้างก็ถูกขโมย แต่ในปัจจุบันพื้นที่การปลูกต้นหอมของคุณวันนั้นมีทั้งหมดประมาณ 300 ได้และมีเครือข่ายทางด้านเกษตรกรอีกทั้งยังมีการปลูกพืชสลับหมุนเวียนโดยมีการปลูกต้นหอม 1 ไร่ก็จะให้ผลผลิตต่อวันประมาณ 2 ตันและส่งขายตลาดให้ได้ประมาณ 29 ตันจึงจะทำให้มีรายได้เฉลี่ยวันละ 1,000

น่าทำตาม! ผักบุ้งกระป๋องแบบไร้ดิน โตไว 12 วันก็ ตัดกินได้

ซึ่งในปัจจุบันก็มีทุกคนใครหลายคนนั้นหันมารักสุขภาพและใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นโดยจะเน้นการออกกำลังกายและการเลือกรับประทานอาหารเพื่อนำสิ่งที่ดีที่สุดเข้าสู่ร่างกายของตัวเองและแน่นอนว่าทุกคนจะใส่ใจในรื่องของผักปลอดสารพิษ กันแต่ว่าราคาผักปลอดสารพิษนั้นก็แพงมากกว่าผักที่อยู่ตามท้องตลาดปกติ จึงทำให้ใครหลายคนนั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงการรับประทานผักที่มีสารพิษได้เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าหากที่ขายตามตลาดนั้นมีสารพิษปนอยู่หรือไม่ ฉะนั้นมันจะดีกว่าไหม ถ้าหากเรานั้นสามารถปลูกผักกินเองในแบบฉบับผักออแกนิค ซึ่งถ้าหากเราปลูกผักกินเองนั้นนอกจากจะทำให้ได้กินผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายปลอดสารพิษนั้นยังจะสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อีกด้วยซึ่งในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะพาทุกคนมาชมไอเดียดีๆสำหรับแม่บ้านที่อยากจะปลูกผักปลอดสารพิษแบบ Organic กัน บอกเลยว่าถึงจะมีพื้นที่น้อย แต่ก็สามารถปลูกได้โดยผักที่เราจะพาทุกคนไปปลูกกันในวันนี้นะคะ ก็คือผักบุ้งในเองซึ่งหากใครสงสัยว่าทำไมจะต้องเป็นผักบุ้งนั่นก็เป็นเพราะว่าผักบุ้งเป็นผักที่โตไวปลูกง่ายใช้พื้นที่อย่างเช่นกระป๋องเล็กๆก็สามารถปลูกได้โดยจะปลูกอย่างไรบ้างนั้นมาดูกันเลย อุปกรณ์ -กระป๋องขนาดเล็ก -เมล็ดผักบุ้ง -ใยสังเคราะห์ ขั้นตอนในการทำ ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการเอาเมล็ดผักบุ้งมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน ขั้นตอนที่ 2 หลังจากนั้นก็ทิ้งไว้บ่มเมล็ดประมาณ 1-2 วัน ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นก็เอาใยสังเคราะห์มาล้างให้สะอาดและมารองที่ก้นกระป๋อง ขั้นตอนที่ 4 ทำการโรยเมล็ดผักบุ้งที่บ่มเอาไว้ให้กระจายทั่วกระป๋องและทำการรดน้ำให้ชุ่ม ขั้นตอนที่ 5 จากนั้นทิ้งไว้เป็นเวลา 2 วันก็จะเห็นว่าผักบุ้งเริ่มงอก ขั้นตอนที่ 6 ทำการรดน้ำทุกเช้าและเย็น รดไปเรื่อยๆจนกระทั่งครบ 6 ถึง 7 วันผักบุ้งก็จะโตเป็นยอดยอดอ่อนซึ่งในขั้นตอนนี้ก็จะสามารถตัดผักบุ้งอ่อนมารับประทานได้แล้ว เพียงเท่านี้เราก็จะได้ผักบุ้งอ่อนมาไว้รับประทานกันซึ่งสามารถนำมาทำเมนูอาหารได้อย่างไรๆอีกทั้งยังมีรสชาติที่กรอบอร่อยยิ่งทำเมนูผักบุ้งน้ำมันหอยก็บอกเลยว่าอร่อยเป็นอย่างมากอีกทั้งยังใช้พื้นที่ปลูกไม่เยอะและยังได้รับประทานผักออแกนิกที่ปลอดสารพิษอีกต่างหากซึ่งบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจมากๆหากใครอยากลองทานผักออแกนิกอร่อยๆแล้วเราก็ลองใช้วิธีนี้กันดูเลย

