ประเด็นร้อน

6 สุดยอดสมุนไพร! ควรมีติดบ้านไว้ ช่วยดูแลบำรุงไตเราเป็นอย่างดี!

แน่นอนว่าไตนั้นก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในอวัยวะร่างกายของเราที่จะต้องมีความสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลาซึ่งไตนั้นก็คือเป็นอวัยวะสำคัญในการฟอกเลือดของคุณเอง แน่นอนว่าถ้าหากให้ไปของตัวเองนั้นมีสภาพดีดีคุณนั้นก็ต้องแบ่งเบาภาระการทำงานของไตของตัวเองเพราะถ้าหากคุณไม่ดูแลรักษาไปของตัวเองก็จะทำให้เกิดโรคไปได้ซึ่งโรคไตทุกคนก็จะทราบกันดีอยู่แล้วว่ามักจะเกิดจากการรับประทานอาหารรสจัดและอาหารที่มีไขมันสูงซึ่งโรคชนิดนี้มันมักจะเกิดจากพฤติกรรมการกินของเค้าของเราล้วนๆ ฉะนั้นทางที่ดีเราควรทานอาหารที่มีประโยชน์และไม่เค็มมากและไม่มีรสจัดมาก. โดยอาการของโรคไปนั้นมักจะเป็นปัสสาวะขัด ลำบากเจ็บและปัสสาวะบ่อยกว่าปกติซึ่งบางครั้งการปัสสาวะนั้นออกมาก็จะเป็นฟองบ้างเป็นเลือดมั่ง วันนี้ทางทีมงานนั้นได้เอาสมุนไพรดีดีที่สามารถป้องกันไปเสื่อมได้ซึ่งบอกเลยว่าใครจะเอาไว้ปลูกไว้บ้านเรือนก็เหมาะสมแต่จะมีอะไรบ้างนั้นก็ลองตามกันมาดูเลย #1 กระวาน โดยสมุนไพรชนิดนี้สามารถใช้เป็นยาขับลมและสามารถช่วยในการกระจายเลือดและขับพิษออกจากกระแสเลือดได้โดยสามารถนำทุกส่วนของกระวานมาต้มรวมกันได้เพราะในแต่ละส่วนนั้นมีข้อด้อยข้อดีแตกต่างกันออกไปอย่างมากมายอีกทั้งยังช่วยบำรุงไตในทางอ้อมได้อีกด้วยเพราะจะสามารถช่วยในการลดปริมาณของเสียในเลือดได้เป็นอย่างดีซึ่งการทำอย่างนี้จะทำให้ไตของเรานั้นไม่ทำงานหนักมากเกินไป #2 กระเจี๊ยบแดง ซึ่งกระเจี๊ยบแดงนั้นมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรในการฟอกเลือดชั้นเยี่ยมซึ่งสามารถช่วยในการฟอกเลือดบำรุงไตได้เป็นอย่างดีและยังสามารถช่วยในการบำรุงร่างกายบำรุงเลือดแก้วโรคนิวในไตและรอะรายไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดีซึ่งกระเจี๊ยบแดงนี้เป็นพืชที่หาได้ไม่ยากอีกทั้งยังมีราคาไม่แพงซึ่งหาได้ตามตลาดทั่วไป #3 งาขาว ซึ่งงาขาวนั้นถ้านำมาบดต้มกับน้ำก็ถือว่าเป็นยาบำรุงร่างกายอย่างดีได้เช่นกันซึ่งอาคารนั้นสามารถดื่มบำรุงร่างกายได้ช่วยขับเลือดลมและขยายหลอดเลือดได้เป็นอย่างดีอีกทั้งจะทำให้เลือดลมนั้นเดินทางได้สะดวกและลดการดูดซึมน้ำตาลในร่างกายของเราได้อีกด้วยและก็จะทำให้อวัยวะต่างๆในร่างกายของเรานั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ #4 ใบบัวบก ซึ่งใบบัวบกนั้นนอกจากจะแก้ช้ำอกช้ำในได้แล้วก็ยังเป็นพืชที่มีสรรพคุณที่ดีต่อผู้เป็นลบไปเป็นอย่างมากซึ่งใบบัวบกนั้นมีสารที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนได้อีกทั้งยังช่วยในการสร้างความแข็งแรงของผนังหลอดเลือดได้เป็นอย่างดีและทำให้ผนังหลอดเลือดนั้นมีความยืดหยุ่นมากอีกทั้งยังสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้เป็นอย่างดีอีกด้วยซึ่งในใบบัวบกก็มีสรรพคุณในการช่วยชะลอความเสื่อมของตายได้เป็นอย่างดีแน่นอนว่าสรรพคุณนั้นมีอย่างมากมาย #5 เห็ดหลินจือ โดยเหตุชนิดนี้ถือว่าเป็นเหตุที่มีคุณค่าทางสมุนไพรสูง ซึ่งสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของตายได้เป็นอย่างดีและช่วยต้านการอักเสบได้เป็นอย่างดีอีกด้วย #6 ขิง หินนั้นก็ถือเป็นสมุนไพรที่เรารู้จักกันดีถึงสรรพคุณในการกำจัดพิษไข้ซึ่งแน่นอนว่าเขียนนั้นยังมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคไปอีกด้วยเพราะว่าขิงจะช่วยในการบำรุงตายและลดอาการอักเสบภายในได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังเป็นยาขับปัสสาวะอ่อนอ่อนและช่วยละลายนิวส์ลดไขมันในหลอดเลือดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และนี่ก็คือสมุนไพรที่เรานำมาเสนอกันในวันนี้บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนนั้นควรหามาทานกันเป็นอย่างมากเพราะสมุนไพรเรานี้สามารถรักษาอาการโรคไตได้เป็นอย่างดีการที่เรานั้นกินยามากเกินไปก็อาจจะทำให้ไปของเรานั้นทำงานหนักได้เช่นกันนั้นทางที่ดีเราลองหันมาพึ่งยาทานสมุนไพรดูบ้านก็อาจจะดีไม่น้อย

ปลูกต้นโกโก้ ปลูกแซมต้นพืช สร้างรายได้เสริมได้! กำไร 4 หมื่น!