รู้ขั้นตอนก่อนไป จะได้ไม่เสียเที่ยว เกณฑ์ใหม่สอบใบขับขี่ 2562

ซึ่งในปีนี้เข้าสู่ปี 2562 แล้วแน่นอนว่ามีใครหลายคนคิดอยากจะทำใบขับขี่กันแต่ใครหลายคนอาจจะยังไม่ลุกลำดับขั้นตอนของการสอบใบขับขี่ในปี 2562 นี้โดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็อยากจะพาทุกคนมาดูขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถยนต์ 2562 ให้รู้กันเสียก่อนเพื่อลดอาการเบื่อสนามเพื่อให้คุณทราบว่าจะเจออะไรบ้างซึ่งจะมีช่องทางอะไรบ้างนั้นลองไปดูกันเลย โดยในครั้งแรกสามารถไปติดต่อสอบถามได้ที่กรมขนส่งในบริเวณกรุงเทพและปริมณฑลซึ่งมี 5 พื้นที่อันได้แก่ … 1.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร) ติดต่อหมายเลข 0-2271-8888 ต่อ 4201-4 หรือสอบถาม 1584 2.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 (ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล) ติดต่อหมายเลข ติดต่อหมายเลข 0-2415-7337 ต่อ 204-205 3.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 (ถนนสวนผัก ตลิ่งชัน) ติดต่อหมายเลข 0-2433-4773 4.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 (ถนนสุขุมวิท ตรงข้ามซอยสุขุมวิท 62/1) ติดต่อหมายเลข 0-2333-0035 5.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 4 (ถนนสุวินทวงศ์ หนองจอก) ติดต่อหมายเลข 0-2543-5512 สำหรับผู้ที่จะไปในส่วนจังหวัดแต่ละภูมิภาคนั้นก็สามารถติดต่อและเช็คไปที่เบอร์โทร หรือติดต่อไปยังเว็บไซต์ dlt.go.th กันได้เลย เอกสารที่ต้องเตรียม - บัตรประชาชนตัวจริง - สำเนาบัตรประชาชน

ทำกินเอง 30 อาหารคลีน เพื่อสุขภาพ เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก

บอกเลยว่าในช่วงนี้กระแสที่รับสุขภาพนั้นกำลังมาแรงเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่แปลกที่มีคนนั้นหันมาสนใจในการรับประทานอาหารคลีนกันมากขึ้นบ้างก็รับประทานเพื่อให้รูปร่างนั้นดูดีขึ้น เพราะว่าการออกกำลังกายนั้นก็ไม่ใช่หนทางเดียวในการที่จะทำให้เป้าหมายของตัวเองเป็นดั่งฝัน ซึ่งอาหารนั้นก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน ฉะนั้นบางคนนั้นจึงจะระมัดระวังในเรื่องการรับประทานอาหารเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ตัวเองนั้นกลับมาอ้วนเหมือนเดิม แต่ทว่าการทําอาหารคลีนนั้นบางคนก็บอกว่าทำยากเพราะตัวเลือกที่รับประทานนั้นน้อยเหลือเกินบางครั้งก็เบื่อที่จะต้องทานอะไรจำเจนอกจากขนมปังทูน่าหรือไข่หรืออกไก่แต่บอกเลยว่าต่อไปนี้จะไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว เพราะในวันนี้ทางทีมงานนั้นจะพาทุกคนนั้นมาลองดูสูตรการทำอาหารคลีนในแบบต่างๆซึ่งมีให้ถึง 30 เมนูด้วยเช่นกันเลยทุกคนนั้นสามารถอ่านและนำไปปรับปรุงให้ได้ตามรสชาติเล็กๆน้อยๆที่ตัวเองชอบจะมีอาหารแบบไหนบ้างนั้นบอกเลยว่าน่ากินทุกอย่างลองไปชมกันได้เลย 1.สเต็กหมู โดยใช้เนื้อหมูในส่วนที่ไรมันนำมาย่างสุขในกระทะ โดยไม่ต้องใช้น้ำมันจากน่ากินคู่กับผักต้มอย่าง บล็อกโคลี่ ข้าวโพด ถั่วลันเตา ฟักทอง ราดซอสสักเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความอร่อย 2.ปลานึ่งซีอิ๊ว เพียงแค่นำปลามานึ่งกับซีอิ๊วซึ่งบอกเลยว่าเป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำสามารถกินคู่กับผักสดหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดก็ได้ 3.คุกกี้กล้วยน้ำว้าข้าวโอ๊ต ซึ่งกล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายมีรสชาติหอมหวานสามารถนำมาทำขนมได้อย่างคุกกี้ถือว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการรับประทานขนมแต่ก็อยากจะดูแลร่างกายของตัวเอง 4.โจ๊กข้าวโอ๊ตไข่ขาว ซื้อบอกเลยว่าข้าวโอ๊ตนั้นมีโปรตีนสูงและมีวิตามินกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมากอีกทั้งยังมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยนำมาทำเข้าโจ๊กเพิ่มไข่ขาวลงไปก็สามารถได้เมนูสุขภาพไว้ทานตอนเช้าได้หรือทานในมื้อค่ำมื้อดึกก็ได้ 5.หมูย่างเกาหลีไร้มัน โดยเปลี่ยนจากหมูสามชั้นมาเป็นเนื้อหมูล้วนเปลี่ยนจากการย่างมาเป็นการอบและกินคู่กับผักสดเพียงแค่นี้ก็อร่อยแล้ว 6.ข้าวผัดธัญพืช 5 สี กินคู่กับ หมูอบ นำเข้ากล้องหรือข้าวต่างๆมาใส่ธัญพืชที่มีสีสันลงไป ซึ่งบอกเลยว่า มีทั้งโปรตีนคาร์โบไฮเดรตและวิตามิน อีกทั้งยังมีการเพิ่มรสชาติด้วยหมูอบเบรกแตก ซึ่งบอกเลยว่าจะอร่อยมากกว่าเดิม อีกทั้งยังได้สุขภาพมากกว่าเดิมอีกด้วย 7.แกงส้มปลาทูน่า แกงส้มเปลี่ยนจากแกงส้มธรรมดานั้นนำมาใส่ผักที่มีประโยชน์มากขึ้นและใช้เนื้อปลาทูน่าแทนเนื้อสัตว์ต่างๆซึ่งบอกเลยว่ามีคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายเป็นอย่างมากแถมยังอร่อยอีกด้วย 8.ทอดมันย่าง มันก็คือทอดมันดีๆแต่เปลี่ยนจากการทอดมาเป็นการย่างสุกแทนซึ่งบอกเลยว่าเนื้อสัมผัสจะดูแห้งๆแต่ก็มีรสชาติที่ไม่ขาดตกบกพร่องด้วยเช่นกันโดยการทำเนื้องั้นก็ใช้ได้ทั้งเนื้อปลาและส่วนผสมของผักต่างๆ ที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย 9.แซนวิชอกไก่ ไส้ขนมปังโฮลวีทใส่ไส้แซนวิชด้วยผักที่ชอบและตามด้วยอกไก่ 3 ที่นำไปสุขด้วยการต้มหรือการจ้างจากนั้นก็โปะด้วยชีส 10.