ซึ่งวันนี้เราก็เอาเรื่องราวดีดีมาฝากเท้าเกษตรกรทุกท่านกันครั้งซึ่งแน่นอนว่าชาวพัฒนากรหลายคนนั้นกำลังหาอะไรที่สามารถสร้างรายได้และปลูก ง่ายโตไวกันใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งวันนี้สิ่งที่ทางทีมงานจะมาแนะนำนั่นก็คือการปลูกแซมสวนปาล์มและมะพร้าว นั่นเองซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นเราต่างกันมาดูหน่อยจ้า โดยนายวิณะโรจย์ ทรัพย์สุข ออกมาเปิดเผยว่าในปัจจุบันนี้ก็ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งได้มีการพบว่าตอนเป็นจำนวนมากหันมาปลูกต้นโกโก้ซึ่งเป็นพืชส่วนปาล์มน้ำมันและสวนมะพร้าวเพราะองค์กรนั้นเป็นเพื่อที่จะต้องการร่มเงาและนี่ก็เป็นอีกหนึ่งคนทานที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อีกด้วย การปลูกมะพร้าวหนึ่งไร่ก็สามารถเดียวและ หากปลูกสวนปาล์มประมาณหนึ่งไร่สามารถปลูกโกโก้ได้อีกประมาณ 54 ต้นคะ ได้ตั้งกว่าก้อนนั้นเป็นไม้ผลที่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งยังให้ผลผลิตได้ตั้งแต่อายุสามปีค่ะเมื่อต้นนั้นมีอายุมากขึ้นก็ให้ผลผลิตมากขึ้นซึ่งถือว่าเป็นพืชที่สามารถให้ผลผลิตได้ทั้งปีแล้วก็มีตลาดรองรับอยู่โดยตลาดนั้นมีความต้องการสูงเป็นอย่างมากซึ่งการปลูกโกโก้นี้สามารถนำไปขายภาคอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างยิ่งอีกทั้งเป็นอาหารก็ได้หรือจะใช้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอางต่างๆก็ได้ ซึ่งการปลูกโกโก้ก็ถือว่าเป็นพืชเสริมที่สามารถเพิ่มรายได้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของความสมบูรณ์ของดินในสวนอีกด้วยนั่นก็เป็นเพราะว่าโกโก้นั้นมาปลูกมานานก็จะมีเศษใบไม้ทับถมจึงกลายเป็นอินทรีย์วัตถุ ฉันดีที่เกิดจากธรรมชาตินั่นเอง โดยคุณนิตย์ ตั้งอนุพันธ์ ซึ่งเป็นชาวนาเกษตรกรที่ปลูกต้นโกโก้หารายได้เสริมซึ่งเขาก็ได้ถูกส่วนปาล์มน้ำมันและมะพร้าวตรงกว่า 3000 ต้นโดยโกโก้นี้จะให้ผลผลิตมากกว่า 6000 ตันซึ่งจะมีทั้งบริษัทเอกชนมาซื้อเป็นบริษัทโดยจะขายได้กิโลกรัมละ 40 บาทโดยในพื้นที่หนึ่งไร่นั้นสามารถโทรได้ 155 ต้นและให้ผลผลิตเมล็ดแห้งเฉลี่ย 7 กิโลกรัมต่อตันต่อปี ก็หนึ่งไร่นั้นก็จะสามารถทำอะไรได้ได้ประมาณ 62,000 บาทต่อปีซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีการลงทุนรวมถึงการเก็บเกี่ยวซึ่งส่วนใหญ่จะเฉลี่ยไปประมาณ 15,500 บาทโดยกำไรที่เหลือก็จะอยู่ที่ประมาณ 46,500 บาทว่าเป็นหนึ่งในกำไรที่เล็กๆน้อยๆแต่ก็สามารถสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดีหากคนไหนสนใจก็ลองสอบถามสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 จังหวัดราชบุรีหรือโทรไปที่ 0323379151 ไปหาใครที่ทางเลือกในการปลูกอยู่นะหรือว่าเป็นหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างไรก็อย่าลืมลองนำไปปลูกกันดูนะคะ

9 วิธีกำจัดผ้าเหลืองง่ายๆให้เป็นผ้าขาว ด้วยวัตถุดิบในบ้าน ประหยัดสุดๆ!

แน่นอนว่ามีแม่บ้านหลายคนนั้นกังวลไม่น้อยกับคาบเหลืองที่ติดตามอยู่บรเสื้อนักเรียนของลูก หรือเสื่อทำงานของคนในบ้านใช่ไหมละคะ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากจะใส่เสื้อผ้าสีขาวที่มีคาบเหลืองเหลืองกันหรอกค่ะ ฉะนั้นคนเป็นแม่บ้านก็ไม่อยากจะทำอย่างนั้นเช่นกันฉะนั้นวันนี้ทางทีมงานก็มี 9 วิธีง่ายง่ายที่สามารถทำให้ผ้าของเรานั้น ขาวสะอาดกัน มีอะไรบ้างนั้นไปดูกัน น้ำส้มสายชู แน่นอนว่าน้ำส้มสายชูก็สามารถนำมาขัดจัดคาบเรื่องได้โดยหลังจากที่ซักเสร็จแล้วก็ให้นำเสื้อมาซักหน่อยน้ำส้มสายชูโดยผสมน้ำส้มสายชูไว้กะบน้ำเผล่าประมาณ1 ถ้วยตวง สารฟอกขาว เอาสารฟอกขาวชนิด คลอรีน บลีชมาผสมกับน้ำเปล่า แล้วก็แช่ผ้าขาวทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีก่อนไปซักอีกครั้งหนึ่ง ไฮโดรเจนเปอร์ โดยการนำเอาไฮโดรเจนเปอร์ สองส่วนมาผสมกับน้ำยาล้างจานหนึ่งส่วนเทลงไปบนคราบ จากนั้นก็ขยี้จนกว่าคราบจะหาย น้ำมะนาว โดยการผสมน้ำมะนาว ประมาณ 1 ต่อ 2 ถ้วยควงลงไปในน้ำผงซักฟอก แล้วก็เอาเสื้อมาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงและนำไปซักอีกครั้ง ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับเบกกิ้งโซดา เอาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ประมาณ 1 ต่อ 2 ถ้วยตวง และ เบกกิ้งโซดา มาผสมในน้ำเปล่าจากนั้นก็นำน้ำนั้นมาซักผ้า กรดซาลิก หากผ้าไปเลอะสนิมให้นำกรดซาลิกประมาณ 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำอุ่น แล้ว เทลงบนคราบจากนั้นก็ขยี้ๆ เบกกิ้งโซดา โดยการเอาเบกกิ้งโซดา 1 ต่อ

การเลี้ยงปลาซิวในบ่อพลาสติกทำได้ง่ายๆเลี้ยงก็ง่ายแถมได้ราคาดี!

แน่นอนว่าปลาซิวนั้น หรือเป็นของโปรดรักใครแล้วหลายคนเพราะว่ามันสามารถกินได้ทั้งเนื้อทั้งก้างไม่ต้องมานั่งแยกกางให้ติดคอ ซึ่งบอกเลยว่าปลาซิว เธอเป็นปลาเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่ชาวกิจเกษตรกรสามารถนำไปสร้างรายได้และขายได้ราคาดีซึ่งมีไม่น้อยที่หลายคนนั้นจะประกอบอาชีพนี้โดยปลาซิวนั้น สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารและของทานเล่นได้หลายอย่างและคนนั้นก็ชอบทานกันซึ่งวันนี้ทำทีมงานจะแนะนำวิธีการเลี้ยงปลาซิวมาฝากกันค่ะ ขั้นตอนการเลี้ยงปลา ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจัดการ จัดเตรียมบ่อ เลี้ยงขนาด2x4เมตร ลึก1 เมตร ขั้นตอนที่ 2 และทำการเปิดน้ำเข้าไปในบ่อประมาณ 80 เซนติเมตรแล้วจะเอาทรกล้วยลงไปแช่น้ำเพื่อดูดซับกลิ้นปูนหรืสารเคมีในพลาสติก ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นก็นำปลาซิวมาลงบ่อ ประมาณ 10กิโล ขั้นตอนที่ 4 ให้อาหารเป็นรำอ่อนวันละ1ครั้ง ขั้นตอนที่ 5 ทำการระบบถ่ายน้ำโดยการเปิดก๊อกใส่บ่อน้ำและนำหมูเขียวกันไว้มาให้ปาดูออกจากบ่อหรือตามท่อซึ่งจะต้องทำการถ่ายน้ำปีละหนึ่งครั้ง ขั้นตอนที่ 6 ปรับปรุงสภาพน้ำโดยการใส่น้ำหมักฮอร์โมนแม่หนึ่งต่อสองลิตรต่อเดือน ขั้นตอนที่ 7 อาหารเสริมของปลานั้นเราก็นำปลวกมาสับให้ละเอียดให้ปลากินเพื่อเป็นการเพิ่มโปรตีน ขั้นตอนที่ 8 เมื่อเลี้ยงไว้ได้ประมาณสองสามเดือนก็สามารถกลับมาขายได้โดยจำหน่ายในราคากิโลละ 100 บาท แถมให้นิดนี่คือสูตรน้ำหมักฮอร์โมนแม่ซึ่งสามารถทำเองได้ง่ายซึ่งน้ำหมักนี้สามารถไปปรับปรุงสภาพน้ำได้ ด้วยส่วนผสมนั้นมี -ยอดผักบุ้ง -กากน้ำตาล -ฟอสเฟต -รำ -เกลือ -หัวเชื้อ -น้ำ วิธีทำ ขั้นตอนที่ 1 นำผักมาสับให้ละเอียด ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็นำส่วนผสมทั้งหมดมาคุกเข่าให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 วันก็สามารถนำไปใช้ได้ วิธีใช้ ซึ่งนอกจากจะนำไปปรับสภาพน้ำได้แล้วยังสามารถนำไปฉีดพ่นหรือร้านลงดินเพื่อบำรุงพืชสวนครัวได้และยังช่วยให้พืชผลนั้นมีลำต้นที่แข็งแรงอีกด้วย เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิคเรานำมาเสนอกันดีวันนี้บอกเลยว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากซึ่งหากใครนั้นสนใจที่จะเลี้ยงปลาซิวก็ลองศึกษาข้อมูลดูนะคะบอกเลยว่าทำได้ไม่ยากเพียงแค่มีเนื้อที่และมีเวลาเลี้ยงแค่นั้นเองสามารถเลี้ยงเป็นรายได้เสริมก็ยังได้เลยค่ะ