เกี๊ยวอกไก่ โดยการนับอกไก่มาหมักไก่กระเทียมพริกไทยรากผักชีซีอิ๊วขาวเล็กน้อยจากนั้นก็นำแป้งห่อเกี๊ยวมาห่อและนำไปต้มใส่ผักตามใจชอบเพียงเท่านี้ก็ได้เกี่ยวอกไก่มารับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อยแล้ว 11. ไข่ตุ๋นใส่ผักปลาทู เป็นวิธีที่ง่ายแสนง่ายเพียงแค่นำไข่มาตอกใส่ชามและใส่ผักใส่ซีอิ๊วขาวน้ำปลาน้ำเปล่าเส้นเล็กน้อยจากนั้นตีให้เข้ากันแล้วนำไปตุ๋นกินคู่กับปลาทูนึ่งก็บอกเลยว่าอร่อยไม่น้อย 12.ข้าวกล้องอบไก่ย่างและผัก ซื้อบอกเลยว่าเป็นเมนูแคลอรี่ต่ำอีกแน่นอนอีกทั้งยังทำได้ง่ายแสนง่ายเพียงแค่หน้าอกไก่มาหมักตามใจชอบและนำมาย่างใส่ตู้กินคู่กับข้าวกล้องกับผักคุณนะประโยชน์นั้นเต็มที่ 13. ปลานึ่งกับผักต้ม เป็นเมนูที่ไว้รับประทานตอนเย็นเหมาะเป็นอย่างมากเพราะสามารถควบคุมอาหารน้ำหนักได้เป็นอย่างดีทานคู่กับผักหลายชนิดตามใจชอบเสือคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดถือว่าเป็นเมนูอาหารคลีนที่มีรสชาติอร่อยเป็นอย่างมาก 14.ยําไข่ดาวผักแกล้ม วิธีการทำแผลง่ายแสนง่ายเพียงแค่ทอดไข่ดาวน้ำประมาณ 1-2 กจากนั้นก็นำมาหั่นเป็นเต่าพอดีคำปรุงน้ำด้วยน้ำยำตามใจชอบกินคู่กับผักหลายชนิดซึ่งจะกินเล่นก็ได้หรือจะทานคู่กับข้าวกล้องก็ได้อร่อยไม่แพ้กัน 15. กระเพราเต้าหู้ผักแกล้ม ลองทำกระเพราแทนการใส่เนื้อสัตว์โดยใช้เต้าหู้มาทำดูบ้างมีการปรุงรสชาติตามพอใจและใส่ใบกระเพราเพื่อเพิ่มความหอมทานคู่กับข้าวกล้องหรือไรซ์เบอรี่ร้อนๆก็อร่อยเป็นอย่างมาก 16.ต้มจืดลูกชิ้นอกไก่กับอกไก่ย่าง ถึงบอกไงว่าเมนูนี้สามารถได้โปรตีนแบบเน้นๆสามารถเอาอกไก่แห้งๆมารับประทานคู่กับผักได้ตามใจชอบอีกทั้งยังมีน้ำแกงจืดไว้ซดให้คล่องคออีกด้วยโดยใส่อกไก่เป็นเนื้อหมูก็บอกเลยว่าเพิ่มโปรตีนได้เป็นอย่างมาก 17.ส้มตำ เป็นเมนูแซ่บที่บอกเลยว่าสามารถนำมาทำอาหารกินได้ด้วยเช่นกันสามารถทำส้มตำโดยไม่ใส่น้ำตาลได้เชื่อว่าแค่มีน้ำปลาร้าก็ทำให้ทุกอย่างอร่อยอีกทั้งมีเป็นเมนูที่มีคุณค่าทางสารอาหารครบ 5 หมู่ด้วย 18.สุกี้ผักรวม

อยากกินเด้! ผลไม้ป่าอีสานหายาก บางอย่างไม่มีให้กินแล้ว

ในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นไปรู้จักกับผลไม้พื้นบ้านทางภาคอีสานซึ่งอย่างไรว่าในปัจจุบันนี้เริ่มหารับประทานได้ยากในทุกๆวันและแน่นอนว่าบางคนอาจจะไม่รู้จักหรือบางคนอาจจะเคยได้รับประทานตอนเด็กๆโดยจะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า 1.หมากแงว เป็นลูกสีแดงคล้ายๆกับลิ้นจี่แต่เรียวแหลมกว่ามีรสชาติเปรี้ยวแต่บางต้นก็หวาน ดูวิธีการกินที่ถูกต้องคือการแกะใส่ถ้วยใบใหญ่และใส่เครื่องจัดเต็ม 2.หมากตูม ซึ่งลักษณะของรูปเมื่อแก่นั้นจะเป็นสีเหลือง การรับประทานคือ ครึ่งตักส่วนยางเหนียวและเมล็ดออก ใช้ช้อนคว้านเนื้อวนรอบ นำข้าวเหนียวลงคลุกนวด กลิ่นหอมเย็นมาก รสหวานอร่อย สุดๆไปเลย 3.หมากม่วงป่า มีลักษณะลูกเหมือนมะม่วงบ้างแต่กลมเล็กโดยวิธีการก็คือจะต้องผ่าครึ่งและแช่น้ำ 10 นาทีจากนั้นนำมากินคู่กับน้ำปลาหวานก็อร่อยเป็นอย่างมาก 4.หมากโกนา มีผลคล้ายๆกับรูปภาพแต่มีกลิ่นหอมและรสชาติหวานอมฝาด 5.หมากเม็ก มักจะชอบขึ้นอยู่ตามท้องนาหรืออุ้มใกล้แหล่งน้ำเมื่อผลแก่จะมีผลสีขาวสวยงามมีกลิ่นหอมเย็นๆรสชาติหวานปนฝาด 6.หมากหวาย จะมีลักษณะลูกกลมขนาดเล็กเปลือกร้ายสวยงามเมื่อสุกก็จะเป็นสีน้ำตาลมีรสชาติเปรี้ยวหวานอมฝาดแต่วิธีการนั้นยากเพราะต้องใช้มือหยิบเพื่อเอาเปลือกไปทิ้งก่อน 7.หมากยาง เป็นพืชไม้เลื้อยเมื่อลูกสีเหลืองสวยงามจะมีน้ำยางสีขาวตามเปลือกแต่มีรสชาติกลิ่นหอมรสหวานอมเปรี้ยว 8.หมากบก เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เมื่อลูกกลมจะร่วงแก่ การกินคือเก็บเมล็ดมาผ่าตามร่องกลางด้านในมีเนื้อสีขาว นำไปเผาหรือคั่ว กลิ่นหอม รสหวานมัน 9.หมากก่อ มันจะพบอยู่ตามหัวไร่ปลายนาโดยจะเป็นการเก็บเมล็ดที่หล่นลงมาเผาต้มทุบกินเนื้อข้างในซึ่งจะมีรสชาติหอมหวานคล้ายกับเมล็ดเกาลัด 10.หมากเค็ง เป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดใหญ่จะขึ้นอยู่ในดงลึกโดยลูกของมันนะจะนำมาต้มกินเป็นของว่างรสเปรี้ยวส่วนลูกสุกสีดำจะมีรสชาติหวานฝาดแต่เวลากินต้องคายทิ้ง 11.หมากก้นครก เป็นไม้พุ่มเตี้ยคล้ายกับหมาต้องแรงแต่มีลูกขนาดใหญ่สีเขียว ผลสุกจะมีรสชาติหวานฉ่ำกลิ่นหอมเย็น 12.หมากหว้า มันจะอยู่ขึ้นตามท้องนาหรือหลุมใกล้ขึ้นแม่น้ำเมื่อผลสุกก็จะเป็นสีแดงดำมีรสชาติหวานเปรี้ยวอมฝาด 13.หมากหวดข่า มันจะชอบขึ้นอยู่ตามหัวไร่ปลายนารสชาติฝาดแต่เมื่อผลสุกสีดำจะมีรสชาติหวานอมฝาด 14.หมากเบน,หมากเบ็น มีลักษณะเป็นต้นพุ่มกิ่งเลื้อยไม่สูญผลดิบจะมีรสฝาดผลสุกจะมีรสชาติหวานนุ่มอร่อย 15.หมากเหลี่ยม เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีผลเดียวเหลืองวิธีกินก็เพียงแค่ใช้มีดขาขึ้นด้านขวาจากนั้นก็ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปในไส้ซึ่งจะมีเนื้อสีขาวติดออกมาโดยเนื้อตรงนั้นจะมีรสชาติหวานมัน 16.หมากเล็บแมว มีลำต้นเป็นพุ่มเรือยาวผลดิบจะมีรสชาติเปรี้ยวผลสุดจะมีรสชาติหวานจะคายหรือไม่คายก็ได้ 17.หมากหาด รูปร่างของรูปผลไม้น่าจะเป็นบิดเบี้ยวในรูปร่างผลดิบรสชาติเปรี้ยวฝาดมียางเยอะแต่ผลสุกจะมีรสชาติอ่อนหวานอมเปรี้ยว 18.หมากขามป้อม เป็นไม้กึ่งยาสมุนไพรมีลักษณะคล้ายกับใบมะขามมีรสชาติเปรี้ยวเอามาจิ้มเกลือจิ้มแจ่วก็อร่อยไม่น้อย 19.หมากผีผ่วน ลักษณะเป็นลูกสีแดงบางพันธุ์มีสีเหลืองมีกลิ่นหอมอ่อนคล้ายๆกับกล้วยรสหวานอมฝาด 20.หมากต้องแล่ง โดยตอนนี้จะมีอยู่ทั่วไปตามไร่ปลายนาขึ้นเป็นพุ่มเล็กๆกระจายเป็นหย่อมเป็นรูปพวงขนาดเท่ากับมะเขือเทศมะแว้งเมื่อสุกก็จะเป็นสีแดงรสหวานรับประทานง่าย และนี้ก็คือผลไม้ทางภาคอีสานที่บอกเลยว่ากลายเป็นที่นิยมสมัยก่อนเด็กบางคนก็นำมารับประทานเป็นขนมซึ่งบอกอะไรว่าผลไม้เหล่านี้อร่อยและเริ่มหาทานยากในปัจจุบันแต่ถ้าแถวบ้านใครยังมีน้ำบอกเลยว่าลาภปากมากๆ!! ขอบอก!!