เพาะเห็ดฟางในถังพลาสติก ทำได้ง่ายไม่ยากแถมลงทุนน้อย! รายได้ดี!

แน่นอนว่าหลายคนก็อยากจะปลูกเห็ดไว้กินกันที่บ้านใช่ไหม เพราะเหตุนั้นเป็นพื้นที่ทานอร่อยและเด็กเด็กก็ทานได้ผู้ใหญ่ก็ทานดี แน่นอนว่าการปลูกเห็ดนั้นจะต้องมีโรงเรือนแต่ความจริงแล้วไม่ต้องดีก็ได้ค่ะเพราะวันนี้ ทางทีมงานได้นำทริปเทคนิคการปลูกเห็ดแบบไม่ต้องใช้โรงเรือนบอกเลยว่าแค่นี้คุณก็จะมีเหตุที่ปลอดสารพิษไว้กินกันในครอบครัวและสามารถนำไปจำหน่ายได้ในโดยการเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วยโดยเหตุที่เราแนะนำให้ปลูกกันนั้นก็คือเห็ดฟาง ซึ่งแม้ว่าเห็ดฟางนั้นใครหลายคนบอกว่าเป็นพืชที่โตยากดูแลยากแต่บอกเลยว่าวันนี้เราจะนำเทคนิคที่เพาะเห็ดฟางได้ผลดีและดูแลง่ายมาฝากซึ่งมีสูตรอย่างไรนั้นตามกันมาเลยค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ -ถังพลาสติก -เชื้อเห็ด -ฟางข้าว -ตะแกรง -ผักที่ใช้เป็นอาหารเห็ด วิธีปลูกเห็ดฟางแบบง่ายๆ ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการนำถังพลาสติกโดยเฉพาะให้เป็นทางสีดำเพราะว่าสามารถดูดซึมความร้อนได้เป็นอย่างดีโดยการทำเอาถังนั้นมาเจาะรูประมาณสี่ห้ารู เพื่อให้รูนั้นช่วยในเรื่องของระบายอากาศและช่วยถ่ายเทน้ำ ขั้นตอนที่ 2 แล้วก็เอาฝาถังมาเจาะโดยจุดที่เจาะนั้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณขวดน้ำลอดได้ ขั้นตอนที่ 3 แล้วเราก็เอาฟางข้าวมาแช่น้ำผสมกับกากน้ำตาลทิ้งไว้ประมาณหนึ่งคืน ขั้นตอนที่ 4 จากนั้นก็ให้อาหารเห็ดโดยการเอาอยู่อ่ะกล้วยอ่อนหรือผักตบชวามาซอยเป็นชิ้นเล็กๆแล้วก็นำไปพึ่งแดดให้แห้ง ขั้นตอนที่ 5 แล้วเราก็เอาก้อนเชื้อเห็ดมาเขย่าผสมกับแป้งเค้าจ้าวและลำให้ละเอียดละเอียดประมาณซักสองกำมือซึ่งนี่ก็จะเพียงพอต่อการเพาะเห็ดฟางหนึ่งถัง ขั้นตอนที่ 6 จากนั้นก็นำส่วนผสมทั้งหมดลงไปในถังจะต้องนำเห็ดฟางนั้นมาแช่น้ำเสร็จก่อนแล้วใส่ลงก้นถังแล้วก็เว้นตรงกลางเอาไว้เพื่อใส่ตะแกรงซึ่งตะแกรงนั้นมีความหนาประมาณ 3 นิ้ว ขั้นตอนที่ 7 จากนั้นก็ทำการโรย ทับด้วยอาหารก้อนเชื้อเห็ด ซึ่งทำไปประมาณซักห้าถังหรือเกือบเต็มถังจากนั้นก็ทำการปิดฝาให้แน่น ขั้นตอนที่ 8 จากนั้นก็ทำเปิดรูระบายไว้เพื่อให้มีอากาศเข้าไปถ่ายเทและพยายามทำอุณหภูมิให้อยู่ที่ประมาณ 40 องศาซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเห็ดฟาง ขั้นตอนที่ 9 จากนั้นก็ทำการตัดเส้นใยเหตุจะใช้เวลาในฤดูร้อนห้าวันฤดูฝนเจ็ดวันและในฤดูหนาว 12 วันจากนั้นก็ทำการเปิดฝาทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงเพื่อทำการตัดเส้นใย ขั้นตอนที่ 10 ตั้งแต่ที่เปิดทางเข้าไปให้อากาศเข้าไปแล้วนั้นก็ทำการปิดห้าสี่ดังเดิมจากนั้นก็ทิ้งไว้ประมาณสามวันซื้อเส้นใหญ่นั้นจะจับตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนแล้วก็เป็นดอกเห็ดฟาง เพียงเท่านี้เราก็จะได้เห็ดฟางกันแล้ว ภาพคลิปวีดีโอ https://youtu.be/uUwx3WB7s8A เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยกับวิธีปลูกบอกเลยว่าทำได้ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมราคาซึ่งเรานั้นก็จะไม่ต้องไปทำวิธีที่ยุ่งยากไว้มากมาย อีกทั้งเรายังมีเห็ดฟางที่สามารถนำไปเพาะขายหรือจะทำกินเองที่บ้านก็ได้ซึ่งปลอดภัยไร้สารพิษอย่างแน่นอนอย่างไรก็ตามใครที่สนใจจะศึกษาข้อมูลแล้วนำไปทำตามได้นะคะ

การปลูกมะระให้ได้ราคางาม! กวาดกำไรถึง 8 แสนบาท!