สูตรไอศกรีมทำเอง แค่มีตู้เย็นก็ทำได้ ทำกินคลายร้อน ทำขายรวยได้เลย

ซึ่งบอกเลยว่าในตอนนี้เข้าสู่ซัมเมอร์กันอย่างเต็มที่ และอากาศที่ร้อนอบอ้าวอย่างนี้แน่นอนว่าใครหลายคนนั้นก็ต้องการให้ร่างกายปะทะความเย็น ไม่ว่าจะเป็นลมหรืออาหารต่างๆและสิ่งที่ดีที่สุดในการหาของกินเข้าปากเพื่อเพิ่มความสดชื่นนั้นก็ไม่พ้นในเรื่องของไอศครีมแน่นอนกันใช่ไหมล่ะคะ แน่นอนว่า ไอศครีมนั้นถือเป็นขนมหวานที่สามารถทำให้ร่างกายของเราคลายร้อนได้เป็นอย่างดีและในช่วงอากาศนี้ยิ่งถ้าหากทำมาขายรับรองว่าขายดีเป็นอย่างมากโดยในวันนี้เราก็จะพาทุกคนนั้นมาชมไอศครีมที่สามารถทำกินเองที่บ้านก็ได้อีกทั้งยังสามารถมาทำขายได้อีกด้วยซึ่งมีการแปรรูปจากผลไม้ที่กินไม่หมดนำมาทำเป็นไอศกรีมก็ได้โดยจะมีสูตรไหนอะไรบ้างนั้นลองมาดูกันเลย 1.ไอศครีมรสส้ม ส่วนผสม -น้ำตาลทราย 360 กรัม -น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง -น้ำส้มคั้น 1/2 ถ้วยตวง -น้ำมะนาว 1/3 ถ้วยตวง -วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง ขั้นตอนในการทำ ขั้นตอนที่ 1 ทำการละลายน้ำตาลทรายโดยการผสมกับน้ำและนำเข้าไมโครเวฟไว้ 3 นาทีจากนั้นนำคนให้เข้ากัน ขั้นตอนที่ 2 พักให้น้ำตาลเย็นลงจากนั้นก็เติมน้ำส้มน้ำมะนาวลดวิปปิ้งครีมลงไปให้เข้ากัน ขั้นตอนที่ 3 ทำการแพ็คใส่กล่องพลาสติกและแช่ทิ้งไว้ในช่องฟรีซ 2 ชั่วโมงจากนั้นก็นำไอศครีมออกมากวนเพื่อนมาให้ไอศครีมเป็นเกล็ดน้ำแข็งโดยมีการเอาออกมากวนทุก 2 ชั่วโมงเพื่อความเนียนของไอศครีม 2.ไอศครีมรสชาเขียว ส่วนผสม -วิปปิ้งครีม 200 มิลลิลิตร -น้ำตาลทราย 80 กรัม -ไข่แดง 4 ฟอง -ผงมัทฉะ 36 กรัม -น้ำอุ่น 45 มิลลิลิตร ขั้นตอนในการทำ ขั้นตอนที่ 1 ทำการผสมชาเขียวในน้ำอุ่นเพื่อให้ผงชาเขียวละลาย ขั้นตอนที่ 2 แบ่งใส่น้ำตาลในเครื่องแรกปีกับไข่แดงชมพูและใส่ชาเขียวลงไปผสม ขั้นตอนที่ 3 ทำการตีน้ำตาลส่วนที่สอนกับวิปปิ้งครีมให้ตั้งยอดและเทลงไปกับส่วนผสมในข้อ 2 จากนั้นก็คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ขั้นตอนที่ 4 ทำการเทส่วนผสมในกล่องและนำไปแช่ฟิตและเอาออกมาคนในทุกๆ 40

ไอเดียดี ‘ปลูกผักไว้กิน’ สำหรับคนพื้นที่น้อย 3 เดือนมีผักกินมากกว่า 50 ชนิด

ซึ่งในตอนนี้เทรนการทานผักแบบปลอดสารพิษก็ถือว่ามาแรงเป็นอย่างมากเพราะว่ามีผู้คนนั้นหันมาสนใจและรักสุขภาพกันมากขึ้นจึงไม่แปลกว่ามีแม่บ้านหลายๆคนนั้นต่างหากวิธีในการปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเองในรั้วบ้านซึ่งถือเป็นไอเดียที่ดีเป็นอย่างมากเพราะสามารถทำให้พื้นที่ว่างบริเวณในรอบบ้านของเรานั้นก่อเกิดประโยชน์สูงสุดอีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักและการทำอาหารในแต่ละมื้อและก็ยังได้รับประทานผักที่สดใหม่และปลอดสารพิษในทุกๆวันด้วย แต่ว่าหลายคนนั้น ก็ต่างสงสัยและพยายามหาวิธีการและไม่รู้ว่าจะเริ่มปลูกอย่างไรดีโดยในวันนี้เราก็มีเทคนิคดีๆในการปลูกผักที่น่าสนใจมาฝากซึ่งเป็นไอเดียที่น่าสนใจจากผู้ใช้ Facebook ท่านหนึ่งที่มีชื่อว่า คุณ จารุณี เกิดสวัสดิ์ เธอจะเป็นอย่างไรบ้างนะลองมาชมกันเลยดีกว่า เดินทางคุณจารุณีก็ได้กล่าวว่าในตอนนี้เธอนั้นได้ทำสวนเล็กๆอยู่ในบริเวณข้างบ้านโดยมีการปลูกผักกินเองและใช้เวลาเพียง 3 เดือนสามารถปลูกผักได้ถึง 50 ชนิดด้วยกันโดยในระยะเวลา 3 เดือนนี้ที่ได้มีการเริ่มต้นปลูกผักทำให้เห็นผลผลิตที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างโดยตัวเธอนั้นยังบอกอีกว่าถ้าไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองนั้นจะทำให้พื้นที่เล็กๆบริเวณบ้านของเธอมาทำเป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์เป็นสวนผักขนาดเล็กและมีผักเกือบ 50 ชนิดให้ได้กินกัน “แค่นี้เอง ความสุขเล็กๆของเรา” ซึ่งบอกเลยว่าการจัดแบ่งส่วนของเธอนั้นมีความน่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะเธอมีการทำการปลูกผักขนาดเล็กไว้เป็นซุ้มซึ่งดูแล้วไม่เหมือนสวนผักเลยเหมือนสวยๆไว้พักผ่อนหย่อนใจมากกว่าซึ่งบอกเลยว่าไอเดียการจัดสวนของคุณจารุณีนั้นสามารถสร้างสรรค์ประโยชน์ได้อย่างมากมายมีการจัดแต่งแปลงผักให้กลายเป็นศูนย์สวยที่น่าอยู่เป็นอย่างมากอีกทั้งยังมีการปลูกพืชหลากหลายชนิดถึง 50 ชนิดผสมผสานกันไปเพื่อเพิ่มความหลากหลาย ที่บริเวณส่วนของค้างไม้เลื้อยก็มีการทำไว้เพื่อให้มายรายได้เติบโตทั้งหากเกิดโตขึ้นมาเรื่อยๆตรงนี้ก็แก่เป็นซุ้มไม้เลื้อยอุโมงค์ที่สามารถรับประทานได้และสวยงามเป็นอย่างมากอีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องออกไปซื้อผักที่ตลาดอีกเลยลดค่าใช้จ่ายภายในบ้านได้อย่างมากมายเลยทีเดียว ในส่วนของเธอจะสวยแค่ไหนนะเรามาชมภาพที่เหลือกันเลยดีกว่า ….