มะระอาจจะเป็นพืชผักที่หลายคนนั้นอาจจะไม่ค่อยชอบทานเท่าไหร่แต่บอกเลยว่าหนูมีคุณประโยชน์มากหากนำมะระมาประกอบอาหารด้วยที่ถูกวิธีก็จะทำให้มะระนั้นไม่ขมและอร่อยเป็นอย่างมาก ซึ่งมะระนั้นก็ถือเป็นพืชที่สามารถทำเงินได้เช่นกันโดยสามารถอะไรได้อย่างมากมายซึ่งวันนี้ทางทีมงานจะนำบทความดีดีเกี่ยวกับมะระมาให้ทุกคนได้ทราบกัน โดยวันนี้นั้นเราจะเอาเรื่องราวของคนประหยัด ทัดดอกไม้ ซึ่งเป็นเจ้าของสวนมะระและประสบความสำเร็จกับการปลูกมาระโดยเขาได้เล่าว่า.. ครอบครัวของเขานั้นได้ทำอาชีพปลูกผักมาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่คุณย่าซึ่งก็ทำการสืบทอดอาชีพนี้กันมาจนมาถึงรุ่นของตัวเองซึ่งคุณประหยัดก็อยากจะอยู่อาชีพนี้เพราะว่าทั้งชีวิตและอยู่กับมันมาตลอดโดยตนนั้นได้ปลูกผักอยู่ประมาณสามชนิดนั้นก็คือคะน้า คื่นช่าย และ มะระ โดยตอนนั้นมีแผนการปลูกซึ่งจะปลุกในช่วงที่คาดว่าจะได้ราคาดีและผักนี้จะสามารถไปเก็งราคาได้โดยเขายังบอกอีกว่าผักใบเนี่ยเปลี่ยนตรงที่เก็บได้เพียงแค่ครั้งเดียวซึ่งถ้าต่อราคาโกยก็ไม่สามารถขายได้เพราะจะได้ไม่คุ้มหากไม่โดนราคาก็จะเจ๋งอีกทั้งราคานั้นยังเปลี่ยนแปลงเร็วและคาดการณ์ยากอีกต่างหากซึ่งการปลูกมถระนั้นสามารถเก็บผลผลิตได้นานและรายครั้งจึงมีโอกาสที่จะอัพราคาหรือขายราคาแพงได้ โดยปกติทั่วไปแล้ว มะระ จะแพอยู่ในช่วงที่หน้าแล้งเท่านั้นก็คือเดือนประมาณเมษาถึงพฤษภาคมโดยในช่วงนี้จะสามารถเก็บผลผลิตได้ยากเพราะว่าเข้าสู่หน้าฝนคนปลูกน้อยจะทำให้ช่วงนี้มาร้านนั้นมีต้นไม่ค่อยโตไวแล้วก็ระบาดซึ่งก็เป็นช่วงที่มาร้านนั้นมีราคาแพง และนี่ก็คือเทคนิคการปลูกมะระ เริ่มแรกจะต้องทำการเพราะตาก่อนโดยคุณประหยัดนั้นได้ใช้ พันศรแดง. เพราะเป็น 1000 ที่มีลูกดกลายสวยส่งผลก็สวยและไม่แหลมจนเกินไปอีกทั้งยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกด้วย จากนั้นก็นำเมล็ดของมันไม่อยากใส่ถุงดำ 12 ไร่ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 10 กระป๋องซึ่งมีราคากระป๋องละ 1200 บาทหรือนับเป็นเราลัที่จะต้องหยอดเมล็ดลงไปก็คือประมาณ 500 หลุม เมื่อได้ต้นกล้าประมาณซัก 10 ถึง 12 วันก็สามารถย้ายลงมาปลูกในแปลงที่เราเตรียมไว้โดยระยะของการปลูกนั้นจะต้องห่างกันประมาณ 1.2 เมตรซึ่งจะมีการทำทางสวนนั่นก็คือเป็นแบบกระจกหรือแบบสามเหลี่ยมซึ่งจะทำได้อย่างง่ายและรวดเร็วและประหยัดต้นทุนอีกทั้งยังตลบได้ดีโดยมีงบในการลงทุนอยู่ที่ประมาณ30,000 กว่าบาท หลังจากที่ประมาณปลุกได้หนึ่งอาทิตย์นั้นเราก็ทำการใส่ปุ๋ยโดยใส่ปุ๋ยทุกๆเจ็ดวันครั้งใช้สูตร 16-16-16 หากในกรณีที่ยันไม่แตกก็จะใช้ปุ๋ยหัวหน้าสูงนั่นก็คือ25-7-7 พอติดแล้วก็นำมาใช้สูตรเดิม เอามาละนั้นติดลูกค้าเปลี่ยนมาใช้สูตร 15-15-15 ในส่วนของใบต้นมะระนั้นให้ใช้ชุดพลเลนส์ดินดีฟูช่วยให้ตอนนั้นเติบโตได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งเร่งต้นเร่งการแตกแขนง และใช้ธาตุอาหารเสริมมาพ่นทุกๆเจ็ดวัน การปลุกมะระนั้นเราต้องคำนึงถึงว่ามะระถือเป็นพื้นที่มีศัตรูพอสมควรซึ่งชาวสวนทั้งหลายนั้นจะกลัวกันเป็นอย่างมาก ทั้งไวรัส ทั้งเพลี้บไฟ ราน้ำค้างจึงทำให้จะต้องมีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันไว้ตลอดเวลา หลังจากที่ปลุกปลาแล้วประมาณ 50 ถึง 60

ไข่มดแดง สร้างรายได้เสริมได้ ตกวันละ 1000 บาท!

ไข่มดแดงนั้นถือเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในภาคอีสานซึ่งได้มีตะกอนนั้นยึดถือเป็นอาชีพซึ่งหลายพื้นที่หลังจากที่ชาวเกษตรกรได้เว้นว่างจากการทำไร่ทำนาแล้วพอเข้าหน้าแล้งชาวเกษตรกรทั้งหลายก็จะเข้าป่าเพื่อไปหาไข่มดแดงเอาไว้เป็นรายได้เสริม ซึ่งการหาใครมดแดงนั้นอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ก็มีไม้ไผ่ที่เรามีไว้สำหรับเขียนไอมดแดงซึ่งจะต้องมีขนาด 10 เมตรขึ้นไปแล้วก็ผูกถุงไว้ที่ปลายไม้ซึ่งวิธีการเก็บได้ยังไงกินแค่เหล่านั้นเดินหาล้างไข่มดแดงตามต้นไม้ที่อยู่เต็มไร่เป็นนาและเมื่อเราพบไข่มดแดงนั้นเราก็จะใช้ไม้ แหย่เข้า ที่หลังไข่มดแดงจากนั้นก็กระทงุกระทุงให้ใข่ตกลงไปในถุง และเมื่อเราได้ไข่มดแดงมาเราก็จะได้ทั้งตัวและไขจากนั้นเราก็เอามาใส่กระด้งแล้วก็ผสมด้วยแป้งมันนั้นทำไมก็เพื่อไม่ให้หมดดังนั้นถ้าใครมีไฟหรือบางทีเราจะใส่กระป๋องแป้งแล้วเทน้ำใส่ลงไปได้ด้วยเช่นกันจากนั้นเราก็ทำการคัดกรองเอาแค่ไข่เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งเมื่อแต่ก็เรื่องการเมืองไทยซึ่งเราสามารถสังเกตกันได้แบบง่ายง่ายเลยก็คือมดแดงจะสร้างรังไข่ขนาดใหญ่ไว้ตามต้นไม้ต่างๆเมื่อเห็นแล้วก็เอาไปแย่ไปให้ได้แค่มดแดงมา ซึ่งเราก็สามารถเอาไปขายเป็นอาชีพได้ ยิ่งรางในนั้นมีไหมยายสีเค้าขาวอยู่แสดงว่าในรางนั้นจะต้องมีใครอยู่อย่างมากในส่วนของราคานั้นแต่ละก็จะขายในราคาที่ไม่เท่ากันแต่ก็จะขายได้ประมาณ 600บาทต่อกิโลกรัมซึ่งวันหนึ่งก็หาได้ถึง 3 กิโลกรัมก็สามารถสร้างรายได้หลัก 1000บาทต่อวันได้เลย แน่นอนว่าไข่มดแดงนั้นกลายเป็นอาหารที่คนนิยมอย่างมากถ้าเอามาทำแกงผักหวานไข่เจียวไข่มดแดงยำไข่มดแดงบอกเลยว่าอร่อยทั้งนั้นยิ่งเวลาเราเคี้ยวนั้นไข่เด้งในปาก บอกด้วยว่าฟินสุดสุดซึ่งของอร่อยอย่างนี้มันก็ต้องแลกกับการที่หายากซึ่งนั่นก็ทำให้ไข่มดแดงมีราคาที่สูง ซึ่งถ้าหากใครอยากกินก็ต้องแลกกับราคาที่สูงมันนั่นเองหรือบ้านใครอยู่นี้ส่วนภาคอีสานก็ลองเดินไปดำดำมองมองดู ซึ่งไทยที่อยู่ภาคอีสานก็สามารถเก็บไข่มดแดงมาสร้างรายได้ก็ได้นะคะ

ปลูกมะพร้าวกะทิ ทำเองก็ได้ง่ายๆ สร้างรายได้สูง!

แน่นอนว่ามะพร้าวกะทิใครหลายคนก็เคยจะได้กินกันมาบ้านแล้วอาจจะถือว่าเป็นของโปรดของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ ซึ่งบอกเลยว่ามะพร้าวกะทินั้นเป็นมะพร้าวที่เกิดจากการผสมเกสรซึ่งเกิดขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ล้วนล้วนเป็นการบังคับให้มะพร้าวนั้นกลายเป็นมะพร้าวกะทินั้นเอง ในทางด้าน ของวิธีการนั้นก็มีหลากหลายแนวทางด้วยกันซึ่งวันนี้ทางทีมงานก็ขอหยิบยกวิธีการทำมะพร้าวธรรมดาให้กลายเป็นมะพร้าวกะทิมาหนึ่งวิธีซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นก็ลองติดตามชมได้เลย ทำจากมะพร้าวอะไรก็ได้ เริ่มจากการเอามะพร้าวพันธุ์อะไรก็ได้เอาถุงพลาสติกมาหุ้มจั่นจั่นก็คือดอกมะพร้าวนั้นเอง จั่นไหนถูกห่อ จั่นนั้นก็กลายเป็นดอกพิการ โดนต้องห่อจันเริ่มบาน หอบไปจนกระทั่งมีรูปลูกหมาโดยทั่วไปนั้นมะพร้าวในทลายประมาณ 90% จะเป็นมะพร้าวกะทิ ซึ่งวิธีนั้นจะทำ ให้มะพร้าวนั้นกายเป็นมะพร้าวกะทิแบบชั่วคราวซึ่งมะพร้าวได้เท่าไหร่อื่นๆที่ไม่ได้ห่อจั่นนั้น จะไปมะพร้าวแบบปกติทั่วไป ทำมะพร้าวกะทิแบบถาวร ซึ่งวิธีนี้จะให้นำมะพร้าวที่เพราะไว้นั้นมีหน่อขึ้นมาประมาณ 30% จากนั้นก็เอามีดตัดส่วนปลายให้ตรงข้ามกับนอในกะลามะพร้าวจนเห็นเนื้อสีขาว จากนั้นเราก็ทำการึว้านเอาจาวที่อยู่ในกลางกัลาออกจากนั้นก็เอาดินเหนียวใส่ลงไปในกะลาให้แน่นจนเต็ม แล้วก็เอาน่าไปปลูก โดยวิธีนี้ เราก็จะได้มะพร้าวที่เป็นมะพร้าวกะทิประมาณ 50% ซึ่งถ้าหากเราจะเพิ่มปริมาณก็สามารถทำได้ได้ง่ายโดยการที่เรานั้นเอาผลมะพร้าวที่ยังไม่เป็นมะพร้าวกะทิมาเพราะแล้วก็เริ่มทำวิธีขั้นตอนเดียวกันกับที่เราบอกก็จะทำให้เรานั้นได้มะพร้าวต้นใหม่แล้ว ซึ่งมะพร้าวต้นใหม่นั้นก็จะเป็นมะพร้าวกับธิอยู่ที่ประมาณ 90% ซึ่งถือว่าสูงมากมะพร้าวทุก 1000 นั้นก็สามารถนำมาทำเป็นมะพร้าวกะทิใดทั้งสิ้นแต่ถ้าหากเราใช้มะพร้าวน้ำหอมแล้วก็จะ ได้มาพาที่มีกินเหม็นหื่นซึ่งบอกเลยว่าไม่เหมาะกับการทำมะพร้าวกะทิเด็ดขาดมะพร้าวที่เหมาะที่สุดก็คือมะพร้าวกลางนั่นเอง ซึ่งวิธีการตรวจสอบวันนี้เป็นมะพร้าวกะทิหรือไม่เราก็ต้องรอให้ผลที่เป็นทลายปล่อยให้ผลแก่คาต้นเสียก่อนจากนั้นก็ทลายมันลงมาแล้วก็เอาผลแต่ละผลถ้าอยากฟังดูถ้าไม่ได้ยินเสียงน้ำข้างในมันก็หมายถึงว่ามะพร้าวนั่นเป็นมะพร้าวกะทิอย่างแน่นอนคุณจะไม่ต้องมานั่งเปิดเปิดไปทุบเนื้อดูให้เสียเวลาแต่อย่างใดซึ่งหากทำบ่อยบ่อยแล้วก็ชำนาญไปเองแอคแรกอาจจะมีผิดพลาดบ้างแต่พอนานนานเข้ามันก็กลายเป็นประสบการณ์ที่เราเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง วิธีการผ่ารับประทานนั้นก็คือเนื้อมะพร้าวกะทิที่ดีนั้นก็จะต้องฟูหรือเหนียวแน่นและอร่อยโดยเหล่านั้นจะต้องนวดก่อนโดยเอาผลที่ปอกเปลือกแล้วมันกระแทกกับพื้นปูนเบาเบารอบรอบผลจากนั้นก็ให้แน่ใจว่าพอแล้วแล้วก็นำผลไปผ่าครึ่งซึ่งเราจะพบว่าเนื้อข้างในมะพร้าวนั้นจะฟูเป็นสีขาวไม่ขายปุยฝ้ายจากนั้นเราก็สามารถใช้ช้อนหรือขวานเอาเนื้อออกมาทานได้เลยซึ่งบอกเลยว่ารสชาติมันจะหวานมาแล้ววิธีการทานรับประทานนั้นก็คือเนื้อมะพร้าวกะทิที่ดีนั้นก็จะต้องฟูหรือเหนียวแน่นและอร่อยโดยเหล่านั้นจะต้องนวดก่อนโดยเอาผลที่ปอกเปลือกแล้วมันกระแทกกับพื้นปูนเบาเบารอบรอบผลจากนั้นก็ให้แน่ใจว่าพอแล้วแล้วก็นำผลไปผ่าครึ่งซึ่งเราจะพบว่าเนื้อข้างในมะพร้าวนั้นจะฟูเป็นสีขาวให้ใครปุยฝ้ายจากนั้นเราก็สามารถใช้ช้อนหรือขวานเอาเนื้อออกมาทานได้เลยซึ่งบอกเลยว่ารสชาติมันจะหวานมามันและหอมอร่อยเป็นอย่างมากของอร่อยเป็นอย่างมาก เป็นอย่างไรกันบ้างคะบอกเลยว่าทำได้ไม่ยากไทยที่มีมาพักที่บ้านแล้วอยากจะลองทำก็สามารถลองทำได้เลยแต่ใช้วิธีได้หรือวิธีที่สองก็ได้อาจทำกินเองก็ใช้วิธีแรกก็ได้จะได้ไม่ต้องเปลืองป้าดถ้าต้องทำขายก็ใช้วิธีที่สองจะดีกว่าฉันนั้นก็เลือกเอานะคะว่าจะใช้วิธีไหน