สุดคุ้ม ‘ระบบน้ำหยด’ ผักโตไว ให้ผลผลิตตลอดปี ลงทุนแค่หลักพัน

และในวันนี้เราก็เอาไอเดียที่น่าสนใจมาฝากกับชาวเกษตรกร ซึ่งชาวเกษตรกรบางคนนั้นอาจกำลังพบปัญหาของดินไม่ดีหรือภัยแล้ง จนต้องเครียดและหาวิธีรับมือกันอย่างแน่นอน และในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นไปชมระบบน้ำ ที่บอกเลยว่าสำคัญเป็นอย่างมากซึ่งระบบน้ำที่เราจะไปทำหันในวันนี้นั้นก็คือ การทำระบบน้ำหยกบอกเลยว่ามีราคาไม่แพงสามารถจบได้ภายในงบ 3,000 บาทและนำมาใช้หากินได้ตลอดทั้งปีจะสามารถวางระบบเองได้แบบง่ายๆ… โดยก่อนอื่นต้องบอกว่าระบบน้ำหยดนี้เป็นไอเดียที่เกิดขึ้นในประเทศแถบที่ทำการเพาะปลูกบนพื้นที่แห้งแล้งอธิเช่นพื้นที่ทะเลทรายตรวจระบบน้ำหยดนี้ก็สามารถทำให้ปลูกพืชผักไดโนเช่นกันไม่ว่าดินนั้นจะอมน้ำหรือไม่อุ้มน้ำแต่พืชที่ปลูกนั้นก็สามารถได้รับสารอาหารได้อย่างเต็มที่และยังนำมาประยุกต์กลับพืชผักสวนครัวได้ทุกชนิดเลยก็ว่าได้อีกทั้งอุปกรณ์ต่างๆนั้นสามารถหาได้ง่ายตามร้านทั่วไปอีกด้วย โดยแนวคิดระบบน้ำหยดนี้ได้มาจากการต่อยอดของคุณธราวุฒิ ไก่แก้ว โดยตัวคุณศราวุธนั้นเป็นวิศวกรการเกษตรที่ชำนาญการมีการเริ่มต้นทดลองปลูกและพื้นที่ปลูกที่มีดินแห้งแล้งอุ้มน้ำขนาด 200 ตารางเมตร โดยมีการปลูกพืชเป็นแนวเส้นตรงและมีระยะห่างระหว่างแถวประมาณครึ่งเมตร ด้วยกัน จากนั้นก็มีการทดลองปรากฏว่าพืชที่ได้รับน้ำจากระบบน้ำหยดนั้นสามารถเติบโตได้โดย มีการเปิดน้ำครั้งละประมาณ 30 นาทีโดยใช้น้ำเป็นเพียงแค่ 50 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ในการทำเกษตรที่มีพื้นที่แห้งแล้งแห่งนี้โดยหักคิดเป็นค่าใช้จ่ายก็ตกอยู่ที่ประมาณ 200 บาทต่อฤดูการผลิตเท่านั้นเองซึ่งขั้นตอนการผลิตจะมีอุปกรณ์อะไรบ้างนะลองมาดูกันเลยดีกว่า อุปกรณ์ -ถังน้ำ 200 ลิตร -ท่อพีวีซี -วาล์วน้ำ -เทปพันข้อต่อ -ข้อต่อแบบต่างๆ -อุปกรณ์ต่อพ่วง ขั้นตอนการติดตั้งระบบน้ำหยด ขั้นตอนที่ 1 ทำการเจาะรูที่ก้นถังประมาณ 5 เซนติเมตรจากนั้นก็ติดตั้งถังน้ำออกและนำข้อต่อ PVC เกลียวนอกมาพันด้วยเทปพันเกลียวขันให้เข้ารูให้แน่นจากนั้นก็นำท่อ PVC เกลียวนอกแปะไว้ ขั้นตอนที่ 2 ทำการติดตั้งวาล์ว PVC และติดตั้งชุดกรองน้ำเกษตรด้วยให้หัวลูกศรตัวกรองหันไปทางทิศเดียวการกลับทิศทางการไหลของน้ำจากนั้นก็มีการติดตั้งติดตั้งท่อ PVC ตามความกว้างของหัวแปลง ขั้นตอนที่ 3 ติดตั้งถังในพื้นที่สูงกว่าการประมาณ 1-2 เมตรและนำท่อ PVC มาเจาะลงไปในตำแหน่งที่ต้องการวางสายน้ำหยดและใส่สายยางกันรั่วลงไปในรูที่เจาะเอาไว้ด้วย ขั้นตอนที่ 4 หลังจากที่ติดตั้งเสร็จแล้วก็ทำการเปิดน้ำเพื่อให้เศษตะกอนออกไปให้หมดก่อนที่จะปิดฝาครอบ PVC