ข้าราชการ เลี้ยงเป๊ด 40,000 ตัวสร้ายรายได้ ได้วันละ 100,000 บาท

แน่นอนว่ามันของการทำเกษตรนั้นอาจจะสร้างรายได้มากกว่างานประจำก็มีมาก ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับความสำเร็จของข้าราชการที่หันมาทำเกษตรเลี้ยงเป็ดติดไข่ขายบอกเลยว่าสามารถสร้างรายได้ได้มากกว่างานประจำทำให้เขานั้นประสบความสำเร็จมีรายได้มากมายเข้ามาสู่ครอบครัว ข้าราชการคนนี้นั้นอยู่ที่จังหวัดนครปฐมที่เป็นหนึ่งอำเภอรที่มีการเลี้ยงเป็ดใครมากที่สุดอีกทั้งยังส่งออกไปทั่วประเทศราคาเพียงครัวโลกแล้วก็มีฟาร์มขนาดใหญ่หนึ่งฟาร์มนั้นก็คือฟาร์มเป็ดโชคอำนวยนั่นเองซึ่ง ฟาร์มเป็ดที่นี่มีการเลี้ยงด้วยระบบฟาร์มแบบแม่เป็ดออกไข่เดอะฟองใหญ่อีกทั้งยังสามารถขายได้ปรับราคาดีและขายพ่อค้าคนกลางได้ถึงฟองละ4เดียว ซึ่งข้าราชการคนที่ว่านี้ก็คือคุณอำนวย เฉลิมกลิ่น เป็น ข้าราชการในจังหวัดนครปฐมอีกถ้ายังเป็นเจ้าของฟาร์มเป็ด ซึ่งเขาได้เราว่าเขานั้นเริ่มเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2536 โดยมีแม่เป็นคนลงทุนให้ตัวตอนนั้นมีเป็ดเลี้ยงอยู่ประมาณที่ 4000 ตัวจนปัจจุบันนั้นมีเป็ดเพิ่มขึ้นมาอีกถึง 40,000ตัวโดยเป็ดหนึ่งตัวจะใช้เนื้อที่เจ็ดตารางเมตร สายพันธุ์พี่เลี้ยงนั้นก็คือเป็ดกากีแคมป์เบลล์ ซึ่งเป็นพันธุ์นี้ ซื้อมาตั้งแต่ยังเป็นลูกเป็ดจะอยู่ที่ตัวละ 10 ถึง 21 บาทโดยเทคนิคที่ทำให้ปิดนั้นออกไข่ฟองใหญ่ก็ต้องเปลี่ยมาตั้งแต่ที่ยังเป็นลูกเป็ดโดยต้องขนอาหารให้ลูกเป็ดนั้นมีร่างกายที่สมบูรณ์และตัวโต โดยลูกเป็ดนั้นเมื่ออายุได้ 30 วันก็จะถูกนำไปปล่อยที่ทุ่งนาเพื่อให้อาหารกินและกินอาหารจากนาข้าวที่เกี่ยวไว้แล้วจะช่วยประหยัดค่าอาหารได้ดีมากพออายุได้ห้าเดือนครึ่งก็จะต้องนำกลับไปที่ฟาร์มเมื่อคุณอาหารให้ออกไข่โดยเฉลี่ยวันนึงเป็ด 40,000 ตัวจะเก็บขายได้วันละ 32,200 ค่ะอยู่ที่ประมาณฟองละ3 -4 บาท อย่างไรก็ตามในการขาย ไข่เป็ดนั้นขายได้ค่อนข้างศูนย์กว่าบาทแต่ถ้าหากว่าอาหารนั้นจะถือเป็นต้นทุนสำคัญที่จะต้องเสียโดยรายได้ 100,000 กว่าบาทนี้ยังไม่รวมหักค่าอาหารเป็ดโดยหักออกไปก็ ก็เหลือเพียงไม่กี่ 10,000 บาทต่อสัปดาห์เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันใครจากฟาร์มของคุณอำนวยก็มีพ่อค้าคนกลางนั้นมารับไปส่งขายอีกต่อหลายจังหวัดอีกทั้งยังมีออเดอร์จากต่างประเทศมาด้วยก็ทำให้สามารถสร้างรายได้และอีกหลายทาง แค่นี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับคนที่สนใจเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่เพื่อเอาไข่ไปขายอย่างไรการลงทุนทำอะไรซักอย่างก็ต้องคิดแล้วก็วางแผนเสียก่อนไม่อย่างนั้นอาจจะเข้าเนื้อเข้าตัวก็ได้

5 พืซผลไม้เกษตรแนะนำ ที่สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี

แน่นอนว่าช่วงนี้นั้นทำอะไรก็ต้องคิดให้ดีเสียก่อนเพราะการลงทุนทำอะไรซักอย่างเราต้องให้เห็นผลกำไรด้วยยิ่งในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้แล้วจะต้องคิดให้ดี แน่นอนว่าในปัจจุบันนี้ได้มีคนรุ่นใหม่นั้นไม่ต้องการที่จะนัดห่างจากมนุษย์เงินเดือนมากลายเป็นกับตัวพี่หลายคนนั้นก็ทำถูกทางบ้างกระทำผิดซึ่งวันนี้ทางทีมงานก็จะมาบอก เกี่ยวกับสินค้าทางเกษตรห้าชนิดค่ะที่สามารถขายได้และมีกำไร จะมีอะไรบ้างนั้น ลองตามกันมาดู ตะไคร้ แน่นอนว่าใช้เป็นสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบของอาหารไทยหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นทั้งอาหารคาวเครื่องดื่มซึ่งสะใภ้ถือเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่คนนั้นนิยมและต้องการเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างมากมายซึ่งหากเศรษฐกรคนไหนน่าสนใจใครก็ถือเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีเหมือนกันเพราะตะข่ายนั้นสามารถสร้างรายได้สูงสุดได้ถึงวันละ 30,000 บาทเลยทีเดียว กล้วย กล้วยนั้นแน่นอนว่าเราจะเห็นได้หยุดตามตลาดกันทั่วไปเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถนำไปแปรรูปขายได้เป็นหลายอย่างทั้งขนมของฝากอาหารคาวอาหารหวานของทานเล่นหรือแม้แต่การขายเป็นบี๋บี๋ก็สามารถทำขายได้และยังสร้างรายได้ให้ออกมาได้อย่างมากมายโดยเฉพาะตลาดที่ประเทศจีนและก็ญี่ปุ่นต้องถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจเลยทีเดียวซึ่งหากใครสนใจก็ลองไปศึกษาข้อมูลและลองนำไปแปรรูปให้มีความแตกต่าง รับรองว่าจะสร้างรายได้ได้อย่างแน่นอน มะนาว แน่นอนว่ามะนาวนั้นก็ถือเป็นพืชผักที่อยู่ตามบ้านตามครัวเรือนของทุกคนซึ่งถือเป็นผักเศรษฐกิจชนิดหนึ่งแน่นอนว่ามะนาวนั้นมีราคาขึ้นลงตามฤดูกาลของมันแต่บอกเลยว่าบางฤดูกาลนั้นมะนาวก็จะมีราคาสูงแต่มะนาวนั้นไม่มีขายนะสามารถปฏิเสธว่าจะต้องใช้มันเลยเพราะมันเป็นสิ่งจำเป็นในการทำอาหารฉะนั้นมะนาวก็สามารถสร้างรายได้ในบางช่วงให้ได้เป็นอย่างดี มะพร้าว แน่นอนว่ามะพร้าวนั้นเป็นที่ยอดฮิตสำหรับเด็กกับผู้ใหญ่สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยก็เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากเพราะเป็นสินค้าทางการเกษตรที่สามารถถ่ายได้ทั้งน้ำและเนื้ออีกทั้งยังเอาไปทำได้ประโยชน์อีกเพียบทั้งของคาวของหวานซึ่งหลายคนนั้นก็เอานำไปแปลรูปเป็นเครื่องดื่มสารพัดอีกทั้งยังเหมาะกับคนที่รักสุขภาพอีกด้วยยิ่งในประเทศไทยนั้นมาพาถือว่าขึ้นชื่อเป็นอย่างมากมีตลาดใหญ่ยาวฮ่องกงมาเลเซียสิงคโปร์เกาหลีตายยุโรปสิ่งเหล่านี้ทำให้เรานั้นสามารถโอนเงินเข้าสู่ประเทศเราได้ปีละหลายหลาย 1000 ล้านบาทเลยทีเดียวว่าเป็นพืชที่น่าสนใจ มะม่วง แน่นอนว่ามะม่วงแม้แต่ไทยเองต่างประเทศก็นิยมเป็นอย่างมากเพราะมันม่วงสุกนั้นบอกเลยว่าอร่อยเป็นอย่างมากถูกใจทั้งใน และต่างประเทศซึ่งมะม่วงสุกนั้นมีราคาสูงมากและก็ยังมีฐานตลาดที่เปิดกว้างเป็นอย่างมากฉะนั้นมะม่วงจึงกลายเป็นผลผลิตที่สามารถเอาไปขายได้อย่างง่ายง่ายแล้วก็ยังมีกำไรดีแน่นอนว่ามีช่องทางการค้าแน่นอน เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยนี่คือพืชผักผลไม้ห้าชนิดที่เราจะนำมาเสนอกันซึ่งบอกเลยว่าในประเทศไทยนั้นยังมีเพื่อนผักผลไม้อีกหลายชนิดที่ยังมีความต้องการของการตลาดซึ่งเราสามารถสิ่งเหล่านี้มาต่อยอดเป็นสินค้าแปรรูปได้หลากหลายฉะนั้นการที่เราจะทำอะไรก็ต้องรู้จักคิดรู้จักดูพื้นที่ของตัวเองและดูว่าเหมาะสมว่าจะปลูกอะไรทำอะไรฉะนั้นการเรียนรู้ผ่านตลาดช่วยให้การทำเกษตรนั้นถือเป็นเรื่องของความสำเร็จ

สะระแหน่คุณประโยชน์เพียง ปลูกง่าย! ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเอาไปสร้างรายได้ได้

สะระแหน่ ถือเป็นพืชที่อยู่คู่บ้านคู่ครัวเรามานับนานนมและยังอยู่ในเมนูอาหารแบบไทยๆต่างๆมากมาย โดยใครรู้หรือไม่ว่า สะระแหน่ นั้นมีต้นกำเนิดมาไกลจากประเทศยุโรบตอนใต้เลยทีเดียว โดยลักษณะใบของมันนั้นจะเหมือน กับพืชในตระกูลมิ้นต์มาก และมีกลิ่นหอมคล้ายมะนาว รสชาติจะคล้าย ๆ กับตะไคร้หอมและมะนาวอีกด้วย โดยเจ้าสะระแหน่จะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 บี2 บี 3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โดยถือว่าเป็นพืชที่มีสารประโยชน์มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราจริงๆ โดยประโยชน์นั้นมีมากมายเช่น 1.ช่วยให้ผิวชุ่มชิ้น 2.กำจัดอนุมูลอิสระออกจากร่างกายของเรา 3.เป็นยาเย็น ดับร้อน และขับเหงื่อในร่างกายของเราได้ 4.บำรุงและรักษาสายตาของเราให้ไม่เสื่อมก่อนวัย 5.บรรเทาอาการเครียดได้ 6.ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน ได้เป็นอย่างดี 7.บรรเทาอาการและแก้หวัด น้ำมูกไหล อาการไอ 8. รักษาโรคหอบหืด 9.แก้อาการหน้ามืดตาลาย เป็นอย่างไรกันบ้างบอกเลยว่าคุณประโยชน์นั้นมีเยอะมากจนเรานั้นต้องหามาปลูกกันติดไว้สักต้นสองต้นเพื่อใช้มาประกอบอาหารหรือทานเป็นสมุนไพรเพื่อประโยชน์ของร่างกายของเราได้เช่นกัน โดยทีมงานจะพาทุกคนนั้นไปดูวิธีการปลูกสะระแหน่ กันคะ แน่นอนว่าเราจะปลูกไว้ทานเองก็ได้หรือเอาไปขายสร้างรายได้ได้ เพราะนี้ถือเป็พืซที่คนส่วนใหญ่ต้องการด้วยเช่นกัน เริ่มกันที่อุปการณ์ที่ใช้ในการปลูกสะระแหน่ 1.กิ่งสะระแหน่ 2.แหนบ 3.ถ้วยปลูกเขียวกับเพอร์ไลท์ 4.ตะกร้า 5.ถาดน้ำขาดใหญ่ให้ใหญ่กว่าตะกร้า วิธีปลูกต้น สะระแหน่

แค่ปลูกต้นไม้ 3 ประเภทนี้ในบ้านก็ทำให้ภูมิแพ้หายได้

แน่นอนว่าโรคภูมิแพ้นั้นถือเป็นโรคที่ใครหลายๆต่อหลายคนนั้นเป็นกัน โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบันเริ่มมีอัตตาการเป็นโรคภูมิแพ้กันอย่างเยอะมาก โดยอาการของโรคภูมิแพ้นั้นมีหลายอย่าง ทั้งไอจาม คัดจมูก คัดน้ำมูกน้ำหูน้ำตาไหล คันตามตัว ใต้ตา รอบหน้า มีผดแดงตามผิวหนัง ผิวหนังอักเสบและท้องร่วง ซึ่งถือว่าเป็น 1 โรคที่สามารถนำไปสูการเสียชีวิตได้ และโรคนี้ถือเป็นโรคยอดนิยมที่สามารถพบเห็นได้ตามตัวทั่วไปในเมืองใหญ่เพรัต้องเจอทั้งฝุ่น ควัน สารพิษ ต่างๆนาๆมากมาย ทำให้มีผลด้านลบต่อระบบคุ้มกันในร่างกายของเรา เป็นอย่างมาก ! แต่วันนี้ทางทีมงานมีเรื่องราวดีดีมานำเสนอ เพราะเราพบว่า แค่การปลูกต้นไม้บางชนิดในบ้าน! ก็ช่วยใหโรคของเรานั้นหายได้ด้วย! โดยนี้เป็นเทคนิคจาก Kamal Meattle ที่อาศัยอยู่ในประเทศอินเดีย โดยภูมิประเทศนั้นมีมลภาวะสูงมากๆทั้งฝุ่นระอองจ่างๆทำให้ Kamal ได้ป้วยเป็นโรคภูมิแพ้ขั้นรุนแรง จนทำให้ปอดของเขาทำงานได้เพียง แค่ 70% เท่านั้นเอง!! ซึ่งถือเป็นขั้นที่ร้ายแรงหากไม่รีบเข้ารักษาก็ทำให้เสียชีวิตได้ ทาง Kamal เมื่อรู้อย่างนั้นจึงได้ค้นหาศึกษาข้อมูลจ่างๆ จนได้พบวิธีว่า

แค่มีพื้นที่ 1 ไร่ ก็สามารถทำรายได้ให้เราเลิกจนได้!!

สำหรับใครที่อยากย้ายมาทำเกษตรแต่มีพื้นที่ไม่มอง ลองมาอ่านบทความนี้กันก่อนเลยคะ เพราะถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่แค่เพียง 1 ไร่นั้นเราก็สามารถประยุกต์เอาพื้นที่ๆเรามีมาสร้างรายได้ให้กับครอบครัวตัวเองได้นะ ถึงแม้ว่าสำหรับใครบางคนนั้น อาจคิดว่า แค่ 1 ไร่มันไม่ได้ใหญ่อะไรมาก แล้วจะเก็บผลผลิตเยอะๆไปขายได้หรอ ? แต่บอกเลยว่าได้ ถ้าหากเรามีการค้นหาศึกษาข่อมูล เรียนรู้การจัดกระบวนการต่างๆและวางแผนทุกวิถีทางให้รอบคอบในด้านทางเกษตรแล้วละก็ รับรองว่า อย่างไร เราก็สามารถจัดสรรพื้นที่เล็กๆให้ได้แระโยชน์อันสูงสุดอย่างแน่นอน และคุ้มค่ามากด้วย อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ได้ ด้วยเกษตรผสมผสานนั้นเอง โดย 1 ไร่นั้นเราสามารถออกไปได้เป็นทั้งสองส่วนเลยทีเดียว ส่วนแรกไว้อยู่อาศัยและส่วนที่สองนั้นคือส่วนที่ไว้ทำเกษตรผสมผสาน โดยใน 1 ไร่นั้น 1 งาน จะมี บ้าน บ่อเก็บน้ำ ส่วนอีก 3 งานจะเป็นพื้นที่ไว้เพาะปลูกหารายได้เลี้ยงชีพตัวเอง โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 ระยะ คือ

สุดเจ๋ง! DIY สปริงเกอร์จากขวดพลาสติก ใช้ดี ต้นทุนไม่ถึงร้อย!

แน่นอนว่าการทำเกษตรทั้งหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเกษตรเพื่อสร้างอาชีพหรือเกษตรสวนครัว สิ่งที่สำคัญในการทำเกษตรอย่างหนึ่งนั้นก็คือเรื่องของน้ำนั้นเอง ซึ่งน้ำถือเป็นปัจจัยทหลักในการทำเกษตรเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าหลายๆพื้นที่ดีมีเกษตรกรนั้นต่างประสบปัญหาในเรื่องของระบบน้ำที่ใช้ในการเกษตรใช่ไหมละคะ ซึ่งหากเราจะรดน้ำเองก็กลัวจะไม่ทั่วถึง อีกทั้งยังเสียเวลาอีกต่างหาก หากใช้สปริงเกอร์ก็เงินเสียทองอีกหลายบาท ราคาก็สูง แน่นอนว่าหลายคนสู้ราคาไม่ไหวอย่างแน่นอน วันนี้ทางทีมงานจึงขอเสนอวิธีเด็ดๆที่ ชาวเกษตรทุกนั้นสามารถนำไปใช้ได้และประหยัดต้นทุนไปได้อีกเยอะ นั้นก็คือการทำ DIY สปริงเกอร์จากขวดพลาสติก ใช้งบเพียงไม่ถึง 100 บอกเลยว่าใช้ได้จริงๆ วิธีทำเป็นอย่างไรไปชมกันเลย เริ่มกันที่อุปกรณ์ที่ต้องใช้กันก่อน 1.ขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว 2. ตะปู 3.ท่อน้ำ PVC และสายยาง 4 เทบพันท่อ 5.ไม้ วิธีทำ สปริงเกอร์จากขวดพลาสติก ขั้นตอนที่ 1 นำเอาขวดน้ำมาเจาะรูให้ทั่วๆขวด ด้วยตะปูลนไฟ แต่ละรูควรห่างประมาณ 2 นิ้ว ขั้นตอนที่ 2 นำไม้มาทำเป็นฐานเพื่อเอาไว้ยึดท้อ PVC ขั้นตอนที่ 3 เอาท่อPVC ไปต่อกับขวดน้ำที่เราได้ทำการเจาะรู้เอาไว้ จากนั้นก็พันเทปให้แน่นๆ ขั้นตอนที่ 4 เอาสายยางมาต่อและลองเปิดน้ำเท่านี้ก็ได้สปริงเกอร์ทำเองกันแล้ว ภาพวีดีโอ https://youtu.be/XLzsXcexW3A เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยบอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหมละคะ ของหาง่าย ต้นทุนก็ไม่แพง

อดีตมนุษย์เงินเดือนถูกเลิกจ้างรับทรัพย์ ! หลักเช่าที่ 1 งานปลูกผักขายมีรายได้ทุกวัน

แน่นอนว่าหลายคนนี่นเบื่อที่จะเป็นมนุษย์ออฟฟิตกันแล้วและยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจย่ำแย่กิจการอะไรอย่างก็ปิดตัวลงไป โรงงานบริษัทน้อยบริษัทใหญ่ก็จ้างคนออกจากงาน มายุคนี้ทำอะไรจะต้องประหยัด หากเราถูกปลดออกจากพนักงานเมื่อใดไม่รู้จะทำอะไรต่อไป วันนี้เราจึงขอยกตัวอย่างของคุณพี่ที่ดิ้นรนหาเส้นทางเอาตัวรอดของตัวเองจนประสบความสำเร็จ อีกหนึ่งตัวอย่างบุคคลสู้ชีวิต ที่หันมาทำเกษตรแบบชาญฉลาด น่ายกย่องและควรเอาเป็นแบบอย่าง บนเส้นทางชีวิตของ คุณ เอีย-อารีย์ เพ็งสุทธิ์ หนึ่งในมนุษย์เงินเดือน ที่ถูกแจ๊คพอต เลิกจ้างจากตำแหน่งผู้บริหาร ระดับ ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนก มารเก็ตติ้ง ของบริษัทประกันชื่อดัง ซึ่งช่วงนั้นเธอมีรายได้ถึงหลักแสนเลยทีเดียว…!! คุณ อารีย์ เพ็งสุทธิ์ บอกว่า…“ ตอนออกมาได้ทุนมาก้อนหนึ่ง น้องๆ ที่อายุยังน้อยพากันไปหางานใหม่ ส่วนตัวเองอายุขนาดนี้ ฐานเงินเดือนเท่านี้ หางานใหม่คงลำบาก แม้จะไปสมัครงานใหม่ไว้ แต่เริ่มคิดอยากทำธุรกิจของตัวเองแล้ว มีเพื่อนรุ่นน้องคหนึ่ง ซึ่งชื่นชอบการทำเกษตรเป็นชีวิตจิตใจ มาแนะนำให้ทำฟาร์มเห็ด เพราะแนวโน้มตลาดยังดีอยู่ จึงเริ่มต้นจากการศึกษาการเพาะเห็ด ” โดยเริ่มต้นจากลองเพาะเล็กๆก่อน เริ่มต้นจากไม่มีความรู้ ค่อยเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และ หาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ

Top